ชื่อตัวละคร ลูช
เลเวล 116 ค่าประสบการณ์ (12.05%)
คลาส เส้นทางแห่งราชันดาบขั้นพื้นฐาน(ระดับ กลาง)
…
สมญานาม: ผู้พบเห็นเส้นทางของตำนานนักบุญดาบ
ท่านคือผู้เป็นประจักษ์พยานถึงความแข็งแกร่งของตำนานนักบุญแห่งดาบ
-ทักษะเกี่ยวกับดาบรุนแรงขึ้น 30%, ลดเวลาคูลดาวน์ของทักษะดาบลง30%, ทักษะเกี่ยวกับพลังศักดิ์สิทธิ์รุนแรงขึ้น20%, สร้างความเสียหายแก่Undead และ เผ่าอสูร รุนแรงขึ้น10%
….
สมญานาม: เก้าแรกของราชันดาบ (เติบโต)
-ค่าต้านทานสถานะผิดปกติทั้งหมด 50% ,ต้านทานธาตุทั้งหมด30% ,โจมตีคริติคอนรุนแรงขึ้น30%
เปิดค่าสถานะ ความเพียร, ค่าเสน่ห์, ค่าวิสัยทัศ, ค่าความชำนาน
…..
สมญานาม : เพื่อนของเหล่าSiliga
-ได้รับทักษะ : ล่องหน
เพิ่มความสัมพันธ์กับเผ่าพันธุ์ภูตได้ง่ายขึ้น
….
พลังชีวิต : 41,700 มานา : 8,120 ออร่าดาบ : 706
ค่าสถานะ พละกำลัง:578+21, สติปัญญา:116,
ความอดทน:417, ความว่องไว:488+15
ค่าสถานะพิเศษ ความเพียร:58, เสน่ห์:11, วิสัยทัศ:211,
ความชำนาน:12, พลังศักด์สิทธ์:11 จิตสังหาร:11 อาร่าดาบ:471
แต้มสถานะหลักคงเหลือ 10 แต้ม
แต้มสถานะพิเศษคงเหลือ 0 แต้ม
น้ำหนักสัมภาระ 9,160/16,800
...
[ทักษะล่องหน]
ท่านจะเข้าสู่สภาวะล่องโดยสมบูรณ์
มานา 20 หน่วยต่อวินาที
…
[วิถีทำลายล้าง]
สร้างความเสียหายหนักหน่วงให้แก่หนึ่งเป้าหมาย เท่ากับ300%ของพลังโจมตี
จากการโจมตีที่จุดตายความเสียหายจึงติดคริติคอล หากพลาดในการโจมตีโดนจุดตายความเสียหายจะเท่ากับ0
เงื่อนไขการใช้ทักษะ โจมตีที่จุดตายเท่านั้น
มานา : 1,000 ออร่าดาบ : 200 ระยะหน่วง 15นาที
...
[ทักษะ ชำนานดาบขั้นกลางเลเวล1]
เพิ่มความเสียหายจากการโจมตีด้วยดาบขึ้น20%
…
[ระบบ : ขอแสดงความยินดี ท่านสร้างเคล็ดวิชาดาบเฉพาะตัวของท่านเองขึ้นมาได้สำเร็จ]
[เคล็ดวิชาสำนักเต่าดำ กระบวนท่าที่1 เต่าคะนอง]
สร้างคมดาบแปดสายโจมตีเป้าหมายในระยะประชิดสร้างความเสียหายเพิ่มขึ้น 50% ของพลังโจมตี
มานา : -- ออร่าดาบ : -- ระยะหน่วง : --
(กลืนกินค่าเรี่ยวแรงเป็น2เท่าของการใช้ทักษะ)
***
ในระหว่างที่ลูชกำลังเดินทางไปยังเมืองเนริส เพื่อที่เขาจะได้ไปเคลียร์เรื่องของเกล็ดSilica ที่เมืองเลเบีย เขาก็เปิดหน้าต่างค่าสถานะขึ้นมาตรวจสอบ และตรวจดูสกิลใหม่ของเขาอย่างละเอียด
‘หลังจากที่เราสามารถสวมแหวนไอริสได้เมื่อไร จุดอ่อนด้านมานาของเราก็จะหมดไป แถมมันยังช่วยให้ค่าเรี่ยวแรงของเราหมดยากขึ้นด้วย แต่ว่าไม่เคยคิดเลยนะว่าวิชาดาบในโลกความจริงจะถูกบันทึกโดยระบบได้ด้วย แถบยังสามารถใช้ได้เลื่อยๆโดยไม่กิน มานา หรือออร่าดาบอีก ไหนๆเราก็ไม่ต้องไปทำงานแล้วคงต้องเพิ่มเวลาในการเรียนศิลปะการต่อสู้ กับ วิชาดาบเพิ่มสักหน่อยแล้ว’
‘หืม!! ออร่าดาบของเราเพียงพอที่จะใช้พิพากษาแล้วงั้นหรือ? เราควรจะกลับไปที่รังของอันเดดดีมั้ย?’
‘เอาไว้ทีหลังดีกว่ายังไงซะเราก็เคลียร์ดันเจี้ยนที่นั้นไปแล้ว คงต้องหาจุดล่าจุดใหม่บาง แต่พื้นที่ส่วนใหญ่ก็คงถูกพวกกิลด์ประกาศเป็นเจ้าของกันไปหมดแล้ว ฉันล่ะไม่อยากเสียเงินเข้าไปในดันเจี้ยนให้ไอพวกฉวยโอกาศพวกนี้เลยจริงๆ หรือว่าเราควรสร้างกิลด์แล้วเก็บค่าเข้าดันเจี้ยนในพื้นที่ของตัวเองบางดีรึป่าวนะ’
ในระหว่างที่ลูชกำลังเริ่มคิดว่าจะสร้างกิลด์ขึ้นมาและรีดไถเงินจากผู้เล่นคนอื่นอยู่นั้น เขาก็เดินทางมาจนถึงเมืองเนริสแล้ว
เนริสเป็นเมืองที่ไม่ได้ใหญ่มากนัก หากให้เทียบละก็มันคงใหญ่กว่าเมืองเริ่มตั้นของผู้เล่นเพียงนิดเดียวเท่านั้น ลูชมองไปรอบๆและสังเกตว่าเมืองแถบไม่ได้เปลี่ยนไปจากที่เขามาคราวที่แล้วเลย
‘เรายังต้องใช้เวลาอีกเป็นวันกว่าเราจะไปถึงเลเบีย คงต้องหาอะไรทำในระหว่างทางไป ก่อนอื่นเราจะต้องไปที่สมาคมสายอาชีพเพื่อหาคลาสรองสายอาชีพสักคลาส เราพอจะรู้วิธีที่ใช้เพิ่มค่าสถานะพิเศษอยู่บาง แต่มี3ค่าสถานะที่เราไม่รู้ว่าจะเพิ่มมันด้วยวิธีไหน นอกจากการเคลียร์ดันเจี้ยน และฆ่าบอสพิเศษแล้ว มันยังมีวิธีไหนที่จะช่วยเพิ่มค่าสถานะพวกนี้มั้ยนะ’
ค่าสถานะพิเศษที่ลูชกำลังพูดถึงอยู่นั้นไม่ใช้อะไรอื่นมันคือ ค่าพลังศักด์สิทธิ์ จิตสังหาร และออร่าดาบ ทั้งสามสถานะเป็นค่าสถานะที่มีความเกี่ยวข้องกับการต่อสู้จึงไม่ใช้เรื่องง่ายเลยถ้าคิดที่จะเพื่มมัน
ระหว่างที่ลูชกำลังเดินไปที่สมาคมสายอาชีพ เขาก็โทรติดต่อหาเพื่อนเพียงคนเดียวในเกมของเขาเพื่อนที่เขาพึ่งกับกำหนดราคาของมิตรภาพไปเมื่อวานนี้ถึง300ล้านวอน หากไม่นับชั่งตีเหล็กที่สร้างดาบที่เขากำลังใช้อยู่ในปัจจุบัน ในลิสรายชื่อเพื่อนของเขาก็มีเพียงแค่ฟีเลียเท่านั้นที่เขาจะสามารถโทรไปหาได้
ลูช : ฟีเลียเธอว่างอยู่หรือป่าว
ฟีเลีย : เฮ้!! นี้นายคิดว่าฉันว่างคุยกับนายตลอดเลยรึไง นายเห็นฉันเป็นอะไรกันแน่คิดจะมาก็มาคิดจะไปก็ไป ฉันไม่ใช้ของเล่นของนายนะ
ลูช : ฉันแค่ทักมาถามไอดีติดต่อพ่อค้าคนกลาง ที่เธอเคยบอกว่าจะให้ฉันตอนเราอยู่ในดันเจี้ยนเท่านั้น แล้วก็ช่วยใช้คำพูดที่ไม่ทำให้คนอื่นเขาเข้าใจผิดด้วยก็ดี
ฟีเลีย : นะ-นายหมายความว่าไงกันยะ อะ-ไอบ้า เอานี้ไป ID.7J98B41s569 เขาชื่อจิบุซึ สามารถเชื่อถือเขาได้
ลูช : เป็นคนญี่ปุ่นงั้นหรือ
ฟีเลีย : คนเกาหลีย่ะ แค่นี้น่ะฉันไม่ว่างจริงๆ
ลูช : ……
‘แล้วทำไมต้องใช้ชื่อคล้ายคนญี่ปุ่นด้วยฟ่ะ’
ลูชไม่ได้เกลียดคนญี่ปุ่นแต่อย่างใด เขาไม่ได้สนใจในการเมืองของโลกในความเป็นจริงเลยด้วยซ้ำไป เขาแค่ไม่เข้าใจว่าไอบ้านี้มันจะตั้งชื่อจนทำให้คนอื่นเข้าใจผิดว่าเป็นคนญี่ปุ่นไปเพื่ออะไรกัน
‘ชั่งมันก่อนก็แล้วกัน’
ลูชเดินเข้าไปข้างในสมาคมสายอาชีพ
‘เราคงตั้งเลือกช่างตีเหล็กเป็นอันดับแรก เราจะได้สามารถซ้อมแซมอาวุธและอุปกรณ์ของเราระหว่างที่เราออกล่าในพื้นที่ที่มันไกลจากเมืองได้’
ในสมาคมสายอาชีพนั้นเป็นพื้นที่ ที่มักจะให้ผู้เล่นสายอาชีพเข้ามาเลือกคลาสหรือทดสอบเลื่อนระดับ หรือแม้กระทั่งจัดหางานให้ทำและนี้คือสิ่งที่ทำให้ผู้เล่นสายอาชีพไม่พากันอดตาย เพราะหากไม่มีสมาคมสายอาชีพช่วยหางานให้ทำคงมีผู้เล่นสายอาชีพไม่น้อยที่ผันตัวไปเป็นขอทานข้างถนน เพราะในช่วงแรกที่เส้นทางของพระเจ้าเปิดตัวขึ้นผู้เล่นสายอาชีพจำนวนมากนั้นจัดว่าเป็นพวกไร้ประโยชน์แบบสุดๆ พวกเขาบางคนสร้างดาบเกรดทั่วไปขึ้นมาไม่สำเร็จด้วยซ้ำไป จึงเป็นเรื่องดีที่สมาคมสายอาชีพจัดหางานให้พวกเขาได้ทำกันประทั่งชีวิตภายในเส้นทางของพระเจ้า
“เฮ้!! แกนะมีธุระอะไรกับที่นี้กัน”
ลูชที่พึ่งจะเก้าเขาประตูมาได้ไม่กี่เก้าพลันสะดุ้ง
พนักงานต้อนรับที่สมาคมนี้เป็นNPCคนแคระที่ดูมีอายุ หนวดเครารุงรังยาวจนถึงพื้น หุ่นเตี้ยล่ำและกล้ามแขนที่ล่ำบึ้กเป็นที่รู้กันดีว่าพวกคนแคระเหล่านี้ มีพฤติกรรมค่อนข้างก้าวร้าวซึ่งปกติงานเกี่ยวกับการต้อนรับมักจะเป็นของ เผ่าเอลฟ์ ซะมากกว่า
‘แล้วทำไมที่นี้ถึงได้ให้คนแคระมาเป็นพนักงานต้อนรับกัน’
“ผมชื่อลูช ผมมาที่นี้ก็เพื่อเรียนรู้ทักษะการตีเหล็กแล้วก็ทักษะการตัดเย็บครับ”
‘ก็แค่พนักงานต้อนรับไม่ใช้เอลฟ์ไม่ใช้รึไง คงไม่มีอะไรหรอก’
“เสียใจด้วยที่นี้ไม่มีใครว่างมาสอนแกหรอกนะ”
“หืมทำไมถึงไม่มีคนว่างมาสอนผมกันละ”
“แล้วแกเห็นหน้าฉันเหมือนพนักงานต้อนรับนักหรือไง ก็เห็นๆกันอยู่ว่าที่นี้คนไม่พอไว้แกค่อยกลับมาใหม่ก็แล้วกัน”
‘หรือว่านี้จะเป็นเควสลับ? ต้องใช้แน่เราต้องรู้ให้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับที่นี้’
“มันเกิดอะไรขึ้นที่นี้งั้นหรือ เผื่อผมจะมีทางที่จะช่วยพวกคุณได้”
“ฮ้าๆๆ นี้แก่คิดจะช่วยพวกข้างั้นหรือ เฮ้!! พวกเราไอเด็กนี้มันคิดจะช่วยพวกเราวะ แล้วอยากจะทำอะไรดีล่ะหรือแกอยากมาเป็นพนักงานตอนรับแทนข้ากัน”
“ผมต้องการจะช่วยพวกคุณจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตามผมก็ยินดีที่จะช่วย”
“นี้แกอยากเป็นพนักงานต้อนรับขนาดนั้นเฉี่ยว”
ลูชทำสีหน้าบอกบุญไม่รับอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปดูชื่อของพนักงานต้อนรับที่ว่างอยู่บนโต๊ะ ‘บีโอ้’
‘นี้เขาจะให้เราเป็นพนักงานต้อนรับแน่หากเรายังพูดไม่เคลียร์อยู่แบบนี้’
“เออ ไม่ใช้ๆ ผมหมายถึงเรื่องที่ทำไมคุณถึงต้องมาทำหน้าที่เป็นพนักงานตอนรับผมอยากรู้สาเหตุของเรื่องนี้และผมอยากจะช่วยพวกคุณแก้ไขปัญหานี้”
บีโอ้มีสีหน้าบิดเบี้ยวเล็กน้อยเท่านั้น เขาอุส่าคิดว่าจะมีคนมารับทำหน้าที่น่ารำคาญนี้แทนเขาซะอีก ก่อนที่เขาจะเริ่มเล่าเรื่องราวให้ลูชฟัง
บีโอ้เริ่มเล่าต้นตอของปัญหาคราวนี้ให้ลูชฟัง ป่าต้นไม้โลกบ้านเกิดของเหล่าเอลฟ์นั้น เมื่อสองวันที่แล้วมันถูก มังกรเขียวเกรนิส บุกรุกและเข้าไปทำรังเพื่ออยู่อาศัยที่นั้น จึงทำให้เหล่าเอพฟ์มากมายที่อาศัยอยู่ในแต่ละทวีปพากันหยุดงานของตัวเองและมุ่งหน้ากลับไปเพื่อปกป้องบ้านเกิด
“เรื่องมันก็เป็นอย่างงี้แหละ ไอพวกเอลฟ์ระยำนั้นมันกล้าทิ้งเพื่อนรวมงานแล้วกลับไปปกป้องบ้านเกิดกันได้ยังไง แม่งเอ๋ยระยำที่สุด”
‘แกสิระยำ นี้คิดจะให้พวกเอลฟ์ทิ้งบ้านเกิดเพื่องานต้อนรับเลยรึไง’
ลูชทำได้เพียงคิดอยู่ในใจเท่านั้นเขาไม่กล้าพูดมันออกมาเพราะกลัวบีโอ้จะไม่มอบภารกิจให้เขา
“แล้วมีทางไหนที่ผมพอจะช่วยพวกเอลฟ์ได้บางไหมครับ”
บีโอ้มองไปที่ลูชด้วยความโกรธทันที เขานั้นกำลังโกธรพวกเอลฟ์ที่ทำให้เขาต้องมาทำงานงี่เง้าแบบนี้แต่ไอเด็กเวรที่บอกจะช่วยพวกเขากับกำลังจะทิ้งพวกเขาไปช่วยพวกเอลฟ์
“เฮ้!! ไอหนูนี้แกไม่ได้ฟังที่ข้าบอกไปหรือไงว่ามังกรมันบุกป่าต้นไม้โลกแล้วน้ำหน้าอย่างแกจะไปช่วยอะไรได้ รีบๆใสหัวกลับไปซะวันนี้ไม่มีใครว่างมาสอนแกตีเหล็กหรอกน่ะ”
ลูชพยายามตื่อบีโอ้อยู่หลายนาที แต่เขาทำได้เพียงต้องตัดใจไม่ว่ายังไงบีโอ้ก็ไม่ยอมยกเควสให้เขาเลย
‘หรือเราจะไม่เขาข่ายภารกิจกัน คงจะต้องมีเงื่อนไขบางอย่างในการรับภารกิจแน่นอน’
ลูชพอจะรู้แล้วว่า ไม่ใช้แค่เมืองเนริสที่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นจากที่บีโอ้เล่าให้เขาฟังเรื่องแบบนี้กำลังเกิดขึ้นในทุกทวีปของ Path of God
‘คงจะกำลังเริ่มเป็นข่าวออกทีวีกันแล้วมั้ง'
‘หรือจะมีคนรับเควสนี้ไปแล้วงั้นหรอ?’
ลูชเดินออกจะสมาคมสายอาชีพก่อนที่เขาจะโทรติดต่อกับจิบุซึ
ลูช : สวัสดีครับผมลูช ผมได้ไอดีติดต่อคุณมาจากฟีเลีย
จิบุซึ : นายเป็นคนเกาหลีซิน่ะ
ลูชงงงวยเล็กน้อยเขาไม่เข้าใจว่าทำไมประเด็นแรกของการสนทนาถึงกลายเป็นคำถามว่าเขาเป็นคนเกาหลีใช้ไหม
ลูช : ใช้ครับ
จิบุซึ : ดาราที่ดังที่สุดในเกาหลีตอนนี้ชื่อว่าอะไร
‘หืม?’
ลูช : คยองจา
จิบุซึ : งานขึ้นชื่อของพวกไม่เอาไหนคืองานอะไร
‘นี้มันเรื่องบ้าอะไรกันฟ่ะ’
ลูช : ส่งไก่ทอด
จิบุซึ : OK ฉันยืนยันแล้วว่านายคือคนเกาหลีจริง แล้วมีอะไรให้ฉันช่วยงั้นหรอ
ลูชที่กำลังปวดหัวกับบทสนทนาแรกกำลังปรับสติตัวเองให้เข้าที่ก่อนจะตอบกับไป
ลูช : ผมกำลังหาคนที่จะกระจายไอเทมขยะให้ และฟีเลียเลยแนะนำคุณมาคุณพอจะช่วยผมได้ไหม
จิบุซึ : นายอยู่ที่ไหนฉันจะไปรับสินค้าด้วยตัวเองในเมื่อฟีเลียแนะนำนายมาทั้งทีเดียวฉันจะไปหา
ลูช : ผมกำลังจะไปถึงเบเลียในอีก1วันครับ
จิบุซึ : ได้เดียวฉันจะไปถึงที่นั้นภายในสองวัน