เทพอสูรมังกรไร้ขอบเขต

    ฮั่นเหมยหลินทะลวงเทพ

    ตัดภาพกลับมาทางด้านดินแดนแห่งหายนะอันกว้างใหญ่ หลังจากเวลาล่วงเลยไปเกือบ 1 เดือน ในที่สุดกายาศักดิ์สิทธิ์พิษสวรรค์ก็ถูกปลุกขึ้นมาอย่างสมบูรณ์ไร้ซึ่งข้อผิดพลาด

     

    ส่งผลให้พลังตบะขององค์หญิงฮั่นผิงพุ่งทะยานจากระดับมหาจักรพรรดิขั้น 7 กลายเป็นเซียนเบิกนภาขั้นสูงอย่างง่ายดาย แถมยังมีการบ่มเพาะสองสายนั่นคือพลังพิษสวรรค์และพลังจิตวิญญาณรัตติกาลของเผ่าภูตราตรี

     

    บอกตามตรงเลยว่านี่ถือเป็นการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดครั้งใหญ่และคงไม่ใครทำได้เช่นนางอีกแล้วในดินแดนแห่งนี้

     

    "ฝู่ ในที่สุดก็เสร็จเสียที" เย่หยุนซีปรับสมดุลพลังของตนเองพลางเอ่ยปากอุทานออกมา หากสังเกตุดีๆจะเห็นว่าน้ำสมุนไพรในอ่างบัดนี้ได้ถูกกายาศักดิ์สิทธิ์พิษสวรรค์ของฮั่นผิงดูดซับจนเหือดแห้งหมดสิ้น หลงเหลือไว้เพียงเศษซากกิ่งก้านที่ไร้ซึ่งสรรพคุณใดๆ

     

    "นะ นี่คือพลังของข้าอย่างนั้นหรือ?" หลังจากปรับลมหายใจได้ ฮั่นผิงก็พลันลืมตามองสำรวจร่างกายของตนเองแล้วเอ่ยปากอย่างตื่นเต้นยินดี

     

    "ใช่ นี่คือผลลัพธ์ของการปลุกกายาศักดิ์สิทธิ์พิษสวรรค์ให้ตื่นขึ้นอย่างสมบูรณ์ไงล่ะ" เย่หยุนซีกล่าวขณะลุกขึ้นยืดเส้นยืดสาย

     

    ดวงตาคู่งามของฮั่นผิงเต็มไปด้วยความซาบซึ้งใจ หลังจากที่ได้สดับวาจาของชายหนุ่ม นางก็โผเข้ากอดเขาโดยไร้ซึ่งอาภรณ์ปกปิดเรือนร่าง

     

    "เอ่อ......องค์หญิง แบบนี้มันดูไม่ค่อยเหมาะกระมัง" เย่่หยุนซีเลือดลมเดือดพล่าน เมื่อสัมผัสได้ถึงผิวพรรณอันนุ่มละมุนและภูเขาแฝดคู่งามซึ่งกำลังแนบชิดร่างกายของเขา

     

    "ไม่เป็นไรๆ ท่านก็เห็นมาเกือบทั้งเดือนแล้วนี่" ฮั่นผิงเอ่ยปากกล่าว

     

    บุรุษหนุ่มเมื่อได้ยินก็ถอนหายใจเบาๆ "เห้อ พวกเราเป็นสามีภรรยากันแค่ในนามนะ ถ้าหากข้าหักห้ามใจไม่ได้ขึ้นมา คนที่เสียใจทีหลังอาจจะเป็นท่าน"

     

    "หือ ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น?" คนงามรู้สึกฉงนสงสัย

     

    เย่หยุนซีเรียกผ้าคลุมสีขาวของตนออกมาห่มร่างกายของนางเอาไว้ "ของแบบนี้มันก็ต้องทำกับคนที่ท่านรักไม่ใช่หรือไง........อีกอย่าง ในอนาคตตัวข้าเองก็มีเหตุทำให้ต้องไปจากที่นี่ องค์หญิงคงไม่อยากทุกข์ทรมานเพราะสามีหายตัวไปหรอกใช่หรือเปล่า?"

     

    "ท่านจะไปแล้วไม่กลับมาเลยหรือ?" ผู้เป็นองค์หญิงจู่ๆก็รู้สึกใจหาย

     

    "ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสได้กลับมาหรือไม่" บุรุษหนุ่มส่ายศีรษะพลางกล่าวออกไป แต่ยังคงปิดรายละเอียดเอาไว้เป็นความลับ

     

    ระหว่างแดนเซียนกับดินแดนแห่งหายนะ ตัวเขาไม่รู้เลยว่ามันห่างไกลกันขนาดไหน อีกทั้งยังต้องมีพลังระดับเทพสวรรค์ขึ้นไป เขาถึงจะท่องดาราจักรได้ตามใจปรารถนา ดังนั้นโอกาสที่จะได้กลับมาจึงมีน้อยเสียยิ่งกว่าน้อยเมื่อมองจากความเป็นจริงในทุกๆด้าน

     

    ผู้เป็นองค์หญิงเมื่อสดับวาจานั้นก็เผยสีหน้าเศร้าโศกออกมาอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากในชีวิตของนางมีเพียงแค่ 3 คนที่เท่านั้นที่ไว้ใจได้ การที่ 1 ในนั้นบอกว่าจะจากไป มันจึงทำให้นางรู้สึกทุกข์ใจอยู่มากเหมือนกัน

     

    แต่ทว่านางก็ไม่คิดจะเอ่ยปากห้ามปรามหรือเรียกร้องให้เขาอยู่ต่อหากเขาคิดจะไป นั่นเป็นเพราะนางติดหนี้บุญคุณเขาเอาไว้มากเกินกว่าจะเอื้อนเอ่ยถ้อยคำเหล่านี้

     

    "ครื่น~~ครื่น~~ ครื่น~~"

     

    ในขณะที่บรรยากาศระหว่างทั้งสองเริ่มอึมครึมไม่ค่อยจะสู้ดี เบื้องบนท้องฟ้าเหนือเมืองรัตติกาลจู่ๆก็บังเกิดเมฆทมิฬทัณฑ์สวรรค์ขึ้นอย่างกะทันหัน แถมยังดูยิ่งใหญ่เอามากๆ

     

    "ฮ่าๆๆ ในที่สุดก็มาแล้ว ทัณฑ์เทวะขององค์จักรพรรดินี"

     

    "เอ๋! ท่านป้าบรรลุขอบเขตเทพสวรรค์ในตำนานแล้วอย่างนั้นหรือนี่!!" เมื่อมองเห็นภาพนี้ องค์หญิงฮั่นผิงก็รีบเก็บเรื่องของตนเองเอาไว้ในใจ ดวงตาคู่งามจับจ้องไปยังเมฆทัณฑ์สวรรค์อย่างไม่วางตา

     

    นั่นเป็นเพราะว่านี่คือวินาทีแห่งประวัติศาสตร์ ที่โลกใบนี้จะมีผู้แกร่งกล้าระดับเทพสวรรค์ถือกำเนิดขึ้นในรอบหลายแสนหลายล้านปี แถมเทพสวรรค์ผู้นี้ยังเป็นท่านป้าของนางอีกต่างหาก

     

    'เพียงเท่านี้เผ่าภูตราตรีก็จะไม่ต้องกลัวการรุกรานจากศัตรูอีกไป' นางบ่นพึมพำในใจ ในขณะที่เย่หยุนซีกำลังแอบปลดปล่อยอัสนีบาตทรราชขึ้นไปดูดกลืนทัณฑ์เทวะเพื่อลดทอนพลังทำลายล้างของมัน

     

    "เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง!"

     

    ต่อมาหลังจากนั้น อัสนีบาตสีทองอร่ามก็พลันฟาดฝ่าลงมาบนร่างขององค์จักรพรรดินีฮั่นเหมยหลินอย่างไร้ความปรานี

     

    "หนึ่งสาย! ........สองสาย!.........สามสาย! .........ห้าสาย........เก้าสาย" ยิ่งนับยิ่งผ่าลงมาถี่ แต่ทว่าผู้เป็นองค์จักรพรรดินีกลับมิได้แสดงอาการสะทกสะท้านแต่อย่างใด

     

    และเมื่ออัสนีบาตสายที่ 24 ผ่านพ้นไป แสงสีทองก็พลันฉาบย้อมทั่วทั้งท้องนภา ก่อนที่เงาร่างพลังงานของยอดสตรีผู้สูงส่งและเลอค่าจะฉายอยู่บนผืนฟ้าแผ่กลิ่นอายน่าเกรงขามไปทั่วทุกสารทิศ สร้างความตื่นตระหนกให้กับผู้คนทั้งดินแดนไม่ว่าจะเผ่าพันธุ์ไหน

     

    "ฝู่ ในที่สุดก็สำเร็จจนได้" ฮั่นเหมยหลินรู้สึกพึงพอใจเมื่อมองสำรวจร่างกายของตนเองหลังจากผ่านพ้นทัณฑ์สวรรค์ ซึ่งในเวลาเดียวกันนั้น ทั่วทั้งเมืองรัตติกาลก็บังเกิดเสียงฮือฮากันอย่างไม่ขาดสาย

     

    ถึงแม้ผู้คนส่วนใหญ่จะไม่ค่อยเข้าใจ แต่พวกเขากลับรู้สึกได้ว่าเหตุการณ์นี้จะต้องเป็นอะไรที่สุดยอดมากแน่ๆ และมันคงเกี่ยวข้องกับองค์จักรพรรดิิแห่งราตรีผู้เป็นนายเหนือหัวของพวกเขาอย่างไม่ต้องสงสัย

     

    เพราะร่างเงาสตรีที่ฉายอยู่บนฝืนฟ้าไม่ว่าจะดูยังไง มันก็คือ องค์จักรพรรดินีแห่งราตรี ฮั่นเหม่ยหลิน