ทางด้านของไลลาและการ์เล็ตที่ออกมาจากปราสาทและกำลังมุ่งหน้าไปช่วยลีออนอย่างเร็วที่สุด
เมื่อทั้งสองคนใช้แท่นศิลาเคลื่อนย้ายออกมาสู่ภายนอกได้ ในบริเวณนั้นก็ไม่ได้มีร่องรอยการต่อสู้แต่อย่างใด
“การโจมตีที่เกิดขึ้นมีเป้าหมายเล็งไปที่ปราสาทเป็นหลัก...นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่ๆ ต้องมีคนอยู่เบื้องหลังอย่างที่ผู้อำนวยการจาเฮรอสบอก”
การ์เล็ตพูดขึ้นมาลอยๆ พรางวิเคราะห์ให้ไลลาได้ฟัง
“รีบไปกันเถอะ...ทางนี้ปล่อยให้มืออาชีพเขาจัดการกันไป”
การ์เล็ตพูดขึ้นมาลอยๆ อีกครั้ง ซึ่งดูเหมือนว่าเธอกำลังพูดเตือนตัวเองให้มีสมาธิเพียงเรื่องเดียวซะมากกว่า
“จะไปไหนกันน่ะ...ที่ปราสาทเกิดอะไรขึ้น…!!??”
เสียงของเด็กหนุ่มพูดแทรกขึ้นมาจากทางด้านหลัง
เอเดรียนหนุ่มผมขาวเจ้าหงุดหงิดกำลังจะมาใช้ศิลาเคลื่อนย้ายเพื่อกลับสู่ปราสาทเพราะเหตุการณ์โจมตีที่กำลังเกิดขึ้นที่นั่น
“อ้าวเอเดรียน...เธอมาก็ดีแล้ว...เรากำลังไปช่วยลีออนกัน...ถ้ามีเธอไปช่วยอีกคนก็คงจะดีไม่น้อย”
การ์เล็ตตอบคำถามของเอเดรียนพรางขอให้เขาไปด้วยกัน
“เจ้านั่นไปสร้างเรื่องอะไรไว้อีกล่ะ...ชอบทำเท่ห์อยู่เรื่อยจนไปสร้างปัญหาไว้อีกล่ะสิ”
เอเดรียนพูดด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าวตามสไตล์ของตัวเขาเองเช่นเคย
“ไปด้วยกันเถอะนะเอเดรียน...เราไม่มีเวลาแล้ว...ไม่รู้ว่าตอนนี้ลีออนและเอสต้าจะเป็นยังไงบ้าง...!!??”
ไลลาขอร้องเอเดรียนด้วยท่าทีร้อนรน
เอเดรียนนิ่งเงียบไปพักนึงก่อนจะถามต่อว่า
“แล้วที่ปราสาทล่ะ...ปล่อยไว้แบบนี้ไม่ต้องไปช่วยเหรอ...?”
“ทางนั้นไม่ต้องห่วงหรอกมีคนเก่งๆ อยู่เยอะแยะ...ผู้อำนวยการเป็นคนอนุญาตเรื่องนี้เอง”
การ์เล็ตตอบไปแบบสั้นๆ โดยไม่ได้อธิบายรายละเอียดให้เอเดรียนรู้ทั้งหมดร
“เราต้องไปกันแล้วล่ะ เดี๋ยวจะไม่ทันการ...จะมาไม่มาก็แล้วแต่เธอละกัน...”
การ์เล็ตตัดบทพรางจับมือไลลารีบวิ่งไปทันที
เอเดรียนยืนมองอยู่สักพัก เขาหันไปทางปราสาทที่กำลังถูกโจมตีโดยเหล่าสัตว์ประหลาดสีดำบินได้หลายตัว ซึ่งในขณะนั้นมีการโจมตีสวนกลับทำให้หนึ่งในสัตว์ประหลาดร่วงลงกลางอากาศ
ชิ...
เอเดรียนตัดสินใจวิ่งตามไลลาและการ์เล็ตไป...
จนในที่สุดพวกเขาทั้งสามคนก็มาถึงด้านหน้าทางเข้าของดันเจี้ยน
“ทางนี้...!!!”
เสียงของคลั้บซ์ที่กำลังชูสองแขนโบกมือไปมาให้ไลลาเห็นว่าเขาอยู่แถวต้นไม้ใหญ่ทางอีกฝั่งหนึ่ง
การ์เล็ตได้ยินเรื่องราวของคลั้บซ์ที่ไลลาเล่าให้ฟังแล้วก็พอจะรู้ว่าก็อบลินท่าทางประหลาดตนนั้นคือใคร
แต่ทว่าเอเดรียนคว้ามีดขึ้นมาทันทีเตรียมโจมตีเป้าหมายและขว้างออกไปอย่างแรงใส่โจทย์เก่าเจ้าเดิม
พลั่ก...
ฉึกกกก...!!!
มีดของเอเดรียนปาเฉียดหน้าคลั้บซ์ไปปักที่ต้นไม้ด้านหลัง โชคดีที่ไลลาปัดมือของเอเดรียนเอาไว้ได้ทันในเสี้ยววินาทีสุดท้าย
“เหวอออออออ...อะไรของแกเนี่ย...ปามีดใส่ข้าทำไมเนี่ยยยยยยยยยยย...!!??”
คลั้บซ์รีบกระโดดถอยเข้าไปหลบหลังต้นไม้ด้วยท่าทางลนลานในทันที
“นี่คือคลั้บซ์…เขาเป็นพวกเดียวกับเรานะเอเดรียน...อย่าวู่วามสิ”
ไลลาหันไปทำหน้าไม่พอใจใส่เอเดรียนที่กำลังทำท่านวดข้อมือของตัวเองเพราะเหตุจากการถูกไลลาขัดขวางการโจมตี
“ชิ...ก็เธอดันบอกช้าเองนี่...คิดว่าลีออนถูกเจ้าปีศาจนี่จับกินไปซะละ...”
เอเดรียนบ่นอุบอิบอย่างไม่สบอารมณ์
“ข้าไม่ใช่ปีศาจว้อยยยยย”
คลั้บซ์ตะโกนตอบกลับมาทั้งๆ ที่ยังแอบอยู่หลังต้นไม้
“ไม่เป็นไรคลั้บซ์ เมื่อกี้เป็นการเข้าใจผิดน่ะ...ขอโทษด้วยนะจ๊ะ...”
ไลลาตะโกนไปแก้ต่างและขอโทษแทนเอเดรียนที่ทำให้คลั้บซ์เกือบตายฟรี
จากนั้นคลั้บซ์ก็ออกมาพูดคุยก่อนจะเรียกให้เหล่าแฟรี่ออกมาเมื่อเห็นว่าปลอดภัยดีแล้ว
เมื่อถามไถ่กันจึงได้ความว่าตอนนี้ยังไม่รู้ข่าวของลีออนและเอสต้าเลย นายพลธาร์ชูร์ที่ตามเข้าไปช่วยก็เงียบหายไปเลยเช่นเดียวกัน ครั้นจะกลับไปยังปราสาทในตอนนี้ก็ยังไม่ปลอดภัย จึงตกลงกันว่าควรจะหลบเข้าไปในดันเจี้ยนก่อน น่าจะเป็นจุดที่ปลอดภัยมากที่สุด
“แล้วพวกเราจะกลับเข้าไปกันได้เหรอ...ประตูมิติดันเจี้ยนปิดไปแล้วนี่...?”
ไลลาเพิ่งนึกได้จึงถามคลั้บซ์ขึ้นมาทันที
“เฉพาะคนที่เคยสัมผัสหินอิมพีเรียลที่ข้าเก็บพลังของประตูมิติเอาไว้ถึงจะสามารถทำให้ประตูมิติปรากฏขึ้นได้น่ะ...เพราะฉะนั้นไลลากับข้าก็สามารถเข้าออกที่นี่ได้อย่างสบายหายห่วง...ฮ่าฮ่าฮ่า...”
คลั้บซ์อธิบายด้วยความภาคภูมิใจ
ไลลากับคลั้บซ์จึงพาการ์เล็ต เอเดรียน และเหล่าแฟรี่ทั้งหมดกลับเข้าไปในดันเจี้ยน โดยให้คลั้บซ์และเอเดรียนนำเหล่าแฟรี่เข้าไปก่อนส่วนไลลาและการ์เล็ตจะคอยรั้งท้ายเพื่อคอยรักษาความปลอดภัยจากด้านหลัง
ทันทีที่ไลลาอยู่ใต้ต้นไม้ต้นใหญ่นั้น ประตูมิติก็ปรากฏออกมาให้เห็นทันที จากนั้นทุกคนก็ทยอยเข้าดันเจี้ยนไปตามลำดับที่ได้วางแผนกันไว้
จู่ๆ การ์เล็ตก็หันหลังกลับไปมองรอบๆ ขณะที่กำลังจะก้าวเข้าไปในประตูมิติดันเจี้ยนอยู่แล้ว
“มีอะไรเหรอคะอาจารย์...???”
ไลลาถามด้วยความสงสัยเมื่อสังเกตเห็นท่าทีแปลกๆ ของการ์เล็ต
“อืมมมม...ไม่มีอะไรจ๊ะ...ไปกันเถอะ...”
การ์เล็ตยืนมองดูให้แน่ใจอยู่สักพักก่อนที่จะหันไปยิ้มตอบไลลาและเดินเข้าไปสู่มิติดันเจี้ยน
...
......
กลับมาทางฝั่งของลีออน
“พวกมารเหรอครับ...ไม่เหมือนกับพวกปีศาจเหรอครับ...???”
ลีออนถามซาโซด้วยความไม่เข้าใจ แต่เหมือนเขาจะเคยอ่านเจอจากหนังสือในห้องสมุดอยู่บ้าง
เดิมทีเขาเข้าใจว่ามารกับปีศาจคือสิ่งเดียวกันแต่แค่อาจจะใช้คำเรียกที่แตกต่างกันออกไปเช่น “คน” กับ “มนุษย์”
“ในความเป็นจริงพวกปีศาจเดิมทีก็เป็นแค่หนึ่งเผ่าพันธุ์ทั่วไป ไม่ได้ต่างอะไรจากพวกเราหรอก แค่รูปลักษณ์และรสนิยมส่วนใหญ่จะน่ากลัว...แต่ด้วยความแตกต่างจากเผ่าพันธุ์อื่นทำให้พวกมารสามารถชักจูงพวกปีศาจส่วนใหญ่ได้ง่ายเพื่อให้ทำเรื่องไม่ดีโดยมีผลประโยชน์หรืออะไรบางอย่างเข้ามาล่อเป็นการตอบแทน”
ซาโซมองไปทางมารตนนั้นด้วยใบหน้าและแววตาที่ดูหวาดกลัวพรางพูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือขณะยันตัวเองเพื่อลุกขึ้นยืน
เหล่าทหารมากมายที่กำลังเข้าไปปกป้ององค์ราชาก็ถูกโจมตีล้มตายไปทีละนายสองนาย
เฮือกกกกกกกก...!!!
ร่างของทหารกบร้องลั่นเมื่อโดนโจมตีแขนขาดกระเด็น
ฟิ่วววววววว...ฟิ่วววววววววว…!!!
เคร้งงงงง…เคร้งงงงง…เคร้งงงงง…!!!
หอกมากมายจากเหล่าทหารถูกขว้างออกหวังโจมตีมารทมิฬตนนั้นแต่ก็ถูกปัดทิ้งได้อย่างง่ายดาย...!!!