" เ้ามิเหมาะสมกับนาง จงกลับไปยังที่ที่เ้าจากมา แลฝังตัวอยู่ที่นั่น อย่ากลับมาให้ข้าพบเจออีก " บิดาของสวีอวี้ซวงเอ่ยออกมา
" ได้ " หานลี่พยักหน้าช้าๆ
เขามองจ้องเข้าไปในบ้านพบพานกับใบหน้างดงาม แลั์ตาที่แดงก่ำ หยาดน้ำตาหลั่งไหลอาบนองทั้งสองแก้ม
หานลี่พยักหน้าช้าๆ ก่อนจะผินกายเดินออกจากจวนตระกูลสวี
" พี่หาน " สวีอวี้ซวงพึมพำ
" อวี้ซวงคงมิได้บอกเื่ของข้าให้กับบิดาฟังเป็แน่ มิเช่นนั้นท่าทางของบิดานางคงมิเป็เช่นนี้ " หานลี่พึมพำ
" ตูมมม " พลันเกิดเสียงดังสนั่นทั่วเมืองหลวง
" ครืนน " ผืนพาราทั่วเมืองสั่นะเืเลื่อนลั่น
" แคร่ก " เสียงบ้านเรือนแตกหักดังทั่วทุกหัวระแหง
ฝุ่นควันฟุ้งกำจายทั่วแดนดิน มองไปทางใดก็พบเจอแต่ฝุ่นควัน
" เกิดสิ่งใดขึ้น " หานลี่พึมพำ
เขาก้าวเดินอย่างระมัดะวัง ทั้งสองมือยังยืดเหยียดออกไปเพื่อคลำทาง ราวกับผู้พิการทางสายตา
" เมื่อครู่เกิดการะเิที่แดนโบราณ " เสียงหนึ่งดังขึ้นฝ่าฝุ่นควัน
" ไปดูกันเร็ว " เสียงสองดังขึ้น
" ข้าก็อยากไป แต่ข้ามองมิเห็น " หานลี่พึมพำ
เขาเงี่ยหูฟังเสียงของยอดยุทธที่ทั้งวิ่งทั้งเหาะฝ่าฝุ่นควัน
" มาถูกทางแล้ว " หานลี่พึมพำ
สองเท้าก้าวออกไปอย่างเชื่องช้า เนิ่นนานจนฝุ่นควันจางหาย เขาพบว่าตนเองนั้นยังอยู่ที่ตรอกบ้านของตระกูลสวี
" นี่ข้าเดินเป็วงกลมรึนี่ " หานลี่ได้แต่ส่ายหน้าในความโง่งมของตน
" ไป " หานลี่ห้อตะบึงไปยังทิศทางเสียงะเิอย่างรวดเร็ว
เื่วิ่งของหานลี่นั้นมิเป็สองรองผู้ใด เพียงหนึ่งชั่วยามก็มาถึงเมืองโบราณที่ว่า
สองตาของหานลี่กวาดมองทั่วเมืองโบราณ ร่างของเขาพลันสะท้าน สองตาเบิกโพลง
แดนดินกว้างใหญ่ไพศาล ปรากฎเทือกเขาน้อยใหญ่ตั้งเรียงรายอยู่ทั่ว
เศษซากปรักหักพังเกลื่อนกลาด ทั้งหลุมบ่อน้อยใหญ่เต็มทั่วแดนดิน
" เมืองที่เคยยิ่งใหญ่แลสูงส่งกลับต้องพังทะลายลงเพราะา " หานลี่พึมพำ
ผู้คนมากมายที่ได้ยินพลันพยักหน้า พร้อมกับดวงตาที่เศร้าสร้อย
" ไป " เสียงหนึ่งดังขึ้น
" เฮ " ยอดยุทธมากมายมิอาจนับพุ่งทะยานร่างเข้าสู่เศษซากเมืองโบราณอย่างบ้าคลั่ง
เพียงมินานเมื่อยอดยุทธทะยานร่างเข้าไปในซากของเมืองโบราณ
" ตึง " ม่านสีฟ้าขนาดใหญ่พลันกางออกครอบทับฝูงชนในทันใด
เหล่ายอดยุทธที่ติดอยู่ภายในต่างหวาดกลัว กวาดสายตามองยังม่านพลังสีฟ้า
" เหตุใดข้าจึงมองเห็นสิ่งนี้ " หานลี่พึมพำ
" รึจะเป็ที่ข้าได้ทำการผนึกสิ่งมหัศจรรย์ไว้ " หานลี่พึมพำ
เขาเพ่งไปยังจุดตันเถียนของเขา สองตาพลันเบิกโพลง ร่างทั้งร่างสั่นเทิ้ม
จุดแสงสีทองล่องลอยในจุดตันเถียน จุดแสงสีทองนั้นเปล่งแสงแวววาวสว่างไสว
" ในที่สุด " หานลี่ฉีกยิ้มจนแก้มแทบปริ
เขาเฝ้ารอเวลานี้มาเนิ่นนานนับสิบปี " ในที่สุดข้าก็สามารถฝึกยุทธได้เสียที แม้นจะช้ากว่าผู้อื่นหลายปีนัก " หานลี่พึมพำ
ในระหว่างที่ชายหนุ่มกำลังดีใจอยู่นั้น " เปรี้ยงง " สุรเสียงดังกึกก้องลั่นแดนดิน
" อ้ากกก " เสียงร่ำร้องอย่างเ็ปดังลั่น
สองตาของหานลี่พลันเบิกโพลงเมื่อเศษชิ้นส่วนของเหล่ายอดยุทธ ที่อยู่ในม่านพลังสีฟ้าปลิดปลิวล่องลอยทั่ว
หมอกโลหิตฟุ้งกำจายแดงฉาน หยาดโลหิตพุ่งพรวดแลร่วงหล่นราวหยาดพิรุณโลหิต
" ค่ายกลสังหาร " ชายชราผู้หนึ่งร้องออกมา
" มิเคยมีผู้ใดหลุดรอดออกจากค่ายกลได้โดยมิเป็สิ่งใด " ชายชราเอ่ยออกมา
" ผู้าุโต้องทำเช่นใดขอรับ จึงจะสามารถช่วยคนที่อยู่ข้างในได้ " ชายหนุ่มเอ่ยถาม
" มีเพียงรวมพลังกันทำลายค่ายกล จึงจะสามารถช่วยคนที่อยู่ข้างในได้ " ชายชราเอ่ยออกมา
" เช่นนั้นแล้วก็เร่งลงมือเร็วเข้า " ชายหนุ่มผู้นั้นร้องออกสุดเสียง
ยอดยุทธมากมายต่างเร่งทะยานเข้ารายล้อมค่ายกล แลเร่งนำอาวุธของตนออกมา
" เปรี้ยงง " เสียงะเิฟาดฟันอาวุธเข้าใส่ม่านพลังดังสนั่นทั่วแดนดิน
" ตูมม " ปราณพลังจากอาวุธะเิออก
" ครืนน " แรงะเิสิ่งทะยานไปตามม่านพลัง
" จวนสลายแล้ว ลงมืออีกครา " ชายหนุ่มผู้นั้นร้องออกสุดเสียง
" เปรี้ยงง " คลื่นปราณพุ่งทะยานเข้าหาม่านพลังสีฟ้า
" ตูมมม " ม่านพลังสีฟ้าะเิออก ปรากฎแสงสีฟ้าสว่างวาบ
" ครืนน " แรงะเิพุ่งทะยานกวัดกวาดสรรพสิ่งราบพนาสูญ
" อ้ากก " เหล่ายอดยุทธที่อยู่รายรอบต่างได้รับแรงะเิกันถ้วนหน้า
หมู่ชนมากมายต่างนอนดีดดิ้นไปมาบนผืนพารา โลหิตมากมายไหลหลั่งกลายเป็สายธารโลหิตแดงฉาน
" ได้แล้ว " ชายหนุ่มมีของดีคุ้มกายจึงมิได้เป็สิ่งใดจากแรงะเิ
เขาเร่งทะยานร่างเข้ายังใจกลางของค่ายกลสังหาร พลางใช้กระบี่ของตนฟันลงยังผืนพารา
" ทำอะไร " หานลี่พึมพำ
ชายหนุ่มฉีกยิ้มออกมาอย่างยินดี เมื่อพบเจอสิ่งที่้า เขายื่นเหยียดมือลงไปในหลุม
ชายหนุ่มเร่งนำสิ่งที่ได้รับส่งเข้าแหวนมิติอย่างรวดเร็ว แลทะยานร่างจากไป
" นี่มันเป็การหลอกใช้กันนี่ " หานลี่พึมพำ
สองตาของเขากวาดมองยังเหล่ายอดยุทธที่นอนนิ่งยังพื้น พลางถอนกายใจออกมาอย่างแรง
สองเท้าของหานลี่เดินไปยังหลุมที่ชายหนุ่มขุด เมื่อเขามองลงไปในหลุม
" มีร่องรอยของบางอย่าง ที่น่าจะมีค่า " หานลี่พึมพำ
หานลี่มองยังเหล่ายอดยุทธที่พุ่งทะยานเข้าเก็บบางสิ่งที่พื้น บ้างก็เข้าไปในถ้ำแลเร่งออกมา
บ้างก็เข้าไปในป่า บ้างก็รื้อเศษซากของวิหารเก่าแก่
" นี่คงเป็การค้นหาโชคชะตาสินะ " หานลี่พึมพำ
" ลองไปดูเผื่อจะได้บางสิ่ง " หานลี่พึมพำ แลทะยานร่างพุ่งเข้าไปในเขตป่าอย่างรวดเร็ว
หานลี่เข้ามาในป่า สองตากวาดมองทั่ว " มิน่าไว้ใจ " หานลี่พึมพำ
สองตาของเขามองอย่างระวัง " น่าจะมีอาวุธใช้เหมือนคนอื่น " หานลี่พึมพำ
" จริงสิ ยังมีพลองสีดำแบบที่ให้กับมู่หยงเจี่ยอยู่นี่ " หานลี่พึมพำ
หานลี่เพ่งสมาธิไปยังแหวนมิติแลเรียกพลองสีดำออกมา
" หมับ " สองมือของเขาคว้าจับที่พลองสีดำ
" อะไรกัน " หานลี่พลันเบิกตากว้าง เมื่อมีอักษรปรากฎในหัวสมอง
" แปดอัสนียาตรา " หานลี่พึมพำ
" แปดอัสนียาตรา มีแปดกระบวนท่าสังหาร แต่ละกระบวนท่านั้นเปี่ยมไปด้วยพลานุภาพ "
" ผู้ฝึกฝนจำต้องอยู่ที่ขั้นสรรสร้างจึงจะสามารถฝึกฝนได้ "
" ข้ายังมิมีแม้นกระทั่งขั้นฝึก คงมิอาจจะใช้ได้ " หานลี่พึมพำ
" เช่นนั้นกล้วคงต้องใช้ขวานผ่าฟืนเสียแล้ว " หานลี่พึมพำ
หานลี่เก็บพลองสีดำลงไป แลเรียกขวานผ่าฟืนออกมา
" วิ้ง " ขวานผ่าฟืนเปล่งแสงแวววาว ทั้งยังปลดปล่อยจิตสังหารออก
" นี่มันอะไรกัน " หานลี่พึมพำ
เขาเพ่งสมาธิไปในแหวนมิติเพื่อตรวจดูสมบัติล้ำค่าที่เหล่ายอดยุทธว่า
สองตาของเขาพลันเบิกโพลง เมื่อทุกอย่างที่เคยผ่านมือของเขาต่างเปล่งแสงเรื่อเรือง
" นี่มันบ้าไปแล้ว " หานลี่พึมพำ
" มิน่าเล่า คนทั้งสำนักจื่อเสียนจึงมุ่งหน้ามาซื้อตุ๊กตากระเบื้อง แลงานแกะสลัก " หานลี่พึมพำ
" เพราะมันเป็สมบัติล้ำค่านี่เอง " หานลี่พึมพำ
" เช่นนี้ข้าก็ขาดทุนมากมายสิ " หานลี่พึมพำ
" น่าเจ็บใจยิ่งนัก " หานลี่พึมพำ
" โฮกกก " พลันเสียงหนึ่งดังขึ้น ปลุกชายหนุ่มให้ตื่นจากภวังค์
สองตาคมมองจ้องยังพยัคฆ์ขาวที่เดินเข้าหาอย่างเชื่องช้า สองตาสีชาดของมันมองจ้องยังชายหนุ่ม
ที่ปากของมันปรากฎคราบโลหิตมนุษย์สีแดงฉานติดอยู่ทั่วปาก
" หากอยากกินข้า คงมิง่ายเช่นนั้นดอก " หานลี่พึมพำ
" โฮกกก " พยัคฆ์ขาวโจนทะยานกางกรงเล็บแหลมคมออก
หานลี่เหยียดร่างถอยพลางเหวี่ยงขวานผ่าฟืนออกสุดแรง
" ฝึด " คลื่นปราณพุ่งทะยานเข้าหาพยัคฆ์ขาวอย่างรวดเร็ว
" แคว่ก " ราวกับฉีกกระดาษ ร่างของพยัคฆ์ขาวถูกผ่าออกเป็สองซีก สิ้นใจอนาถ
" ฮ่า ฮ่า ฮ่า " หานลี่ะเิเสียงหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง
" แก่นอสูร เืของมันแลเนื้อ " หานลี่เร่งทะยานร่างเข้าเก็บซากของพยัคฆ์ขาวอย่างรวดเร็ว