ถนนสายหลักริมแม่น้ำเว่ย เขตชานเมืองฉางอัน
วันที่ยี่สิบสี่ของการเดินทาง เที่ยงวัน
สัญญาณแรกไม่ใช่เสียง ไม่ใช่การมองเห็น
มันคือกลิ่น
เว่ยหันเฉินได้กลิ่นมันขณะที่ขบวนเดินผ่านสะพานหินข้ามลำคลองสาขาของแม่น้ำเว่ย กลิ่นหวานอมขมที่ผิดแผกไปจากธรรมชาติรอบข้าง เหมือนกลิ่นยาสมุนไพรหลายชนิดผสมกันในสัดส่วนที่ไม่ถูกต้อง กลิ่นที่เขาเคยได้ยินนานมาแล้วจากคัมภีร์ที่บรรยายว่าเป็กลิ่นของ "ปราณที่ถูกบังคับ" ปราณที่เ้าของไม่ได้พัฒนาขึ้นตามธรรมชาติ แต่ถูกยัดเยียดเข้าไปด้วยวิธีการภายนอก
เขาหยุดม้ากลางสะพาน
"มีอะไรครับ?" หลิวซานพูดเบา ๆ
"ได้กลิ่นอะไรแปลก ๆ ไหม?"
หลิวซานดมอากาศ ขมวดคิ้วเล็กน้อย "หวานอมขม เหมือนยาหม่องต้มรวมกับอะไรบางอย่างที่ไม่ควรอยู่ด้วยกัน"
"ปราณที่ถูกบังคับ" เว่ยหันเฉินพูด "มาจากทางตะวันออก"
ซูหลิงเยิ่นบนหลังหวงเจินหันหน้าไปทางตะวันออก ปลายนิ้วของเธอััที่บริเวณหน้าอกซ้ายเบา ๆ
"เม็ดปราณยามไม่ได้ส่งสัญญาณเตือน" เธอพูดเงียบ ๆ "แต่ข้ารู้สึกถึงบางอย่างในอากาศ เหมือนปราณน้ำในร่างข้าไม่สบายใจ"
เว่ยหันเฉินมองเธอ ฮวนปราณในร่างกายของเธอรับรู้ถึงปราณที่ผิดปกติในสภาพแวดล้อม เหมือนสัตว์ที่รับรู้ถึงพิษในน้ำก่อนที่จะกินเข้าไป
"มาจากทิศทางเดียวกับที่เราจะผ่าน" หลิวซานพูด
"และมีจำนวนไม่มาก" เว่ยหันเฉินพูด มือขวาขยับมาที่ด้ามดาบ "ไม่ใช่การซุ่มโจมตีขนาดใหญ่ น่าจะเป็นักดาบสามถึงห้าคน แต่กลิ่นปราณที่แปลกนั้นบอกว่าอย่างน้อยหนึ่งคนในนั้นไม่ใช่นักดาบธรรมดา"
"คนของปู่เซา" ซูหลิงเยิ่นพูด ไม่ใช่คำถาม
"ใช่ แต่ที่แปลกคือตระกูลเซาส่วนใหญ่ไม่มีปราณแบบนี้" เว่ยหันเฉินพูด "ถ้าปู่เซาส่งคนระดับนี้มา แปลว่าเขาลงทุนมากกว่าเดิม"
"หรือไม่ก็เขาลงทุนกับตัวเอง" หลิวซานพูดเงียบ ๆ ความหมายในคำพูดนั้นหนัก
ทั้งสองมองกัน
"ปู่เซาใช้วิธีบางอย่างเพื่อเพิ่มปราณของตัวเอง" เว่ยหันเฉินพูด "ไม่ใช่ผ่านการฝึก ผ่านสิ่งภายนอก"
ซูหลิงเยิ่นนิ่งอยู่ครู่ เธอเข้าใจว่าเขาหมายถึงอะไร สายเืเทียนชิงเม่ยสามารถเสริมปราณของคนอื่นได้ ถ้าปู่เซาหาวิธีใช้สายเืลักษณะนี้จากแหล่งอื่น ไม่ใช่จากเธอโดยตรง มันจะทำให้เขาแข็งแกร่งขึ้น แต่ปราณที่ได้มาจะมีกลิ่นแปลก เพราะมันไม่ใช่สิ่งที่เขาพัฒนาขึ้นเอง
"เขาหาสายเือื่นหรือเปล่าคะ?" เธอถามเบา ๆ
"อาจจะ หรืออาจใช้วิธีที่เป็อันตรายมากกว่านั้น" เว่ยหันเฉินพูด "จะรู้เมื่อเจอ"
พวกเขาเดินต่อผ่านสะพาน ผ่านทุ่งนาที่ต้นข้าวสีทองชี้ขึ้นฟ้าราวแผงหอกเล็ก ๆ นับล้านต้น และเข้าสู่แนวต้นไม้ที่หนาแน่นขึ้นทางตะวันออกของถนน
กลิ่นหวานอมขมเข้มขึ้น
สี่คนนั่งบนรั้วหินต่ำที่ขอบทุ่งนา ไม่พยายามซ่อนตัว แต่ก็ไม่ได้โจมตีทันที เสื้อผ้าสีดำของตระกูลอุ้งเล็บเซาชัดเจนในแดดบ่าย ทั้งสี่ถือดาบยาว และคนที่ห้าที่ยืนอยู่ข้างหน้ากลุ่มนั้น ไม่ถือดาบ แต่มือทั้งสองกำแน่น
ปราณที่ผิดปกติมาจากชายคนที่ห้า
ร่างอ้วนท้วนที่ขัดกับความคล่องแคล่วที่ควรจะมี ใบหน้าแดงก่ำในแบบของคนที่ปราณในร่างกายแน่นเกินธรรมชาติ เส้นเืที่คอและขมับโป่งพองเล็กน้อย ดวงตาสีน้ำตาลมีเส้นแดงวิ่งในขาวตา
เว่ยหันเฉินประเมินในเสี้ยววินาที
ชายคนนี้ไม่ใช่นักดาบที่ฝึกปราณมาตลอดชีวิต แต่เขามีปราณอยู่ในร่างกายมากผิดปกติ ปราณที่กดดันเนื้อเยื่อจากภายใน เหมือนถังน้ำที่บรรจุมากเกินขีดจำกัด
"ปู่เซา" ซูหลิงเยิ่นพูดเบา ๆ ข้าง ๆ เขา
เว่ยหันเฉินไม่แปลกใจที่เธอจำได้จากคำบรรยาย
ชายอ้วนท้วนพูดขึ้นก่อน เสียงแหบกว่าที่ควร ราวกับปราณที่กดดันอยู่ในร่างกายกระทบเส้นเสียงด้วย
"ซูหลิงเยิ่น ข้าตามเ้ามาตลอดทาง" ปู่เซาพูด "ข้าให้คนไปรออยู่ก่อน แต่ทุกครั้งก็ผิดหวัง ตอนนี้ข้ามาเองแล้ว"
"ท่านมาเพื่ออะไร?" ซูหลิงเยิ่นถาม เสียงเรียบ
"เพื่อพาเ้ากลับไป" ปู่เซาพูด แล้วมองมาที่เว่ยหันเฉิน "ส่งเธอมา แล้วเ้าเดินไปได้เลย"
"ยังคงปฏิเสธ"
ปู่เซาถอนหายใจออก ในท่าทางนั้นมีความเหนื่อยล้าที่แท้จริงปนอยู่ ราวกับเขาเดินทางมาไกลและรับมากกว่าที่ร่างกายรับไหว
แล้วเขาก็ปล่อยปราณออกมา
เว่ยหันเฉินรู้สึกถึงมันทันที ปราณที่ทะลักออกมาจากร่างของปู่เซานั้นไม่ใช่ปราณที่เขาเคยเจอจากชั้น 3 จิ้นตัน มันหนักกว่า หนักมาก แต่มีบางอย่างที่ผิดปกติในเนื้อของมัน เหมือนผ้าไหมที่มีเส้นด้ายหยาบปนอยู่ สวยงามจากระยะไกลแต่พอััจะรู้ถึงความไม่สม่ำเสมอ
"ท่านใช้วิธีอะไร?" เว่ยหันเฉินถาม ไม่ใช่เพื่อชะลอเวลา แต่เพราะอยากรู้จริง ๆ
ปู่เซาหัวเราะเบา ๆ เสียงแหบแห้ง "ข้ารอเ้ามาตลอด ซูหลิงเยิ่น แต่ระหว่างรอ ข้าก็ไม่ได้นั่งเฉย ๆ สายเืของตระกูลเ้าไม่ได้มีแค่เ้าคนเดียว มีคนในตระกูลที่ข้าหาพบแล้ว แม้จะจาง แต่ก็ยังมีประโยชน์"
ความเย็นวิ่งลงหลังซูหลิงเยิ่น แต่เธอไม่แสดงออกทางใบหน้า
สายเืเทียนชิงเม่ยคนอื่นในตระกูล ที่ปู่เซาหาพบ
"ท่านเพิ่มปราณตัวเองด้วยสายเืของคนในตระกูลซู" เว่ยหันเฉินพูด ไม่ใช่คำถาม "และนั่นทำให้ท่านก้าวข้ามชั้น 3 จิ้นตันได้"
"ชั้น 4 ต่ำ" ปู่เซาพูดด้วยความภาคภูมิที่ปนความเ็ป "ปราณมันกดในร่าง บางทีเจ็บ แต่มันทำงานได้"
"ปราณที่กดในร่างแบบนั้นจะทำลายเนื้อเยื่อจากภายในในระยะยาว" เว่ยหันเฉินพูดตรง "ท่านรู้ไหม?"
ปู่เซาหยุดนิ่งครู่เดียว แล้วก็พยักหน้าเม้มริมฝีปาก
"รู้ แต่ถ้าได้เธอมาก่อนที่มันจะแย่ลง ข้าจะไม่ต้องกังวลแล้ว"
เว่ยหันเฉินดึงดาบ
ชิงก์!!
เสียงโลหะออกจากฝักดังในอากาศที่ยังมีกลิ่นหวานอมขมลอยอยู่
ปู่เซาพยักหน้าให้ลูกน้องสี่คน
สี่คนพุ่งออกมาพร้อมกัน ไม่ใช่ชั้นชี่อีกต่อไปแบบที่เคยเจอ ทุกคนชั้น 2-3 จิ้นตัน คนที่ดีที่สุดในสต็อกที่ตระกูลเซามี
"โห้ว!!"
ชายซ้ายสุดพุ่งตรงมาด้วยดาบยาวในแนวทแยงลงมาที่ไหล่เว่ยหันเฉิน
เฟี้ยว!!
ดาบแหวกอากาศด้วยความเร็วที่สูงกว่าคนธรรมดาระดับนี้ ปราณในดาบทำให้คมคมขึ้น
เว่ยหันเฉินก้าวออกข้าง ดาบของเขารับแนวทแยงแบบเบน ไม่ต้าน
เคร้ง!!
โลหะกระทบโลหะ ประกายกระเด็นในแดดบ่าย คนที่สองเข้ามาในจังหวะนั้นพอดี ดาบฟาดมาที่เอวด้านขวา
ควับ!!
เว่ยหันเฉินหมุนตัวรอบแกน ดาบสองเล่มกวาดผ่านพื้นที่ที่เขาเคยยืนพร้อมกัน เขาลงพื้นด้านหลังชายที่สองแล้วศอกซ้ายฟาดออกมาที่ท้ายทอย
ตุ้บ!!
ชายนั้นสะดุดออกไปสองก้าวก่อนตั้งตัวได้
หลิวซานจัดการสองคนทางขวา ดาบสั้นคู่เคลื่อนไหวในจังหวะที่เขาฝึกมาหลายสิบปี
ชิ้ง!! ชิ้ง!!
เคร้ง!! ฉับ!! เคร้ง!!
ดาบสองเล่มสลับรับและโจมตี จังหวะที่ทำให้สองคนไม่สามารถเข้ามาพร้อมกันได้
และปู่เซายืนอยู่ข้างหลังลูกน้องทั้งสี่ ดูอยู่ในขณะที่ปราณในร่างของเขาค่อย ๆ รวมตัว
เว่ยหันเฉินรู้ว่าเขากำลังรอดูว่าลูกน้องสี่คนจะทำอะไรได้ไหมก่อน
และเว่ยหันเฉินรู้ว่าพวกเขาทำไม่ได้
แต่ปู่เซาชั้น 4 ต่ำที่มีปราณบังคับในร่าง นั่นต่างออกไป
ลูกน้องสามคนในสี่คนถูกจัดการภายในหนึ่งนาที คนที่หนึ่งหมดสติจากศอกที่ท้ายทอย คนที่สองดาบหลุดมือจากแรงบิดของหลิวซาน คนที่สามล้มลงเมื่อเข่าขวาของเว่ยหันเฉินยิงขึ้นกระทบกรามอย่างรวดเร็ว
กร๊อบ!!
เสียงฟันกระทบกันดังก้อง
คนที่สี่ถอยออกไปสองก้าวเมื่อเห็นสามคนล้มลง มองดูเว่ยหันเฉินและหลิวซาน แล้วก็มองไปที่ปู่เซา
ปู่เซาพยักหน้า
คนที่สี่วิ่งออกไปทางทุ่งนา ทิ้งนายจ้างไว้ตามลำพัง
ปู่เซามองดูคนที่หนีไปโดยไม่แสดงความโกรธ มีแต่ความเหนื่อยที่ปนอยู่ในสีหน้า
"ข้ารู้ว่าพวกเขาไม่พอ" เขาพูด เสียงหนักกว่าก่อนหน้านี้ "แต่ต้องลองก่อน"
แล้วเขาก็ปล่อยปราณชั้น 4 ต่ำออกมาเต็มที่
อากาศรอบตัวปู่เซาหนักขึ้นทันที ปราณที่ทะลักออกมานั้นมีพลังจริง แต่มีความไม่สม่ำเสมอในนั้น เหมือนกระแสน้ำที่แรงแต่ไหลไม่เป็ทิศทาง
เว่ยหันเฉินเปิดปราณชั้น 4 ยี่สิบเปอร์เซ็นต์
ปู่เซาพุ่งออกมาโดยไม่ใช้อาวุธ กำปั้นทั้งสองอัดปราณไว้เต็มที่ ฟาดออกมาในแนวนอนที่หัวเว่ยหันเฉิน
เฟี้ยว!!
เสียงลมที่แรงกว่ากำปั้นธรรมดาหลายเท่า
เว่ยหันเฉินก้มหัวหลบ กำปั้นผ่านเหนือหัวไปหนึ่งนิ้ว เขาลุกขึ้นพร้อมกับสันดาบยิงขึ้นมาที่คางปู่เซา
ตุ้บ!!
สันดาบกระทบ แต่ปราณที่ปู่เซาอัดไว้ที่คางทำให้แรงกระแทกสะท้อนกลับมา เว่ยหันเฉินรู้สึกถึงแรงตีกลับที่ข้อมือ
ปราณในร่างกายเขาแน่นกว่าที่ประเมิน
ปู่เซาส่ายหัวเล็กน้อย แล้วกำปั้นซ้ายฟาดลงมาที่ไหล่ซ้ายของเว่ยหันเฉิน
ก้อง!!
แรงกระแทกทำให้เว่ยหันเฉินถอยออกสองก้าว บ่าซ้ายชาออกวาบหนึ่ง
หนักกว่าชั้น 4 ที่เขาเคยเจอจากตระกูลเซา
ปราณที่บังคับในร่างกายนั้นทำให้ปู่เซามีกำลังดิบที่มากกว่าชั้น 4 ปกติ แต่ขาดความแม่นยำและเทคนิค มันเป็กำลังดิบล้วน ๆ ที่อันตรายในระยะสั้น
เว่ยหันเฉินเปิดปราณสามสิบเปอร์เซ็นต์
และในเวลาเดียวกัน เขารู้สึกถึงบางอย่างที่ััมาที่หลังของเขา
เย็นและเบา
วงปราณน้ำของซูหลิงเยิ่น
เธอขยายวงออกมาถึงเขาแล้ว ปราณน้ำที่วนอยู่ในวงของเธอััที่หลังเขา และเขารู้สึกถึงบางอย่างที่เกิดขึ้น ปราณในเส้นปราณของเขาที่บั่นทอนไปจากแรงกระแทกของปู่เซาเพิ่งถูกเติมเต็มเล็กน้อย ไม่มาก แต่รู้สึกได้
เธอกำลังรักษาขณะที่ต่อสู้
เว่ยหันเฉินยังไม่ได้ขอ แต่เธอเลือกตัดสินใจเอง
เขาพุ่งเข้าหาปู่เซาอีกครั้ง คราวนี้ไม่ใช่ดาบ แต่เป็มือขวาที่อัดปราณไว้เต็มที่
ตุ้บ!!
กระแทกที่ชายโครงซ้ายของปู่เซา ตำแหน่งที่เขาประเมินว่าปราณบังคับในร่างกายอ่อนแอกว่าส่วนอื่น
ปู่เซาร้องออกมา
อ้อก!!
ไม่ใช่แค่เจ็บ แต่มีบางอย่างในปราณของเขาสั่นคลอน เหมือนก้อนน้ำแข็งที่มีรอยร้าวถูกกระแทกตรงรอยนั้น
เว่ยหันเฉินก้าวเข้าชิดทันที มือซ้ายจับข้อมือปู่เซาที่กำลังจะฟาดออกมา บิดออกด้านข้าง
แกร๊ก!!
ข้อมือเคลื่อน ปู่เซาร้องอีกครั้ง ดังกว่าเดิม
อั้ก!!
เขาถอยออกสองก้าว มือขวากำข้อมือซ้ายที่เจ็บ หายใจหนัก
"หยุด" เว่ยหันเฉินพูดเบาแต่เด็ดขาด
ปู่เซาหยุด ไม่ใช่เพราะยอมรับ แต่เพราะข้อมือที่เคลื่อนทำให้การต่อสู้ต่อเนื่องลำบาก
เว่ยหันเฉินยืนอยู่ในระยะที่จะโจมตีต่อได้ทันที มองดูปู่เซาที่กำลังหายใจหอบ เส้นเืที่คอของชายอ้วนท้วนโป่งพองมากขึ้นกว่าเดิม ใบหน้าแดงก่ำ
"ท่านรู้ดีว่าปราณในร่างของท่านกำลังทำลายท่านอยู่ทุกวัน" เว่ยหันเฉินพูด "ถ้าท่านหยุดใช้มันตอนนี้และไปหาคนรักษา ท่านอาจยังมีเวลาเหลืออยู่"
ปู่เซาเงยหน้าขึ้น ดวงตาที่มีเส้นแดงวิ่งอยู่มองมาที่เว่ยหันเฉิน
"หมอไหนจะรักษาปราณที่บังคับได้?" เขาพูด เสียงขม "ไม่มีหมอในโลกนี้ที่ทำได้ เว้นแต่..."
เขาหันมามองซูหลิงเยิ่น
เว่ยหันเฉินก้าวออกมาขวางสายตานั้น
"เธอไม่ใช่ยา" เขาพูดตรง
ปู่เซานิ่งอยู่นาน ในดวงตามีบางอย่างที่ซับซ้อน ความโกรธ ความเ็ป และบางอย่างที่เว่ยหันเฉินอ่านออกว่าคือความสิ้นหวัง
"ข้าตามเ้ามาห้าเดือน" ปู่เซาพูดเงียบ ๆ กับซูหลิงเยิ่น "ส่งคนไปห้าโกย สามตาย สองหนี ข้ามาเองครั้งนี้เพราะถ้าไม่ได้เธอ..." เขาหยุด ถอนหายใจ "ก็ไม่มีประโยชน์แล้ว"
ซูหลิงเยิ่นก้าวออกมาข้าง ๆ เว่ยหันเฉิน
"ท่านเจ็บมากไหม?" เธอถาม เสียงไม่มีความโกรธ
ปู่เซาจ้องมาที่เธอ ไม่ตอบทันที
"เจ็บ" เขาพูดในที่สุด เสียงต่ำ
"ปราณที่บังคับมันกดในร่างอยู่ทุกขณะ" เธอพูด "ข้าััได้จากระยะนี้ มันเหมือนใครเอาหินก้อนใหญ่วางในอกท่านและไม่ยักเอาออก"
ปู่เซาไม่ตอบ แต่กล้ามเนื้อที่ขากรรไกรของเขาเกร็งขึ้น
"ข้าไม่ใช่ยาของท่าน" ซูหลิงเยิ่นพูดตรง ไม่อ่อนลง แต่ก็ไม่แข็ง "และแม้ถ้าข้ายอม สายเืของข้าช่วยเสริมปราณได้ แต่ไม่สามารถแก้ผลที่เกิดขึ้นแล้วจากปราณที่ท่านยัดเข้าไปได้ ท่านจะเจ็บหนักขึ้นไม่ใช่ดีขึ้น"
ปู่เซามองเธอ ในดวงตามีการประเมินว่าเธอพูดจริงหรือแค่พูดเพื่อให้เขาถอย
"เธอพูดความจริง?" เขาถาม
"ข้าเป็หมอค่ะ" เธอพูด "ข้าไม่โกหกผู้ป่วย"
ปู่เซาหัวเราะเบา ๆ เสียงขม "ข้าไม่ใช่ผู้ป่วยเ้า เ้าคือเ้าหนี้ข้า"
"ท่านเรียกมันว่าอะไรก็ได้ค่ะ แต่ปราณในร่างท่านยังคงกดอยู่"
ความเงียบยาวนานกว่าที่ควร ลมพัดผ่านทุ่งนาข้าง ๆ พาต้นข้าวระลอกเป็คลื่นสีทอง
ในที่สุดปู่เซาก็ถอยออกไปหนึ่งก้าว
"ข้าจะไม่ตามอีกแล้ว" เขาพูด "ไม่ใช่เพราะกลัว แต่เพราะ..." เขาหยุดอยู่นาน "เพราะข้าเหนื่อยแล้ว"
ในคำพูดนั้นมีน้ำหนักที่ไม่ใช่แค่ความพ่ายแพ้ มันเป็น้ำหนักของคนที่รู้ว่าทำอะไรไม่สำเร็จและเริ่มยอมรับว่าอาจจะไม่มีทางสำเร็จ
เขาหันหลัง รวบลูกน้องที่ล้มอยู่สองคน แล้วเดินออกไปตามทุ่งนา ช้า ๆ และหนัก
เว่ยหันเฉินไม่โจมตีต่อ ยืนดูจนชายอ้วนท้วนและลูกน้องสองคนเดินลับสายตาไปในแนวต้นข้าว
ซูหลิงเยิ่นลดวงปราณน้ำลงทันทีที่การต่อสู้จบ เธอนั่งลงบนหญ้าข้างทาง หายใจออกยาว
เว่ยหันเฉินหันมาที่เธอทันที มองดูสีหน้าของเธออย่างรวดเร็ว ไม่ซีด ไม่หายใจหนัก แต่มีความเหนื่อยล้าเล็กน้อย
"รักษาขณะต่อสู้" เขาพูด ไม่ใช่คำถาม
"ข้าลองค่ะ" เธอพูดเงียบ ๆ "วงปราณน้ำที่ฝึกมา ถ้าขยายออกมาให้ััท่าน มันจะช่วยได้บ้างไหม ข้าไม่รู้จนกว่าจะทดลอง"
"ช่วยได้" เว่ยหันเฉินพูด ไม่ประดักประเดิด "รู้สึกได้ตอนแรงกระแทกของปู่เซาที่บ่า ปราณที่ขาดไปเติมขึ้นมาเล็กน้อย"
เธอพยักหน้า "ดีกว่าที่คิดค่ะ แต่กินแรงกว่าการฝึกคนเดียวมาก เพราะต้องรักษาวงให้ขยายออกมาถึงท่านในขณะที่ท่านเคลื่อนไหว"
"เ้าอยู่ห่างออกไปแค่ไหน?"
"สี่ก้าวค่ะ" เธอพูด
หลิวซานเดินมาหยุดข้าง ๆ เว่ยหันเฉิน "ผมสังเกตเห็นครับ คุณหนูเดินตามหลังใกล้กว่าปกติั้แ่ปู่เซาพุ่งออกมา"
"สี่ก้าวเป็ระยะที่ยังอันตรายอยู่" เว่ยหันเฉินพูดกับเธอตรง ๆ
"รู้ค่ะ" เธอพูด ไม่แก้ตัว "แต่ถ้าไกลกว่านั้น วงปราณไม่ถึง และถ้าถอยออกไปรอข้างหลัง ท่านเปิดปราณสามสิบเปอร์เซ็นต์เพื่อชดเชยความด้อยกว่าของปู่เซา ถ้าข้าช่วยได้ ท่านไม่ต้องเปิดมากขนาดนั้น"
เว่ยหันเฉินมองเธอ
ในการคำนวณของเธอมีเหตุผลที่สมบูรณ์ เธอยอมรับความเสี่ยงของตัวเองเพื่อลดภาระของเขา ไม่ใช่การกระทำที่ฮึกเหิม แต่เป็การตัดสินใจที่คิดมาแล้ว
"ระยะที่ปลอดภัยกว่าคือหกก้าว" เขาพูด "ถ้าวงปราณถึงแค่หกก้าว ยังดีกว่าสี่"
"ข้าจะฝึกให้ขยายได้ถึงหกก้าวค่ะ"
"ฝึกก่อนที่จะทำอีกครั้ง" เขาพูด น้ำเสียงไม่แข็งกร้าว แต่มีน้ำหนัก
เธอพยักหน้า
หลิวซานนั่งลงข้าง ๆ เธอ หยิบกระบอกน้ำออกมาส่งให้ "คุณหนูทำได้ดีมากครับ ผมนับว่าคุณหนูรักษาวงได้นานกว่าสามสิบนาทีระหว่างต่อสู้"
"สามสิบสี่นาทีค่ะ" เธอพูดรับน้ำมาดื่ม "ข้านับไปด้วยขณะที่ฝึก"
เว่ยหันเฉินยืนอยู่ในระยะที่ฟังได้ยิน บ่าซ้ายที่โดนกระแทกยังชาอยู่เล็กน้อย เขาหมุนข้อไหล่เบา ๆ เพื่อตรวจสอบ ไม่มีกระดูกร้าว กล้ามเนื้อช้ำเล็กน้อย
ในทุ่งนาที่เงียบลงแล้ว มีแต่เสียงลมและเสียงนกกระจาบในต้นข้าว
ห่างออกไปสองร้อยก้าว ฉินเย่ยืนอยู่ที่ขอบถนน มองดูทุกอย่างที่เกิดขึ้นในสนามรบขนาดเล็กที่ทุ่งนานั้นมาตลอดเวลา
เขาไม่ได้เข้ามาช่วย ไม่เข้าแทรกแซง ยืนในระยะที่กำหนดไว้ตามข้อตกลง
แต่สิ่งที่เขาสังเกตเห็น เขาจดจำไว้ทั้งหมด
เว่ยหันเฉินที่เปิดปราณชั้น 4 สามสิบเปอร์เซ็นต์ในการสู้กับชั้น 4 ต่ำ แสดงว่าปราณที่บังคับนั้นหนักกว่าชั้นจริง การรักษาขณะต่อสู้ของซูหลิงเยิ่นที่เพิ่งเริ่มต้น และที่สำคัญที่สุด ซูหลิงเยิ่นเลือกเดินสี่ก้าวตามหลังเว่ยหันเฉินเข้าสู่สนามรบโดยไม่รอคำสั่ง
ข้อมูลเหล่านี้ทั้งหมดจะถูกส่งไปยังเว่ยเชา
ฉินเย่เดินต่อตามหลังขบวนในระยะสองร้อยก้าวตามเดิม
สายนั้น เมื่อขบวนเดินต่อ เว่ยหันเฉินขับหวงเจินช้าลงพอให้ซูหลิงเยิ่นเดินเคียงข้างได้
"เื่ปู่เซา" เขาพูดขึ้นมา
"ค่ะ?"
"เ้าพูดกับเขาแบบนั้นเพราะเชื่อว่าเขาจะฟัง หรือเพราะ้าหยุดการต่อสู้?"
ซูหลิงเยิ่นคิดอยู่สักครู่ก่อนตอบ "ทั้งสองค่ะ แต่ส่วนที่เชื่อว่าเขาจะฟังนั้นมากกว่า ข้ารู้สึกได้จากปราณของเขาว่าเขาเจ็บจริง ๆ ไม่ใช่แค่แกล้งทำ และคนที่เจ็บจริงมักฟังคนที่บอกว่าเจ็บแบบไหนและเพราะอะไร"
"แต่เขาก็อาจยังตามอยู่"
"อาจจะค่ะ" เธอพูด "แต่ถ้าเขาตามมาอีก ข้าก็ยังพูดแบบเดิม เพราะมันเป็ความจริง ปราณที่บังคับในร่างเขานั้นจะทำลายเขาในที่สุด ไม่ว่าจะได้ตัวข้ามาหรือเปล่า"
หลิวซานเดินข้าง ๆ พูดขึ้น "คุณหนูมีสัญชาตญาณหมอที่แปลกมากครับ หมอส่วนใหญ่รักษาเฉพาะคนที่ขอรักษา"
"แม่สอนว่าหมอที่ดีเห็นผู้ป่วยทุกที่ที่ไป ไม่ใช่แค่ในห้องรักษา" เธอพูด "ปู่เซาเป็คนเลวในแบบที่กดขี่คนอื่น แต่เขาก็เจ็บอยู่จริง ๆ สองอย่างนั้นเป็จริงได้พร้อมกัน"
เว่ยหันเฉินขับม้าต่อไปโดยไม่พูดเพิ่ม แต่เก็บสิ่งที่เธอพูดไว้ในส่วนที่เขาสังเกตทุกอย่างเกี่ยวกับเธอ
ซูหลิงเยิ่นไม่ใช่แค่คนที่ถูกตามล่าและ้าความคุ้มครองอีกต่อไป เธอเป็คนที่มีวิธีคิดและการมองโลกที่เป็ตัวของตัวเอง วิธีที่เขาไม่เคยพบในคนอื่นที่เขารู้จักมา
"ท่านเว่ย" เธอพูดขึ้นหลังจากเดินเงียบอยู่ครู่
"อะไร"
"บ่าซ้ายท่านยังชาอยู่ไหม?"
"เล็กน้อย"
"คืนนี้ให้ข้าดูก่อนนอนนะคะ กระแทกแบบนั้นถ้าปล่อยค้างคืนอาจเกร็งมากขึ้น"
เว่ยหันเฉินไม่ตอบทันที มือขวาหมุนข้อไหล่เบา ๆ อีกครั้ง
"ตกลง"
ถนนริมแม่น้ำเว่ยยาวออกไปข้างหน้า ทุ่งข้าวสองข้างทางทองในแสงบ่าย และที่ห่างออกไปสองร้อยก้าว ฉินเย่เดินตามในระยะที่ไม่เปลี่ยน
สิบวัน