Path of god เส้นทางของพระเจ้า

    ตอนที่33 สมาคมสายอาชีพ

    ชื่อตัวละคร  ลูช

    เลเวล  116   ค่าประสบการณ์   (12.05%)

    คลาส เส้นทางแห่งราชันดาบขั้นพื้นฐาน(ระดับ กลาง)

    …

    สมญานาม: ผู้พบเห็นเส้นทางของตำนานนักบุญดาบ

    ท่านคือผู้เป็นประจักษ์พยานถึงความแข็งแกร่งของตำนานนักบุญแห่งดาบ

    -ทักษะเกี่ยวกับดาบรุนแรงขึ้น 30%, ลดเวลาคูลดาวน์ของทักษะดาบลง30%, ทักษะเกี่ยวกับพลังศักดิ์สิทธิ์รุนแรงขึ้น20%, สร้างความเสียหายแก่Undead และ เผ่าอสูร รุนแรงขึ้น10%

    ….

    สมญานาม: เก้าแรกของราชันดาบ (เติบโต)

    -ค่าต้านทานสถานะผิดปกติทั้งหมด 50%  ,ต้านทานธาตุทั้งหมด30% ,โจมตีคริติคอนรุนแรงขึ้น30%

    เปิดค่าสถานะ ความเพียร, ค่าเสน่ห์, ค่าวิสัยทัศ, ค่าความชำนาน

    …..

    สมญานาม : เพื่อนของเหล่าSiliga

    -ได้รับทักษะ : ล่องหน

    เพิ่มความสัมพันธ์กับเผ่าพันธุ์ภูตได้ง่ายขึ้น

    ….   

    พลังชีวิต : 41,700  มานา : 8,120   ออร่าดาบ : 706

    ค่าสถานะ  พละกำลัง:578+21,   สติปัญญา:116,  

    ความอดทน:417,  ความว่องไว:488+15

    ค่าสถานะพิเศษ     ความเพียร:58,     เสน่ห์:11,  วิสัยทัศ:211,  

    ความชำนาน:12,   พลังศักด์สิทธ์:11     จิตสังหาร:11     อาร่าดาบ:471

    แต้มสถานะหลักคงเหลือ 10 แต้ม

    แต้มสถานะพิเศษคงเหลือ 0 แต้ม

    น้ำหนักสัมภาระ  9,160/16,800

    ...

    [ทักษะล่องหน]

    ท่านจะเข้าสู่สภาวะล่องโดยสมบูรณ์

    มานา 20 หน่วยต่อวินาที

    …

    [วิถีทำลายล้าง]

    สร้างความเสียหายหนักหน่วงให้แก่หนึ่งเป้าหมาย เท่ากับ300%ของพลังโจมตี 

    จากการโจมตีที่จุดตายความเสียหายจึงติดคริติคอล  หากพลาดในการโจมตีโดนจุดตายความเสียหายจะเท่ากับ0

    เงื่อนไขการใช้ทักษะ  โจมตีที่จุดตายเท่านั้น

    มานา : 1,000    ออร่าดาบ : 200   ระยะหน่วง 15นาที

    ...

    [ทักษะ ชำนานดาบขั้นกลางเลเวล1]

    เพิ่มความเสียหายจากการโจมตีด้วยดาบขึ้น20%

    …

    [ระบบ : ขอแสดงความยินดี ท่านสร้างเคล็ดวิชาดาบเฉพาะตัวของท่านเองขึ้นมาได้สำเร็จ]

    [เคล็ดวิชาสำนักเต่าดำ กระบวนท่าที่1 เต่าคะนอง]

    สร้างคมดาบแปดสายโจมตีเป้าหมายในระยะประชิดสร้างความเสียหายเพิ่มขึ้น 50% ของพลังโจมตี

    มานา  : --  ออร่าดาบ  : --   ระยะหน่วง :  --

    (กลืนกินค่าเรี่ยวแรงเป็น2เท่าของการใช้ทักษะ)

    ***

    ในระหว่างที่ลูชกำลังเดินทางไปยังเมืองเนริส  เพื่อที่เขาจะได้ไปเคลียร์เรื่องของเกล็ดSilica ที่เมืองเลเบีย เขาก็เปิดหน้าต่างค่าสถานะขึ้นมาตรวจสอบ และตรวจดูสกิลใหม่ของเขาอย่างละเอียด

    ‘หลังจากที่เราสามารถสวมแหวนไอริสได้เมื่อไร  จุดอ่อนด้านมานาของเราก็จะหมดไป  แถมมันยังช่วยให้ค่าเรี่ยวแรงของเราหมดยากขึ้นด้วย  แต่ว่าไม่เคยคิดเลยนะว่าวิชาดาบในโลกความจริงจะถูกบันทึกโดยระบบได้ด้วย   แถบยังสามารถใช้ได้เลื่อยๆโดยไม่กิน มานา หรือออร่าดาบอีก  ไหนๆเราก็ไม่ต้องไปทำงานแล้วคงต้องเพิ่มเวลาในการเรียนศิลปะการต่อสู้ กับ วิชาดาบเพิ่มสักหน่อยแล้ว’

    ‘หืม!!  ออร่าดาบของเราเพียงพอที่จะใช้พิพากษาแล้วงั้นหรือ?  เราควรจะกลับไปที่รังของอันเดดดีมั้ย?’

    ‘เอาไว้ทีหลังดีกว่ายังไงซะเราก็เคลียร์ดันเจี้ยนที่นั้นไปแล้ว  คงต้องหาจุดล่าจุดใหม่บาง  แต่พื้นที่ส่วนใหญ่ก็คงถูกพวกกิลด์ประกาศเป็นเจ้าของกันไปหมดแล้ว   ฉันล่ะไม่อยากเสียเงินเข้าไปในดันเจี้ยนให้ไอพวกฉวยโอกาศพวกนี้เลยจริงๆ หรือว่าเราควรสร้างกิลด์แล้วเก็บค่าเข้าดันเจี้ยนในพื้นที่ของตัวเองบางดีรึป่าวนะ’

    ในระหว่างที่ลูชกำลังเริ่มคิดว่าจะสร้างกิลด์ขึ้นมาและรีดไถเงินจากผู้เล่นคนอื่นอยู่นั้น  เขาก็เดินทางมาจนถึงเมืองเนริสแล้ว

    เนริสเป็นเมืองที่ไม่ได้ใหญ่มากนัก หากให้เทียบละก็มันคงใหญ่กว่าเมืองเริ่มตั้นของผู้เล่นเพียงนิดเดียวเท่านั้น  ลูชมองไปรอบๆและสังเกตว่าเมืองแถบไม่ได้เปลี่ยนไปจากที่เขามาคราวที่แล้วเลย

    ‘เรายังต้องใช้เวลาอีกเป็นวันกว่าเราจะไปถึงเลเบีย  คงต้องหาอะไรทำในระหว่างทางไป   ก่อนอื่นเราจะต้องไปที่สมาคมสายอาชีพเพื่อหาคลาสรองสายอาชีพสักคลาส เราพอจะรู้วิธีที่ใช้เพิ่มค่าสถานะพิเศษอยู่บาง แต่มี3ค่าสถานะที่เราไม่รู้ว่าจะเพิ่มมันด้วยวิธีไหน  นอกจากการเคลียร์ดันเจี้ยน และฆ่าบอสพิเศษแล้ว มันยังมีวิธีไหนที่จะช่วยเพิ่มค่าสถานะพวกนี้มั้ยนะ’

    ค่าสถานะพิเศษที่ลูชกำลังพูดถึงอยู่นั้นไม่ใช้อะไรอื่นมันคือ ค่าพลังศักด์สิทธิ์  จิตสังหาร  และออร่าดาบ ทั้งสามสถานะเป็นค่าสถานะที่มีความเกี่ยวข้องกับการต่อสู้จึงไม่ใช้เรื่องง่ายเลยถ้าคิดที่จะเพื่มมัน

    ระหว่างที่ลูชกำลังเดินไปที่สมาคมสายอาชีพ   เขาก็โทรติดต่อหาเพื่อนเพียงคนเดียวในเกมของเขาเพื่อนที่เขาพึ่งกับกำหนดราคาของมิตรภาพไปเมื่อวานนี้ถึง300ล้านวอน หากไม่นับชั่งตีเหล็กที่สร้างดาบที่เขากำลังใช้อยู่ในปัจจุบัน   ในลิสรายชื่อเพื่อนของเขาก็มีเพียงแค่ฟีเลียเท่านั้นที่เขาจะสามารถโทรไปหาได้

    ลูช : ฟีเลียเธอว่างอยู่หรือป่าว

    ฟีเลีย : เฮ้!! นี้นายคิดว่าฉันว่างคุยกับนายตลอดเลยรึไง นายเห็นฉันเป็นอะไรกันแน่คิดจะมาก็มาคิดจะไปก็ไป  ฉันไม่ใช้ของเล่นของนายนะ

    ลูช : ฉันแค่ทักมาถามไอดีติดต่อพ่อค้าคนกลาง   ที่เธอเคยบอกว่าจะให้ฉันตอนเราอยู่ในดันเจี้ยนเท่านั้น  แล้วก็ช่วยใช้คำพูดที่ไม่ทำให้คนอื่นเขาเข้าใจผิดด้วยก็ดี

    ฟีเลีย : นะ-นายหมายความว่าไงกันยะ อะ-ไอบ้า   เอานี้ไป ID.7J98B41s569  เขาชื่อจิบุซึ   สามารถเชื่อถือเขาได้

    ลูช : เป็นคนญี่ปุ่นงั้นหรือ

    ฟีเลีย : คนเกาหลีย่ะ  แค่นี้น่ะฉันไม่ว่างจริงๆ

    ลูช : ……

    ‘แล้วทำไมต้องใช้ชื่อคล้ายคนญี่ปุ่นด้วยฟ่ะ’

    ลูชไม่ได้เกลียดคนญี่ปุ่นแต่อย่างใด เขาไม่ได้สนใจในการเมืองของโลกในความเป็นจริงเลยด้วยซ้ำไป  เขาแค่ไม่เข้าใจว่าไอบ้านี้มันจะตั้งชื่อจนทำให้คนอื่นเข้าใจผิดว่าเป็นคนญี่ปุ่นไปเพื่ออะไรกัน

    ‘ชั่งมันก่อนก็แล้วกัน’

    ลูชเดินเข้าไปข้างในสมาคมสายอาชีพ

    ‘เราคงตั้งเลือกช่างตีเหล็กเป็นอันดับแรก เราจะได้สามารถซ้อมแซมอาวุธและอุปกรณ์ของเราระหว่างที่เราออกล่าในพื้นที่ที่มันไกลจากเมืองได้’

    ในสมาคมสายอาชีพนั้นเป็นพื้นที่  ที่มักจะให้ผู้เล่นสายอาชีพเข้ามาเลือกคลาสหรือทดสอบเลื่อนระดับ   หรือแม้กระทั่งจัดหางานให้ทำและนี้คือสิ่งที่ทำให้ผู้เล่นสายอาชีพไม่พากันอดตาย  เพราะหากไม่มีสมาคมสายอาชีพช่วยหางานให้ทำคงมีผู้เล่นสายอาชีพไม่น้อยที่ผันตัวไปเป็นขอทานข้างถนน  เพราะในช่วงแรกที่เส้นทางของพระเจ้าเปิดตัวขึ้นผู้เล่นสายอาชีพจำนวนมากนั้นจัดว่าเป็นพวกไร้ประโยชน์แบบสุดๆ  พวกเขาบางคนสร้างดาบเกรดทั่วไปขึ้นมาไม่สำเร็จด้วยซ้ำไป  จึงเป็นเรื่องดีที่สมาคมสายอาชีพจัดหางานให้พวกเขาได้ทำกันประทั่งชีวิตภายในเส้นทางของพระเจ้า

    “เฮ้!! แกนะมีธุระอะไรกับที่นี้กัน”

    ลูชที่พึ่งจะเก้าเขาประตูมาได้ไม่กี่เก้าพลันสะดุ้ง

    พนักงานต้อนรับที่สมาคมนี้เป็นNPCคนแคระที่ดูมีอายุ  หนวดเครารุงรังยาวจนถึงพื้น   หุ่นเตี้ยล่ำและกล้ามแขนที่ล่ำบึ้กเป็นที่รู้กันดีว่าพวกคนแคระเหล่านี้  มีพฤติกรรมค่อนข้างก้าวร้าวซึ่งปกติงานเกี่ยวกับการต้อนรับมักจะเป็นของ เผ่าเอลฟ์ ซะมากกว่า

    ‘แล้วทำไมที่นี้ถึงได้ให้คนแคระมาเป็นพนักงานต้อนรับกัน’

    “ผมชื่อลูช  ผมมาที่นี้ก็เพื่อเรียนรู้ทักษะการตีเหล็กแล้วก็ทักษะการตัดเย็บครับ”

    ‘ก็แค่พนักงานต้อนรับไม่ใช้เอลฟ์ไม่ใช้รึไง  คงไม่มีอะไรหรอก’

    “เสียใจด้วยที่นี้ไม่มีใครว่างมาสอนแกหรอกนะ”

    “หืมทำไมถึงไม่มีคนว่างมาสอนผมกันละ”

    “แล้วแกเห็นหน้าฉันเหมือนพนักงานต้อนรับนักหรือไง ก็เห็นๆกันอยู่ว่าที่นี้คนไม่พอไว้แกค่อยกลับมาใหม่ก็แล้วกัน”

    ‘หรือว่านี้จะเป็นเควสลับ? ต้องใช้แน่เราต้องรู้ให้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับที่นี้’

    “มันเกิดอะไรขึ้นที่นี้งั้นหรือ  เผื่อผมจะมีทางที่จะช่วยพวกคุณได้”

    “ฮ้าๆๆ นี้แก่คิดจะช่วยพวกข้างั้นหรือ  เฮ้!! พวกเราไอเด็กนี้มันคิดจะช่วยพวกเราวะ   แล้วอยากจะทำอะไรดีล่ะหรือแกอยากมาเป็นพนักงานตอนรับแทนข้ากัน”

    “ผมต้องการจะช่วยพวกคุณจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตามผมก็ยินดีที่จะช่วย”

    “นี้แกอยากเป็นพนักงานต้อนรับขนาดนั้นเฉี่ยว”

    ลูชทำสีหน้าบอกบุญไม่รับอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปดูชื่อของพนักงานต้อนรับที่ว่างอยู่บนโต๊ะ ‘บีโอ้’

    ‘นี้เขาจะให้เราเป็นพนักงานต้อนรับแน่หากเรายังพูดไม่เคลียร์อยู่แบบนี้’

    “เออ  ไม่ใช้ๆ ผมหมายถึงเรื่องที่ทำไมคุณถึงต้องมาทำหน้าที่เป็นพนักงานตอนรับผมอยากรู้สาเหตุของเรื่องนี้และผมอยากจะช่วยพวกคุณแก้ไขปัญหานี้”

    บีโอ้มีสีหน้าบิดเบี้ยวเล็กน้อยเท่านั้น   เขาอุส่าคิดว่าจะมีคนมารับทำหน้าที่น่ารำคาญนี้แทนเขาซะอีก   ก่อนที่เขาจะเริ่มเล่าเรื่องราวให้ลูชฟัง

    บีโอ้เริ่มเล่าต้นตอของปัญหาคราวนี้ให้ลูชฟัง   ป่าต้นไม้โลกบ้านเกิดของเหล่าเอลฟ์นั้น   เมื่อสองวันที่แล้วมันถูก   มังกรเขียวเกรนิส    บุกรุกและเข้าไปทำรังเพื่ออยู่อาศัยที่นั้น  จึงทำให้เหล่าเอพฟ์มากมายที่อาศัยอยู่ในแต่ละทวีปพากันหยุดงานของตัวเองและมุ่งหน้ากลับไปเพื่อปกป้องบ้านเกิด

    “เรื่องมันก็เป็นอย่างงี้แหละ ไอพวกเอลฟ์ระยำนั้นมันกล้าทิ้งเพื่อนรวมงานแล้วกลับไปปกป้องบ้านเกิดกันได้ยังไง  แม่งเอ๋ยระยำที่สุด”

    ‘แกสิระยำ นี้คิดจะให้พวกเอลฟ์ทิ้งบ้านเกิดเพื่องานต้อนรับเลยรึไง’

    ลูชทำได้เพียงคิดอยู่ในใจเท่านั้นเขาไม่กล้าพูดมันออกมาเพราะกลัวบีโอ้จะไม่มอบภารกิจให้เขา

    “แล้วมีทางไหนที่ผมพอจะช่วยพวกเอลฟ์ได้บางไหมครับ”

    บีโอ้มองไปที่ลูชด้วยความโกรธทันที   เขานั้นกำลังโกธรพวกเอลฟ์ที่ทำให้เขาต้องมาทำงานงี่เง้าแบบนี้แต่ไอเด็กเวรที่บอกจะช่วยพวกเขากับกำลังจะทิ้งพวกเขาไปช่วยพวกเอลฟ์

    “เฮ้!!  ไอหนูนี้แกไม่ได้ฟังที่ข้าบอกไปหรือไงว่ามังกรมันบุกป่าต้นไม้โลกแล้วน้ำหน้าอย่างแกจะไปช่วยอะไรได้   รีบๆใสหัวกลับไปซะวันนี้ไม่มีใครว่างมาสอนแกตีเหล็กหรอกน่ะ”

    ลูชพยายามตื่อบีโอ้อยู่หลายนาที   แต่เขาทำได้เพียงต้องตัดใจไม่ว่ายังไงบีโอ้ก็ไม่ยอมยกเควสให้เขาเลย

    ‘หรือเราจะไม่เขาข่ายภารกิจกัน  คงจะต้องมีเงื่อนไขบางอย่างในการรับภารกิจแน่นอน’

    ลูชพอจะรู้แล้วว่า   ไม่ใช้แค่เมืองเนริสที่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นจากที่บีโอ้เล่าให้เขาฟังเรื่องแบบนี้กำลังเกิดขึ้นในทุกทวีปของ Path of God 

    ‘คงจะกำลังเริ่มเป็นข่าวออกทีวีกันแล้วมั้ง'

    ‘หรือจะมีคนรับเควสนี้ไปแล้วงั้นหรอ?’

    ลูชเดินออกจะสมาคมสายอาชีพก่อนที่เขาจะโทรติดต่อกับจิบุซึ

    ลูช : สวัสดีครับผมลูช  ผมได้ไอดีติดต่อคุณมาจากฟีเลีย

    จิบุซึ  :  นายเป็นคนเกาหลีซิน่ะ

    ลูชงงงวยเล็กน้อยเขาไม่เข้าใจว่าทำไมประเด็นแรกของการสนทนาถึงกลายเป็นคำถามว่าเขาเป็นคนเกาหลีใช้ไหม

    ลูช : ใช้ครับ

    จิบุซึ : ดาราที่ดังที่สุดในเกาหลีตอนนี้ชื่อว่าอะไร

    ‘หืม?’

    ลูช  :  คยองจา

    จิบุซึ : งานขึ้นชื่อของพวกไม่เอาไหนคืองานอะไร

    ‘นี้มันเรื่องบ้าอะไรกันฟ่ะ’

    ลูช  : ส่งไก่ทอด

    จิบุซึ  :  OK  ฉันยืนยันแล้วว่านายคือคนเกาหลีจริง   แล้วมีอะไรให้ฉันช่วยงั้นหรอ

    ลูชที่กำลังปวดหัวกับบทสนทนาแรกกำลังปรับสติตัวเองให้เข้าที่ก่อนจะตอบกับไป

    ลูช  :  ผมกำลังหาคนที่จะกระจายไอเทมขยะให้  และฟีเลียเลยแนะนำคุณมาคุณพอจะช่วยผมได้ไหม

    จิบุซึ : นายอยู่ที่ไหนฉันจะไปรับสินค้าด้วยตัวเองในเมื่อฟีเลียแนะนำนายมาทั้งทีเดียวฉันจะไปหา

    ลูช : ผมกำลังจะไปถึงเบเลียในอีก1วันครับ

    จิบุซึ : ได้เดียวฉันจะไปถึงที่นั้นภายในสองวัน