บทที่ 49
นทีตื่นนอนขึ้นมาด้วยความรู้สึกที่เหนื่อยล้าเป็นอย่างมาก แต่เขาก็ฟื้นฟูร่างกายกลับด้วยพลังปราณที่ไม่ได้ใช้มานาน ของวิเศษต่างๆที่ได้รับจากลุ่มเทพ เขาก็ได้รับเป็นอย่างเดิมๆ แต่มันก็ไม่ได้สละสำคัญอะไรมากนัก นานๆทีจะทีหนึ่ง และนิ้วของเขาก็เร็วสู้เจ้าแห่งความเร็วไม่ได้อยู่ เขาเองก็มีแผนที่คิดไว้ว่าจะต้องทำความรู้จักกับเทพองค์นี้ให้ได้ เพื่อผลประโยชน์ และสามารถแลกเปลี่ยนของที่เขาต้องการจริงๆ ธุรกิจแอปพลิเคชั่นของนทีมันกำลังไปได้ดี เริ่มที่จะอยู่ได้ด้วยตัวของมันเอง กิจกรรมต่างๆที่เป็นลูกเล่นของแอปพลิเคชั่น มันสามารถสร้างผลกำไรให้กับเขาต่อเนื่องโดยเฉลี่ยวันละ 5-6 ล้านบาทเลยทีเดียว นทีตัดสินใจที่จะตั้งการโอนเงินล่วงหน้าทุกๆสิ้นเดือนให้กับครอบครัว เดือนละ 10 ล้านบาท และเขายังมีแผนจะทำธุรกิจใหม่ๆออกมาเร็วๆนี้อีกด้วย ธุระส่วนตัวของเขายังคงดำเนินต่อไปอย่างเดิม ไม่ได้มีอะไรพิเศษมากนัก วันนี้เป็นวันจันทร์ที่เขาจะมีเรียนที่มหาวิทยาลัยในช่วงสายๆ นทีต้องรีบเดินทางแล้วในตอนนี้ไม่อย่างนั้นเขาก็จะสาย เขาแวะชื้อแซนวิชก่อนจะไปเข้าเรียน“ทีทางนี้เลย” เพื่อนร่วมกลุ่มเรียกเขาเพื่อจะเตรียมตัวนำเสนองาน นทีค่อยๆมานั่งร่วมกับกลุ่ม“หวัดดีพวก!! เมื่อวานเล่นเอาตกอกตกใจหมดเลย ไม่คิดว่ามาจะมีอิทธิพลใหญ่โตอย่างนั้น” แน่นอนนั้นเป็นเสียงของ“หวัดดี” นทีตอบกลับออกไปอย่างเรียบง่าย ก่อนจะเดินเข้าไปนั่งยังที่ประจำของตัวเอง โดนไม่ได้พูดถึงเหตุการณ์เมื่อวาน“นายดูเหนื่อยๆนะ หรือว่า..เมื่อคืนนายจะเที่ยวสาวมา..โอ้เพื่อนนายสุดยอดมากเลย นายนี่มันไอดอลของเหล่าชายไทยทั้งประเทศจริงๆ” วิทย์กล่าวออกมาแบบไม่ได้มองหน้าของนทีเลยสักนิด เขาพยายามพูดออกมาให้เสียงดังๆพอให้น้ำเพื่อนสาวได้ยินเพียงเท่านั้น น้ำที่อาการดูอาการลุกลี้ลุกลนก็หันมามองที่นที แต่สายตาของเจ้ากรรมนายเวรดันเข้ามาซบตากับนทีอย่างจัง ทำให้เธอหน้าแดงราวกับเนื้อของลูกแตงโม“น้ำเธอไม่สบายเหรอ ไปหาหมอที่ห้องพยาบาลก่อนมั้ย” ประโยคหนังละครลิเกที่เห็นกันอยู่ทั่วไป สำหรับหนุ่มน้อยไร้เดียงสาก็ดังขึ้นมา แน่นอนว่าเรื่องความรัก นทีนั้นเซียนพอจะรู้ว่าอะไรเป็นอะไร แต่มันต้องใช้ในตอนนี้สำหรับความรัก เขาจะต้องปฏิเสธอย่างอ้อมก่อน “เปล่านะ ฉันก็แค่...ก็แค่”“แค่เขินใช่ป่าวเอย ฮ่าๆ” เสียงของวิทย์ที่ดังมาขัดทุกสิ่งทุกอย่าง“ไอ่บ้าวิทย์ ฉันแค่ร้อนเว้ย อุ๊ฟ...เพื่อนวิทย์ที่น่ารัก ตัวของฉันก็แค่ร้อนเพียงเท่านั้น สงสัยแอร์ที่นี้คงเสียไปสักตัวสองตัวแหละมั้ง มันจึงทำให้ฉันหน้าแดงขึ้นมา”เธอพูดออกไปอย่างลืมตัว วิทย์ น้ำ และฟ้าเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่ประถมแล้ว พวกเขารู้จักนิสัยของกันและกันดี ผิดกับนทีที่พึ่งจะเข้ากลุ่มมา เพื่อนในกลุ่มต่างก็รู้ว่าน้ำชอบนทีเอามากๆ และยิ่งตอนนี้เธอได้รับไฟเขียวจากปู่ของเธอแล้ว เธอต้องเริ่มรุกให้หนักบ้าง แต่ดูเหมือนว่ามันจะเป็นอะไรอยากแกล้งของเพื่อนชายคนนี้มากกว่า ฟ้าเองก็นั่งหัวเราะอยู่ข้างๆของน้ำเหมือนกัน เธอกลั้นขำเอาไว้แทบจะไม่ไหว นทีที่รู้สถานการณ์จึงพูดออกหน้าให้น้ำดูไม่เขินหนักไปกว่านี้“แอร์ไม่ได้เสียหรอก ฉันว่าเธอคงจะเขินในความหล่อของฉัน ฉันเข้าใจดี คนหน้าตาดีก็ลำบากอย่างนี้แหละนะ” นทีกล่าวออกมาอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว บรรยากาศของคนรอบข้าง‘ไอ่บ้านี้มันก็หลงตัวเองเหมือนกันนะ...เอิ่ม’ ทุกคนคิดไปอย่างนั้นสุดท้ายก็หัวเราะกลบเกลื่อนกันไป การเรียนในวันนี้ก็ไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษ นอกจากนั้นคงจะเป็นการทำทดสอบที่ไม่รู้ล่วงหน้าเพียงเท่านั้น นทีก็ใช้สูตรลอกเพื่อนๆเหมือนอย่างเคย ตัวของนทีก็ไม่ได้เก่งไปซะทุกด้าน ยิ่งวิชาที่ไม่ชอบแล้ว ยิ่งแล้วใหญ่ เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้นในตอนเที่ยงกว่าๆ เขากะว่าจะกลับไปพักผ่อนที่คอนโด เพราะร่างกายของเขาจะพังเอาได้หากไม่ได้พักผ่อนที่เพียงจากการใช่ร่างนี้ไปนั้นไปนี้ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ด้วยความรีบไปหน่อย เขาขับรถเร็วมาก จนลืมว่าตัวเองได้ฝ่าด่านตรวจของตำรวจไปแล้ว “รถคันนั้น กล้ามากที่ฝ่าด่านของฉัน ตามมันไป!!” เสียงของผู้กองสาวที่อยู่ในรถเอ่ยกับลูกน้องของเธอ“ครับผู้กอง” เหล่าลูกน้องของเธอขึ้นรถมอเตอร์ไซค์ซีซีเครื่องที่สูง มันสามารถทำให้ไล่ตามคนร้ายได้ทัน พวกเขาขับเข้าไปไล่จี้รถของนที ผู้กองสาวเองก็เปิดวอรถเก่งตำรวจมาแต่ไกล“รถคันนั้นหยุดเดียวนี้!!” ผู้กองสาวประกาศออกทางเครื่องขยายเสียงที่ติดมากับรถ นทีเองก็ได้ยิน แต่เขาไม่ได้คิดเลยว่ามันจะเป็นรถของเขา ทำให้เขาไม่สนใจและขับออกไปต่อ“ขอกำลังเสริม รถเก่ง สี....ทะเบียน.ชม.... มีพฤติกรรมที่น่าสงสัย จะทำการล้อมจับ ย้ำ กำลังทำการล้อมจับ” เธอพูดแล้วเร่งเครื่องแซงรถของนทีไปทางด้านหน้า แล้วก็หักปาดเข้าไปขวางรถของนทีไว้เฮ้ย!!! นทีร้องออกมาดังลั่นรถ พร้อมกับเหยียบเบรกอย่างกะทันหัน เอี้ย!!!!!!!! เสียงล้อรถทะไหลไปตามถนนเสียงดังเป็นทั่วบริเวณ ผู้กองสาวเปิดประตูลงจากรถ ชี้ปืนไปทางรถของนทีทันที นทีเบรกรถแต่มันเบรกยังไงก็ไม่ทันแล้ว เบรกยังไงก็ชน รถของนทีชนกับรถของผู้กองสาว ตู้ม!! มันเหมือนเป็นการชนที่แรงแต่จริงๆแล้วมันก็แค่สะกิดนิดหน่อย แอร์แบล็กของรถทำงานด้วยตัวของมันเอง ผู้กองสาวไม่ได้สนใจอะไรทั้งนั้น เดินเข้าไปหานที พร้อมกับลากตัวของเขาลงมาจากรถ และใส่กุญแจมือ“ฉันขอแจ้งข้อหานาย หนึ่ง ฝ่าฝืนกฎจราจร สอง ฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าหน้าที่ สาม ทำของราชการให้เกิดความเสียหาย....” ผู้กองสาวกล่าวออกมา“เดี๋ยวๆ ผมไปทำอะไรอย่างนั้นมันตอนไหน!!”“ไม่ต้องพูดมาก ...จ่านำตัวผู้ชายคนนี้ไปที่ สน.” เธอหันมาสั่งลูกน้องของเธอก่อนจะโทรรายงานสถานการณ์ในตอนนี้ แต่เธอก็ไม่ได้พูดมากไปกว่านั้น จู่ๆก็มีรถสีดำหลายคันขวางพวกตำรวจทั้งด้านหน้า และด้านหลังพวกเขาทุกคนต่างก็ใส่ชุดสูทสีดำ ตรงปกเสื้อมีสัญลักษณ์สามเหลี่ยมสองอันสีเงินทับซ้อนกันอยู่ พวกเขาเปิดประตูรถลงมาพร้อมกับนำอาวุธปืนชี้มาทางที่พวกตำรวจ ก่อนที่ตัวหัวหน้าจะเดินลงมาอย่างเท่ห์ และพูดขึ้นว่า“จงหยุดการกระทำของคุณซะ สาวน้อย”