[จบ]เซียนทะลุมิติมาบริหารฟิตเนส

    105 อาวุธมหาประลัย

    “ บ้าจริง ไอ้แก่ทั้งสามไม่คิดจะปล่อยฉันไปเลยสินะ แกยังไหวอยู่หรือเปล่า ”


    สิงโตขาวเหนื่อยหอบหากมันหยุดวิ่งคงไม่สามารถวิ่งได้อีกเพราะแรงแทบไม่เหลืออยู่อีกแล้ว ต่อให้บาดแผลจะสมานตัวเข้าด้วยกันแล้ว พละกำลังและมานาของมันแทบจะหมดเกลี้ยงเพราะต้องสู้กับเลเวล 180 ทั้งสามที่พยายามไล่ตามมาตลอดทาง


    อีกฝ่ายตกอยู่ในสภาพไม่ต่างกัน นอกจากจะเหนื่อยหอบแล้วบนร่างกายของพวกเขายังเต็มไปด้วยร่องรอยการโจมตีของสิงโตขาวที่โจมตีสวนกลับ ถึงอย่างนั้นพวกเขายังคงพยายามไล่ตามมาเรื่อยๆจนเฉินห่าวมองเห็นแสงสีขาวห่างออกไปไม่ไกล


    “ ในที่สุดก็มาถึงสักที ”


    รอยยิ้มค่อยๆคลี่ออกมาจางๆ เขาสามารถทำเวลาได้ครบตามที่ตกลงกันเอาไว้กับลูกสาว นับรวมเวลา 3 วันที่ใช้ในการวิ่งภายในซากโบราณสถาน เขาใช้เวลาไปทั้งหมด 15 วัน หากวันนี้สามารถกลับบ้านไปได้ก่อนฟ้าสางเขาไม่จำเป็นต้องง้อลูกสาวเลย


    ทันทีที่ร่างของสิงโตขาวพุ่งพรวดออกมาจากซากโบราณสถานมันก็พบเข้ากับหมอกสีขาวปกคลุมพื้นที่ หมอกนี้คอยบดบังทุกสิ่งไม่ให้มองเห็น เฉินห่าวกลับไม่สนใจหมอกบอกให้มันวิ่งเต็มกำลังไปยังทิศทางที่เขาชี้ไป ด้วยเลเวลของมันแล้วสิ่งกีดขวางข้างหน้าไม่แข็งแกร่งพอจะต้านทานมัน


    ผู้อาวุโสทั้ง 3 ออกมาข้างนอกได้แล้วรีบติดต่อยาน พวกเขาต้องการให้ยานช่วยสกัดชายที่กำลังวิ่งหนีก่อนจะเข้าสู่เขต X 


    หากเจ้าหน้าที่เข้ามายุ่งเกี่ยวการสังหารคงเป็นเรื่องยากดังนั้นจึงต้องจบให้ได้ก่อนจะถึงเมือง


    “ นายท่านข้าสัมผัสได้ถึงพลังงานกลุ่มใหญ่ ”


    แม้จะไม่ค่อยมองเห็นสิงโตขาวกลับสัมผัสพลังงานได้ชัดเจน มันสัมผัสได้ว่าบนท้องฟ้ามีพลังงานกลุ่มใหญ่ลอยใกล้เข้ามา


    เฉินห่าวสัมผัสสิ่งนั้นได้แล้วยังมองเห็นสิ่งนั้นได้ถนัดตา สิ่งที่กำลังบินใกล้เข้ามาคือยานลำใหญ่ของตระกูลหานที่กำลังชาร์จพลังพร้อมกับหันปากกระบอกปืนเล็งมายังทิศทางที่พวกเขากำลังจะโผล่ออกไป


    “ นายท่านพลังที่ข้าสัมผัสได้ไม่ได้น่ากลัว แต่มันสามารถเล่นงานข้าในสภาพนี้ให้สาหัสได้ ท่านจะทำเช่นไร ”


    เฉินห่าวไม่กล้าวิ่งออกไปเช่นเดียวกันเพราะเขาไม่เคยเห็นพลังทำลายของปืนใหญ่จากยานเลย


    ทันใดนั้นเขาก็นึกบางอย่างออกจึงสั่งให้สิงโตขาววิ่งไปรอบๆซื้อเวลาเอาไว้ก่อน ในหมอกนี้ผู้อาวุโสทั้ง 3 มองไม่เห็นเช่นเดียวกัน พวกเขาจึงสามารถหลบได้สักพัก


    หลังจากตรวจสอบแหวนเก็บของเฉินห่าวก็นำไอเทมจากหีบทั้ง 12 ออกมาประกอบเข้าด้วยกัน มันไม่ใช่ไอเทมที่มีขนาดใหญ่ แต่ละชิ้นมีขนาดไม่ต่างจากกำปั้น รูปร่างหน้าตาของพวกมันเหมือนกับของเล่นเด็ก บางชิ้นเป็นทรงกลม บางชิ้นเป็นทรงสามเหลี่ยม บางชิ้นเป็นทรงกระบอก แต่ละอย่างราวกับรูปทรงเลขาคณิตง่ายๆ ซึ่งพวกมันมีสลักใช้ต่อเข้าด้วยกัน


    ไม่จำเป็นที่เขาจะต้องใช้ความสามารถเลยสักนิด หากให้เป่าเป้ยต่อคงทำได้ในเวลาไม่ถึงชั่วโมง


    ทันใดนั้นเองในมือของเขาก็มีปืนกระบอกหนึ่งที่ประกอบกันขึ้นมาจากรูปทรงเลขาคณิต


    บริเวณลำกล้องเป็นทรงกระบอก บริเวณท้ายปืนมีลูกบอลทรงกลมแปะติดเอาไว้ ส่วนด้ามปืนใช้สามเหลี่ยมหลากหลายขนาดต่อเข้าไปด้วยกัน


    หลังจากได้ปืนกระบอกเล็กที่เหมือนของเล่นเด็กมาแล้วเฉินห่าวจึงชี้มันไปยังทิศทางยานบินแล้วลั่นไก ทว่ามันกลับเงียบหายไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยสักอย่างเดียว


    “ ไม่มีพลังงานเหรอ บนภาพวาดไม่ได้บอกหนิ ”


    เฉินห่าวพลิกปืนในมือไปมาเผื่อจะมีสลักกลไกบางอย่างที่ต้องเปิด ปรากฎว่ามันไม่มีสลักเหมือนที่คิด เขาจึงใช้เนตรเซียนตรวจสอบร่องรอยพลังงานพบว่าทุกอย่างว่างเปล่า


    แต่แล้วเขาก็นึกบางอย่างออกจึงนำหีบของสิงโตขาวออกมาเปิดแล้วนำคริสตัลรูปทรงคล้ายหัวใจออกมา ทันใดนั้นก็มีพลังงานสีรุ้งพุ่งจากหัวใจคริสตัลเข้าไปในกระบอกปืน จนทำให้มันเรืองแสงราวกับมีรุ้งหลากสีเข้ามาสิงในกระบอกปืน


    ส่วนคริสตัลหม่นแสงลงหลังจากที่มันส่งพลังให้กับปืนไปเป็นที่เรียบร้อย


    เฉินห่าวสัมผัสได้ถึงพลังงานมหาศาลไม่รอช้าหันปากกระบอกปืนไปยังยานแล้วลั่นไกปลดปล่อยการทำงานของปืนจนทำให้เกิดลำแสงสีรุ้งพุ่งขึ้นฟ้า


    แสงที่ปลดปล่อยออกมาเหมือนกับภาพวาดบนผนัง ยิ่งเคลื่อนที่ออกไปไกลขนาดของมันก็ยิ่งขยายใหญ่ขึ้นจนคลุมไปทั่วยาน เพียงพริบตาเท่านั้นบนท้องฟ้าก็ได้ยินเสียงระเบิดดังกระหึ่มจากยานที่ถูกลำแสงปืนทำลาย


    เฉินห่าวเห็นความสามารถของปืนยืนอึ้งในทันที ปืนกระบอกเล็กๆในมือของเขาสามารถทำลายยานที่สามารถนำช้าง 40 ถึง 50 ตัวขึ้นขี่ได้ง่ายดายแล้วยังไม่มีแรงถีบแม้แต่น้อย การโจมตีเมื่อครู่นอกจากจะทำลายยานให้กลายเป็นเศษซากร่วงตกลงมาจากฟ้าได้แล้ว มันยังสังหารทุกสิ่งที่อยู่บนยานไปทั้งหมด


    ทันใดนั้นผู้อาวุโสทั้ง 3 ก็ตามมาทัน พวกเขายังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อครู่จึงพุ่งเข้าหาเฉินห่าว เขาจึงเล็งปืนยิงผู้อาวุโสทั้ง 3 กระสุนสายรุ้งที่ควรจะพุ่งออกมาจากปืนกลับหายไป ไม่ว่าเขาจะลั่นไกกี่ครั้งการทำลายก็ไม่เกิดขึ้น


    “ บ้าเอ๊ย ยิงได้ครั้งเดียวเองเหรอเนี่ย ”


    เฉินห่าวมองไปที่หัวใจคริสตัล มันกำลังสะสมพลังงานเพื่อให้เขานำไปเติมให้กับปืน จากปริมาณพลังงานที่ฟื้นคืน เขาคิดว่าคงต้องใช้เวลาราว 1 อาทิตย์


    แม้คำอธิบายของภาพวาดจะบอกให้รู้ว่าทุกสิ่งที่มีเลเวลต่ำกว่า 200 จะถูกมันสังหารตายในการโจมตีเดียว แต่การที่มันยิงได้อาทิตย์ละครั้งกลับกลายเป็นจุดอ่อน


    “ วิ่งเร็วสิงโต เราต้องออกไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้ ”


    เฉินห่าวเก็บปืนเอาไว้ใช้งาน มันยังคงเป็นสิ่งจำเป็นอยู่ เขาสามารถใช้สิ่งนี้จัดการกับปัญหาในชีวิตประจำวันได้เช่นเดิม


    ทันทีที่วิ่งออกมาจากหมอกเขาจึงบอกให้มันมุ่งหน้าไปที่เขต X ผู้อาวุโสทั้ง 3 ที่วิ่งตามออกมาติดๆพยายามทิ้งระยะห่างเพื่อให้ยานรบทิ้งระเบิดปูพรมลงมา เพียงแต่ว่าการโจมตีกลับเงียบหายพวกเขาจึงหันมองท้องฟ้าก่อนจะติดต่อกัปตันยานอีกที


    “ ผู้อาวุโส 6 ไม่มีใครตอบกลับมาเลย ”


    “ หมายความว่ายังไง ” 


    ผู้อาวุโสทั้ง 3 หันมองรอบๆเพื่อค้นหาตัวยานบนท้องฟ้า การติดต่อล่าสุดจะต้องมียานบินมาประจำการใกล้กับทางออกของหมอก แต่แล้วพวกเขาก็มองเห็นชิ้นส่วนโลหะมากมายในจุดที่เฉินห่าววิ่งผ่านไป ทุกอย่างกำลังลุกท่วมไปด้วยเปลวไฟพวกเขาจึงตกใจเพราะสิ่งนี้อาจจะเป็นยานของตระกูลหาน


    ผู้อาวุโส 6 ไม่รู้ว่าเฉินห่าวทำลายยานได้ยังไง แต่ที่พวกมันรู้คือตอนนี้จำเป็นต้องไล่ตามไปให้ได้ก่อนที่อีกฝ่ายจะเข้าสู่อาณาเขตของเจ้าหน้าที่


    โฮ่!


    เสียงคำรามของสิงโตขาวส่งไปด้านหน้า เหล่าฮันเตอร์ที่ถูกข่มขู่ล้วนแล้วล้มตัวลงไปนอนบนพื้นดินไม่มีใครกล้าลุกขึ้นมาขวางทาง


    พวกเขาไม่คิดเลยว่าจะมีเลเวล 180 ออกมาจากหมอก การที่ทุกคนดักรอที่นี่ก็เพื่อรอเก็บผลประโยชน์เล็กๆน้อยๆจากกลุ่มคนที่เข้าไป


    ทันใดนั้นพวกเขาก็พบว่าด้านหลังสิงโตที่วิ่งจากไปมีเลเวล 180 อีก 3 คนกำลังไล่ตาม แม้จะไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวพลังของเลเวล 180 ที่วิ่งผ่านกลับทำให้ทุกคนที่อยู่ระหว่างทางกระอักเลือดออกมา


    “ ขะ เขาได้สมบัติชิ้นใหญ่ไปเหรอถึงได้ถูกไล่ล่าแบบนั้น ”


    ต่างคนต่างลุกขึ้นนั่งพลางนำน้ำยาฟื้นฟูออกมากระดกดื่มให้ไวก่อนที่ร่างกายจะเกิดอาการช็อคเพราะแรงกดดันของเลเวล 180 


    ซึ่งคำถามนี้ไม่มีใครตอบได้เพราะเลเวล 180 ที่วิ่งผ่านไปไม่พูดสิ่งใด มนุษย์ทั้ง 3 ที่ไล่ตามทำเพียงส่งการโจมตีเข้าหาสิงโตตัวใหญ่ ส่วนมันมีหน้าที่วิ่งทิ้งระยะห่างต่อไปเพื่อไม่ให้ถูกมนุษย์ทั้ง 3 โจมตี


    “ เฮ่ แกเห็นต้นไม้ต้นนั้นไหม ”


    สิงโตพยักหน้ารับรัวๆ มันแทบไม่เหลือแรงในการวิ่งแล้ว อีกไม่เกิน 100 ก้าวมันคงล้มลงไปนอนนิ่งบนพื้นเพราะทุกอย่างถูกรีดออกมาใช้ทั้งหมด


    “ วิ่งไปให้ถึงที่นั่นแล้วเราจะปลอดภัย ”


    สิงโตเชื่อเจ้านายสุดหัวใจงัดพละกำลังทั้งหมดที่มีใส่ลงไปที่ขาหลังแล้วกระโจนขึ้นฟ้าสูงปล่อยให้ร่างกายร่วงตกลงมา มันไม่สนใจท่าตกเพราะอย่างไรมันก็ไม่ได้รับบาดเจ็บจากความสูงเพียงเท่านี้


    เฉินห่าวที่นั่งอยู่บนหลังของสิงโตเริ่มเป็นฝ่ายฉีกยิ้มก่อนที่เขาจะลุกขึ้นยืนบนหลังสิงโตที่กำลังร่วงตกแล้วมองไปยังผู้อาวุโสทั้ง 3 ที่กำลังไล่ตามมา


    “ มันกำลังจะทำอะไรกัน ”


    ผู้อาวุโสทั้ง 3 แสดงใบหน้าสงสัย ดูเหมือนสิงโตจะใช้พละกำลังสุดท้ายกระโจนทิ้งระยะห่างจากพวกเขา เพียงแต่ว่าชายที่ยืนอยู่บนหลังกลับกำลังยืนมองพวกเขาด้วยดวงตายิ้มเยาะราวกับว่าตนเองเข้าสู่เขตปลอดภัย


    ผู้อาวุโส 6 จึงมองไปให้ไกลเพราะอยากรู้ว่ามีอะไรรออยู่หลังจุดตก ปรากฎว่าไม่มีเจ้าหน้าที่หรือสิ่งใดอยู่เลย ท่าทางของเฉินห่าวจึงทำให้สงสัยมากขึ้น


    ตู้ม!


    ร่างของสิงโตร่วงกระแทกพื้นเสียงดังปล่อยให้ร่างกระแทกไปกับต้นไม้ไถลไปไกล จนกระทั่งร่างของมันหยุดเคลื่อนไหวผู้อาวุโสทั้ง 3 จึงเข้ามาประชิดอย่างรวดเร็วแล้วมองหาเฉินห่าวเป็นอันดับแรก


    แต่สิ่งที่พวกเขาเห็นสร้างความตกใจให้ไม่น้อยเนื่องจากว่าด้านข้างสิงโตมีชายคนหนึ่งตกตายในสภาพกระดูกหัก จากสภาพของเขาคงถูกร่างของสิงโตทับจนตาย เพียงแต่รอยยิ้มของเฉินห่าวทำให้พวกมันสงสัย เหตุใดเขาจึงยิ้มออกมาก่อนจะจบชีวิตลงเช่นนี้


    “ สงสัยอะไรเหรอ ”


    ใบหน้าผู้อาวุโสทั้ง 3 หันขวับไปทางขวามือด้วยความไว ร่างเปลือยเปล่าเหมือนกับชายที่ตายเดินออกมาจากบริเวณหางของสิงโต ผู้อาวุโสจึงรู้ว่าเฉินห่าวน่าจะใช้ไอเทมบางอย่างเพื่อคืนชีพ 


    ในจังหวะที่ผู้อาวุโสทั้ง 3 แสดงท่าทางตกใจนี้เอง พวกเขากลับพบว่าในมือของเฉินห่าวมีดาบถือเอาไว้ 1 เล่ม มันเป็นดาบที่เขาขโมยไป


    “ คิดจะสู้กับพวกข้าเหรอ ด้วยเลเวลเท่านั้นเนี่ยนะ ”


    “ ใช่ ด้วยเลเวล 90 นี่แหละ คอยดูแล้วกันว่าฉันจะทำให้พวกแกตายได้หรือเปล่า ”


    แขนข้างซ้ายชูดาบเบื้องหน้าตามด้วยการใช้จิตแห่งดาบเคลือบไปที่ปลายนิ้วชี้ข้างขวาก่อนจะเคาะลงไปที่ตัวดาบ


    เพียงการเคาะเบาๆของเฉินห่าวกลับทำให้ผู้อาวุโสทั้ง 3 ตกใจไปตามๆกัน เนื่องจากว่าเขาทำลายดาบเลเวล 180 ให้กลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยก่อนที่มันจะปลิวว่อนมาทางพวกเขาทั้ง 3 คน


    เปล้งเปล้งเปล้งเปล้งเปล้งเปล้งเปล้งเปล้ง!


    ผู้อาวุโสทั้ง 3 พยายามกวาดดาบไปด้านหน้าปัดป้องการโจมตีจากเศษดาบที่พุ่งเข้ามา


    เฉินห่าวที่ฆ่าตัวตายยิ้มด้วยท่าทางพอใจก่อนที่เขาจะนำดาบออกมาอีกเล่มและทำลายมันจนทำให้เกิดเศษดาบปลิวเข้าโจมตีเหล่าผู้อาวุโส


    สิ่งที่เขากำลังทำคือการใช้จิตแห่งดาบทำลายดาบที่ไร้จิตแห่งดาบ ผลที่ตามมาจึงเป็นการระเบิดของดาบเลเวล 180 ที่มีพลังงานภายใน 


    การโจมตีที่เกิดขึ้นจึงไม่ต่างจากเลเวล 180 โจมตีออกไป แม้จะน่าเสียดายที่ต้องทำลายดาบ มันกลับเป็นวิธีเดียวที่เขาสามารถสังหารผู้อาวุโสทั้ง 3  


    เปล้ง!


    ดาบเล่มที่ 3 ถูกทำลายจนกลายเป็นเศษพุ่งเข้าโจมตีผู้อาวุโสทั้ง 3 จนรีบวิ่งหนีตาย


    แต่ละคนเต็มไปด้วยบาดแผลมากมายยากจะนับไหว ยิ่งพวกมันได้ยินเสียงแตกของดาบยิ่งทำให้เพิ่มความเร็วในการวิ่งมากกว่าเดิมขึ้นไปอีก ซึ่งพวกมันที่วิ่งหนีล้วนแล้ววิ่งกลับทางเดิมเพราะรู้ว่าเฉินห่าวคงเข้าสู่พื้นที่ที่วางค่ายกลเอาไว้  รอยยิ้มก่อนหน้านี้บ่งบอกได้ว่าอาณาเขตที่เขายืนจะต้องเป็นค่ายกลที่ทำให้ได้เปรียบอย่างแน่นอน การถอยกลับจึงเป็นสิ่งที่ถูกต้องที่สุด


    “ ให้ตายสิเหลือแค่ 5 เล่มเอง เอาเถอะยังไงก็ได้ของดีจากโบราณสถานมาแล้ว ส่วนพวกมันค่อยฆ่าทีหลัง ”


    เฉินห่าวมองไปยังสิงโตขาวที่กำลังนอนหอบอยู่บนพื้นดิน ลิ้นของมันห้อยราวกับสุนัขถูกรถชนใกล้ตาย เขาจึงเคาะศีรษะมันเบาๆจนร่างกายย่อขนาดเหลือไม่ต่างจากหมีสูง 2 เมตรก่อนที่เขาจะแบกมันขึ้นหลังวิ่งกลับบ้าน ดูเหมือนว่าเขาจะทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับลูกสาวได้ที่บอกว่าจะพาเพื่อนใหม่ตัวใหญ่ๆกลับไปให้ขี่


    เมื่อออกวิ่งเขาก็ยิ่งยิ้มแก้มแทบฉีกเพราะจะได้เจอหน้าลูกสาวแล้ว ในส่วนร่างก่อนที่ตายไปเขาปล่อยมันเอาไว้ที่พื้นเพราะอีกไม่นานร่างนั้นจะสลายกลายเป็นแอ่งเลือด






    คล้ายกับเรื่อง[จบ]เซียนทะลุมิติมาบริหารฟิตเนส ที่คุณอ่าน