เทพสงครามมังกรเทวะ

    ชนะขาดลอย

    "เจ้า!"จงหลินถึงกับอุทานออกมา และระเบิดพลังระดับจักรพรรดิเทวะออกไมาไม่ขาดสาย ทั้งยังรวมพลังเอาไว้ที่ฝ่ามือหมายจะโจมตีเฟยหรงให้ตายในทีเดียวโทษฐานที่ทำให้มันต้องอับอายขายหน้าต่อหน้าขุมกำลังอื่น

     

    "ตายให้ข้า!!"เส้นแสงสีเขียวพุ่งตรงมาหยุดอยู่เบื้องหน้าของเฟยหรง ฝ่ามือที่ตอนนี้เป็นสีขาวอมเขียมฟาดใส่ชายหนุ่มอย่างรวดเร็วจนเขาไม่สามารถใช้ท่าร่างมังกรเหินเวหาได้ทัน ฝ่ามือที่เต็มไปด้วยปราณสังหารจะฟาดเข้าใส่อกของชายหนุ่มอย่างรุนแรง

     

    "ปั้ง!!"ร่างของเฟยหรงกระเด็นไปชนกับกำเเพงเสียงดังกึกก้อง ขุมกำลังต่างๆที่เห็นได้แต่เวทนา ส่วนทางด้านของมหาสมุทรนิรันทร์สองสามีถรรยาถึงกับยืนขึ้นและรู้สึกเจ็บแปลกๆที่หัวใจ การโจมตีของจงหลินนั้นรวดเร็วดุจเมฆาจนแม้แต่เป่ยเฉินที่เตรียมจะเข้าไปช่วยยังตอบสนองไปทัน นี่คือพลังธาตุเมฆาที่อยู่เหนือกว่าธาตุลมธรรมดางั้นหรือ รวดเร็วเกินไปแล้ว

     

    'ฮ่าๆๆการโจมตีนี้มันตายแน่นอน เท่านี้ขุมกำลังระดับศักดิ์สิทธิ์เมฆาสรรค์ก็ไม่รั้งท้ายสำนักต่างๆอีกต่อไปแล้ว'จงหลินยิ้มเยาะในใจ นิกายเมฆาสวรรค์นั้นอยู่รั้งท้ายในอันดับขุมกำลังศักดิ์สิทธิ์มาโดยตลอด ทำให้ขุมกำลังอื่นๆไม่เห้นพวกเขาอยู่ในสายตา ดังนั้นแม้จะเสียศักดิ์ศรีไปบ้างแต่การเลื่อนระดับขึ้นสักหนึ่งระดับก็ถือว่ายอดเยี่ยม

     

    "เห้อ คิดจะฆ่าข้าเตรียมใจมาแล้วสินะ"ม่านควัญหายไปเฟยหรงได้ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งพร้อมกับชั้นเกล็ดสีฟ้าครามที่ปรากฏขึ้นและกลายเป็นชั้นเกราะ ตรงมุมปากมีเลือดไหลเล็กน้อยใบหน้ายังคงเมินเฉยกับสิ่งที่เกิดขึ้นไม่มีความตื่นตระหนกอยู่เลย กลับกันเหล่าขุมกำลังต่างๆพากันลุกพรวดขึ้นมาตามองไปที่ชั้นเกล็ดนั้นเสียงฮือฮาที่ดังออกมาไม่ขาดสาย

     

    "นะ นั่นคือเกล็ดมังกร!!"

     

    "เจ้าเด็กนั่นมีกายมังกรระดับสูง ไม่น่าเชื่อ!!!"

     

    "หอกระบี่ดาวตก!! ขุมกำลังนี้ดูเหมือนจะไม่ธรรมดาเสียแล้ว!"

     

    ขุมกำลังต่างๆล้วนแต่ตื่นตระหนกนี่คือการประกาศศักดาของหอกระบี่ดาวตกอย่างแท้จริง การมีมหาเทวะสองตนนั้นบอกได้เลยว่าขุมกำลังนี้ไม่ง่าย ไหนจะการที่มีผู้ที่มีกายมังกรระดับสูงปรากฏขึ้นมาอีก นี่หากว่าชายคนนี้ไม่ตายตกอนาคตข้างหน้าอีกแสนปีไม่แน่ชายคนนี้อาจจะเหนือกว่าทุกคนในที่นี้ก็เป็นได้

     

    "เจ้าเด็กคนนี้ไม่เจอแค่สามเดือนแข้งแกร่งขนาดนี้เชียวหรือ เจ้ายิ่งทำให้ข้าสนใจเจ้ามากขึ้นเสียแล้ว"ทางด้านที่นั่งของพระราชวังเยือกแข็งเสวียเหม่ยนั่งลงเลียริมฝีปากอย่างยั่วยวน แน่นอนว่านางต้องการหาปริศนาในตัวของเฟยหรงทั้งหมดนั่นเอง

     

    "กายมังกร!! ไม่น่าเชื่อว่าขุมกำลังที่เกิดใหม่จะมีมัน หอกระบี่ดาวตก ชื่อนี้ทำให้ข้าสนใจขึ้นมาแล้วสิ"เทพธิดาพิษสวรรค์ถังหยากล่าวขึ้นสายตาจับจ้องไปที่ชายหนุ่มด้วยแววตาที่ดูสนอกสนใจ

     

    'หากเดาไม่ผิดเด็กคนนี้คือเด็กที่อยู่กับตระกูเฟิง!! ไม่ดีแน่มันจะต้องตายตกไม่เช่นนั้นตำหนักรัตติกาลในวันข้างหน้าอาจจะเดือดร้อนได้'ประมุขตำหนักรัตติกาลอย่างหหวูคงเดือดเนื้อร้อนใจ เขาหันไปหาผู้อาวุโสอีกคนที่อยู่ด้านหลังทำให้พวกมันพยักหน้าอย่างเข้าใจและทะยานร่างไปที่สนามประลองอย่างรวดเร็ว

     

    "การประลองในครั้งนี้ข้า หวูจี้ ขอร่วมด้วย"

     

    "หวูจี้ หนึ่งในผู้อาวุโสของหุบเขาสังหารมังกร นี่มันหมายตาคนที่ครอบครองกายศักดิ์สิทธิ์แห่งมังกรงั้นหรือ!!"หลายคนตื่นตระหนก เฟยหรงมองไปที่มันด้วยแววตาที่หลากหลาย หุบเขาหรือนิกายสังหารมังกรคือสถานที่ๆไม่ช้าก็แล้วเขาจะต้องไปกำจัดแต่กลับมาในเวลานเช่นนี้ เจ้าตำหนักรัตติกาลคงอยากจะสังหารเขาให้ตายตกสินะ

     

    "พวกท่านจะรุมข้าหรือ !!"เฟยหรงกล่าวถาม

     

    "พูดอะไรอย่างนั้น พวกเราสามคนล้วนแต่ประลองกันให้เหลือเพียงคนสุดท้ายเท่านั้นจะเรียกว่ารุมได้อย่างไร"แม้มันจะกล่าวออกมาอย่างนั้นแต่จิตสังหารและใบหน้าที่เหี้ยมโหดปรากฏขึ้นมาอย่างชัดเจนจนทำให้จงหลินถึงกับผงะไปเลยทีเดียว

     

    "เจ้าหนูมาดูกันว่าเจ้าจะแก้ปัญหานี้อย่างไร สองจักรพรรดิเทวะเชียวนะนั่น"เสวียเหม่ยยกยิ้มออกมาพร้อมกล่าว เวทีนี้ดูเหมือนจะน่าสนใจขึ้นมาไม่น้อย

     

    "เช่นนั้นก็ไม่ต้องกล่าวให้มากความ เข้ามาเถอะข้าเองก็อยากจะรู้ว่าหุบเขาสยบมังกรหนึ่งในอาณัติของตำหนักรัตติกาลจะมีน้ำยาสักเพียงใด"เฟยหรงกล่าววาจาส่อเสียด จนหลายคนถึงกับชะงักค้างนี่ไม่ใช่การต่อสู้เพียงอย่างเดียวแต่กลับแฝงไปด้วยการดูถูกตำหนักรัตติกาลไปด้วย หากผู้อาวุโสทั้งสองคนพ่ายแพ้มีหวังตำหนักรัตติกาลและนิกายเมฆาสวรรค์ได้กลายเป็นตัวตลกของแต่ละขุมกำลังแน่

     

    "ลำพองตน!!"หวูจี้กลายเป็นเส้นแสงสีแดงมาอยู่ต่อหน้าของเฟยหรงพร้อมฝ่ามือที่คมประดุจใบมีดถูกใส่เฟยหรงอยากจะจนกายมังกรของเขาเกิดรอยร้าวขึ้นมาเล็กน้อย

     

    "ฮ่าๆๆๆกายมังกร ของเด็กเล่น!!กับคนที่ดื่มกินเลือดเนื้อของมังกรเช่นพวกข้า ของแบบนี้ไม่มีค่าพอให้พูดถึง"มันหัวเราะอย่างบ้าคลั่งระดมการโจมตีใส่เฟยหรงอย่างต่อเนื่องจนทำให้ชายหนุ่มได้แต่ตั้งรับ ใบหน้าของเขาที่คงความสงบนิ่งเผยรอยยิ้มบางๆออกมาจนทำให้การโจมตีของหวูจิ้ชะงักไปในเสี่ยวพริบตา เฟยหรงอาศัยจังหวะนี้ถอยร่นออกมา แต่ก็พบเข้ากับจงหลินที่เข้ามาเสริมทัพและฟาดฝ่ามือใส่เกาะมังกรของเขาจะเซถอยไปหลายก้าว

     

    ศึกครั้งนี้ดูจะตึงมืออย่างแท้จริงแต่ถึงกระนั้นก็ยังไม่มีใครออกไปช่วยเฟยหรงแม้แต่หลงเสี่ยวหยาก็ตามเพราะเวลานี้เฟยหรงยังคงไว้ซึ่งรอยยิ้มเล็กๆบนใบหน้าอยู่นั่นเอง

     

    "เข้ามา!!"เฟยหรงกล่าวอย่างท้าทายพร้อมยกยิ้มแสดงให้เห็นถึงความสนุกสนาน สัญชาตญาติของเขาถูกลับจนเฉียบคมเทียบเท่าในชาติก่อนแล้วตอนนี้และมันยังทวีความเฉียบคมเข้าไปอีกหลังจากต่อสู้กับพวกมันอย่างตือเนื่อง แรกๆอาจจะโดนการโจมตีอย่างหนักหน่วงแต่พอระยะเวลาผ่านไปเฟยหรงก็เริ่มหลบมันได้อย่างไม่อยากเย็น

     

    "บัดซบ!!มันใช้พวกเราเป็นหินลับสัญชาตญาน!!"จงหลินอุทานอย่างไม่เชื่อในสายตา แต่การหลบการโจมตีของพวกมันได้ครั้งแล้วครั้วเล่าเป็นข้อพิสูจน์ถึงข้อเท็จจริงนี้ได้อย่างสมบูรณ์

     

    'ต้องฆ่ามันให้ได้ เด็กคนนี้เป็นภัยกับทั้งตำหนักรัตติกาลและหุบเขาสังหารมังกร!!'หวูจี้ เร่งปราณสีแดงฉานของตัวเองพุ่งไป ฟาดทักษะดาบใหญ่สังหารมังกรใส่เฟยหรงอีกหมายจะเอาชีวิต ดาบนี้สะสมพลังปราณของมันกว่าแปดส่วนดังนั้นหากเฟยหรงโดนเข้าไปจะต้องตายตกอย่างแน่นอน

     

    "ปั้ง!!"

     

    เสียงดังสนั่นเกิดขึ้นสายตาของผู้คนทุกหมู่เหล่าเต้มไปด้วยความตกตะลึงเพราะตอนนี้ชายคนที่คิดว่าจะตายตกกลับรับดาบสังหารมังกรของหวูจี้ด้วยมือเพียงข้างเดียว

     

    "นี่คือปราณสังหารมังกร!!! อย่ามาทำให้ข้าตลกหน่อยเลยมันก็แค่ปราณและแรงอาฆาตของมังกรระดับต่ำเท่านั้น!เมื่อยู่ต่อหน้าเทพเจ้าของพวกมันล้วนแต่ต้องโค้งคำนับ!!"คำกล่าวของเฟยหรงดังกึกก้อง ปราณดาบสีแดงถูกชายหนุ่มดูดกลืนเข้าไปอย่างง่ายดายไม่เหลือแม้แต่เสี้ยวของลมปราณ ในเวลานี้หวูจิ้ถึงกับหน้าซีดเผือดไม่เคยเจอเหตุการณ์นี้มาก่อนในชีวิตและไม่คิดฝันว่าจะได้เจอคนแบบเฟยหรง

     

    "หันหลังให้ศัตรู ประเมิทเกินไป!!"จงหิลนถือโอกาสเข้ามาทางด้านหลังของเฟยหรงพร้อมกับฟาดฝ่ามือใส่อีกครั้งโดยเล็กในส่วนที่แตกร้าวของเกราะมังกรสวรรค์อมตะ

     

    เฟยหรงชำเลืองมองอย่างเมินเฉยเขาไม่เคยประมาทศัตรูและนี่คือสิ่งที่ชายหนุ่มคาดเดาเอาไว้แล้ว เมื่อฝ่ามือใกล้จะถึกตัวกระบี่ลมปราณของเขาก็ออกมาป้องกันได้อย่างทันท่วงที ทั้งกระบี่ลมปราณที่แสงยังพุ่งเข้าไปตัดมือของอีกฝ่ายจนขาดกระเด็น จนมันถึงกับร้อยโหยหวน เฟยหรงไม่ได้สนใจมันอีกต่อไปและมองไปยังหวู่จี้ที่ตอนนี้มองไปที่เฟยหรงแววตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว

     

    ทักษะปราณของมันแพ้ทางเฟยหรงเต็มๆแล้วแบบนี้มันจะใช้อะไรสู้กับอีกฝ่ายได้กัน ดังนั้นมันจึงหันไปหาเจ้าแห่งตำหนักรัตติกาลหวังจะขอความช่วยเหลือ แต่ก็ช่างน่าเสียดาย เฟยหรงเคลื่อนกายด้วยท่าร่างมังกรเหินเวหาพุ่งเข้ามาหามันพร้อมใช้ออกด้วยกงเล็บมังกรสวรรค์ฟาดใส่มันอย่างรวดเร็ว แม้มันจะรู้ตัวและหลบได้แต่ความเสียหายที่ได้รับก็นับว่าไม่น้อย แขนหนึ่งข้างของมันฉีกขาดห้อยลงอย่างน่าหวาดเสียวแต่มันไม่ได้กรีดร้องแต่อย่างใดเพียงวิ่งหนีออกไปจากสนามประลองนั้นด้วยความแตกตื่น

     

    "ก็ไม่เห็นเท่าไร!"เฟยหรงคว้าชัยมาได้ท่ามกลางสายตาที่ตกตะลึงของขุมกำลังทุกหมู่เหล่า ทั้งการคว้าชัยครั้งนี้ยังได้มาจากการประลองสองต่อหนึ่งโดยที่อีกฝ่ายเป็นระดับจักรพรรดิเทวะทั้งสองคน นี่มันท้าทายสวรรค์เกินไปหน่อยหรือไม่ นี่คือความคิดของทุกคนในที่นี้

     

    แต่ความจริงนั้นไม่ใช่เลยทางด้านจงหลินนั้นเป็นเพราะว่าอ่อนประสบการณ์การต่อสู้และเส่ห์เหลี่ยมสู้เฟยหรงไม่ได้จึงทำให้มันพ่ายแพ้ไป ส่วนหวูจี้นั้นเป็นเพราะพลังปราณของชายหนุ่มกดข่มปราณของอีกฝ่ายเอาไว้ทำให้มันใช้ออกด้วยพลังที่ไม่เต็มที่เท่าไรนัก ทั้งพอใช้มาแทนที่ปราณเหล่านั้นจะทำร้ายเฟยหรงมันกลับเสริมกำลังให้กับชายหนุ่มอย่างไม่น่าเชื่อดังนั้นผลออกมาจึงเป็นแบบที่เห็น 'ชนะแบบขาดลอย'

     

    "เจ้าเล่นใหญ่ไปแล้วนะ"เมื่อกลับมาถึงหลงเสี่ยวหยากล่าวขึ้นพร้อมส่ายหน้าอย่างเหนื่อยใจ โชคดีที่ชายหนุ่มไม่ใช้บัลลังก์ราชันไม่อย่างนั้นได้วอดวายเป็นแน่แท้

     

    "ฮ่าๆๆนั่นจักรพรรดิเทวะเชียวนะข้าก็ต้องเล่นใหญ่บ้างสิ ในระหว่างนี้ท่านเห็นใครมีสิ่งที่ข้าต้องการหรือเปล่า ตำราสยบนารีน่ะ"เฟยหรงกล่าวถาม

     

    "เห้อ เจ้าเอาจริงหรือเนี้ย ข้าไม่คิดว่าเจ้าจะจริงจังกับเรื่องนี้ถึงขนาดนี้เลยจริงๆ เอาเถอะหากเจ้าต้องการมันข้าให้ไปถามเจ้านิกายหยินหยางที่นั่งอยู่บัลลังก์ที่เจ็ดดูเผื่อเขาจะมีให้เจ้าหยิบยืม"หลงเสี่ยวหยากล่าว เขารู้สึกเหนื่อยใจกับเจ้าเด็กบ้าคนนี้จริงๆ

    คล้ายกับเรื่องเทพสงครามมังกรเทวะ ที่คุณอ่าน