ราชันย์สิบโลก

ตอนที่ 201 เหนือความคาดหมาย

พร้อมกับระเบิดพลังระดับมหาเทพออกมาเช่นเดียวกับองค์ราชันย์ฟางหรง

        “ที่แท้เจ้าเองก็ก้าวข้ามระดับพระเจ้าได้แล้วนี่เอง”

        ราชันย์ฟางหรงพึมพำราชันย์จุ้ยเสอพุ่งทะยานเข้าหาราชันย์ฟางหรงอย่างรวดเร็วทั้งสองคนปะทะกันพลังของทั้งคู่ทำให้โลกของราชันย์จุ้ยเสอสั่นสะเทือนพวกเขาทั้งคู่จึงทะยานออกไปสู้กันนอกโลกแทน เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายกับดาวดวงนี้

        การต่อสู้ของทั้งคู่สั่นสะเทือนไปทั่วจักรวาลที่หนึ่งความรุนแรงของของการต่อสู้ระดับมหาเทพนั้นทำให้ทั่วทั้งจักรวาลที่หนึ่งนั้นหวาดกลัวเป็นอย่างยิ่ง

        ทุกคนต่างจ้องไปยังการต่อสู้ของทั้งคู่ยิ่งต่อสู้นาน ราชันย์ฟางหรงยิ่งแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น ส่วนราชันย์จุ้ยเสอนั้นเริ่มเพลี่ยงพล้ำให้กับราชันย์ฟางหรง  ตั้งแต่ราชันย์ฟางหรง ทะลวงผ่านขั้นพระเจ้าขึ้นสู่ขั้นมหาเทพเขายังไม่เคยได้ต่อสู้อย่างจริง ๆ จัง ๆ เลยแม้แต่ครั้งเดียว  ดังนั้นการต่อสู้ครั้งนี้จึงปลุกพลังของราชันย์ฟางหรงให้แข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม

        การต่อสู้ราชันย์ฟางหรงเริ่มได้เปรียบราชันย์จุ้ยเสอมากยิ่งขึ้นราชันย์จุ้ยเสอเริ่มได้รับบาดเจ็บ พลังปราณของราชันย์จุ้ยเสอเริ่มลดลงอย่างต่อเนื่อง

        ราชันย์จุ้ยเสอหลอมรวมพลังแห่งธาตุมันกัดเผาไหม้ทุกอย่างที่อยู่รอบ ๆตัวของราชันย์จุ้ยเสอให้กลายเป็นพลังงานหลอมรวมไว้ที่ทวนของราชันย์จุ้ยเสอราชันย์จุ้ยเสอกวัดแกว่งทวนไปมา พลังแห่งธาตุไฟยิ่งทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น

        ราชันย์ฟางหรงเห็นดังนั้นพลันเรียกอาวุธของเขาออกมาจากแหวนมิติในทันทีอาวุธที่ราชันย์ฟางหรงเรียกออกมากลับเป็นขวานคู่ ขวานคู่นี้ราชันย์ฟางหรงได้รับมาจากเฟิ่งหยูซึ่งเป็นอาวุธระดับตำนาน ซึ่งมันเองก็เป็นอาวุธอีกชิ้นหนึ่งที่สามารถเติบโตได้เช่นเดียวกันกับดาบราชันย์ของเฟิ่งหยู

        ราชันย์ฟางหรงหลอมรวมพลังฟ้าดินและพลังต้นกำเนิดจากโลกที่อยู่บริเวณโดยรอบพร้อมกับส่งพลังทั้งหมดไปยังขวานคู่ของเขา  เพื่อเตรียมพร้อมรับมือราชันย์จุ้ยเสอ

        ราชันย์จุ้ยเสอพุ่งหอกออกมาปราณหอกจำนวนมาก พุ่งเข้าโจมตีราชันย์ฟางหรงด้วยความรุนแรง

        “ของแค่นี้ คิดหรือว่าจะทำให้ข้าบาดเจ็บได้”

         ราชันย์ฟางหรง ฟาดฟันขวานคู่ออกไป ปราณของขวานคู่ทะยานเข้าปะทะปราณหอกของราชันย์จุ้ยเสอจนแหลกละเอียดเพียงเท่านั้นยังไม่พอ ปราณขวานคู่ของราชันย์ฟางหรงยังทะลวงผ่านปราณหอกของราชันย์จุ้ยเสอไปอย่างง่ายดายปราณขวาคู่ตัดผ่านขาของราชันย์จุ้ยเสอ โดยที่ราชันย์จุ้ยเสอไม่ทันได้หลบแม้แต่น้อย

        “อ๊ากกก”เสียงร้องของราชันย์จุ้ยเสอดังไปทั่วทั้งจักรวาลที่หนึ่ง เขาพลันสติเลื่อนลอย ราชันย์จุ้ยเสอใกล้จะแพ้ให้กับราชันย์ฟางหรง ราชันย์ฟางหรงพุ่งทะยานเข้าหาราชันย์จุ้ยเสอด้วยความรวดเร็วเขาใกล้จะสังหารราชันย์จุ้ยเสอได้แล้ว แต่ทันใดนั้นเสียงหนึ่งดังขึ้นข้าง ๆหูของราชันย์จุ้ยเสอ

        “เจ้าต้องการพลังเจ้าต้องการความแข็งแกร่งมากกว่านี้หรือไม่”

        ราชันย์จุ้ยเสอแทบไม่ต้องคิดเขาตอบกลับไปอย่างรวดเร็ว

        “ข้าต้องการพลังข้าต้องการความแข็งแกร่ง หากเจ้าสามารถมอบให้ข้าได้ ข้ายอมเป็นทาสรับใช้เจ้า”

        “ฮ่า ฮ่า ฮ่าเช่นนั้นก็ดี ข้าจะมอบสิ่งที่เจ้าต้องการให้ เจ้าอย่าลืมสิ่งที่เจ้าพูดเด็ดขาดมิเช่นนั้นข้าจะทำให้เจ้าทรมานยิ่งกว่าตายเสียอีก ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

        “ข้ายอมทำตามที่ท่านสั่งทุกอย่างขอเพียงให้ข้ามีพลังที่แข็งแกร่งสามารถกำจัดศัตรูตรงหน้าของข้าทั้งหมดได้แม้ต้องตายข้าเองก็ไม่เสียดาย” ราชันย์จุ้ยเสอกล่าว

        ทันใดนั้นกลุ่มก้อนสีดำก้อนหนึ่งพลันพุ่งเข้าสู่ระหว่างคิ้วของราชันย์จุ้ยเสออย่างรวดเร็วราชันย์จุ้ยเสอเจ็บปวดรวดร้าวราวกับร่างกายจะปริแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ

            “ฮ่า ฮ่า ฮ่า แค่ขยับตัว เจ้ายังทำไม่ได้ แล้วเจ้าจะเอาอะไรมาสู้กับพวกข้า”

        ราชันย์ฟางหรงหัวเราะเมื่อเห็นสภาพของราชันย์จุ้ยเสอทุกคนต่างคิดว่าการต่อสู้นั้นจะต้องจบลงแล้วด้วยความปราชัยของราชันย์จุ้ยเสออย่างแน่นอน ทุกคนต่างจ้องไปยังร่างของทั้งคู่ที่ยังคงยืนอยู่ในอาวกาศที่แสนกว้างใหญ่ซึ่งพวกเขาเองต่างตกตะลึงในพลังของทั้งคู่จนหยุดดูการต่อสู้ระดับมหาเทพซึ่งพวกเขาเองต่างรับรู้ว่าคงไม่สามารถพบเจอได้บ่อยครั้ง

        แต่ทันใดนั้นร่างของราชันย์จุ้ยเสอพลันเปลี่ยนไปในทันทีร่างของเขาขยายใหญ่ขึ้นจนมีขนาดเกือบยี่สิบเมตรทุกคนในที่นั้นพลันตกตะลึงในการเปลี่ยนแปลงของราชันย์จุ้ยเสอ

        “ฮ่า ฮ่า ฮ่า เจ้าพวกมนุษย์ชั้นต่ำบังอาจมาขวางทางข้า พวกเจ้าช่างไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงจริง ๆ ข้าราชาปีศาจจะทำให้เผ่าพันธ์ของพวกเจ้าต้องหายไปตลอดกาล”

        เฟิ่งหยูรีบทะยานขึ้นไปอย่างรวดเร็ว

        “กระชากมิติ”

        เขากลับไปอยู่ด้านหลังของราชันย์ฟางหรงอย่างรวดเร็วพร้อมกับมอบโอสถฟื้นฟูพลังปราณให้กับราชันย์ฟางหรงสองเม็ดอย่างรวดเร็ว

        ราชันย์ฟางหรงไม่รอช้าเขารีบกลืนโอสถฟื้นฟูปราณทั้งสองเม็ดที่เฟิ่งหยูอย่างรวดเร็ว

        “ในที่สุดก็ยอมโผล่หัวออกมาแล้วหรือจอมราชันย์ปีศาจ”เฟิ่งหยูเอ่ย

        “เจ้ามนุษย์ตัวน้อยเจ้ารู้จักข้าได้ยังไง น้อยนักที่จะรู้จักข้าส่วนมากผู้ที่รู้จักข้าต้องมีอยู่มานานกว่าล้านปี เจ้าหนุ่มเจ้าเป็นใครกันแน่”

        “สำคัญด้วยเช่นนั้นหรือว่าข้าจะเป็นใครที่แน่ ๆ นั้นก็คือข้าจะสังหารพวกเจ้าทั้งหมดไม่ให้เหลือรอดแม้แต่ตัวเดียว”เฟิ่งหยูเอ่ย

        “ฮ่า ฮ่า ฮ่าเจ้าคิดว่าการสังหารข้านั้นง่ายเช่นนั้นหรือหากเจ้าคิดว่าการสังหารข้านั้นง่ายขนาดนั้นทำไมพวกบรรพบุรุษของพวกเจ้าถึงยังคงสังหารข้าไม่ได้สักที”

        เฟิ่งหยูมองราชันย์จุ้ยเสอด้วยดวงตาเซียนสวรรค์พลันรับรู้ได้ในทันที

            “เจ้าไม่ใช่ร่างจริงของราชันย์ปีศาจ เจ้าเป็นเพียงแค่ร่างแยกที่อาศัยร่างคนอื่นเท่านั้นเจ้าอย่าได้เอ่ยว่าตัวเองเป็นราชันย์ปีศาจเลย”

        “ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ข้ายึดร่างนี้มาได้เพราะความโลภของมันเอง  พวกเขายังไม่สามารถจับพิรุธข้าได้เจ้าหนุ่มนับว่าสายตาของเจ้าไม่เลวเลย พวกเราสังหารพวกเจ้ามาก็มากมายแต่พวกเจ้ากลับเชิดชูข้ายิ่งกว่าพระเจ้าเสียอีก เพียงแค่ข้าหาทรัพยากรให้พวกเขาได้แค่นี้พวกเขาก็ยอมภักดีต่อข้าแล้ว แล้วเจ้าคิดจะทำอะไรกับข้าได้ ข้าสามารถปกครองทั่วทั้งจักรวาลได้นับหมื่นนับแสนปี  เจ้าคิดหรือว่าจะเอาชนะข้าได้ง่าย ๆ  ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

        “เจ้าไม่ต้องห่วงหรอกข้าจะไม่ทำให้พวกเจ้ารอข้านานนักหรอก อีกไม่นานพวกเราจะเป็นฝ่ายไปเยี่ยมเยือนพวกเจ้าถึงบ้านเกิดของพวกเจ้าเอง”

        “ฮ่า ฮ่า ฮ่า ข้าว่าเจ้าเองเอาตัวเองให้รอดจากวันนี้ให้ได้ก่อนที่จะคิดไปบุกยังดวงดาวของพวกเราอีกไม่นานเผ่าปีศาจของพวกเราจะต้องปกครองทั่วทุกจักรวาลและความแข็งแกร่งของพวกเราจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะมีพวกเจ้าเป็นพลังงานชั้นดีของพวกเรายังไงหละ”

        เหล่าผู้คนที่อยู่ต่างพากันตกตะลึงในตอนนี้ราชันย์จุ้ยเสอที่พวกเขาเคารพและนับถือกลับกลายเป็นเผ่าปีศาจที่พวกเขาต่างตามล่าสังหารพวกเขาอยู่ในทุกวันนี้

        “เป็นไปได้ยังไงทำไมราชันย์จุ้ยเสอถึงกลายเป็นเผ่าปีศาจไปได้”

        “เป็นไปไม่ได้นี่พวกเรากำลังเชื่อฟังคำสั่งของเผ่าปีศาจอยู่เช่นนั้นหรือ?”

        หลายคนต่างหยุดทำการสู้รบกันเมื่อเห็นสภาพของราชันย์จุ้ยเสอกลายเป็นเผ่าปีศาจที่ก่อความวุ่นวายให้กับทุกเขตจักรวาลในตอนนี้

        “เพียงแค่ร่างจำแลงยังอาจหาญกล้ามาข่มขู่พวกเรา เจ้าคิดหรือว่าข้าจะไม่กล้าสังหารพวกเจ้า”

        เฟิ่งหยูดึงกระบี่คู่ของเขาออกมาพร้อมกับหลอมรวมพลังเปลวเพลิงฟ้าสวรรค์และพลังแห่งมิติฉับพลันปราณกระบี่ที่มีเปลวเพลิงฟ้าสวรรค์หลอมรวมนับหมื่นเล่มปรากฎต่อหน้าสายตาของทุกคนมันหลอมรวมจนกลายเป็นปราณกระบี่ทั้งสองที่มีความใหญ่โตกว่าหนึ่งร้อยเมตร

        เฟิ่งหยูฟาดฟันกระบี่ทั้งคู่ไปยังร่างของร่างจำแลงของราชาปีศาจราชาปีศาจยกทวนของราชันย์จุ้ยเสอออกมาปะทะปราณกระบี่คู่อย่างง่ายดาย พลังของทั้งสองปะทะกันเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งจักรวาลที่หนึ่งเศษหินอุกกาบาตที่อยู่โดยรอบพลันแหลกสลายหายไปภายในพริบตา

        ทั่วบริเวณกลายเป็นอวกาศที่โล่งเตียนไม่มีแม้แต่เศษดวงดาวแม้แต่ชิ้นเดียว  พวกเขายืนอยู่ท่านกลางอวกาศที่ว่างเปล่า

        “ฮ่า ฮ่า ฮ่า น่าสนใจจริงๆ เจ้าหนุ่ม ระดับพลังเพียงแค่ระดับเซียน กับสามารถอยู่ในห้วงอวกาศได้อย่างไม่มีแรงกดดันใดๆ แถมยังสามารถรับมือกับพลังของข้าได้ นับว่าเจ้าเป็นคนแรกในรอบหลายแสนปีที่สามารถรับมือกับพลังของข้าได้”

        “ฮ่า ฮ่า ฮ่า ไม่เลวเลยนี่เจ้าที่สามารถต่อกรกับข้าได้หากข้าได้ร่างของเจ้าในตอนนี้คงดีกว่าร่างของเจ้าราชันย์คนนี้อย่างแน่นอน ฮ่า ฮ่าฮ่า”

        “คิดจะใช้ร่างของข้าฝันไปเถอะ เจ้าคิดว่าคนอย่างข้าจะยอมสยบให้กับเจ้าง่าย ๆ อย่างนั้นหรือ ฮ่า ฮ่าฮ่า ข้าว่าเจ้าคิดผิดเสียแล้วหละ ถึงข้าจะต่อสู้แพ้เจ้าแต่เจ้าก็ไม่สามารถยึดครองร่างกายของข้านั้นได้อย่างแน่นอน” เฟิ่งหยูเอ่ย

        “ชิ ชะ เจ้าหนุ่มทำพูดเก่งไปเถอะตอนนี้ อีกเดี๋ยวเจ้าอย่ามาร้องขอชีวิตกับข้าผู้เป็นราชาผู้นี้”

        “คนอย่างข้า ถึงตายก็ไม่มีวันยอมร้องขอชีวิตจากเผ่าพันธุ์เช่นพวกเจ้าเด็กขาด”เฟิ่งหยูกล่าวขึ้นมา

        “ข้าจะรอดูว่าเจ้าจะพบกับจุดจบแบบได้หวังว่าคงจะทำให้ข้าสนุกมากกว่านี้ ไม่เช่นนั้นข้าคงเบื่อแย่ เมื่อข้าเล่นสนุกกับเจ้าเสร็จข้าจะยึดร่างของเจ้าแทนมันคงมีประโยชน์ต่อข้าไม่น้อย ว่าแต่เจ้าอย่าพึ่งตายง่าย ๆ เอาเสียหละ  ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

        “ข้าว่าควรเป็นเจ้ามากกว่าที่ต้องเสียใจแทบร้องให้ เพราะข้าจะไม่มีวันแพ้ให้กับเผ่าพันธุ์ของพวกเจ้าอย่างเด็ดขาด”

        พูดจบเฟิ่งหยูเรียกนกเพลิงและหงส์เพลิงออกมาจากเจดีย์ฟ้าสวรรค์เมื่อทั้งสองตัวปรากฏตัวออกมา ร่างของราชันย์ปีศาจพลันสั่นสะท้านดวงตาของมันเบิกกว้าง สองมือและสองเท้าของมันรีบหันหลังเตรียมตัวหนีอย่างรวดเร็ว มันรู้ในทันทีว่าสิ่งที่มันกำลังพบเจอนั้นคืออะไรเพียงสัมผัสแรกที่มันสัมผัสได้ กลับทำให้มันหวาดกลัวเป็นอย่างยิ่ง

        “อะไรกันเมื่อกี้ยังพูดดีอยู่เลย เจ้าจะรีบไปไหนเช่นนั้นหรือ” เฟิ่งหยูกล่าวออกไป

คล้ายกับเรื่องราชันย์สิบโลก ที่คุณอ่าน