‘ผลึกอสูรของหมึกปีศาจวังวนมาร….’ ถังเฟยหู่มองผลึกตรงหน้าที่ใจกลางของหัวใจด้วยความรู้สึกประหลาดผลึกสีน้ำเงินขนาดใหญ่ประมาณหนึ่งฉื่อซึ่งเล็กเป๋นอย่างมากเมื่อเทียบกับขนาดร่างกายอันใหญ่โตของเจ้าของมัน
ถังเฟยหู่โคจรวิชาสายเลือดดวงตาตาเหยี่ยวพันลี้ออกมาในทันที เขาได้ตรวจสอบผลึกอสูรก้อนนั้นจนพอจะเข้าใจบางอย่างได้แล้ววัตถุชิ้นนี้ตกผลึกขึ้นมาจากพลังธาตุวารีตามธรรมชาติที่แฝงอยู่ในเลือดของหมึกปีศาจวังวนมารด้วยการสั่งสมของธาตุอสูรที่ควบแน่นจนกลายเป็นผลึกเช่นนี้นับไปแล้วของชิ้นนี้ก็สมควรจะเรียกได้ว่าเป็นผลึกอสูรชนิดหนึ่งเช่นกัน
เขาได้พุ่งตัวออกไปเพื่อเข้าไปใกล้ผลึกอสูรชิ้นนั้นในทันทีพลังงานในศาสตร์วารีจำนวนมากมายมหาศาลหมุนวนอยู่โดยรอบผลึกก้อนนั้น โดยกระแสเลือดสีน้ำเงินของหมึกปีศาจที่ได้เข้ามาในหัวใจได้ไหลผ่านบริเวณโดยรอบผลึกก้อนนั้นก่อนที่จะพุ่งออกไปจากห้องหัวใจนั้นตามแรงสูบฉีดของหัวใจ
ถังเฟยหู่ที่เข้าไปใกล้ผลึกอสูรก้อนนั้นจำต้องใช้กำลังอันมหาศาลในการต้านกระแสโลหิตสีน้ำเงินที่หมุนวนอยู่ตลอดเวลานี่ราวกับเขาเป็นเรือลำน้อยที่กำลังแล่นอยู่ท่ามกลางพายุก็ไม่ปาน
เมื่อเข้าไปใกล้ผลึกอสูรสีน้ำเงินก้อนนั้นได้แล้วเขาก็สามารถสัมผัสได้ถึงพลังปราณในศาสตร์วารีอันเข้มข้นที่รวมตัวกันอยู่ในผลึกตรงหน้ามือของเขาเอื้อมออกไปสัมผัสยังผลึกก้อนนั้นในทันทีทันทีที่มือของเขาได้แตะลงไปบนผลึกเย็นเยียบก้อนนั้นก็ราวกับมีความหนาวเย็นบางประการถ่ายทอดผ่านฝ่ามือเข้าสู่ร่างกายของเขาในฉับพลันราวกับความเข้าใจในศาสตร์วารีจะเพิ่มขึ้นมากมายเมื่อสัมผัสไปยังก้อนผลึกนี้ ทันใดนั้นเองที่เขาได้ตัดสินใจโคจรปราณและชักนำพลังงานที่อยู่ในผลึกเข้าสู่ร่างของตนตามเคล็ดวิชาลมปราณเก้าเยือกแข็ง
พลังงานสีน้ำเงินจากผลึกอสูรตรงหน้าถูกชักนำไปตามจุดชีพจรต่างๆทั่วทั้งร่างกายของเขาพลังศาสตร์วารีราวกับเป็นเชื้อเพลิงและพลังงานให้แก่พลังในศาสตร์เหมันต์ของเขาและผลักดันให้มันรุนแรงขึ้นพลังปราณที่สะสมได้จากปราณเก้าเยือกแข็งเติบโตขึ้นไปเรื่อยๆในขณะที่พลังงานในผลึกลดน้อยลงไปเรื่อยๆ
ผ่านไปกว่าสามวันในที่สุดปราณเก้าเยือกแข็งก็ทะลวงเข้าสู่ขั้นที่ห้าขอบเขตการฝึกตนของเขาเองก็เพิ่มขึ้นมาเล็กน้อยจนเข้าใกล้ปราณขั้นแปดระดับสูงไปเรื่อยๆท่ามกลางพายุโลหิตสีน้ำเงินพลังงานในศาสตร์เหมันต์ทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆปราณเก้าเยือกแข็งยังคงกลืนกินผลึกอสูรก้อนนั้นอย่างตระกละตระกลาม
ถังเฟยหู่ใช้พลังในศาสตร์วารีจำนวนมากเหล่านั้นไปกับการเพิ่มคุณภาพของลมปราณด้วยการใช้ฝึกปราณเก้าเยือกแข็งเพื่อเพิ่มระดับขั้นของวิชาเขาไม่ต้องการเพิ่มขอบเขตการฝึกตนเร็วจนเกินไปนักเพราะนั่นอาจทำให้พื้นฐานไม่มั่นคงแม้การฝึกการของเขาจะยอดเยี่ยมและคุณสมบัติโดยรวมเหนือกว่าขอบเขตเดียวกันไปแล้วก็ตาม
แต่เขาก็ยังไม่พอใจเพียงแค่นั้นเขาต้องการฝึกฝนขอบเขตปราณที่สมบูรณ์แบบที่สุดเท่าที่จะทำได้ก่อนจะเข้าสู่ขอบเขตก่อเกิดด้วยรากฐานที่มั่นคงจะทำให้การฝึกตนของเขามั่นคงเป็นอย่างมาก
หรือแม้แต่บางทีเมื่อเขาไปจนถึงขอบเขตปราณขั้นสิบสองระดับสุดยอดอาจสามารถข้ามสู่ขอบเขตก่อเกิดได้โดยไม่มีคอขวดหรืออุปสรรคเสียด้วยซ้ำไปคุณภาพแล้วความเข้าใจในศาสตร์เหมันต์ของถังเฟยหู่มีมากขึ้นเรื่อยๆปราณเก้าเยือกแข็งที่เขาฝึกมีการพัฒนาอย่างไม่หยุดหย่อน
อีกทั้งเขายังได้รับผลประโยชน์บางอย่างเพิ่มเติมอีกด้วยความเข้าใจในศาสตร์วารีของเขาเพิ่มพูนตามศาสตร์เหมันต์มาไม่ห่าง วารีเหมันต์เป็นสองศาสตร์ที่มีความเกี่ยวโยงกันเป็นอย่างมากอีกทั้งผลึกอสูรตรงหน้ายังเต็มไปด้วยพลังของวารีอันมหาศาลจึงทำให้ถังเฟยหู่มีความเข้าใจในศาสตร์วารีมากยิ่งขึ้นอีกทั้งหลังจากผ่านไปหลายวันก็ยิ่งทำให้ความเข้าใจของเขาลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น พลังปราณเก้าเยือกแข็งนับวันยิ่งทวีความหนาวเย็นสุดขั้วกระดูกมากยิ่งขึ้น
รอบร่างกายของเขาและผลึกอสูรได้บังเกิดชั้นน้ำแข็งปกคลุมก้อนน้ำแข็งที่มีชีวิตนี้ได้ปรากฎขึ้นท่ามกลางวังวนการไหลเวียนของโลหิตสีน้ำเงินในหัวใจของสัตว์อสูรยักษ์ตนนี้แม้หมึกปีศาจจะรู้สึกถึงความแปลกประหลาดภายในกายขแงมันแต่มันก็เหมือนกับอาการคันที่หาสาเหตุไม่เจอมันจึงไม่ค่อยได้สนใจอันใดอีก
ผ่านไปอีกกว่าสิบวันชั้นน้ำแข็งที่ใจกลางหัวใจหมึกปีศาจได้ปริแตกออกแล้วในที่สุดชั้นน้ำแข็งเหล่านั้นก็ถูกกระแทกจนแตกกระจายออกเป็นชิ้นๆร่างกายอันซีดขาวราวกับซากศพอาจจะเป็นเพราะความหนาวเย็นสุดขั้วที่เขาต้องผ่านมันมาร่วมหลายวันก็เป็นได้ที่ทำให้เขาต้องมีสภาพเช่นนี้
ขนาดถังเฟยหู่สามารถผ่านสามขั้นแรกแห่งการฝึกกายเพื่อรองรับพลังหนาวเย็นสุดขั้วของปราณเก้าเยือกแข็งยังมีสภาพเช่นนี้พลังหนาวเย็นของวิชานี้นับว่าร้ายกาจยิ่งนัก ซึ่งผลึกอสูรสีน้ำเงินได้หม่นแสงลงและสลายไปในช่วงเวลานั้นเองปราณเก้าเยือกแข็งของเขาได้ก้าวเข้าสู่ขั้นห้าระดับสุดยอดแล้ว
ส่วนขอบเขตพลังฝึกตนของเขาก็ได้ก้าวเข้าสู่ปราณขั้นแปดระดับสูงโดยสมบูรณ์แบบแล้วถังเฟยหู่นั่งฟื้นลมปราณของตนเองจนเต็มเปี่ยมอีกครั้ง ในตอนนั้นเองที่เขาได้มีความคิดใหม่บางอย่างขึ้นมาเขายังคงพักเรื่องการแพร่พิษใส่ร่างของหมึกปีศาจไว้ก่อนแล้วพุ่งตัวไปตามกระแสเลือดของหมึกปีศาจแทน
หลังจากที่ไปยังหัวใจดวงที่สองแล้วเขากลับทำสีหน้าผิดหวังออกมาแทนเพราะหัวใจดวงนี้กลับไม่ได้ก่อเกิดผลึกอสูรขึ้นมาแม้แต่น้อยการไหลเวียนของหัวใจดวงนี้กระจัดกระจายไม่ได้มีจุดที่ถูกควบรวมกันเป็นจุดเดียวเหมือนกับหัวใจดวงก่อนหน้านี้ซึ่งการเกิดของผลึกอสูรคงจะเป็นเรื่องยากอย่างมาก
การหวังว่าจะสามารถครอบครองผลึกอสูรหลายอันในคราเดียวคงจะเป็นเรื่องยากอย่างมากถังเฟยหู่ตัดจากหัวใจดวงนี้และแหวกว่ายไปตามกระแสเลือดเพื่อไปยังหัวใจดวงสุดท้ายในทันทีเมื่อเข้ามาด้านในหัวใจดวงนี้ได้เขาก็ได้สอดส่องเพื่อมองหาผลึกอสูรดูในตอนนั้นเองที่เขาได้ค้บพบบางอย่างเข้า มันเป็นผลึกอสูรขนาดเล็กมีขนาดเพียงประมาณหัวแม่มือเท่านั้นมันเล็กเป็นอย่างมากเมื่อเทียบกับหัวใจดวงแรกแต่เมื่อสังเกตจากกระแสโลหิตที่หมุนวนในหัวใจดวงนี้ก็พอจะเข้าใจได้
ในหัวใจดวงที่สามการไหลเวียนของกระแสเลือดที่ทับซ้อนกันจนสามารถควบแน่นและตกผลึกกลายเป็นผลึกอสูรมีความหนาแน่นน้อยกว่าหัวใจดวงแรกมากมายนักการบังเกิดผลึกอสูรขนาดเล็กนี้มาได้ก็นับว่าเป็นปาฏิหาริย์ประเภทหนึ่งแล้ว
‘ผลึกอสูรก้อนนี้นับว่ามีพลังแฝงไม่มากเท่าไหรสรรพคุณไม่อาจเทียบเท่าผลึกอสูรก้อนหน้านี้ที่เจอได้เลยแต่ถึงอย่างไรก็อาจจะมีประโยชน์ต่อจิตวิญญาณของข้า ควรจะเก็บกลับไปด้วย’ถังเฟยหู่คิดเช่นนั้นก็ได้ทำการคว้ามือออกไปและเก็บผลึกก้อนนั้นมาในทันที เขาเก็บมันไว้ในอกเสื้อของตนเอง
เขาได้ทำการหาพื้นที่ๆส่งผลกระทบจากกระแสเลือดน้อยที่สุดจากนั้นจึงค่อยพุ่งตัวไปยังจุดนั้นและนั่งลงในท่านั่งสมาธิเขารวบรวมปราณของตนเองจากนั้นจึงค่อยโคจรปราณสีเขียวเข้มอันน่าสะอิดสะเอียนออกมา
ลมปราณห้าพิษกระจายพิษ!
เขาเริ่มกระบวนการแพร่พิษอย่างที่ตั้งใจไว้ในทันทีลมปราณาสีเขียวเข้มได้ปลดปล่อยออกมาพร้อมกับแทรกซึมไปตามโลหิตสีน้ำเงินพิษเหล่านั้นช่างเจือจางยิ่งนักเมื่อเทียบกับขนาดอันใหญ่โตของหมึกปีศาจวังวนมาร
แต่เรื่องเหล่านั้นถังเฟยหู่รู้อยู่ตั้งแต่แรกอยู่แล้วความตั้งใจของเขาคือการทำลายหมึกปีศาจจากภายในใช้พิษค่อยๆแทรกซึมและทำให้มันตายอย่างช้าๆ หมึกปีศาจแทบจะไม่รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงเสียด้วยซ้ำไปจนในที่สุดเมื่อพิษทั้งหมดได้แทรกซึมเข้าสู่ทุกจุดในร่างกายมันก็จะอ่อนแอเป็นอย่างมาก
ในตอนนั้นเขาก็จะลงมือจัดการมันเสีย…การแพร่พิษของเขายังเป็นไปอย่างต่อเนื่องไม่หยุดโดยการใช้ปราณพิษแบบนี้มีอัตราการใช้ปราณที่เชื่องช้าเป็นอย่างมากเพราะเป็นการแพร่พิษอย่างเจือจางจึงทำให้เขาสามารถฟื้นฟูปราณขึ้นมาได้ทันในอัตราที่เร็วกว่าที่สูญเสียไปจึงทำให้เขาแพร่พิษได้อย่างต่อเนื่อง
ปราณพิษสีเขียวเข้มได้ถูกโลหิตสีน้ำเงินนำพาไปยังส่วนต่างๆของร่างกายหมึกปีศาจวังวนมาร พิษสีเขียวเหล่านั้นได้กระจายไปในที่ต่างๆทั่วทุกมุมแต่พิษสีเขียวเหล่านั้นก็ไม่อาจทำอะไรร่างกายของหมึกปีศาจได้เลยพิษเหล่านั้นก็ยังคงแทรกซึมเข้าสู่ร่างกายของหมึกปีศาจอย่างต่อเนื่องเพื่อสะสมพิษทั้งหลายและรอเวลาของมัน
ถังเฟยหู่ได้กระจายพิษของเขาออกไปทั่วทั้งร่างของหมึกปีศาจอย่างต่อเนื่องกว่าหนึ่งเดือนพลังพิษที่เขาใช้ไปนั้นนับว่ามากมายกว่าครั้งไหนที่เขาเคยใช้ พิษจำนวนนี้ที่เขาใช้ไปกับร่างของหมึกปีศาจนับว่ามากมายมหาศาลจนถึงขนาดสามารถฆ่าคนทั้งเมืองฟูเจี้ยนให้ตายลงไปได้เลยทีเดียว
ในตอนนั้นเองที่ถังเฟยหู่ลืมตาขึ้นมาจากการคาดการณ์ของเขานับว่าพิษที่เขาแพร่กระจายไปทั้งหมดสมควรพอแก่การทำให้หมึกปีศาจอยู่ในสภาวะอ่อนแอที่สุดเขายกมือทั้งสองข้างของตนขึ้นมากและเริ่มวาดไปมาเพื่อชักนำลมปราณภายในร่างให้เคลื่อนผ่านไปยังจุดต่างๆและรวบรวมมันไว้ในฝ่ามือ
ปราณสีเขียวเข้มถูกควบแน่นไว้ตรงหน้าของเขาพลังปราณพิษที่เขาใช้ตอนนี้ถูกขับเคลื่อนด้วยปราณอำมหิตและปราณหกสังหารจนบังเกิดพลานุภาพเหนือกว่าเดิมหลายเท่านักปราณห้าพิษเกิดการปะทุของพิษขึ้นหลายครั้งและถูกควบรวมไว้จนกลายเป็นปราณรูปร่างทรงกลมขึ้นตรงหน้า
ในตอนนั้นเองที่ถังเฟยหู่ได้คลายการหลอมรวมกับอสูรทมิฬและเปลี่ยนมันให้กลายเป็นอาวุธจิตวิญญาณปลอกแขนอสูรเมฆาเขาขยับมือและโคจรปราณเข้าไปในปลอกแขนเพื่อขับเคลื่อนกลไกอาคมภายในของมันออกมา
ฟุบบบ
อาวุธลับหัวลูกศรพุ่งออกมาจากปลอกแขนเขาได้ยื่นมือออกไปและคีบมันไว้ด้วยนิ้วชี้และนิ้วกลางมืออีกข้างของเขาชักนำพลังงานพิษที่ควบแน่นตรงหน้าให้เข้าหาหัวลูกศรบนมืออีกด้านเขาได้สร้างศรขึ้นมาจากปราณห้าพิษอันเข้มข้นนี้ ลูกศรสีเขียวเข้มที่บนตัวธนูปรากฎช่องเกรียวอันแปลกประหลาดบนนั้นลูกศรพิษเสร็จสิ้น!
ถังเฟยหู่ได้โคจรปราณลงไปในปลอกแขนของตนอีกครั้งเพื่อขับเคลื่อนกลไกในการเปลี่ยนรูปร่างของมันให้กลายเป็นธนูด้ายปราณอันเหนียวแน่นได้เชื่อมต่อปลายของธนูสองด้านเข้าไว้ด้วยกัน ถังเฟยหู่จ้องมองไปโดยรอบเพื่อหาช่องของหัวใจที่สูบฉีดเลือดออกไปยังเส้นเลือดเมื่อเขาได้พบเห็นแล้วก็ได้พุ่งตัวไปในทิศตรงข้ามและยืนอย่างมั่นคงสายตาจนจ้องไปยังรูที่เชื่อต่อกับเส้นเลือดนั้น
ญาณโลหิตตาเหยี่ยวพันลี้!
ดวงตาสีม่วงดำของเขาเรืองรองรัศมีปราณออกมาภาพตรงหน้าที่เต็มไปด้วยโลหิตสีน้ำเงินพลันชัดเจนมากกว่าเดิมหลายเท่าอีกทั้งยังสามารถมองทะลุชั้นกล้ามเนื้อและอวัยวะต่างๆภายในร่างของหมึกปีศาจได้อีก
ระยะการมองเห็นของตาเหยี่ยวพันลี้นับว่าเหนือกว่าเดิมหลายเท่านักนั่นเพราะตั้งแต่เข้ามาในร่างของหมึกปีศาจเขาก็ใช้ออกด้วยวิชาสายเลือดดวงตานี้บ่อยครั้งนั่นจึงทำให้ทักษะนี้ถูกพัฒนาไปไกลกว่าเดิมมากนัก
ภาพเส้นเลือดของหมึกปีศาจปรากฏขึ้นในคลองจักษุถังเฟยหู่นำลูกศรในมือมาพาดไว้บนตัวธนูจากนั้นจึงได้ออกแรงดึงอันมหาศาลเพื่อง้างสายธนูเสียงกระดูกและกล้ามเนื้อของเขาดังลั่นขึ้นมาอย่างน่าหวาดกลัวในดวงตาของเขาได้เล็งเป้าหมายไว้นั่นก็คือช่องตรงหน้าที่มีไว้เพื่อสูบฉีดเลือดออกไป
ตึกตึก ตึก ตึก
การเคลื่อนไหวของหัวใจยังคงมีอย่างต่อเนื่องเพื่อสูบฉีดเลือดสีน้ำเงินเรืองรองเหล่านั้นไปยังส่วนต่างๆพื้นที่ๆถังเฟยหู่ยืนอยู่นั้นอย่างไรก็เป็นผนังห้องหัวใจของหมึกปีศาจ ทุกวินาทีที่มันขยับเคลื่อนไหวเป้าหมายของเขาซึ่งเป็นเส้นทางเข้าสู่เส้นเลือดก็ขยับเคลื่อนไหวไปด้วยการจะเล็งยิงใส่จุดนั้นจำต้องใช้ความแม่นยำเป็นอย่างมาก
ตึกตึก ตึก ตึก
ถังเฟยหู่ง้างสายธนูออกไปจนสุดรั้งเพื่อรอเวลาอันเหมาะสมปลายของลูกศรชี้ไปยังช่องว่างตรงหน้า รูตรงนั้นขยับขึ้นลงตามจังหวะการเต้นของหัวใจถังเฟยหู่เปลี่ยนมาใช้การหายใจจากภายในและหล่อเลี้ยงร่างกายด้วยปราณแทนการหายใจปกติเพราะกลัวว่าการหายใจจะรบกวนการยิงธนูดอกนี้เข้า
‘ตอนนี้แหละ!’ ในตอนนั้นเองที่หัวใจได้บีบตัวเข้ามาและมีอยู่จังหวะหนึ่งที่ช่องทางเชื่อมต่อกับเส้นเลือดตรงหน้าได้ขยับตัวเคลื่อนลงมาวิชาสายเลือดดวงตาซึ่งถูกใช้ออกอยู่ก่อนนานแล้วได้เล็งเห็นจุดนั้นออกอย่างชัดเจนมือขวาของเขาที่คว้าจับไปยังท้ายของลูกศรถูกปล่อยออก สายธนูที่สร้างจากปราณได้ถูกดีดออกอย่างแรงและส่งลูกศรนั้นออกไปอย่างรวดเร็วปานพายุหอบหนึ่ง
ฟิ้ววววว!!
ธนูเซียนพยัคฆ์ สามเซียนวายุผสานปราณห้าพิษ!
ลูกศรดอกนั้นพุ่งตัวออกไปอย่างรวดเร็วรูปร่างของธนูที่เป็นเกรียวจึงทำให้บังเกิดการไหลเวียนของโลหิตเหล่านั้นผ่านช่องว่างบนเกรียวผ่านตัวลูกศรนั้นจนบังเกิดพายุขนาดย่อมจากแรงอันมหาศาลและรูปร่างของลูกศรดอกนั้น!
ธนูดอกนั้นยังแฝงด้วยศาสตร์ของวายุอันเล็กน้อยซึ่งเพิ่มอานุภาพของมันอีกด้วยจากการฝึกปราณเจ็ดสำเนียงซึ่งแฝงไว้ด้วยศาสตร์ความเข้าใจของวายุที่ปลายของลูกธนูดอกนั้นยังมีด้ายปราณที่เชื่อมต่อกับนิ้วมือที่ปล่อยออกไปของถังเฟยหู่อีกด้วยเขาสามารถควบคุมทิศทางของศรดอกนี้ได้ด้วยวิธีการนี้
ญาณโลหิตตาเหยี่ยวพันลี้!!
ทันใดนั้นเองที่เขาได้กระตุ้นญาณโลหิตของตนขึ้นมาอีกครั้งและเผาผลาญสายเลือดสีม่วงที่กลายพันธ์ของเขาไปอย่างรวดเร็วดวงตาทั้งสองข้างของเขาราวกับจะลุกเป็นไฟด้วยปราณสีม่วงดำของวิชาสายเลือดดวงตานี้
วิชาสายเลือดดวงตาของเขาถูกกระตุ้นขึ้นมาจนถึงขีดสุดภาพเส้นเลือดต่างๆพลันทะลุทะลวงจนเขาสามารถเห็นเส้นเลือดเหล่านั้นได้อย่างชัดเจน ลูกศรพิษทุกหมุนออกอย่างรวดเร็วนั้นได้กลายเป็นพายุลูกหนึ่งที่พุ่งทะลุทะลวงไปตามเส้นเลือดและขยับเคลื่อนไหวหลบรอดไปตามเส้นเลือดของหมึกปีศาจได้ด้วยการขยับเคลื่อนไหวของมือเขาที่เชื่อมต่อกับลูกศรด้วยด้ายปราณ
ขวับขวับ ขวับ
เสียงดังออกมาอย่างต่อเนื่องภายในหัวใจของหมึกปีศาจนั้นเป็นเสียงการขยับเคลื่อนไหวแขนของเขาอย่างรวดเร็วเพื่อบังคับทิศทางของลูกธนู หากเขาไม่ได้ยืนอยู่ภายในโลหิตสีน้ำเงินที่ขยับเคลื่อนไหวตลอดเวลาก็อาจจะสามารถเห็นเหงื่อกาฬที่หลั่งไหลออกมาจำนวนมากรอบร่างกาย
ดวงตาทั้งสองข้างเต็มไปด้วยเส้นเลือดสีแดงจากการเพ่งใช้สายเลือดดวงตาจนเกินขีดจำกัดของตนมากจนเกินไปลูกศรพิษดอกนั้นพุ่งทะยานออกไปพร้อมกับหอบนำพายุสายหนึ่งหมุนวนขึ้นภายในร่างกายของหมึกปีศาจพายุลูกนั้นหอบเอากลิ่นอายพิษอันเข้มข้นเหนือประมาณข้ามผ่านเส้นเลือดของหมึกปีศาจไป
ในช่วงเวลาเดียวกันนั้นเองที่พิษร้ายซึ่งแฝงอยู่ทุกซอกมุมภายในร่างกายอันใหญ่โตของหมึกปีศาจราวกับเป็นสัตว์ร้ายที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาจากการจำศีลของมันทุกเส้นทางที่ศรพิษวิ่งผ่านกลับบังเกิดการกระตุ้นผิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง
ทุกเส้นทางที่ลูกศรดอกนั้นวิ่งผ่านราวกับเป็นเส้นทางแห่งความตายเส้นเลือดที่ศรพิษวิ่งผ่านไปกลับกลายเป็นสีคล้ำด้วยพลานุภาพอันร้ายกาจของพิษร้าย พิษเหล่านั้นถูกกระตุ้นและแทรกซึมขึ้นมากกว่าเดิมในตอนนั้นเองที่หมึกปีศาจได้รับรู้ถึงความเจ็บปวดเกินกว่าที่มันจะทนได้ไหว
มันได้ตื่นขึ้นจากการหลับใหลกว่าสองเดือนภายใต้ท้องทะเลปีศาจแห่งนี้มันดินทุรนทุรายไปมาด้วยความเจ็บปวด หนวดทั้งแปดได้วาดผ่านทำลายหินผาโดยรอบให้ทลายกลายเป็นผุยผงปราณในกายของมันพยายามจะขยับเคลื่อนไหวเพื่อจัดการกับความเจ็บปวดภายในร่างกายของมัน
แต่นั้นก็ไร้ประโยชน์โดยสิ้นเชิงปราณของมันปั่นป่วนและถดถอยลงอย่างต่อเนื่องโดยมันไม่อาจทำอันใดได้เลย พิษเหล่านั้นได้แทรกซึมเข้าไปทุกส่วนทุกซอกมุมในร่างกายของมันมาเป็นเวลานานโดยมันไม่รับรู้แม้แต่น้อยเมื่อมันรู้ตัวอีกทีก็ต้องพบกับหายนะที่มันไม่เคยคาดคิดมาก่อน
การดิ้นรนขัดขืนของหมึกปีศาจทำให้ภายในร่างกายของมันเกิดการสั่นสะเทือนถังเฟยหู่รับรู้ได้ในทันทีที่มันเคลื่อนไหวและใช้มืออีกข้างหนึ่งที่ว่างอยู่ในการแทงลงไปยังผนังหัวใจที่เขายืนอยู่ด้วยกระบวนท่ามารเจาะกะโหลกเขาได้งอนิ้วทั้งห้าเพื่อยึดเหนี่ยวร่างของตนให้อยู่ติดกับผนังหัวใจโดยไม่เคลื่อนไหวอีกทั้งเขายังได้ใช้วิชาดัชนีเหล็กเข้าร่วมด้วยเพื่อให้มั่นใจว่าเขาจะไม่กระเด็นกระดอนออกไป
มืออีกข้างที่เชื่อมต่อกับด้ายปราณยังคงขยับอย่างต่อเนื่องดวงตาที่เปี่ยมไปด้วยปราณของวิชาสายเลือดดวงตาจดจ้องไปยังทิศทางเบื้องหน้าเพื่อบังคับลูกศรนั้นไปตามหลอดเลือดพวกนั้นพิษถูกถูกปลุกและกระตุ้นยังทำงานของมันได้อย่างดีเยี่ยม ปราณของหมึกปีศาจถูกพิษร้ายอันมากมายเหล่านั้นคุกคามจนไม่อาจทำอันใดได้ในตอนนั้นเองที่เขามั่นใจว่าพิษของเขาได้ทำงานของมันอย่างดีจนหมึกปีศาจไม่อาจต่อต้านอันใดได้อีกแล้วเขาจึงได้ตัดด้ายปราณที่นิ้วออกไป
ลูกศรพิษที่ไร้การควบคุมได้แทงทะลุหลอดเลือดบริเวณหนึ่งก่อนที่จะสลายกลายเป็นปราณพิษและแทรกซึมเข้าไปในบริเวณใกล้เคียงถังเฟยหู่ปล่อยมือที่ยึดจับผนังหัวใจไว้ก่อนที่จะใช้ด้านที่แหลมคมบนคันธนูเฉือนผนังหัวใจที่ใต้เท้าของตนและพุ่งตัวออกไปยังด้านนอกในทันที
เขาได้หยุดการโคจรสายเลือดของตนเองเพื่อหยุดยั้งการใช้วิชาสายเลือดดวงตาดวงตาทั้งสองข้างแดงก่ำและมีเลือดซึมออกมาเล็กน้อยถังเฟยหู่เผยรอยยิ้มของตนออกมาอย่างพอใจ เขาสัมผัสได้ถึงพลังชีวิตที่สูญสลายลงเรื่อยๆของร่างกายหมึกปีศาจเขาโคจรปราณห้าพิษขึ้นอีกรอบหนึ่ง
ปราณสีเขียวเข้มที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพิษได้ปะทุขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งฝ่าทั้งสองข้างของเขากางออกข้างลำตัว นิ้วทั้งสิบเหยียดออกตั้งตรง จากนั้นปลายนิ้วทั้งหมดงอเข้ามาเล็กน้อยจนกลายเป็นรูปกรงเล็บปราณห้าพิษถูกรวบรวมไว้ในกรงเล็บทั้งสองข้าง ปลายนิ้วทั้งหมดได้รวบรวมปราณพิษไว้จนเป็นรูปร่างอันแหลมคม
กรงเล็บมารกระดูกขาวหักกระดูกสะบั้นใจ!!
ถังเฟยหู่พุ่งตัวออกไปอย่างรวดเร็วร่างของเขาพุ่งเข้าใส่หัวใจดวงใหญ่ตรงหน้านั้นด้วยกำลังทั้งหมดที่มีปราณสีเขียวเข้มถูกลากเป็นทางตรงไปหาหัวใจดวงนั้นมายาปราณสีเขียวเข้มด้านหลังรวมตัวกันจนบังเกิดเป็นภาพหัวกะโหลกและอสรพิษร่างกายใหญ่โตนิ้วมือทั้งสิบกระแทรกและสะท้อนพลังปราณเข้าสู่หัวใจ
ตู้มมมมม!!
มือทั้งสองข้างฟาดทำลายหัวใจดวงนั้นไปตรงๆปราณพิษที่ปะทุขึ้นมาได้แทรกซึมเข้าสู่หัวใจดวงนั้นแต่ดูเหมือนว่าถังเฟยหู่ยังไม่พอใจเขายังคงวาดฝ่ามือออกไปด้วยกระบวนท่าหักกระดูกสะบั้นใจอีกหลายกระบวนปราณพิษทั้งหมดเหล่านั้นแทรกซึมเข้าสู่หัวใจและปะทุขึ้นมาด้วยคุณสมบัติของปราณห้าพิษที่ถูกหนุนเสริมด้วยวิชาปราณของสกุลถังอีกสองวิชาในตอนนั้นเองที่พิษจำนวนราวกับจะกลืนกินหัวใจดวงนั้นให้กลายเป็นชิ้นเนื้อที่เต็มไปด้วยพิษหากจะพูดไปแล้วนับว่าหัวใจดวงนี้ได้แปดเปื้อนพิษสูงที่สุดภายในร่างของหมึกอสูร
นั่นเพราะถังเฟยหู่ได้อาศัยหัวใจดวงนี้ในการแพร่พิษไปทั่วทั้งร่างกายของหมึกปีศาจนั่นจึงนับว่าหัวใจนี้จึงกลายเป็นสถานที่ๆสัมผัสกับพิษมากที่สุดและยาวนานที่สุดในร่างกายของสัตว์อสูรทะเลตนนี้
ในตอนนั้นเองที่หมึกปีศาจวังวนมารได้หยุดการเคลื่อนไหวของมันสีหน้าของมันเจ็บปวดเป็นอย่างมาก หัวใจของมันราวกับระเบิดเป็นเสี่ยงๆร่างกายทั้งหมด หัวใจทั้งสามดวง ทุกส่วนในร่างกายของมันต่างก็เต็มไปด้วยพิษ
ถังเฟยหู่สัมผัสได้ถึงพลังชีวิตที่หายไปอย่างรวดเร็วกว่าเดิมของมันในตอนนั้นเองที่เขาค้นพบกลิ่นอายบางอย่างที่คุ้นเคย มันคือกลิ่นอายมรณะ!เขาได้เรียกอสูรทมิฬและหลอมรวมร่างของมันเข้าไปจนกลายเป็นรอยสักมารอีกครั้งเขาเผยรอยยิ้มออกมาอย่างสุขใจ ในที่สุดเขาก็จัดการมันได้!
ปราณมารไร้ลักษณ์ กายหยาบมาร!!
รอยสักมารรูปกะโหลกสีดำปรากฏขึ้นบนร่างของถังเฟยหู่รอยสักนั้นอ้าปากออกมาพร้อมกับพยายามดูดกลืนวิญญาณของหมึกปีศาจเข้าไปแม้จะยากอยู่บ้างในคราแรกแต่เพราะหมึกปีศาจนั้นใกล้ความตายอยู่แล้วจึงทำให้วิญญาณของมันหลุดลอยออกมาได้ง่ายดายกว่าตอนที่เขาลองดูดกลืนมันในครั้งแรกมากมายนัก
ครืนนนน
ชั่วพริบตานั้นเองที่วิญญาณของหมึกปีศาจได้เข้าสู่ร่างของถังเฟยหู่วิญญาณของหมึกปีศาจถูกบีบอัดและฉีกกระชากจนกลายเป็นเศษเล็กเศษน้อยด้วยพลังของมุกมารทั้งสามที่ฝังอยู่ในร่าง เศษเสี้ยววิญญาณของหมึกปีศาจได้กระจายไปทั่วทั้งร่างกายของเขาและหล่อเลี้ยงร่างกายให้กลายเป็นกายของมาร
ในตอนนั้นเองที่เริ่มการความเปลี่ยนแปลงบางอย่างเมื่อวิญญาณของหมึกปีศาจสิ้นไปแล้วก็เหมือนกับถังน้ำที่มีรอยรัวซึ่งน้ำเหล่านั้นก็เปรียบเสมือนสายใยชีวิตเส้นสุดท้ายที่ยึดเหนี่ยวชีวิตของมันไว้หัวใจของหมึกปีศาจได้หยุดลง ร่างกายของมันได้หยุดกายเคลื่อนไหวและทิ้งตัวลงไปใต้พื้นน้ำแห่งทะเลปีศาจมือของถังเฟยหู่สัมผัสกับหัวใจดวงใหญ่ตรงหน้ากำลังดูดกลืนเลือดเนื้อของหมึกปีศาจเข้ามาสู่ร่างกายและหล่อเลี้ยงร่างกายของเขาเสริมสร้างและพัฒนาความสามารถและกล้ามเนื้อต่างๆ
การดูดกลืนร่างกายของหมึกปีศาจวังวนมารทำให้ปรากฏรอยสักรูปคลื่นวังวนสีน้ำเงินบนร่างกายของเขาพลังสีน้ำเงินเหล่านั้นได้ปรับเปลี่ยนชั้นผิวหนังและกล้ามเนื้อของเขาให้แข็งแกร่งขึ้นอย่างรวดเร็ว
ร่างกายของหมึกปีศาจบิดเบี้ยวและหดเล็กลงไปเรื่อยๆมันถูกร่างกายของถังเฟยหู่ดูดกลืนอย่างตะกละตะกลาม อย่างไรก็ตามหลังจากผ่านไปหนึ่งชั่วยามร่างกายของเขากลับไม่สามารถรู้สึกได้ถึงความแข็งแกร่งใดๆอีกต่อไปที่เพิ่มขึ้นมานี่คงจะเป็นขีดจำกัดที่ร่างกายของเขาสามารถช่วงชิงมาจากหมึกปีศาจได้
เมื่อมาถึงจุดนี้ถังเฟยหู่จึงได้หยุดการกลืนกินและการโคจรลมปราณมารไร้ลักษณ์ในเคล็ดกายหยาบมารนั่นเพราะถึงเขาจะดูดกลืนต่อไปก็ไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์อันใดอีกต่อไป เขามองภาพตรงหน้าของตนก็พบว่าหมึกปีศาจกลายเป็นก้อนเนื้อผิดรูปที่ไม่อาจมองได้อีกว่าเคยเป็นสิ่งใด
เขาได้เรียกอาวุธจิตวิญญาณกระบี่งูเขียวออกมาจากนั้นจึงได้ฟันใส่บริเวณชั้นเนื้อที่บางที่สุดจากนั้นเขาจึงได้หลุดออกมาจากร่างกายของหมึกปีศาจหลังจากอาศัยอยู่ในนั้นมาอย่างอย่างยาวนานเขาหันกลับไปมองโดยรอบ ทุกพื้นที่เต็มไปด้วยน้ำทะเลที่เต็มเปี่ยมด้วยพลังวิญญาณ
ฟ้าเบื้องบนมีแสงสาดส่องลงมาคล้ายดวงอาทิตย์ดูเหมือนว่าเขาจะมาอยู่ใต้หน้าผาลึกแห่งหนึ่งบางทีนี่อาจจะเป็นที่อยู่อาศัยของหมึกปีศาจวังวนมารก็ได้เขาได้ถีบร่างพุ่งทะยานขึ้นสู่ด้านบนอย่างรวดเร็วการที่เขาว่ายน้ำและลอยตัวอยู่กลางทะเลในโลกที่สามารถหายใจใต้น้ำได้เช่นนี้ก็เป็นความรู้สึกที่แปลกประหลาดยิ่งนัก
“ความรู้สึกนี้ราวกับโบยบินได้ก็ไม่ปานช่างน่าอัศจรรย์ยิ่งนัก สักวันข้าจะต้องไปให้ถึงขอบเขตเวหาเร้นในชั้นนภาและโบยบินด้วยกำลังของตนเองดูสักครั้งให้ได้”ถังเฟยหู่ได้ตั้งความคาดหวังบางอย่างขึ้นไว้ในใจของตน ประสบการณ์อันแปลกประหลาดเช่นนี้ใช่ว่าจะพบเห็นได้ง่ายเสียที่ไหนกัน….