หลังจากที่หมอก และ เ้าหมีกับเ้านกฮูกได้พัก พวกเขาทุกคนออกเดินทางด้วยรถสองคัน คันที่หนึ่งหมอก แสง และทไวซ์ ส่วนคันที่สองมี สา ราม เ้าหมีและเ้านกฮูก ทไวซ์นอนอยู่เบาะหลัง ส่วนแสงเป็คนขับและหมอกนั่งข้างๆ ในระหว่างที่นั่งรถไปนั้น หมอกมองไปที่ปืนของแสง แล้วสงสัยอะไรบางอย่าง แสงที่รู้ตัวว่าหลานตัวเองกำลังมองมาที่ปืนของตัวเองนั้นเลยถามออกไป
" ทำไมอยากได้ปืนไว้กับตัวรึไง " แสงถาม
" พูดอย่างกับขอแล้วจะได้อย่างนั้นแหละ " หมอกถอนหายใจก่อนมองออกไปดูวิวข้างทาง
" ก็รู้คำตอบอยู่แล้วนี่ " แสงพูด
" ทำไมลุงถึงใช้ปืนนั้นเหรอ " หมอกถามทั้งที่ยังคงมองวิวตามข้างทาง
" หืม... " แสงสงสัยต่อคำถามของหลานเขา
" ถ้าจำไม่ผิด ลุงเคยบอกว่า สิ่งที่ดีที่สุดคือการไม่ยิงมัน " หมอกพูด
" แล้ววว... " แสงถาม
" ลุงคงไม่ใช่พวกชอบฆ่าใครทำไมถึงต้องใช้ปืนที่แรงขนาดนั้น ปืนนั้นมันเหมาะกับ... " หมอกไม่ได้พูดจนจบ
" ... ทำไมเหรอ " แสงหยุดคิดเล็กน้อยก่อนถามออกไป
" เปล่าแค่ปืนของทไวซ์มันมีความหมายบางอย่างกับเขา ถึงปืนนั้นมันจะเหมาะกับนิสัยของเขาก็เถอะ เลยสงสัยว่าทำไมลุงถึงใช้ปืนแบบนั้น " แสงพูด
" ฮืม....มันเท่ดีนะ " แสงตอบกลับไป
" ... " หมอกได้แต่เหนื่อยใจกับคำตอบลุงของเขา จนไม่อยากจะพูดต่อ พวกเขาทั้งคู่ได้แต่นั่งเงียบๆ กันไปตลอดทาง
เมือง ศรีสันชัย
จากแหล่งข่าวทำให้พวกเขารู้ว่าผา ปลอมตัวทำงานเป็คนสวนในไร่ยางพารา ในเมืองนี้มีไร่ยางอยู่ 3 ที่พวกสาเลยแยกกับพวกทไวซ์ ไปสำรวจในแต่ละที่ ถ้าไม่เจอให้ไปรอที่ไร่ที่ 3 แต่มีข้อตกลงกันว่าถ้าได้เบาะแสให้ติดต่ออีกกลุ่มทันที กลุ่มของแสงไปไร่ที่แรก พวกเขาแยกกันใช้รูปของผาพยายามตามหา โดยใช้ข้ออ้างว่าคนในครอบครัวของผาเสียเลยมาตามหาให้ไปทำพิธี ส่วนทางฝั่งของสา เธอใช้ข้ออ้างว่ามาตามหาพี่ชายตามคำสั่งแม่ของเธอ จากการที่พวกเขาตามหาผาทำให้รู้ว่าเมื่อวันก่อนมีคนมาตามหา ผา ฝั่งของแสงสำรวจไร่ที่หนึ่งเสร็จก่อนพวกเขาเลยนำหน้าไปไร่ที่สามก่อนกลุ่มของสา
พอมาถึงไร่ที่สามแสงกับทไวซ์ปรึกษากันว่าจะรอกลุ่มของสาดีไหม พวกเขาไม่แน่ใจว่าคนที่มาตามหาก่อนหน้าพวกเขาจะมีกี่คน แต่ถ้ามัวแต่รอพวกเราอาจช้าเกินไปก็ได้ แสงกับทไวซ์เลยตัดสินใจเข้าไปสำรวจไร่ที่สามโดยไม่รอกลุ่มของสา โดยให้ทไวซ์ไปคู่กับหมอก ส่วนแสงจะแยกไปคนเดียว แสงกำชับทไวซ์ว่าถ้าเจออะไรอย่าเข้าไปให้รีบติดต่อเขาก่อน ทไวซ์พยักหน้ารับเขาเข้าใจดีว่างานครั้งนี้อันตรายขนาดไหน แถมหมอกยังอยู่กับเขา ทไวซ์รู้ดีว่าหมอกพอมีฝีมืออยู่บ้างแต่ถ้าเกิดต้องเจอกับสถานการณ์ที่อาจต้องเอาชีวิตของอีกฝ่าย หมอกจะรับได้แค่ไหนไม่สิเขารับไม่ไหวแน่อย่างน้อยก็ในตอนนี้ ส่วนกลุ่มของสาออกจากไร่ที่สองช้ากว่าครึ่งชั่วโมงพวกเขารีบตามกลุ่มของแสงไปไร่ที่สาม
หมอกกับทไวซ์พยายามเดินตามหาไปเรื่อยๆ จนกระทั่งทไวซ์เดินเข้าไปใกล้โกดังเก็บของส่วนลึกในสวน เขาได้กลิ่นที่คุ้นเคยกลิ่นเื ทไวซ์รีบหยิบปืนขึ้นมาใส่ซองะุ พอหมอกเห็นปฏิกิริยาตอบสนองของทไวซ์เขารู้ทันทีว่าสถานการณ์รอบข้างตอนนี้มีอะไรบางอย่างผิดปกติเกิดขึ้น หมอกหยิบมือถือขึ้นมาเตรียมติดต่อหาแสง ทั้งคู่มองหน้ากันก่อนจะค่อยๆ เดินเข้าไปข้างในโกดัง โกดังไม่ได้ปิดประตูแต่ตัวห้องมีลักษณะเป็ห้องลึก พอเข้าไปข้างในหมอกกับทไวซ์ถึงกับตกตะลึงภาพที่อยู่ตรงหน้า ผาคนที่พวกเขาตามหานอนจมกองเื มีชายใส่เสื้อกระสอบตามท้องตลาดแขนยาวสวมถุงมือผ้าสีดำใบหน้ามีผ้าขาวม้าปิดใบหน้าพันรอบทั้งหัวในมือถือมีดโต้สำหรับผ่าฟืนใบมีดยาวประมาณหนึ่งไม้บรรทัดชุ่มไปด้วยเื นักฆ่าค่อยๆ หยิบเอาของบางอย่างเก็บไว้ด้านหลังแนบระหว่างกางเกงก่อนเอาเสื้อคลุมปิดไว้ หมอกได้แต่ตกตะลึงเขาเพิ่งได้ััถึงความตายเป็ครั้งแรกตัวเขาแข็งทื่อ ทไวซ์ะโเรียกหมอกให้ดึงสติเขายิงปืนออกไป สามนัดติดกัน ทันทีที่เสียงปืนดังขึ้นหมอกได้สติมือของเขากดมือถือเพื่อติดต่อแสงทันที แต่อีกฝ่ายไม่หลบะุเขากลับพุ่งตัวเข้าสวนใช้แขนข้างหนึ่งกันศีรษะะุพุ่งเข้าแขนสองนัด เข้าท้องหนึ่งนัด แต่ะุทั้งสามนัดกลับเจาะไม่ทะลุิัของเขา พอได้ระยะเขาใช้มีดโต้ฟันเข้ามือของหมอกที่ถือมือถือ หมอกรีบปล่อยมือ แต่มือถือของเขาถูกฟันผ่าครึ่ง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้ามันยากที่จะเชื่อทไวซ์ ยิงปืนใส่อีกฝ่ายซ้ำ อีกฝ่ายรับะุอย่างหน้าตาเฉยก่อนเตะจนปืนในมือของทไวซ์กระเด็น ทไวซ์พุ่งตัวรวบตัวให้อีกฝ่ายกลิ้งลงกับพื้นก่อนที่ทไวซ์จะแยกตัวจากอีกฝ่าย ตอนที่นักฆ่าอยู่ระหว่างหมอกกับทไวซ์ ทไวซ์อยู่ด้านในสุดของห้องโกดัง นักฆ่าพยายามคว้าหาของ แต่ในมือของทไวซ์มีม้วนเทปวิดีโออยู่ในมือ นักฆ่าเห็นแบบนั้นเขาพุ่งตัวเข้าหาทไวซ์ ทไวซ์โยนของให้หมอกก่อนหยิบเอาสนับมือมาใส่เข้าตะลุมบอนกับอีกฝ่าย เขาะโให้หมอกรีบเอาม้วนวิดีโอไปหาแสง
หมอกที่รับเอาม้วนวิดีโอมาแล้ว กำลังจะเดินหนีออกไป ภาพของสินเพื่อนของเขาก็โผล่ขึ้นมาในหัว ทไวซ์ชกหมัดซ้ายออกไปอีกฝ่ายรับได้ เขาใช้มือขวาเลื่อนไปหยิบสนับมือในกระเป๋ากางเกงออกมาใส่ก่อนชกใส่ลำตัวนักฆ่า คราวนี้อีกฝ่ายไม่หลบเขารับหมัดที่ใส่สนับมืออย่างไม่แยแส ก่อนที่นักฆ่าจะถีบใส่อกของทไวซ์สวนกลับมา นักฆ่าใช้มีดโต้ที่เขาทำตกง้างฟันใส่ทไวซ์หมายจะปิดชีวิต หมอกพุ่งตัวเข้ามาเตะเข้าข้อมือนักฆ่าจนมีดโต้หลุดจากมืออีกครั้ง แต่นักฆ่าไม่แสดงอาการาเ็อะไรเลย นักฆ่ามองไปยังจุดที่หมอกเคยอยู่เขาเห็นว่ามีอะไรบางอย่างกองอยู่กับพื้นพร้อมกับม้วนวิดีโอระยะห่างจากจุดนั้นจนถึงตัวเขาก็นับว่ามีระยะห่างพอสมควร หมอกพุ่งตัวเข้าไปตวัดเตะเข้าศีรษะ นักฆ่าใช้แขนรับไว้ หมอกหมุนตัวกลับด้านเตะกลับหลังใส่ศีรษะนักฆ่าอีกครั้ง เขาใช้แขนข้างเดิมจับข้อเท้าของหมอกไว้ นักฆ่าดึงขาหมอกเข้าหาตัว หมอกใช้ขาข้างที่เหลือะโถีบเข้าอกอีกฝ่ายจนหลุดออกมาได้ ทไวซ์เริ่มหายเจ็บเขาลุกขึ้นยืน เขาโยนสนับมือข้างหนึ่งให้หมอก ก่อนจะกระซิบบอกหมอกว่าไม่รู้ว่าทำไมอีกฝ่ายถึงยิงไม่เข้า แต่อีกฝ่ายระวังศีรษะเป็พิเศษ ทั้งตอนพุ่งเข้ารับะุครั้งแรก และ ตอนรับลูกเตะทั้งสองครั้งจากหมอก
หมอกพยักหน้ารับเขาใส่สนับมือ หมอกกับทไวซ์พุ่งเข้าใส่อีกฝ่าย หมอกใช้ทั้งมวยแบบมวยสากลเพื่อจะเน้นไปที่หมัดชกเข้าใบหน้าอีกฝ่าย ส่วนทไวซ์เข้าจังหวะที่สองชกเข้ากลางลำตัว แต่นักฆ่ากลับหลบการโจมตีของทั้งสองคนได้ เขาคว้าข้อมือของทไวซ์ก่อนเหวี่ยงลงกับพื้นกดหัวไหล่ของทไวซ์เอาไว้ หมอกเข้าถีบเพื่อบังคับให้นักฆ่าปล่อยมือจากทไวซ์ ทไวซ์หลุดเขาก็รีบคว้าเอามีดที่เขาซ่อนเอาไว้แทงเข้าหานักฆ่า หมอกเตะจากฝั่งตรงข้ามของทไวซ์เพื่อกันไม่ให้นักฆ่าหลบได้ นักฆ่าปล่อยให้มีดแทง เขาใช้แขนกันลูกเตะก่อนชกเข้าใส่หน้าของทไวซ์ มีดที่ทไวซ์แทงไปนั้นเข้าจุดสำคัญแต่กลับแทงไม่เข้า หมอกง้างหมัดที่ใส่สนับชกใส่หน้านักฆ่าเต็มแรง จนอีกฝ่ายกระเด็น แต่ไม่ทันได้พักหายเหนื่อยนักฆ่าลุกขึ้นยืน ใบหน้าที่โผล่จากผ้าขาวม้าเล็กน้อยนั้นไม่ได้รับาเ็อะไรเลย ไม่มีเืไหลออกมาสักนิด หมอกกับทไวซ์ได้แต่สบถอยู่ในใจ นี่พวกเขากำลังเจอกับตัวบ้าอะไรวะเนี่ย
นักฆ่าเดินไปหยิบมีดโต้ขึ้นมาจากพื้น ทไวซ์กับหมอกรู้สึกตึงเครียดขึ้นมาอีกครั้ง นักฆ่าพุ่งตัวเข้ามาฟันใส่หมอก ทไวซ์ใช้มีดรับไว้ให้ นักฆ่าพลิกข้อมือฟันใส่ทไวซ์ในเวลากระชั้นชิด ทไวซ์ใช้มีดกันไว้ได้อีกครั้งแต่คราวนี้มีดกระเด็นหลุดมือของทไวซ์ นักฆ่าฉวยโอกาสนี้ฟันเข้าใส่ทไวซ์อีกครั้ง หมอกพุ่งตัวเอาหมัดที่ใส่สนับมือชกสวนมีดโต้ของนักฆ่าจากด้านล่างสกัดไว้ได้ แต่แรงกระทบจากการฟันทำให้แขนของหมอกถึงกับชาจนควบคุมไม่ได้ นักฆ่าฟันใส่หมอกอีกครั้ง ทไวซ์เตะใส่ท้องของหมอกทำให้หมอกหลบการฟันของนักฆ่าไปได้ แต่ขาของทไวซ์ก็โดนฟันใส่เฉียดๆ ทั้งทไวซ์กับหมอกต่างจนมุม นักฆ่าง้างฟันใส่หมอกหมายปิดบัญชี ปัง!!! เสียงปืนดังขึ้นนักฆ่ากระเด็นลอยออกไป หมอกกับทไวซ์หันไปมองตามเสียงเห็นแสงกับปืนสีเงินประจำตัวของเขา นักฆ่าค่อยๆ ลุกขึ้นยืนแล้วหันไปมองที่แสง
" ไหนว่าเลิกเป็ตำรวจแล้วไง สารวัตร " นักฆ่าพูดขึ้น
" ก็เลิกไปแล้ว พอดีวันนี้มาทำธุระส่วนตัว " แสงตอบกลับเขามอง สภาพโดยรอบทั้งศพของผาและสภาพของหมอกกับทไวซ์
" ...ไหนว่าเลิกรับงานแล้วไง " แสงถามกลับไปหลังจากดูสถานการณ์โดยรวมเสร็จแล้ว
" เลิกไปแล้ว แต่ครั้งนี้งานครั้งนี้ฉันปฏิเสธไม่ได้ " นักฆ่าตอบ
" ฝีมือตกลงไปนะ กับแค่เด็กสองคน เหมือนใช้เวลานานกว่าที่คิด " แสงพูด แต่ทไวซ์กับหมอกก็สังเกตเห็นว่าแม้ว่าแสงจะพยายามพูดอย่างปกติ แต่การหายใจของเขาก็ถี่กว่าปกติ เขาคงรีบวิ่งมาที่นี่เหมือนกัน
" ก็อาจใช่ ฉันคงเล่นมากไปหน่อย แต่เด็กสองคนนั้นก็มีแววอยู่ " นักฆ่าตอบกลับ
" งานของฉันเสร็จแล้ว ฉัน้าม้วนวิดีโอนั้น เราจะได้แยกย้ายกัน " นักฆ่าพูดพลางมองไปที่ม้วนวิดีโอ
" ทำไมนายถึงคิดว่าฉันจะปล่อยตัวอันตรายแบบแกไป " แสงพูด
" ก็ถ้าด้วยปืนนั้นก็อาจจะพอจับฉันได้ แต่ฉันรับประกันได้เลยว่ากว่านายจะจับฉันได้ เด็กสองคนนั้นก็คงตายไปแล้ว " นักฆ่าตอบ
" .... " แสงมองไปที่ทั้งคู่ก่อนเอียงหัวให้สัญญาณนักฆ่าเดินมาเอาม้วนวิดีโอ
นักฆ่าเดินมาหยิบม้วนวิดีโอ ในขณะที่แสงชี้ปืนไว้ตลอดเวลา " ฉันเลิกรับงานแล้วจริงๆ " นักฆ่าพูด " ฉันจำไม่ได้ว่าเราเคยสนิทกันขนาดนั้น " แสงตอบกลับ " ปืนนั้นการที่ยังใช้มันอยู่ก็แปลว่าเราสนิทกันมากกว่าที่นายคิด " นักฆ่าพูด " ฉันใช้เพราะมันเข้ากับคนเท่ๆ อย่างฉันต่างหาก " แสงตอบกลับ นักฆ่าวิ่งออกจากโกดังก่อนจะหายไป แสงรีบเข้าไปดูสภาพของหมอกกับทไวซ์ แม้ว่าแสงจะไม่ได้พูดอะไรแต่เขาก็เข้าไปกอดทั้งคู่ด้วยความโล่งใจ
มุมมองนักเขียน
ฉากนี้เป็อีกหนึ่งฉากที่ผมอยากเขียนมานานแล้ว ั้แ่ตอนเริ่มแต่งนิยายเื่นี้ ผมหวังว่าจะสามารถนำเสนอมันได้ดีแถมยังเป็การเปิดอีกหนึ่งตัวละคร ที่ทำให้แสงตัวละครหลักมีมิติมากขึ้นด้วย แม้ในอนาคตผมมีแผนที่จะวางตัวละครนักฆ่าคนนี้ไว้ในทิศทางที่ผมสนใจไว้แล้ว แต่อนาคตเราก็อาจไม่มีโอกาสได้กล่าวถึงเขาก็ได้ แต่สำหรับผมเขาจะเป็อีกหนึ่งตัวละครที่ทำงานนิยายเื่นี้มีมิติเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน เอาละครับหมอกและแสงต้องเสียทั้งหลักฐานและพยานไปอีกครั้ง เขาจะตามสืบคดีของครอบครัวได้อย่างไรติดตามกันในตอนต่อไปนะครับ