เพ ลา ภูษา ทรง ภพ ซึ่งภูษานั้นแน่นอนว่า หมายถึง เครื่องนุ่งห่มหรือผ้าทรงถ้ามองจากคำที่เรียงกันแล้วคนที่เขียนคำใบ้ขึ้นมาก็แค่ต้องการแยกคำให้ดูยาก แต่เมื่อรวมแล้ว ภูษาทรง ก็คือผ้าทรงนั่นเอง ส่วนภพ แน่นอน มาจากคำว่า พันธุ์ภพ!”
เพ ลา ภูษา ทรงภพ.. ก็แปลว่าการทอผ้าอันศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมาให้เหมือนเดิมกับที่เคยได้ทำลายลงไปผ้าทรงของผู้เป็นราชาเพื่อใช้ทำลายปีศาจร้าย ซึ่งเมื่อเติมคำว่าเพลาลงไป จะเป็นการขยายกิริยาแห่งการได้มาของผ้าพันธุ์ภพนั่นก็คือการทอผ้าผืนนี้ขึ้นมาใหม่ ภายใต้เงื่อนไขคือต้องทอให้ลายผ้าและรายละเอียดของเนื้อผ้าออกมาเหมือนเดิมกับที่ถูกทำลายและต้องเป็นการทอที่มาจากทายาทหมอผี ซึ่งเป็นตระกูลที่สืบทอดมาจากราชาเทพสีน้ำเงินที่เคยใช้ผ้าผืนนี้ทำลายปีศาจอสูรกายดำจากนั้นก็ทำลายผ้าผืนนี้ด้วยพระองค์เอง นั่นแปลว่าเนตรนภาจะต้องทอผ้าพันธุ์ภพขึ้นมาใหม่ด้วยตัวเอง อลินตาพึมพำขึ้นมาทันที
“ก็เหลือแค่คำใบ้แถวสุดท้าย..นาคา กอรป กร วอนไข”” อลินตาพึมพำกับตัวเองขณะที่เดินอยู่ก็หยุดกึก เมื่อเนตรนภาหยุดกี่ทอผ้าแล้วพูดขึ้น
“แปลก..!” อลินตารีบถาม
“มีอะไรเหรอ?”เนตรนภาค่อยๆ ยกด้ายในมือของตัวเองขึ้นมาพิจารณาดูอลินตาก็เดินเข้าไปใกล้ๆ กับน้องสาวตัวเอง พลางเพ่งจ้องไปที่ด้ายเส้นนั้น
“พี่อลินดูสิคะด้ายบางเส้น เอาเข้าเครื่องทอผ้าได้แล้วเวลาทอก็ดูเหมือนกับว่าจะมีแสงสะท้อนเปล่งประกายออกมาจากเส้นด้ายด้วยแต่ด้ายบางเส้นทอแล้วกลับขาดออกจากกันใช้ไม่ได้เลยค่ะ แต่ก็แค่บางเส้นเท่านั้น”อลินตาได้ยินดังนั้นก็เข้าไปพิจารณาดูใกล้ๆและพบว่าจริงดังที่เนตรนภาบอกเอาไว้อลินตาหันกลับไปมองทางกลุ่มด้ายที่โยงขึ้นไปไว้บนขื่อเพดานห้องทันทีจากนั้นก็ไล่สายตาดูเส้นดายเหล่านั้นด้วยสายตาพิจารณาครู่ใหญ่ สักพัก หญิงสาวก็อุทานออกมาเบาๆราวกับรำพึงกับตัวเองมากกว่า
“ด้ายทุกเส้นไม่ใช่จะหยิบมาทอได้ตามอำเภอใจ!”อลินตาได้ล่วงรู้ความลับของการจับด้ายมาขึงอีกอย่างหนึ่ง นั่นคือถึงแม้ว่าเส้นด้ายจะสีเหมือนกันและถูกขึงไว้เหมือนๆกันแต่ว่าเส้นด้ายที่จะถูกนำมาทอผ้านั้น ต้องเป็นด้ายเส้นเดียวที่เคยเป็นผ้าพันธุ์ภพแล้วเท่านั้นเพราะเส้นด้ายที่ออกมาจากผ้าพันธุ์ภพ คือเส้นด้ายที่ถูกลงอักขระอาคมผสมกับแร่ธาตุสีน้ำเงินเป็นอย่างดีอลินตาหลับตานิ่งงัน
กี่ทอผ้าคืออุปการณ์ที่จะทอผ้าพันธุ์ภพขึ้นมาอีกครั้ง โดยมีทายาทของโหราตระกูลซึ่งเป็นทายาทหมอผีตัวจริงอย่างเนตรนภาเป็นคนทำหน้าที่นี้ซึ่งปริศนาเส้นด้าย และการพรางตาของผ้าพันธุ์ภพนั้นแม่ดารารายของเธอได้เป็นคนจัดฉากพรางตาขึ้นทั้งหมด รวมถึงการจัดการมรดกในครั้งนี้ด้วย
ทว่า.. อลินตาก็ต้องเดินหน้าไขปริศนาต่อไปถ้าเนตรนภาคือทายาทโหราตระกูลแล้วเธอ.. เป็นใคร? เจ้าภูแสนตัวจริงก็ยังไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน เป็นตายร้ายดีอย่างไรส่วนปราถะนาคราชทำไมต้องมามาสถิตอยู่ในร่างของเจ้าภูแสนปราถะนาคราชมีจุดประสงค์อะไรกันแน่ ซึ่งนี่ก็เป็นอีกเรื่องที่อลินตาต้องค้นหาคำตอบให้ได้แต่ตอนนี้ ตรงนี้เนตรนภาควรจะได้รับพลังของทายาทบ้างแล้ว ว่าแล้วอลินตาก็หันกลับไปหาเนตรนภาแล้วพูดขึ้น
“เนตรเธอรู้ไหมว่าน้าแม่บ้านที่เธอพูดถึงน่ะไม่ใช่คนนะ!” เนตรนภาได้ยินก็หูผึ่งหันขวับจนคอแทบจะเคล็ดพลางส่ายหน้าดิกอย่างไม่ยอมรับความจริงที่เพิ่งได้ยิน
“อาจอาจจะมีการเข้าใจผิดกันก็ได้นะคะ คุณน้าที่เนตรเห็นก็ดูปกติไม่ได้ผิดปกติอะไรเลยนะคะ..”อลินตาก้าวเข้ามาใกล้กับเนตรนภาอีกนิดก่อนจะพูดขึ้น
“โถ เด็กน้อย..”ไม่พูดเปล่ายังยื่นมือขึ้นมาวางทาบบนศีรษะของเนตรนภาอีกด้วยจากนั้นก็พึมพำมนต์คาถาเพื่อดึงพลังวิญญาณจากส่วนลึกก้นบึ้งจิตใจของเนตรนภาขึ้นมาไม่นานดวงตาของเนตรนภาก็กลายเป็นสีน้ำเงินวาววับพร้อมกับรัศมีรอบกายที่เปล่งประกายเป็นสีน้ำเงินรายล้อมรอบตัวอลินตายืนนิ่ง ส่วนเนตรนภาก็ลืมตาโพลงอยู่อย่างนั้นทั้งสองต่างนิ่งนานไป ในที่สุดอลินตาก็ปล่อยมือออกจากศีรษะของเนตรนภาเนตรนภายืนขึ้นกระพริบตาถี่ๆ แสงสีน้ำเงินจางหายไปจากแววตาแล้ว
“ทำไมเป็นเนตรที่เป็นทายาทหมอผีของตระกูลแล้วพี่อลินล่ะคะ?” เนตรนภาพูดอย่างไม่อยากจะเชื่อ อลินตายิ้ม
“เป็นเธอนั่นแหละเหมาะสมที่สุดแล้วเนตรนภา”เนตรนภาไม่ได้รู้เพียงแค่นี้ เธอยังรู้อีกด้วยว่า ปีศาจอสูรกายดำมันแฝงอยู่ในบ้านของเธอโดยที่อลินตายั้งไว้เพียงแค่นั้นเธอยังไม่ให้เนตรนภารับรู้ว่าน้าปลายนภาแม่ของเนตรนภา ที่แท้แล้วก็คือลูกสมุนของปีศาจร้ายอีกคนที่พร้อมยอมถวายวิญญาณธาตุให้กับมันเนตรนภาเชื่อสนิทใจกับสิ่งที่อลินตาให้เธอเห็นในภวังค์จิตไหนจะเรื่องแม่บ้านมุกนวลที่เป็นผีปอบคอยกินเด็กรับใช้ในบ้านของเธอแต่แล้วเมื่อคิดมาถึงตรงนี้เนตรนภาก็นึกเป็นห่วงแม่ของตัวเองขึ้นมาจึงรีบถาม
“พี่อลินคะแล้วแม่ของเนตรจะเป็นอันตรายอะไรไหมคะ?” เสียงถามร้อนรนอย่างเห็นได้ชัดอลินตาตอบเสียงอ่อนลงนิดๆ เพื่อให้อีกฝ่ายบรรเทาความร้อนใจ
“แม่เนตรจะไม่เป็นอะไร”อลินตายั้งคำว่า จนกว่าจะหมดประโยชน์กับพวกมันเอาไว้เสียก่อน ไม่เช่นนั้นเนตรนภาคงได้แจ้นไปหาแม่ของตัวเองตามวิสัยของลูกกตัญญูเป็นแน่เมื่ออลินตายืนยัน เนตรนภาก็ค่อยคลายใจและคิดว่าอลินตาคงมีมนต์คาถาอะไรเพื่อคุ้มครองแม่ของเธอแน่ๆส่วนแม่ของเธอก็น่าจะไม่เป็นอะไรง่ายๆเพราะเป็นทายาทของตระกูลหมอผีที่เข้มขลังเช่นกัน อลินตามองหน้าเนตรนภานิ่งๆ
“แต่พี่มีอะไรจะให้เนตรดู..”เนตรนภาโคลงศีรษะอย่างไม่เข้าใจ อลินตาไม่พูดอะไรนอกจาก
“ตามพี่มาสิเดี๋ยวเนตรก็จะรู้เอง” ที่แท้อลินตาพาเนตรนภามายังด้านล่างของเรือนเพื่อมาดูเสากลางเรือนซึ่งเป็นที่สถิตของผีนางตะเคียน อลินตายืนนิ่งพึมพำมนต์คาถาแล้วเป่าเพี้ยงไปที่เสาต้นนั้น พลัน.. เพียงลมปากเป่าก็ปรากฏร่างผีนางตะเคียนยืนนิ่งเด่นเป็นสง่าอยู่หน้าเสาเนตรนภาเห็นถึงกับผงะถอยหลังกรูด ก่อนจะพูดออกมา ด้วยน้ำเสียงเบาโหวง
“คุณน้า..” พลางชี้มือไปที่ผีนางตะเคียน ซึ่งยืนหน้าเศร้าหมองมองเนตรนภาแต่กลับมองอลินตาด้วยดวงตาแข็งกร้าวเพราะคิดว่าอลินตาต้องการเปิดเผยให้เนตรนภารู้ว่าตนเป็นผี ทำให้เนตรนภาไม่กล้ามาที่บ้านนี้อีกแต่ดูเหมือนว่าอลินตาจะรู้ความในใจของผีนางตะเคียน เธอพูดขึ้น
“ใช่น้าแม่บ้านที่เนตรเห็นไม่ใช่คน แต่ไม่ต้องกลัวหรอกนะ” อลินตาหันไปจ้องสบตาผีนางตะเคียน
“นางตะเคียนตนนี้เคยเป็นแม่ของเนตรเมื่อชาติที่แล้วแต่ต่างก็ตายไปตามเวรกรรมของตัวเองผีนางตะเคียนกลับไม่ยอมไปเกิดเพราะว่าเป็นห่วงลูกสาวคนเดียวของตัวเองก็เลยวนเวียนคอยตามเฝ้าดูแลแม้ตัวจะไม่ได้ไปเกิดใหม่ก็ยอมนี่ล่ะนะ ความรักของคนเป็นแม่ต่อให้กี่ชาติกี่ภพตัวเองต้องตกระกำลำบากแค่ไหนก็ยอมได้เพื่อลูกเสมอ” อลินตาพูดจบ ก็ร่ายมนต์คาถาอตีตมนตราเพื่อให้เนตรนภาได้เห็นอดีตของตัวเองบ้างทั้งยังให้เนตรนภาเห็นอีกด้วยว่า
ที่แท้ชาติก่อนนั้นคนที่เป็นพ่อของเนตรนภาก็คือคุณโสฬสซึ่งเป็นพ่อของอลินตาในชาติปัจจุบันนั่นเองและนั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ผีนางตะเคียนเฝ้าหึงหวงพ่อของอลินตาและแสดงท่าทีเกลียดชังคุณดารารายและอลินตาอย่างออกหน้าออกตาซึ่งอลินตารู้เรื่องเมื่อตอนที่เข้ามาในบ้านหลังนี้เมื่อวันก่อนหลังจากที่ได้รับมรดกแล้วเพียงแค่ยังไม่พูดออกมาเพื่อรอเวลาจะได้พูดทีเดียวนั่นคือตอนนี้อันเป็นเวลาที่เหมาะสมที่สุดนั่นเอง...