ตอนที่ 17 ตาสว่าง (2)
หลังเทศกาลไหว้พระจันทร์ เยี่ยสุยกับสาวใช้เพ่ยชิงขึ้นรถม้าที่เถาซื่อจัดเตรียมไว้ให้อย่างดี มุ่งหน้าสู่สถานศึกษาสตรีจิงจ้าวช้าๆ
ที่ตั้งของสถานศึกษาสตรีจิงจ้าวค่อนข้างไม่เหมือนใคร ทั้งไม่อยู่บนถนนสายหลักที่เจริญรุ่งเรืองและไม่อยู่ในเรือนที่แยกตัวโดดเดี่ยว แต่กลับอยู่ภายในอุทยานจั๋วซิ่วซึ่งเป็นอุทยานที่มีชื่อเสียงที่สุดในจิงจ้าว
อุทยานจั๋วซิ่วเดิมเป็นสวนของจวนติ้งกั๋วกง ภายหลังเผิงซื่อฮูหยินติ้งกั๋วกงร่วมกับฮูหยินสูงศักดิ์กลุ่มหนึ่งก่อตั้งสถานศึกษาสตรีจิงจ้าวขึ้น นางจึงแบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งของอุทยานจ้าวซิ่วให้ใช้เป็นพื้นที่ของสถานศึกษา
บรรดาเด็กสาวที่มาเรียนที่นี่ จึงได้ชื่นชมความงามของอุทยานจั๋วซิ่วในทุกฤดูกาลไปพร้อมกัน นี่ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่เด็กสาวเหล่านั้นต่างพากันยินดีและเป็นเกียรติที่ได้มาเรียนที่นี่
แม้แต่เยี่ยสุยที่มีผลสอบเลวร้ายปานนี้ ยามกล่าวถึงอุทยานจั๋วซิ่วยังอดภาคภูมิไม่ได้ นับเป็นสาเหตุเพียงหนึ่งเดียวที่ทำให้นางชอบสถานศึกษาสตรีจิงจ้าว
นางกลับมามีชีวิตอีกครั้ง สภาพจิตใจย่อมแตกต่างไปจากอดีต แต่เมื่อนึกถึงทิวทัศน์งดงามในอุทยานจั๋วซิ่วก็อดยิ้มน้อยๆ ออกมาไม่ได้
ด้านข้างสถานศึกษาสตรีมีธารน้ำใสไหลซัดซ่า อีกทั้งบุปผานานาพรรณเบ่งบานในทุกฤดูกาล ทุกคราวที่สายลมพัดผ่านพาให้เหล่าบุปผาปลิดปลิวไปตามลม กลีบดอกใบร่วงหล่นลอยตามสายน้ำกลายเป็นทัศนียภาพงดงามยากพรรณนา...
ทว่านี่เป็นอุทยานจั๋วซิ่วก่อนการบูรณะซ่อมแซม ภายหลังเป็นอย่างไรนั้น นางไม่เคยพบเห็นจึงไม่ทราบว่าเป็นอย่างไรบ้าง
กล่าวกันว่าผู้ดูแลการซ่อมบำรุงครั้งนี้คือสะใภ้คนโตของเผิงซื่อ ซึ่งก็คือองค์หญิงใหญ่เจิ้งเว่ย ปกติองค์หญิงไม่ค่อยได้ออกมาพบปะผู้คน เยี่ยสุยจึงทราบเรื่องของนางไม่มากนัก จำได้เพียงว่าก่อนเยี่ยสุยแต่งงานองค์หญิงก็สิ้นพระชนม์แล้ว ฮ่องเต้ยังพระราชทานนามให้นางว่า ‘อี๋เต๋อ’
ด้วยรูปลักษณ์กิริยาอันงดงามคืออี๋ จริยวัตรอันดีงามคือเต๋อ คิดว่าองค์หญิงคงเป็นคนดังคำกล่าวนี้ เพียงแต่ไม่ทราบว่าขุนนางจากกรมพิธีการที่ทำหน้าที่เสนองาน ปฏิบัติงานด้วยจิตใจที่เป็นกลางหรือไม่
รอให้นางได้เห็นอุทยานจั๋วซิ่วหลังการซ่อมบำรุงก็คงทราบถึงอุปนิสัยใจคอแท้จริงขององค์หญิงสักเจ็ดแปดส่วน
การที่นางให้ความสนใจต่อองค์หญิงถึงปานนี้ ก็เพราะกู้จางเคยกล่าวคำพูดไว้ประโยคหนึ่ง ตอนนั้นเขาดื่มสุราอย่างอารมณ์ดีมาก ยากนักที่เขาหลุดปากออกมาเช่นนี้ ความว่า ‘เคราะห์ดีที่องค์หญิงสิ้นพระชนม์เสียก่อน ไม่เช่นนั้น...’
อะไรคือ ‘เคราะห์ดี’ และ ‘ไม่เช่นนั้น’ ความหมายในคำพูดนี้ เยี่ยสุยในยามนั้นไม่เข้าใจเลยสักนิด เพียงรู้สึกว่าเขาดีใจ นางก็พลอยยินดีไปด้วย
ยามนี้นางยังคงไม่เข้าใจเบื้องลึกในคำพูดนั้นอยู่ดี ทว่าไม่เป็นไร นางกลับมารัชศกหย่งเจาปีที่สิบแปดแล้ว และองค์หญิงยังไม่ตาย กู้จางยังจะได้กล่าวคำพูดเช่นนั้นอีกหรือไม่ก็มิอาจหยั่งรู้
เยี่ยสุยนึกถึงเรื่องนั้นเรื่องนี้ไปเรื่อย จนกระทั่งรถม้าหยุดลงโดยไม่รู้ตัว ที่แท้ก็ถึงอุทยานจั๋วซิ่วแล้วนี่เอง
พอลงจากรถม้าก็พบกับพี่หญิงเยี่ยเซินเข้าพอดี วันนี้เป็นวันเปิดเรียนวันแรกหลังการปิดซ่อมบำรุง เห็นได้ชัดว่าเยี่ยเซินตั้งใจแต่งตัวมาอย่างดี นางสวมชุดกระโปรงสีเขียวมรกตราวกับน้ำในทะเลสาบ คลุมทับด้วยผ้าคลุมไหล่ผืนยาวสีชมพู ปักลวดลายผีเสื้องดงามสมจริงจนแทบบินออกมาเลยทีเดียว ศีรษะปักปิ่นมุกลายผีเสื้อแบบเดียวกัน ดูงามกระจ่างตาทั้งยังมีชีวิตชีวาอีกด้วย
ดูเหมือนนางกำลังรอใครบางคน จึงยืนรออยู่หน้าประตู แต่พอนางเหลือบมาเห็นเยี่ยสุยเข้า ดวงตาก็ทอประกายหยามเหยียดแวบหนึ่ง มุมปากหยักยกขึ้น แต่ไม่ได้เอ่ยปากอะไรออกมา
เยี่ยเซินนึกไม่ถึงว่าคนที่นางรออยู่จะมาถึงพอดี ทั้งยังกล่าวคำพูดประชดประชันเยี่ยสุยเสียเป็นชุด