เมฆสีดำบนท้องฟ้าเริ่มเลือนหายไปพร้อมกับบรรยากาศโดยรอบที่เคยหนักหน่วง ความกดดันทั้งหมดที่ส่งไปยังทุกคนก็หายไปด้วย ทำให้ทุกคนพ้นขีดอันตรายและสามารถรักษาชีวิตเอาไว้ได้
ผมหันหลังเดินกลับไปก่อนจะโอบกอดพวกเธอทั้งสามเอาไว้
"ไม่ต้องกังวลไปสิ่งที่ผมคิดว่าสามารถทำได้ผมต้องมั่นใจว่าจะทำได้เท่านั้นไม่อย่างนั้นผมก็จะไม่ทำ ไม่ต้องกังวลจนเกินไป"
ไอรีนยิ้มออกมาก่อนจะกอดผมกับเซล่าและชาร์ลอตต์แน่น
"นั่นสินะ นายไม่เคยทำให้ฉันผิดหวัง"
เซล่าเองก็ด้วยเธอมองผมด้วยสายตาลึกซึ้งก่อนที่จะจุ๊บแก้มของผมหนึ่งที
"ใช่แล้ว นายเป็นคนที่ทำให้ฉันเชื่อมั่นได้เสมอ"
ส่วนชาร์ลอตต์เธอก็เชื่อมั่นในตัวผมไม่เปลี่ยนและมั่นใจว่าสถานการณ์ในครั้งนี้ผมต้องสามารถพิชิตมันได้แน่นอนและผมก็ทำมันได้จริงๆ
"ข้าเองก็เชื่อมั่นในตัวเจ้า"
"นี่สิถึงเป็นภรรยาสุดที่รักของผม"
ผมกับสามสาวก็โอบกอดกันและกันไม่รู้ว่าเพราะมันเป็นรางวัลของชัยชนะหรือว่าจะเป็นเพราะพวกเราผ่านเรื่องกังวลใจมาได้ ไม่ว่าจะอะไรก็แล้วแต่การกอดครั้งนี้มันชั่งเป็นการกอดที่อบอุ่นและทำให้รู้สึกว่ามันสุขสบายได้ถึงขนาดนี้ อีเมอร์สันมองไปรอบๆก่อนที่จะพูดเตือนผม
"คุณโรเบิร์ตครับ กระผมคิดว่าถ้าไม่รีบช่วยคนที่ควรช่วยพวกเขาจะตายไปกันหมดนะครับ"
"นั่นสินะ"
ไอรีนพูดขึ้นมาก่อนจะมองมาที่ผมเพราะว่าเธอมีเรื่องต้องไปทำกับพี่สาวของเธออยู่นั่นเอง
"อีกไม่กี่ชั่วโมงต่อจากนี้ดันเจี้ยนแห่งนี้ก็คงปิดตัวลง เพราะฉะนั้น..."
ลูเชียโน่เองก็อยากให้เซล่าที่อยู่ในรูปลักษณ์ของเอมิเลียไปเยี่ยมเยือนบ้านเกิด หลังจากนี้เซล่าเองก็จะกลับไปกับลูเชียโน่ เพราะฉะนั้นผมไม่มีสิทธิ์ที่จะไปห้ามพวกเธอไม่ว่าจะเป็น ไอรีน เซล่า และชาร์ลอตต์เพราะทุกคนก็มีเรื่องส่วนตัวมีครอบครัวมีญาติพี่น้องและมีเพื่อน และที่สำคัญพวกเราทั้งสี่คนก็ยังไม่ได้แต่งงานกันอย่างเป็นทางการทำให้การอยู่ร่วมกันยังไม่สามารถทำได้อย่างถูกต้อง
ชาร์ลอตต์เดินมาข้างผมก่อนที่จะควงแขนของผมเอาไว้
"ไปเถอะ ไอรีน เซล่า ข้าก็มีเรื่องต้องให้โรเบิร์ตไปทำด้วยเหมือนกัน"
"หืม! เรื่องที่จะให้ไปทำ..."
"เจ้าไม่ต้องรู้ตอนนี้หรอกแค่ตามข้าไปที่จักรวรรดิเอสโทเนียก็พอ"
"แต่…"
"ถ้าเจ้ากล้าปฏิเสธข้า คงรู้นะว่าข้าสามารถทำอะไรได้บ้างที่จะทำให้…"
"ผมไปแล้วครับคุณภรรยาสุดที่รักไม่ต้องพูดแบบนั้นออกมาก็ได้ ผมก็แค่ล้อเล่นเท่านั้นเอง"
"คิกๆ ข้าก็แค่ล้อเล่นเหมือนกัน"
เดี๋ยวนะ! นั่นมันคือการล้อเล่นของเธออย่างนั้นเหรอสายตาที่จ้องผมมานั่นเล่นเอาผมเสียวสันหลังไปวูบหนึ่งเลย
หลังจากนั้นผมก็ช่วยคนที่เหลือรอดในกลุ่มของลูเชียโน่ด้วยทักษะฟื้นฟูด้วยพลังแห่งธรรมชาติ เมื่อเสร็จแล้วก็เดินตามสามสาวไปเพื่อดูคนของแต่ละกลุ่มที่เหลือรอดอยู่จนไปพบกับคนที่ถูกเรียกว่าท่านหญิง เธอคือกลุ่มที่คิดจะช่วยชาร์ลอตต์ในตอนแรกที่เกิดสงครามใหญ่ เธอมีชื่อว่า สเตลล่า เมดิสัน ทำให้ชาร์ลอตต์ร้องตกใจออกมาเล็กน้อยก่อนที่จะไปดูอาการ
"สเตลล่า เจ้าเป็นอะไรรึเปล่า"
สเตลล่าลืมตาขึ้นก่อนที่พบกับชาร์ลอตต์ที่กำลังตรวจดูสภาพร่างกายของเธออยู่ทำให้เธอรู้สึกสบายใจขึ้นเล็กน้อยที่ได้พบกับชาร์ลอตต์ที่เป็นเพื่อนสนิทของเธอเพียงคนเดียว แต่ก็ยังรู้สึกอดเป็นห่วงคนในกลุ่มของเธอไม่ได้
"ชา...ชาร์ลอตต์ พวกนางละยังเหลือรอดกันอยู่ไหม"
"ยังเหลือครบทุกคนเพราะเจ้าใช้พลังทั้งหมดเพื่อปกป้องพวกนางทุกคนเอาไว้แต่พวกนางก็บาดเจ็บหนักจนเกินไป"
“ดี ดีแล้ว...”
จากนั้นสเตลล่าก็หมดสติไปในทันทีเพราะอาการบาดเจ็บที่รุนแรงมากๆรวมถึงรับพลังความกดดันมาเองทั้งหมดแทนคนจากกลุ่มของเธอทั้งกลุ่ม
ผมรีบใช้ทักษะฟื้นฟูด้วยพลังแห่งธรรมชาติเพื่อช่วยเหลือพวกเธอทั้งหมดในทันที ส่วนพวกอื่นนั้นก็ไม่ต้องไปสนใจมัน พวกชอบฉวยโอกาสและเสนอหน้าออกมาคิดจะแย่งราชาคนเถื่อนไปสุดท้ายก็เป็นพวกมันเองที่ประมาทจนสูญเสียคนไปจำนวนมากทำให้กลุ่มของพวกมันเกือบตายกันไปหมดทั้งกลุ่ม
ชาร์ลอตต์เมื่อเห็นว่าทุกคนในกลุ่มของสเตลล่าและตัวสเตลล่าเองปลอดภัยแล้วก็ได้ทิ้งข้อความภาพฉายเอาไว้ให้เธอก่อนจะเดินสำรวจต่อไป
ผมกับสามสาวก็เดินสำรวจไปอีกสักพักก่อนที่จะเดินไปยังจุดที่ราชาคนเถื่อนได้สูญสลายไปก็พบกับสมบัติสามอย่างที่ไม่ได้หายไปด้วยได้แก่ ตะเกียงสีดำ สร้อยสีนำเงินที่มีแกนกลางเป็นผลึกคริสตัลสีแดงประดับเอาไว้ สุดท้ายก็คือกำไลข้อมือที่มีสีน้ำตาลอ่อนๆและมันก็ยังแผ่รัศมีพลังไปรอบๆตัวมันอีกด้วย
เซล่าที่พบมันก็ร้องออกมาด้วยความตกใจ
“หมายความว่ายังไง? ไม่ใช่ว่าสมบัติทั้งสามอย่างมันอยู่ภายในตัวดันเจี้ยนไม่ใช่เหรอ ทำไมมันถึงมาอยู่ที่ราชาคนเถื่อนทั้งหมดได้กันละ”
“ผมคิดว่าของพวกนี้ที่ใครได้มาหรือหาได้ถ้ามันสำคัญมากจริงๆก็คงเป็นพวกของมายาที่ราชาคนเถื่อนสร้างขึ้นมาเพื่อตบตาคนที่คิดจะแสวงหามัน และสมบัติที่แท้จริงก็คงถูกเก็บไว้ที่ตัวของราชาคนเถื่อนมากกว่า”
มันเป็นสมบัติที่เซล่าต้องการนำกลับไปที่เผ่าเอลฟ์เพื่อเอาไปให้กับพ่อของเธอ เธอมองมาที่ผมก่อนที่จะพูดอะไรออกมาแต่ว่าผมก็ชิงพูดขึ้นมาก่อน
“ผมไม่มีความสนใจในตัวของพวกมันและไอรีนกับชาร์ลอตต์ยิ่งไม่ได้สนใจพวกมัน ถ้าเธออยากนำไปให้พ่อของเธอก็นำมันไปเถอะ”
มันก็จริงที่ผมจะไม่สนใจเพราะหลังจากที่ใช้ทักษะตรวจสอบไปทำให้รู้ว่าพวกมันก็เป็นแค่พวกของสนับสนุนที่มีความสามารถที่ค่อนข้างจะธรรมดาและไม่จำเป็นต่อผมกันทั้งนั้นรวมถึงมันระบุเอาไว้ว่าต้องใช้ผ่านเผ่าเอลฟ์เท่านั้นด้วย
เซล่ามองผมด้วยสายตาที่ลึกซึ้งและขอบคุณในเวลาเดียวกัน
“คุณไม่ต้องมองผมแบบนั้นแค่มอบรางวัลความพยายามครั้งนี้ให้มากกว่าเดิมก็พอ”
“ว่าแล้วเชียวนายต้องไม่พูดเรื่องอื่นนอกจากเรื่องแบบนี้”
“ฮ่า ฮ่า มันก็จริงนะ”
เซล่าเดินเข้าไปหาสมบัติทั้งสามก่อนจะนำสมบัติที่มีความสามารถในการเก็บของเก็บพวกมันขึ้นมา
ถึงแม้ว่าร่างของคนเถื่อนที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้จะสูญสลายไปแล้วก็ไม่นับว่าเสียอะไรเลยเพราะมันก็เป็นแค่ผลพลอยได้ที่ตามมา จุดที่สำคัญที่สุดก็คือสมบัติสามอย่างที่เซล่าได้ไปแล้ว ไม่ว่าใครก็ตามที่เข้ามาในดันเจี้ยนแห่งนี้ล้วนต้องการมันทั้งนั้น
ผ่านไปราวสองชั่วโมงทุกคนที่ได้รับบาดเจ็บได้รับการรักษาก็ฟื้นคืนกลับมาในที่สุดพร้อมกับดันเจี้ยนที่กฎเกณฑ์หลอมรวมเข้าไปกับกฎเกณฑ์ของโลกหลักเรียบร้อยแล้ว ทำให้ประตูมิติขนาดใหญ่เปิดเส้นทางที่เชื่อมไปยังโลกหลักออกมา
“ไปกันเถอะ”
กลุ่มของผมกับกลุ่มของลูเชียโน่ก็ก้าวเดินออกไปจากดันเจี้ยน แต่ว่าภาพที่เห็นตรงหน้าก็คือเหตุการณ์ที่ไม่ควรเกิดขึ้นมาเพราะว่าหน้าทางเข้าดันเจี้ยนที่เต็มไปด้วยป่าไม้มากมายตอนนี้ได้กลายเป็นภาพแห่งหายนะครั้งใหญ่มีซากศพของผู้คนจำนวนมากกองจนกลายเป็นภูเขาขนาดย่อมมีทั้งคนที่ใส่ชุดดำของกลุ่มมนุษย์ชุดดำและพวกคนที่สวมชุดประหลาดๆ
สุดสายตาของทุกคนก็มีชายชราคนหนึ่งที่สวมชุดพ่อบ้านกำลังฆ่าผู้ชายคนหนึ่งอยู่โดยใช้หมัดชกทะลุตัวของผู้ชายคนนั้นจากนั้นก็ปล่อยเวทย์ไฟเข้าไปแผดเผาร่างของผู้ชายคนนั้นจนกลายเป็นเถ้าถ่านไปในที่สุด ก่อนจะหันมามองกลุ่มของผมกับกลุ่มของลูเชียโน่ด้วยจิตสังหารที่รุนแรง
เขาพุ่งจากจุดที่เขายืนอยู่ประมาณหนึ่งกิโลเมตรมายังกลุ่มของผมโดยเล็งเป้าหมายที่ไอรีนก่อนจะใช้หมัดของตนเองใช้เวทย์ไฟออกมาปกคลุมรอบหมัดจากนั้นก็ชกออกไปเต็มแรง
หมัดเพลิง
ผมที่กำลังจะใช้ทักษะออกมาก็โดนไอรีนห้ามเอาไว้ก่อนที่จะจับดาบแห่งจักรพรรดิเพลิงออกมาแล้วใช้ทักษะของตนเองออกไป
วิชาดาบแห่งโรเวียร์ – หวนกระแสธารา
หมัดเพลิงอันร้อนแรงพุ่งมาด้วยความเร็วและดาบของไอรีนก็ฟาดฟันไปตามแรงของหมัดเพลิงที่พุ่งเข้ามา
ตูม!
ชายชราตกตะลึงเล็กน้อยก่อนจะกระโดดถอยออกไปสามก้าว จากนั้นก็สลายพลังออกไป
“นายหญิง ท่านแข็งแกร่งขึ้นอีกแล้ว”
“แนแธเนียล นายทำไมไม่อยู่ที่คฤหาสน์ มาที่นี่ทำไม”
“กระผมมากำจัดคนที่คิดจะขวางเส้นทางนายหญิงของตนเองมันผิดด้วยเหรอ”
“เฮ้อ เอาเถอะ นายมาก็ดีแล้วฉันจะกลับไปรับพี่สาวของฉันจากนั้นก็กลับคฤหาสน์กันเลย”
“รับทราบ”
แนแธเนียลมองมาที่ผมไม่เหมือนกับที่มองคนอื่นจากนั้นก็ใช้จิตสังหารระดับไร้เทียมทานขั้นสูงสุดโจมตีมาที่ผมในทันที แต่ว่าจิตสังหารพวกนั้นไม่มีผลกับตัวผมเลยแม้แต่น้อยไม่สิไม่มีความรู้สึกที่ว่ามันคือจิตสังหารเลย ขนาดราชาคนเถื่อนปลดปล่อยจิตสังหารพร้อมกับพลังขั้นสูงสุดและก็เป็นพลังของโลกที่สูงขึ้นไปอีก ยังไม่มีผลกระทบอะไรแล้วทำไมจิตสังหารของแนแธเนียลจะมีผลกับผมได้
แนแธเนียลตกตะลึงเล็กน้อยก่อนที่จะเก็บจิตสังหารกลับไป
“กระผมอยู่กับนายหญิงมาตั้งแต่ท่านยังเด็กคิดว่าจะไม่มีใครควรค่าพอให้มาเป็นคู่ครองของนายหญิงได้ แต่พอได้มาพบเจอกับคุณกระผมก็รู้สึกว่านายหญิงได้เลือกถูกคนแล้วเท่านี้กระผมก็วางใจได้สักที”
การที่มีคนแบบนี้อยู่รับใช้ไอรีนผมก็มีความรู้สึกไม่ต่างไปจากเขา ผมเองก็วางใจได้เหมือนกันที่เขาเป็นคนที่สามารถเชื่อใจได้และแข็งแกร่งมากคนหนึ่ง
“นายจะเลิกนิสัยแบบนั้นได้รึยังแนแธเนียลการที่นายทดสอบคนโดยไม่บอกกล่าวคนอื่นไว้ก่อนแบบนี้มันไม่ดีต่อคนอื่นเขานะ ยังดีที่โรเบิร์ตมีความสามารถไม่อย่างนั้นก็คงถูกจิตสังหารของนายบดขยี้ไปแล้ว”
“ไม่ต้องห่วงไปหรอกไอรีน ดีแล้วที่คุณมีคนแบบนี้ที่สามารถเชื่อใจและเป็นคนที่แข็งแกร่งอยู่ข้างกาย การที่เขาทดสอบผมก็มีเหตุผลที่ดีถ้าคนที่เขาทดสอบไม่สามารถรับการโจมตีแบบนั้นได้ก็เท่ากับไม่มีคุณสมบัติพอที่จะอยู่เป็นคู่ครองของคุณจริงๆ”
“แต่ว่า...”
ชาร์ลอตต์เดินเข้าไปใกล้ๆไอรีนแล้วพูดออกมาก่อนที่ไอรีนจะพูดต่อ
“เธอเป็นคนที่ไม่เชื่อในการตัดสินใจของแนแธเนียลไปตั้งแต่เมื่อไหร่หยุดกังวลเกินเหตุได้แล้วมันไม่เหมือนตัวเธอเมื่อก่อนเลยนะไอรีน”
“นั่นสินะ ฉันคงคิดมากเกินไปจริงๆนั่นแหละ”
ไอรีนหันมามองผมก่อนที่จะจับมือผมขึ้นมาจากนั้นก็ยิ้มให้กับผม
“ฉันต้องขอตัวไปทำภารกิจพิเศษกับพี่สาวของฉันก่อน ถ้าเสร็จเรียบร้อยแล้วฉันจะไปหานายแน่ๆ”
“ไปเถอะ ถ้ามีปัญหาอะไรเดี๋ยวผมจะจัดการให้เอง”
หลังจากที่พูดจากลากันเสร็จไอรีนก็เดินทางไปกับแนแธเนียลและยังมีอีเมอร์สันร่วมทางไปกับเธอด้วยเพื่อไปปกป้องคุ้มครอง
เซล่าเองก็เดินร่วมทางไปกับกลุ่มของลูเชียโน่ เธอไม่จำเป็นต้องพูดคุยอะไรกันมากในเมื่อรู้กันอยู่แล้วว่าจะแยกกันไปจัดการในเรื่องส่วนตัวของตนเองให้เรียบร้อย
ลูเชียโน่ก็เดินเข้ามาหาก่อนที่จะพูดคำร่ำลา
“โรเบิร์ตพวกเราเองก็แยกกันตรงนี้ก่อนแล้วค่อยเจอกันใหม่อีกครั้ง”
“อืม ไว้เจอกันใหม่”
หลังจากนั้นทุกคนก็แยกย้ายกันไปตามทางของตนเองส่วนอีวานก็โดนชาร์ลอตต์มอบหมายให้ไปคุ้มครองเซล่า ในตอนนี้เหลือแค่ผมกับชาร์ลอตต์เอาไว้แค่สองคน
“พวกเราสองคนก็ไปกันเถอะ”
ชาร์ลอตต์ควงแขนของผมก่อนที่พวกเราสองคนจะเดินทางกันต่อไป เป้าหมายก็คือจักรวรรดิเอสโทเนีย . . .