สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 92 กระดูกนิ้วมือ

            ลู่ควันเอามือไขว้หลังและดึงลวดเหล็กในกระเป๋าออกมาเล็กน้อยกระเป๋าเขาเหมือนมีการสร้างขึ้นมาเป็นพิเศษ เพราะด้านในสามารถใส่ม้วนลวดเหล็กได้เมื่อปล่อยมือลวดเหล็กนั้นก็จะม้วนกลับเข้าไป

     

            บนพื้นมีไหเหล้าเปล่าอยู่สองใบกับข้าวบนโต๊ะกระจัดกระจาย บนตัวอันเจิงมีกลิ่นเหล้าเหม็นหึ่งเขาตอบกลับในอาการสะลึมสะลือจากนั้นก็ทำท่าเตรียมจะลุกขึ้น

     

            ใบหน้าของลู่ควันมีความสับสนเล็กน้อยแต่เมื่อเขาคิดถึงคำพูดของเฉินไจ่เหยียนที่บอกว่าชอบอันเจิงมาก คำคำนี้ทำให้สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปเป็นดุร้ายทันที

     

            ทำไมท่านถึงไม่ชอบข้า? ลู่ควันคำรามอยู่ในใจ จากนั้นเขาก็ก้าวไปด้านหน้าแล้วนำลวดเหล็กรัดคออันเจิงเอาไว้

     

            เวลานี้อันเจิงหันหลังให้ลู่ควันอยู่เขาลุกขึ้นนั่งด้วยท่าทางโซเซ ราวกับไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าตอนนี้ลู่ควันกำลังจะลงมือฆ่าตัวเอง

     

           เพียงครู่เดียวลวดเหล็กก็รัดอยู่ที่คอของอันเจิงแล้วอันเจิงที่เดิมทีอยู่ในสภาพมึนเมาเริ่มเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วไม่ต่างไปจากเสือที่กำลังจะโจมตีเหยื่อ

     

           ลู่ควันนึกไม่ถึงว่าที่แท้แล้วอันเจิงจะแกล้งเมา จึงไม่สามารถตั้งตัวได้ทันศอกของอันเจิงกระแทกกับหน้าอกของลู่ควันอย่างแรง อึก...ลู่ควันเปล่งเสียงออกมาจากนั้นก็ถอยไปด้านหลัง แต่ในขณะเดียวกันลวดเหล็กในมือเขาก็พุ่งออกไปยังคอของอันเจิงทันที

     

            อันเจิงไม่รู้ว่าลู่ควันลงมือฆ่าฝ่ายตรงข้ามอย่างไรแต่ในสมองจำได้ว่า เมื่อตอนที่ทั้งสองดื่มเหล้าด้วยกันลู่ควันมีท่าทางการขยับนิ้วที่ไม่ปกติ นิ้วมือทั้งสองข้างมีรอยมัดอยู่ราวกับมีเชือกที่มองไม่เห็นรัดเอาไว้

     

            อันเจิงพลิกตัวลงนอนบนเตียงลวดเหล็กเส้นบาง ๆ ที่พุ่งมาก็ผ่านหน้าเขาไป อันเจิงใช้แรงส่งจากการพลิกตัวยันเท้าทั้งสองออกไปแล้วถีบเข้าที่ตัวของลู่ควันเต็มแรง

     

            เดิมทีลู่ควันไม่ทันได้ตั้งตัวร่างกายจึงยืนไม่มั่นคงนัก เมื่อถูกเท้าของอันเจิงถีบเข้าอย่างจัง ตัวเขาจึงล้มลงกับพื้นในทันที

     

            แต่เขาก็ลุกขึ้นได้และยืนมองอันเจิงด้วยสีหน้าขาวซีดเท่าที่ดูแล้วคงไม่ได้รับบาดเจ็บแม้แต่น้อย

     

            อันเจิงขมวดคิ้วเล็กน้อย เพื่อไม่ให้คนอื่นรับรู้ถึงพลังของตนอันเจิงจึงไม่ได้ใช้พลังวัตรที่มีช่วยถีบลู่ควันเลยแม้แต่น้อย แต่แค่แรงเท้าที่อันเจิงใช้ถีบออกไปตัวเขารู้ดีที่สุดว่านั่นเป็นแรงมหาศาล ต่อให้จะเป็นผู้ฝึกพลังวัตรแต่เมื่อโดนจู่โจมด้วยแรงขนาดนี้ อย่างไรร่างกายต้องต้านทานไว้ไม่ไหวแน่

     

            อันเจิงมองไปยังหน้าอกของลู่ควันจึงเห็นว่าจุดนั้นไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใดเพียงแค่เสื้อยับเยินไปหน่อยเท่านั้นเอง

     

            “เหล็กกล้า”อันเจิงพูดออกไปด้วยสัญชาตญาณ

     

            ลู่ควันฉีกเสื้อชั้นนอกของตัวเองออกด้านในมีแผ่นเหล็กกล้าหุ้มหน้าอกและแผ่นหลังเขาเอาไว้ เขาไม่ได้รับบาดเจ็บใด ๆเพียงแค่เหล็กบนหน้าอกยุบเข้าไปบางส่วนเท่านั้นเอง

     

            “นี่ก็คือวิชาที่อาจารย์เจ้าสอนหรอกหรือ?” อันเจิงถาม

     

            ลู่ควันมีสีหน้าที่ดูไม่ดีนัก โดยเฉพาะเมื่อเห็นสายตาที่อันเจิงใช้มองเขาอยู่ในตอนนี้สายตาคู่นั้นกระตุ้นอารมณ์เขาอย่างมาก

     

            “ใช่ นี่ก็คือวิชาที่อาจารย์ข้าสอนเจ้ากำลังดูถูกมันหรืออย่างไร?”

     

            ลู่ควันสูดหายใจเข้าลึก ๆก่อนจะดึงลวดเหล็กในมือออกมา “จริงอยู่ที่เจ้าเป็นคนที่มีอนาคต แต่ข้าไม่มีตั้งแต่ที่ข้าเข้ามาในนี้ ข้าก็มีชีวิตไม่ต่างไปจากอาจารย์ถูกลิขิตให้อยู่แต่ในมุมมืด และต้องใช้ชีวิตในความมืดตลอดไปข้าเองก็อยากมีชีวิตที่สวยงามอย่างเจ้า แต่ก็คงไม่มีโอกาสนั้นแล้วฉะนั้นข้าจึงเกลียดคนแบบเจ้ามาก เกลียดจนต้องฆ่าทุกคนที่เป็นเช่นนี้”

     

            เขาหันกลับมาแวบหนึ่งอันเจิงเห็นอาการที่ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ของเขา

     

            ลู่ควันไม่กล้าสบตาเพราะกลัวคนอื่นจะอ่านใจออก

     

            “ที่แท้ไม่ใช่เฉินไจ่เหยียนที่สั่งให้เจ้ามาฆ่าข้า”

     

            อันเจิงเดินไปข้างหน้าหนึ่งก้าวแล้วจ้องไปที่ตาของลู่ควัน“เป็นตัวเจ้าเองที่อยากฆ่าข้า”

     

            “ใช่แล้ว!”

     

            ลู่ควันกระตุกมือซ้ายไปด้านหน้าแล้วลวดเหล็กกว่าสิบเส้นก็พุ่งไปที่อันเจิงอย่างรวดเร็ว อันเจิงพลิกฝ่ามือ ปิ่นแมลงปอทับทิมก็ปรากฏขึ้นทันทีเขาไม่ได้หลบแต่อย่างใด กลับใช้ของในมือฟาดเข้าใส่ลวดเหล็กที่พุ่งเข้ามาความเร็วที่ใช้มากจนไม่อาจเปรียบได้เลยทีเดียว เมื่อครู่หากอันเจิงหลบไปด้านข้างละก็เขาคงจะติดกับดักของลู่ควันแล้ว

     

            ลวดเหล็กในมือของลู่ควันกลายเป็นวงกลมที่ใหญ่มากไม่ว่าอันเจิงจะหลบไปด้านไหน ลวดเหล็กนี้ก็จะม้วนตามอันเจิงไป

     

            ฉับ...

     

            ลวดเหล็กขาดลง

     

            เพียงแค่ปิ่นแมลงปอทับทิมในมืออันเจิงแตะโดนลวดเหล็กนั้นก็ถูกตัดขาดแล้ว นั่นเป็นถึงปิ่นแมลงปอทับทิมสมบัติวิเศษระดับสีม่วงเชียวนะลวดเหล็กนั่นจะเทียบได้อย่างไร

     

            ลู่ควันคิดไม่ถึงว่าอันเจิงจะมีสมบัติวิเศษเช่นนี้จึงชะงักไปชั่วขณะ จากนั้นก็ระเบิดความโมโหออกมา พรึบ...เขาใช้มือทั้งสองปล่อยหมัดออกมาหาอันเจิงด้วยความเร็ว

     

            หมัดลมปราณ!

     

            ผู้ที่มีพลังอยู่ในขอบเขตจุติสวรรค์ไม่สามารถนำพลังออกมาใช้ภายนอกร่างกายได้นอกเสียจากจะมีวรยุทธ์ที่พิเศษหรือไม่ก็ต้องมีดวงที่ดีอย่างถึงที่สุด เพราะต้องมีพลังอยู่ในขอบเขตสุมารุขึ้นไปเท่านั้นจึงจะสามารถเปลี่ยนพลังเป็นอาวุธได้และหมัดลมปราณของลู่ควันก็ทรงพลังอย่างมาก

     

            ลู่ควันอยู่ห่างจากอันเจิงแค่หนึ่งเมตรกว่าพลังของหมัดลมปราณจึงพุ่งไปถึงอันเจิงอย่างรวดเร็ว

     

            อันเจิงไม่ได้ตกตะลึงแม้แต่น้อย เขาผลักฝ่ามือออกไปหนึ่งข้าง

     

            ฝ่ามือลมปราณกับหมัดลมปราณปะทะกันกลางอากาศคล้ายเกิดระเบิดขึ้น เมื่อพลังของทั้งสองชนเข้าด้วยกันสิ่งของรอบด้านต่างลอยขึ้นในอากาศ โต๊ะ เทียน เตียง หมอนและผ้าห่ม ทุกอย่างราวถูกแรงพายุพัดลอยขึ้นเศษฝุ่นและเศษดินที่อยู่รอบ ๆ ก็ถูกพัดลอยขึ้นเช่นกัน

     

            แววตาของลู่ควันเปลี่ยนไปอย่างต่อเนื่องเพราะเขานึกไม่ถึงว่าอันเจิงจะมีพลังที่แข็งแกร่งถึงขั้นนี้

     

            “ตกใจแล้วหรือ?” อันเจิงหัวเราะด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ จากนั้นก็ส่งกำปั้นออกไปด้านหน้า

     

            ลู่ควันใช้แขนทั้งสองข้างบังหน้าอกตัวเองเอาไว้จากนั้นเขาก็รวบรวมพลังที่มีไว้ที่แขนเพื่อต้านพลังหมัดที่อันเจิงส่งออกมา

     

            แต่กลับไม่มีอะไรเกิดขึ้นไม่มีอะไรเลยสักนิด

     

            หลังจากที่อันเจิงพุ่งหมัดออกมาบรรยากาศก็เงียบสงบราวกับน้ำนิ่ง ไม่มีการเคลื่อนไหว หมัดลมปราณอะไรก็ไม่มีทั้งนั้น

     

            และในขณะที่ลู่ควันกำลังมึนงงอยู่นั้น ฟองอากาศก็ระเบิดขึ้นข้างใบหน้าของเขาฟองนั้นเกิดขึ้นแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย เมื่อแตกออกเขาจึงไม่ทันได้ตั้งตัวเลยด้วยซ้ำหน้าอกของลู่ควันถูกแรงระเบิดเข้าอย่างจังจนทำให้ร่างกระเด็นออกไปด้านข้างผมของเขาถูกแรงลมมหาศาลพัดปลิว ขณะที่ฟองอากาศระเบิดนั้น หนังหัวของเขาก็ลอกออกเป็นแผ่นๆ แล้วมีเลือดไหลออกมาอย่างต่อเนื่อง

     

            ใบหน้าของลู่ควันราวกับถูกมีดกรีดหลายสิบแผลกว่าครึ่งหน้าก็มีเลือดไหลซึมออกมาเต็มไปหมด

     

            ร่างของลู่ควันถูกซัดจนกระเด็นล้มลง เห็นได้ชัดว่าเขาถูกพลังพุ่งโจมตีอย่างจังไม่คาดคิดเลยว่าอันเจิงจะมีพลังที่ดุร้ายและการโจมตีที่แข็งแกร่งขนาดนี้

     

            เวลาเดียวกันกับที่ลู่ควันล้มลงลวดเหล็กในกระเป๋าเขาก็พุ่งออกมา อันเจิงสะบัดมือเล็กน้อย ปิ่นแมลงปอทับทิมก็ปัดลวดเหล็กออกทันทีทันใดนั้นลู่ควันก็ส่งหมัดเข้ามาที่หน้าอันเจิงอีกครา ห้องขังนี้เป็นห้องขนาดเล็กและทั้งสองมีการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วฉะนั้นการจะหลบจากกันก็เป็นเรื่องยากพอสมควร

     

            มือขวาของอันเจิงถือปิ่นแมลงปอทับทิมเอาไว้มือซ้ายยื่นออกไปจับข้อมือของลู่ควัน อันเจิงเพิ่งจะเริ่มฉีกมือลู่ควันทันใดนั้นแขนของลู่ควันก็เปลี่ยนเป็นงู มันเลื้อยขึ้นมาตามแขนของอันเจิงจากนั้นก็ระเบิดออกอย่างกะทันหันแรงอัดมหาศาลพุ่งไปที่หน้าของอันเจิง

     

            อันเจิงหลบทันที แรงระเบิดนั้นกระแทกเข้าที่กำแพงด้านหลังจนเป็นรูโบ๋

     

           แขนของลู่ควันอ่อนนิ่มและขยับได้ราวกับมีนิ้วมือเต็มไปหมด มันจับเข้าที่ข้อมือของอันเจิง

     

            บดขยี้กระดูก

     

            เมื่อนิ้วมือพวกนั้นเริ่มออกแรงแขนของอันเจิงก็ราวถูกบดทำลาย

     

            ตอนที่แขนของอันเจิงถูกจับอยู่นั้น เขาได้ชี้นิ้วออกไปจากนั้นด้านข้างของใบหน้าลู่ควันก็มีฟองอากาศเกิดขึ้น มันแตกออกและระเบิดหัวลู่ควันจนเบี้ยวไปจากนั้น อันเจิงถีบเท้าไปบนท้องน้อยของลู่ควันเต็มแรง ทำให้แขนของลู่ควันหลุดออกจากตัวเขาและกระเด็นไปด้านหลังอันเจิงรีบยื่นมือตามไปจับและบิดแขนของลู่ควันทันที แขนของเขาถูกบิดหลายรอบจนดูน่ากลัวราวกับกระดูกแตกหักไปจนสิ้น

     

            อ๊าก!ลู่ควันไม่สามารถรับมือกับพลังนี้ได้ จึงส่งเสียงร้องออกมา

     

            อันเจิงยกกำปั้นสอยเข้าที่ขากรรไกรของลู่ควันอย่างแรงขณะที่ลู่ควันกระเด็นออกไปนั้น ฟันก็ร่วงออกจากปากเขาหลายซี่เช่นกัน

     

            เมื่ออันเจิงกำลังจะพุ่งตามไปอีกครั้งลู่ควันที่กระเด็นออกไปกลางอากาศก็กลายเป็นหนอนยักษ์นุ่มนิ่มไร้กระดูกก่อนตกลงบนพื้นดินเขาเงยหน้าขึ้นมองอันเจิงด้วยแววตาที่เย็นเยียบ “เจ้าบีบข้าเองนะ”

     

            เมื่ออันเจิงเห็นดังนั้นก็ยืมคำพูดของตู้โซ่วโซ่วมาใช้“เจ้าไม่มีไม้อื่นแล้วหรือไง”

     

            ลู่ควันไม่เข้าใจในสิ่งที่อันเจิงพูดและไม่รีรอที่จะเข้าใจความหมายมันด้วย

     

            ปิ่นแมลงปอทับทิมในมืออันเจิงลอยออกไปด้วยความเร็วแต่ลู่ควันก็ขยับตัวหลบได้ ร่างไร้กระดูกของเขาราวกับตัวหนอนยั้วเยี้ยที่น่ารังเกียจปิ่นแมลงปอทับทิมลอยผ่านตัวมันไปทางด้านหลัง

     

            “รอเจ้ามีพลังอยู่ในขอบเขตสุมารุเมื่อไหร่เจ้าก็ฆ่าข้าได้แล้ว”

     

            ลู่ควันหัวเราะอย่างเฉยชาแล้วคลานขึ้นมาด้านหน้า“แต่ตอนนี้พลังของเจ้ายังไม่ถึงขอบเขตสุมารุ เจ้าฆ่าข้าไม่ได้...!”

     

            ปิ่นแมลงปอทับทิมพุ่งเข้าไปด้านหลังหัวของมันจากนั้นก็พุ่งออกมากลางหน้าผาก

     

            อันเจิงโบกมือเล็กน้อย ปิ่นแมลงปอทับทิมลอยกลับมาอยู่ในมือเขาตอนนั้นลู่ควันเพิ่งสังเกตเห็นว่าลวดเหล็กของตัวเองถูกปิ่นนั้นม้วนเก็บไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ปิ่นแมลงปอทับทิมใช้ช่วงเวลาที่ลอยไปกลับหนึ่งรอบในการทำลายอาวุธของคู่ต่อสู้เพราะลู่ควันจะฆ่าคนด้วยลวดเหล็กเสมอ

     

            ลู่ควันล้มลงไปอย่างไม่ยินยอม ในแววตามีประกายความอาลัยอาวรณ์โลกนี้อยู่

     

            อันเจิงถอนหายใจยาว ๆจากนั้นก็ก้มหน้ามองปิ่นแมลงปอทับทิมในมือ

     

            “เขาสมควรตาย”

     

            เหล่าซุนเดินเข้ามาจากด้านนอกด้วยใบหน้าขาวซีด“เขาไม่ได้รับคำสั่งจากท่านใต้เท้า กลับมาลงมือทำร้ายเจ้า เขาสมควรตายแล้ว”

     

             อันเจิงถามขึ้น “เฉินไจ่เหยียนฆ่าห่าวผิงอันรึ?”

     

            เหล่าซุนส่ายหน้า “เจ้าไม่เข้าใจต่อให้จะพูดอย่างไรเจ้าก็ไม่เข้าใจ ไม่มีใครฆ่าใครตายทั้งนั้น มีแค่ใครที่สมควรตาย”

     

            เขามองไปยังอันเจิง “เจ้าก็สมควรตายถึงแม้ลู่ควันจะไม่ได้รับคำสั่งแล้วมาฆ่าเจ้าด้วยตัวเอง ถึงแม้เขาจะสมควรตายแต่เขาเป็นเพียงลูกศิษย์คนเดียวของข้า ชีวิตนี้ข้าไม่มีบุตรภรรยาศิษย์คนนี้ก็เหมือนบุตรชายข้า ฉะนั้นเมื่อเจ้าฆ่าเขาตาย ข้าก็จะฆ่าเจ้าเพื่อล้างแค้นให้ลู่ควันเอง”

     

            อันเจิงกระตุกมือเล็กน้อย ปิ่นแมลงปอทับทิมจึงพุ่งออกไป

     

            เหล่าซุนไม่ขยับเลยแม้แต่น้อยแต่เมื่อปิ่นแมลงปอทับทิมเข้าใกล้เขาในระยะหนึ่งเมตร ก็ราวกับถูกอะไรบางอย่างที่ไม่เห็นชนจนกระเด็นออกไป

     

            อันเจิงตกตะลึงทันทีจากนั้นก็พุ่งมือออกไปด้วยความเร็ว

     

            ขณะนี้ไม่มีการเคลื่อนไหวใด ๆ ทั้งสิ้นเมื่อฟองอากาศล่องหนเข้าใกล้ตัวเหล่าซุนก็ระเบิดออก แต่กลับไม่อาจเข้าใกล้เหล่าซุนในระยะหนึ่งเมตรได้เลยราวกับถูกกำแพงล่องหนกั้นเอาไว้

     

            “เจ้าเก่งไม่น้อย”

     

            เหล่าซุนมองไปที่อันเจิงอย่างสงบแล้วพูดขึ้น“พรสวรรค์ด้านวรยุทธ์ของเจ้ามีมากจริง ๆ อยู่แค่ขอบเขตจุติสวรรค์ก็สามารถนำพลังในร่างกายออกมาใช้ได้แล้วคนอย่างเจ้า หากมีเวลาที่เพียงพอละก็ ต่อไปต้องเป็นปรมาจารย์อย่างแน่นอนเสียดายแค่...เจ้าจะต้องตายแล้ว เจ้าอาจมีพลังมากพอที่จะฆ่าลู่ควัน แต่สำหรับข้าเจ้าไม่มีพลังแม้แต่จะตอบโต้ด้วยซ้ำ”

     

            เขาแค่จ้องมาที่อันเจิง ทันใดนั้นร่างของอันเจิงก็กระเด็นไปด้านหลังอย่างควบคุมไม่ได้ จากนั้นก็ชนเข้ากับกำแพงอย่างแรงแล้วตกลงไปกองกับพื้นส่วนกำแพงนั้นก็ถูกแรงกระแทกจนแตกละเอียด

     

            “ข้าจะให้เจ้าได้ลิ้มรสพลังในขอบเขตกิเลสมารสักหน่อย”

     

            เหล่าซุนยกมือชี้ไปด้านหน้าจากนั้นกลางอากาศก็ปรากฏลวดเหล็กเส้นเล็ก ๆ ขึ้น แต่นั่นไม่ใช่ลวดเหล็กของจริงทว่าเป็นเพียงสิ่งของที่เสกขึ้นมาจากพลังเท่านั้น

     

            “ลูกศิษย์ข้าชอบฆ่าคนแบบนี้ เช่นนั้นข้าก็ฆ่าเจ้าแบบนี้ละกัน”

     

            เขากระดิกนิ้ว จากนั้นลวดเหล็กก็พุ่งมารัดคออันเจิงเอาไว้

     

            “โจมตี” เหล่าซุนตะโกนขึ้น

     

            พรึบ!

     

            คุกของหน่วยทหารพังทลายลง ก้อนอิฐและไม้กลายเป็นเพียงเศษฝุ่นในชั่วพริบตา

     

            ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นด้วยพลังจากกระดูกสีขาวที่มีขนาดเล็กมาก

     

            นั่นเป็นกระดูกนิ้วมือเท่าที่ดูคาดว่าน่าจะเป็นกระดูกจากนิ้วโป้ง

     

            เหล่าซุนนอนอยู่กับพื้น ทั้งร่างกลายเป็นเพียงกองเลือดและกองเนื้อ

     

            กระดูกนิ้วมือลอยวนรอบกองเนื้อแหลกเละมันมีขนาดเล็กมากแต่ราวกับกุมอำนาจฟ้าดินไว้

     

            ด้านนอกหน่วยทหารกู่เชียนเยว่มีสีหน้าขาวซีด จากนั้นนางก็ล้มลงอย่างหมดแรงแต่ชวีหลิวซีประคองตัวเอาไว้ได้ทัน

     

            กระดูกนิ้วมือกะพริบลำแสงสว่าง จากนั้นก็กลับไปห้อยที่คอของกู่เชียนเยว่ดังเดิม

    คล้ายกับเรื่องสำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน