สิ้นคำทักทายอันยียวนของมทินา ชายชราตาบอดเพียงแค่นหัวเราะในลำคอ
"เจ้าคิดว่า ข้าจะคิดถึงคนที่กักขังข้าไว้ในที่อัปยศเช่นนี้รึ... ธิดาศักดิ์สิทธิ์?" เจี้ยนซินตอบกลับ น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความขมขื่น
มทินาเดินเข้ามาใกล้ขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มเย็นชาแต่ดวงตากลับทอประกายแปลกประหลาด นางเอนกายพิงผนังถ้ำอย่างเชิญชวน ท่าทางที่ขัดแย้งกับชุดนักบุญอันบริสุทธิ์อย่างสิ้นเชิง
"..อืม สำหรับข้า ถ้าข้าคิดถึงใครสักคนที่ทำร้ายข้าไว้น่ะหรือ... ข้าคงจะจับมันมาทรมานให้สาสม" นางหัวเราะคิกคัก
"และถ้าข้าเป็นท่าน ที่ถูกสตรี... งดงาม... เช่นนั้นขังล่ะก็" นางเน้นคำว่า 'งดงาม' พลางปรายตามองเจี้ยนซิน
"ข้าก็คงจับนางมาทำเมียเสียให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย"
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่นางแสดงท่าทีและวาจาสองแง่สองง่ามเช่นนี้ เจี้ยนซินถอนหายใจอย่างระอา
"ธิดาศักดิ์สิทธิ์ โปรดรักษาเกียรติและชื่อเสียงของท่านด้วยเถิด" เขากล่าวเสียงเรียบ
"ข้าเป็นเพียงคนพิการตาบอด จะมีปัญญาไปทำอะไรใครที่ไหนได้"
"ข้ากินข้าวมิใช่หญ้านะ เจี้ยนซิน!" มทินาเปลี่ยนท่าทีทันควัน น้ำเสียงแฝงความหงุดหงิด
"ไอ้ความพิการของท่านน่ะ มันเสแสร้งทั้งเพ! คนที่แข็งแกร่งอย่างท่านน่ะรึ ข้าจะสามารถกักขังไว้ได้ง่ายๆ!" นางบ่นอุบอิบคล้ายน้อยใจ แต่แล้วสีหน้าก็พลันเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมา
"ข้ามาที่นี่วันนี้ มีเรื่องสำคัญจะแจ้งให้ทราบ"นางเว้นช่วง มองปฏิกิริยาของชายชรา
"ตระกูลไท่กำลังตกต่ำลงเรื่อยๆ นับตั้งแต่ท่านนำ 'กระบี่เซวียนหยวน' ออกมาซ่อนไว้ อีกไม่นาน พวกเขาก็คงไม่อาจรักษาตำแหน่งในหมู่ตระกูลราชันย์ไว้ได้อีกต่อไป"นางก้าวเข้ามาอีกนิด
"ไม่ว่าจะเป็นคนในตระกูลไท่เองที่ต้องการกระบี่คืน หรือศัตรูเก่าแก่ของพวกเขาที่ต้องการมันเพื่อทำลายล้างตระกูลไท่ให้สิ้นซาก พวกมันต้องออกตามล่าท่านอย่างสุดหล้าฟ้าเขียวแน่ ท่านจะกบดานอยู่ในสภาพนี้ได้อีกนานเท่าไร?"
"มีหรือที่ข้าจะไม่อยากออกไป!" เจี้ยนซินตวาดกลับ เสียงเต็มไปด้วยความโกรธแค้นที่สะสมมานาน
"ข้านั่งนับวันรอ วันที่ข้าจะได้กลับไปล้างแค้นพวกมัน! วันที่ข้าจะไปทวงทุกสิ่งคืนมาอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน!" ความทรงจำอันเจ็บปวดในอดีตย้อนกลับมา... วันที่เขาถูกลอบโจมตีอย่างหนัก เขาแสร้งทำเป็นตาย หลบซ่อนตัว รอเวลาให้ศัตรูตายใจ แต่เมื่อเขากลับไปยังสถานที่ที่นัดหมายไว้กับนาง...สตรีอันเป็นที่รัก... เขากลับเห็นนางยืนอยู่เคียงข้าง คิมสัน พี่น้องร่วมสาบานของเขาเอง! หัวใจเขาแตกสลาย แต่ความหวาดระแวงก็มีมากกว่า เขากลัวว่านั่นคือกับดัก กลัวว่าศัตรูจะใช้นางเป็นเหยื่อล่อ เขาไม่มั่นใจเลยว่าจะสามารถปกป้องนาง หรือมอบชีวิตที่ดีให้นางได้ในสภาพที่ตนเองต้องหลบหนี สุดท้าย... เขาจึงเลือกที่จะจากมาเงียบๆ
"หึ... ข้าคงตอบในสิ่งที่เจ้าอยากรู้ไปแล้วกระมัง" เจี้ยนซินหันหน้ามาทางต้นเสียงของมทินา แม้จะมองไม่เห็น แต่เขาก็รู้ว่านางไม่ได้ต้องการคำตอบเรื่องแผนการแก้แค้น แต่นางกำลังหยั่งเชิงถึง 'กระบี่' และ 'พลัง' ของเขาต่างหาก
"อีกนานหรือไม่?" มทินาถามกลับด้วยสีหน้าจริงจัง คำถามสั้นๆ แต่มีความหมายลึกซึ้ง
เจี้ยนซินไม่ตอบ เพียงแค่ยิ้มบางๆ ที่มุมปาก รอยยิ้มที่มทินาอ่านไม่ออก
"ชิ!" มทินาสบถอย่างหัวเสีย นางเกลียดท่าทีรู้ทันของเขาที่สุด นางตัดสินใจก้าวเข้าไป หมายจะใช้พลังตรวจสอบชีพจรและความแข็งแกร่งที่แท้จริงของเขา
"หยุด!" เสียงของเจี้ยนซินพลันเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบและกดดัน
"ถ้าเจ้าก้าวเข้ามาอีกเพียงก้าวเดียว ข้าจะทำให้คำพูดพล่อยๆ ของเจ้าเมื่อครู่นี้...เป็นความจริง!"
มทินาชะงักกึก เท้าที่กำลังจะก้าวหยุดค้างกลางอากาศ นางรู้สึกได้ถึงจิตสังหารจางๆ ที่แผ่ออกมาจากร่างที่ดูพิการนั้น ทำให้นางต้องรีบถอยหลังกลับไปสองก้าวอย่างรวดเร็วด้วยสัญชาตญาณ ก่อนจะฝืนหยุดตัวเองไว้ด้วยความเสียหน้า
"ข้าก็นึกว่าข้าออกจะโรคจิตแล้วนะ แต่เทียบกับท่านไม่ได้เลยจริงๆ!" นางแค่นเสียงอย่างไม่สบอารมณ์
"คนบ้าอะไร อยู่ดีไม่ว่าดี ทำให้ตัวเองดูพิการปวกเปียกเช่นนี้!" นางสะบัดหน้าแล้วหันหลังเดินกลับออกไปจากโพรงถ้ำอย่างรวดเร็ว
"รู้หรือไม่... หน้าเจ้าตอนบูดบึ้งน่ะ ดูดีกว่าหน้าปกติที่เสแสร้งของเจ้ายิ่งนัก" เสียงเรียบๆ ของเจี้ยนซินดังตามหลังมา
กรอดดด!! มทินากัดฟันแน่นจนได้ยินเสียงดัง ก่อนจะเร่งฝีเท้าจากไปโดยไม่หันกลับมามองอีก
หลังจากที่ท่านอาจารย์ (เจี้ยนซิน) ส่งตัวออกมา ไท่เซวียนก็รีบหาทางออกจากส่วนลึกของเหมืองทันที เขาเดินตามทางที่พอจะจำได้ไม่นาน ก็ออกมาถึงบริเวณที่มีแสงสว่างมากขึ้น และด้วยคำชี้แนะบางอย่างที่ท่านอาจารย์อาจจะใส่ไว้ในหัวเขาตอนส่งตัวออกมา หรืออาจจะเป็นโชคชะตา เขาก็พบเข้ากับสายแร่สีเงินที่ส่องประกายระยิบระยับตัดกับผนังหินสีเข้มอย่างชัดเจน!
"เจอแล้ว! แร่เงิน!" ไท่เซวียนร้องออกมาอย่างดีใจ ไม่เพียงเท่านั้น ข้างๆ สายแร่เงิน เขายังเห็นสายแร่สีทองปนอยู่ด้วยจำนวนไม่น้อย!
"แร่ทอง! ที่นี่มีแร่ทองด้วยรึเนี่ย!?" นี่มันยิ่งกว่าโชคดีเสียอีก!
เขารีบลงมือขุดอย่างไม่รอช้า ด้วยที่ขุดชั้นดีและพละกำลังที่มากกว่าคนธรรมดา เขาใช้เวลาขุดอย่างขะมักเขม้นราวครึ่งค่อนวัน ก็ได้แร่เงินและแร่ทองมาจำนวนมากเกินกว่าที่แฮงก์สั่งไว้เสียอีก
'เท่านี้คงพอชดใช้ให้ท่านแฮงก์ได้แล้ว แถมยังเหลือเก็บไว้อีกเพียบ' เขาคิดอย่างพอใจ 'ต้องรีบกลับไปหาท่านแฮงก์ดีกว่า'
ไท่เซวียนเดินออกจากเหมืองด้วยอารมณ์ที่สดใสขึ้น เขากำลังมุ่งหน้ากลับไปยังทางเข้าป่า แต่ขณะที่เดินเลี้ยวโค้งไปตามทางเดินดินแคบๆ นั้นเอง...
ปึ้ก!
ร่างบางในชุดเดินทางทะมัดทะแมงคนหนึ่งก็วิ่งสวนมาชนเข้ากับร่างเขาอย่างจัง! แรงปะทะทำให้ไท่เซวียนที่ไม่ทันตั้งตัวถึงกับเซถลากระเด็นไปอีกฝั่ง
"โอ๊ย! เดินยังไงของเจ้าเนี่ย!" ความเจ็บและแรงกระแทกทำให้ไท่เซวียนลืมตัว ตวาดออกไปด้วยความโมโหตามสัญชาตญาณของอดีตองค์ชายผู้เอาแต่ใจ ลืมสิ้นซึ่งสถานะสามัญชนที่ถูกเนรเทศมา
"ข้าขอโทษ!" เสียงเล็กใสนั้นเอ่ยขอโทษอย่างรวดเร็ว แต่ดูเหมือนจะรีบร้อนจนไม่ได้สนใจเขามากนัก ร่างบางนั้นเพียงแค่ก้มหัวขอโทษแล้วทำท่าจะวิ่งต่อไป
"เดี๋ยวสิ! กล้าชนองค์ชายผู้นี้แล้วจะหนีรึ!" ไท่เซวียนยังคงไม่พอใจ ตะโกนเสียงดังตามสัญชาตญาณเดิม
ร่างบางนั้นชะงัก หันกลับมามองเขา ดวงตาสีฟ้าใสภายใต้ผ้าพันคอผืนใหญ่ที่ปิดบังใบหน้าเกือบครึ่ง หรี่ตามองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า แววตาฉายความดูแคลนชัดเจน ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ
"ข้าขอโทษแล้ว ท่านก็ไม่ได้บาดเจ็บอะไรนี่ ข้ากำลังรีบ" ว่าแล้วนางก็หันหลังเตรียมจะจากไปอีกครั้ง
"หนอยแน่ะ! บังอาจนัก!" ความไม่พอใจพุ่งขึ้นถึงขีดสุด ไท่เซวียนพุ่งเข้าไปหมายจะกระชากแขนเสื้อของนางไว้ แต่ด้วยความรีบร้อนและอีกฝ่ายขยับตัวหลบ มือของเขาจึงคว้าได้เพียงผ้าพันคอผืนใหญ่ที่นางใช้คลุมหน้าไว้เท่านั้น!
พรึ่บ!
ผ้าพันคอหลุดติดมือเขามา เผยให้เห็นใบหน้างดงามหมดจดใต้ผ้านั้นอย่างชัดเจน!
ไท่เซวียนถึงกับยืนนิ่ง อึ้งตะลึงไปชั่วขณะ ใบหน้านั้น... งดงามราวภาพวาด แต่แล้ว... จู่ๆ ภาพใบหน้าของหญิงสาวผู้งดงามราวเทพธิดาในชุดสีทองอร่ามที่เขาเคยเห็นในความฝัน ก็ซ้อนทับขึ้นมาบนใบหน้าของนางตรงหน้า! แม้ภาพนั้นจะไม่ชัดเจน แต่ความรู้สึกศักดิ์สิทธิ์และน่าหวั่นเกรงนั้นยังติดตาอย่างชัดเจนทำให้เขาตัวสั่น!
"เหวออ!" ไท่เซวียนร้องออกมาด้วยความตื่นตระหนกตกใจสุดขีด เขาก้าวถอยหลังอย่างไม่รู้ตัว สะดุดรากไม้ ลื่นล้มลงไปกองกับพื้น!
ณิชาที่กำลังจะหันมาตอบโต้อีกฝ่าย เพราะถูกกระชากผ้าพันคอและแตะต้องตัว ก็ถึงกับชะงักเมื่อเห็นท่าทางตื่นกลัวจนล้มลุกคลุกคลานของชายหนุ่มตรงหน้า
'อะไรของเขากัน? แค่นี้ถึงกับกลัวจนล้มเลยรึ?' นางขมวดคิ้ว
'ท่าทางหวาดกลัว กับอาการเอาแต่ใจเมื่อกี้... เหมือนพวกคุณชายเจ็ดไม่มีผิด!' ความรู้สึกรังเกียจแล่นวาบขึ้นมา
'แถมเมื่อกี้ยังเผลอพูดจาเหมือนตัวเองเป็นองค์ชายอีก น่าขยะแขยงชะมัด!'
นางเหลือบมองชายหนุ่มที่ยังคงนั่งตัวสั่น มองมาทางนางด้วยแววตาตื่นตระหนกหวาดกลัว
"ข้าละเกลียดจริงๆ พวกคนไม่เอาไหน!" ณิชาพึมพำอย่างรังเกียจ ก่อนจะหันหลังเดินจากไปอย่างไม่ไยดี ลืมสนิทเรื่องผ้าพันคอที่ตกอยู่ในมือของไท่เซวียนไปเสียแล้ว...
ณิชาเร่งฝีเท้าออกจากบริเวณนั้นอย่างรวดเร็ว พยายามสลัดความรู้สึกขยะแขยงและความหงุดหงิดจากเหตุการณ์เมื่อครู่ออกไป นางมุ่งหน้าไปยังทางออกจากย่านชุมชนเล็กๆ แห่งนี้ ตั้งใจจะกลับเข้าสู่เส้นทางหลักเพื่อมุ่งไปยังป่าไร้ตะวันโดยเร็วที่สุด อย่างน้อยตอนนี้ก็ไม่มีใครตามนางมาแล้ว...แต่ความคิดนั้นก็ต้องหยุดชะงัก เมื่อนางเดินมาถึงบริเวณใกล้ทางแยกที่จะออกสู่ถนนใหญ่...
"นั่น! เจอนางแล้วครับ! เจอณิชาแล้วครับ คุณชายเจ็ด! นางอยู่ที่นี่จริงๆ ด้วย!"
เสียงตะโกนดังลั่นมาจากกลุ่มคนที่อยู่ไม่ไกลข้างหน้า! มีทั้งทหารในเครื่องแบบตระกูลวรกุล และที่สำคัญคือ ร่างที่คุ้นตาของ คุณชายเจ็ด วรัต ยืนอยู่ตรงนั้นด้วยท่าทางดีใจอย่างเห็นได้ชัด!
'แย่แล้ว!' ณิชาใจหายวาบ พวกมันตามมาถึงนี่ได้อย่างไร!? นางรีบยกมือขึ้นกุมบริเวณลำคอตามสัญชาตญาณเพื่อดึงผ้าพันคอขึ้นปิดหน้า... แต่กลับพบเพียงความว่างเปล่า!
'ผ้าพันคอ!' นางนึกขึ้นได้ทันที 'ไอ้คนไม่เอาไหนนั่น! ตอนที่มันกระชากเรา... ผ้าพันคอมันหลุดติดมือมันไป!'
บัดนี้ ใบหน้างดงามอันเป็นต้นเหตุของปัญหามากมายของนาง ได้เปิดเผยสู่สายตาของทุกคนที่อยู่ ณ บริเวณนั้นอย่างชัดเจน! กลุ่มคนของตระกูลวรกุล รวมทั้งชาวบ้านบางส่วนที่เริ่มมุงดู ต่างจับจ้องมาที่นางเป็นตาเดียว!
"เคราะห์ซ้ำกรรมซัด จริงๆ!" ณิชาสบถในใจอย่างหัวเสียที่สุด ความผิดพลาดเล็กน้อยจากการปะทะกับชายท่าทางไม่ได้เรื่องคนนั้น กำลังจะนำหายนะครั้งใหญ่มาให้! นางพยายามตั้งสติ ประเมินสถานการณ์เบื้องหน้าอย่างรวดเร็ว
แต่ในขณะที่ณิชากำลังรู้สึกหัวเสียและกังวลอยู่นั้น...
‘หึ... น่าสนใจ’ เสียงของ 'นิชา' ดังขึ้นในห้วงความคิด พร้อมกับรอยยิ้มเย็นๆ ที่ปรากฏขึ้นในใจ
‘แรงกดดันไม่เลวเลยนี่... ข้าสัมผัสได้ถึงพลังของจอมเวทย์ทวิลักษณ์อย่างน้อยสอง... ไม่สิ สามคนที่ปะปนอยู่ในกลุ่มนั้น ดูเหมือนตระกูลวรกุลจะไม่ได้ส่งแค่พวกมดปลวกมาตามหาเจ้าแล้วสินะ’
ความรู้สึกตื่นเต้นระคนกระหายในการต่อสู้ของ 'นิชา' ช่างแตกต่างกับความตึงเครียดและกังวลของณิชาโดยสิ้นเชิง! สถานการณ์คับขันนี้กำลังจะเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง!