บทที่ 17
ดูดซับพิษ
น้ำลายของคางคกลายเหลือง ลู่เฟิ่งนำมันเข้าไปภายในร่างกายโดยการที่เขากรีดแขนของตนเอง จากนั้นก็นำเอาผิดพวกนั้นเข้าไปทางเื
เมื่อพิษของคางคกลายเหลืองได้แทรกแซงเข้าไปภายในร่างกาย ความรู้สึกภายในร่างกายมันเองก็ร้อนผ่าวขึ้นมาทันที
ลู่เฟิ่งใบหน้าแดงกรัมตอนนี้ภายในอกราวกับเปลวเพลิงที่แผดเผา “ อ๊าก.. ”
ลู่เฟิ่งกำลังจะส่งเสียงกรีดร้องออกมา แต่ว่าตัวของมันเองก็ทำการกั้นเสียงของตนเองเอาไว้ ดวงตาของลู่เฟิ่งเบิกกว้างขึ้น
พิษภายในร่างกายแทรกซึมและกระจายอย่างรวดเร็ว เพราะว่าพิษนั้นผ่านเข้าไปทางกระแสเื
ลู่เฟิ่งเริ่มกลับมาอยู่ภายในท่านั่งสมาธิ ลมปราณภายในร่างกายเริ่มโคจรไปมา “ การที่จะสามารถทำให้ร่างกายซึมซับพิษได้ ”
“ มันจำเป็จะต้องทำการใช้พลังปราณภายในร่างกายขมพิษเรานั้นเอาไว้ ”
“ ถ้าเกิดว่าสามารถขมพิศและทำให้ร่างกายนั้นปรับสภาพเข้ากับมันได้ ”
“ มันก็จะทำให้การควบคุมพิษภายในร่างกายสำเร็จ พิษคางคกลายเหลืองเป็พิษสัดอสูรระดับ 3 ดาวมันมีคุณสมบัติที่ทำให้กล้ามเนื้อนั้นเ็ป ”
“ แต่ว่ามันเองก็เป็เพียงแค่พิษอันดับต่ำ ตัวของข้า้าที่จะสร้างร่างกายที่สามารถทนทานต่อพิษได้ทุกชนิด ”
“ เพราะแบบนั้นแล้วนี่เองก็เป็เพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้นที่จะเริ่มทำการซึมซับพิษเข้าไปภายในร่างกาย ”
“ ถ้าเกิดว่าจะมาตายเพียงแค่พิษแค่นี้มันเองก็ช่างเป็เื่ที่ไร้สาระ ” ลู่เฟิ่งตั้งเป้าหมายของตนเองเอาไว้เรียบร้อยแล้ว
แต่ตอนนี้ตัวของมันรู้ดีว่าตนเองควรจะทำอะไร ลู่เฟิ่งหลังจากที่ย้อนเวลากลับมาก็เริ่มทำการศึกษาเกี่ยวกับความรู้ในด้านพิษ
ตำราภายในตำหนักบ่มเพาะมีตำราหลากหลายประเภทที่รวบรวมเอาไว้ ลู่เฟิ่งเริ่มศึกษาเกี่ยวกับเื่พิษจึงค่อยๆรู้เกี่ยวกับพวกมันมากขึ้น
เป็เพราะว่าลู่เฟิ่งไม่ได้อยากจะพลาดเหมือนในชีวิตก่อนอีก ลู่เฟิ่งรู้มาว่าพิษของคางคกลายเหลืองจำเป็จะต้องข่มโดยการนำเอาปราณภายในร่างกายของตนเองสกัดกั้นพวกมันเอาไว้
เมื่อทำการใช้ปานสกัดกั้นพวกมันไปสักพัก ร่างกายก็จะเริ่มซึมซับพิษพวกนั้นเข้าไปทีละนิดทีละน้อย
หลังจากที่ร่างกายซึมซับพิษเข้าไปจนเสร็จเรียบร้อย พิษพวกนั้นมันเองก็จะหลอมรวมกลายเป็ส่วนหนึ่งของร่างกาย
“ อ๊าก!!! ” ลู่เฟิ่งพยายามใช้ลมปราณของตนเองขมพลัง
แต่ดูเหมือนว่ามันจะยังไม่เพียงพอเขากระอักโลหิตออกมา แม้ว่าจะกลับออกมาแต่ว่าลู่เฟิ่งก็ยังคงนั่งโคจรพลังภายในร่างกายของตนเอง
แม้ว่าเ็ปแต่ก็จำเป็จะต้องทำต่อ ลู่เฟิ่งรู้ดีที่สุดว่าถ้าเกิดว่าหยุดกลางคันผลลัพธ์ก็มีแต่ตายอย่างเดียวเท่านั้น
ลู่เฟิ่งได้เริ่มทำการปรับสภาพร่างกายของตนเอง ใช้พลังภายในร่างกายผมผิดพวกนั้นเอาไว้เพื่อรอเวลา
หลังจากนั้นก็ผ่านไปประมาณ 4-5 ชั่วยาม ความเ็ปที่กำลังกัดกินร่างกายมันเริ่มค่อยๆหายไปเรื่อยๆอย่างช้าๆ
การที่ความเ็ปที่กำลังกัดกินร่างกายพวกมันค่อยๆหายไป แน่นอนว่านั่นถือว่าเป็สัญญาณที่ดี
ลู่เฟิ่งเริ่มใช้พลังของตนเองขับพิษพวกนั้นออกมาจากิั หลังจากผ่านไปประมาณ 5 ชั่วยามดูเหมือนว่าร่างกายของเขาจะสามารถต้านทานความเ็ปจากพิษชนิดนี้ได้แล้ว
ลู่เฟิ่งค่อยๆลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ ออร่าพลังที่ปกคลุมอยู่รอบร่างกายมันค่อยๆถูกดูดซับเข้าไปภายในร่างกายอีกครั้ง
ลู่เฟิ่งปลดปล่อยออร่าพลังของตนเองออกมารอบร่างกาย เพื่อที่จะสามารถควบคุมพิษภายในร่างกายได้ง่ายดายมากขึ้น
ตอนนี้ดูเหมือนว่าทุกอย่างจะสำเร็จแล้ว เพราะแบบนั้นพลังที่อยู่บริเวณรอบๆร่างกายก็ค่อยๆหายไป
ลู่เฟิ่งแสดงใบหน้าที่เต็มไปด้วยความอ่อนล้าออกมา ใบหน้ากำลังซีดเซียวดวงตาเต็มไปด้วยความอ่อนแรง ิัของเขาเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อ “ เ็ปจริงๆ ”
“ พิษของสัตว์อสูรระดับ 3 ดาวยังเ็ปขนาดนี้ ”
“ ถ้าเกิดว่า้าข่มพิษของสัตว์อสูรระดับราชันจะต้องใช้ระดับขั้นที่มากกว่านี้ไม่เช่นนั้นต้องตายอย่างแน่นอน ”
การสร้างร่างกายที่สามารถต้านทานพิษได้ มันก็ถือว่าเป็ทางเลือกที่ดี แต่ว่าหนทางนั้นมันก็ไม่ได้ง่ายดายขนาดนั้น
เพราะว่าเงื่อนไขของการทำอย่างนี้สิ่งที่จำเป็จะต้องมีก็คือความรู้เกี่ยวกับพิษ ถ้าเกิดว่าไม่มีความรู้เกี่ยวกับสิ่งที่ตนเองได้ลงมือทำอย่างไรเสียก็คงจะตายอย่างแน่นอน
เพราะไม่รู้ว่าจะใช้พลังของตนเองโคจรไปส่วนไหนเพื่อข่มพิษเอาไว้ แล้วจะใช้วิธีไหนในการสกัดมันเอาไว้ไม่ให้เข้าสู่ร่างกาย
ส่วนอีกหนึ่งอย่างที่มันจำเป็ในการทำเช่นนี้มันคือพลัง ขอบเขตพลังถ้าเกิดว่าพิษมันมีพลังมากกว่าขอบเขตพลังที่ตนนั้นอยู่
มันก็คงจะไม่สามารถใช้พลังในการขมพิษที่แข็งแกร่งกว่าได้ เพราะแบบนั้นปัจจัย 2 อย่างนี้ถือว่าจำเป็
ลู่เฟิ่งดูดทรัพย์พิษระดับ 3 ดาวโดยที่ตนเองมั่นใจว่าเขาสามารถใช้พลังที่อยู่ในระดับขอบเขตก่อพลังในการข่มมันได้
ลู่เฟิ่งดวงตาเหลือบไปมองพิษของคางคกลายเหลืองที่ยังเหลืออยู่ “ เอาล่ะ เริ่มทดลอง ”
ลู่เฟิ่งหยิบเอาพิษของคางคกลายเหลืองที่เหลืออยู่ใส่ไปภายในาแของตนเองอีกครั้ง มันคือการยืนยันว่าร่างกายของเขาสามารถต้านทานมันได้แล้วหรือไม่
หลังจากที่นำเอาพิษของคางคกลายเหลืองใส่เข้าไปแล้ว คราวนี้ผลที่ได้ออกมามันแตกต่างกันออกไป
พิษของคางคกลายเหลืองไม่ได้สร้างความเ็ปให้กับร่างกายของลู่เฟิ่งอีกแล้ว หลังจากที่มันัักับเืของลู่เฟิ่ง เ้าพิษนั่นมันเองก็หลอมรวมเข้ากลายเป็ส่วนเดียวกัน
ลู่เฟิ่งมองเห็นเช่นนั้นมุมปากยกยิ้มขึ้นด้วยความพึงพอใจ “ ฮ่าๆๆๆ ”
“ สำเร็จ… ”
“ ไม่รู้สึกเ็ปแล้วนี่เองก็สามารถยืนยันได้แล้วว่าตัวของข้าทนทานพิษพวกนี้ได้แล้ว ”
“ สำเร็จไป 1 เงื่อนไขพลิดระดับ 3 ดาวต่อจากนี้ถ้าเกิดว่ามีพิษของสัตว์อสูรที่อยู่ในระดับไม่สูงกว่าระดับทั่วไป 3 ดาว ”
“ มันก็คงจะไม่สามารถทำอะไรร่างกายนี้ได้ ” ลู่เฟิ่งได้ตรวจสอบมาเรียบร้อยแล้วว่าพิษของเ้าคางคกลายเหลืองมันถือว่าเป็พิษที่ร้ายแรงที่สุดของสัตว์อสูรทั่วไปที่อยู่ในระดับ 3 ดาว
เพราะเช่นนั้นถ้าเกิดว่ามีพิษที่มีระดับต่ำกว่าเข้ามาสู่ร่างกาย มันก็คงจะไม่ได้สามารถทำอะไรร่างกายของลู่เฟิ่งได้อีก
ลู่เฟิ่งค่อยๆลุกขึ้นมาอย่างช้าๆ ดวงตามองตรงออกไปด้านนอก ด้านนอกท้องหน้าผากเต็มไปด้วยความมืดมิด
“ นี่น่าจะผ่านมาสักประมาณ 5 ชั่วยามได้แล้ว”
“ ในตอนนี้ท้องของข้ากำลังหิวโชคดีที่เตรียมเสบียงเอาไว้ ” ลู่เฟิ่งหันไปมองเนื้อสัตว์ที่ตนเองเตรียมเอาไว้
เขานำเอาเรือพวกนั้นมาย่างและก็เตรียมจะกินการดูดพิษเข้าไปภายในร่างกายใช้พลังงานไปเยอะ เพราะแบบนั้นร่างกายจึงเกิดอาการหิวขึ้นมา
เนื้อที่ถูกเตรียมเอาไว้ทุกข์ยากจนสุก ลู่เฟิ่งกินมันด้วยท่าทางหิวโหย “ ยังพอมีเวลา ”
“ ตอนนี้น่าจะเข้าไปในส่วนกลางของหุบเขาอสูรสายหมอกแห่งนี้ให้แล้ว ”
“ ในวันพรุ่งนี้คงจำเป็จะต้องเปลี่ยนที่อยู่อาศัย ”
ลู่เฟิ่งตั้งใจที่จะเดินทางต่อ ในตอนนี้เขากำลังจะเดินทางเข้าไปในส่วนที่ลึกมากขึ้นของหุบเขาสายหมอก
หุบเขาอสูรสายหมอกแบ่งเป็ 3 เขตชั้นนอกสุดชั้นกลางแล้วก็ชั้นในสุด แน่นอนว่าระดับความอันตรายมันเองก็จะเพิ่มขึ้นตามระดับด้วยเช่นเดียวกัน
สัตว์อสูรนี้แข็งแกร่งจะมีถิ่นฐานที่อยู่อาศัยอยู่บริเวณด้านใน มันเองก็มีกำลังมากพอที่จะสามารถยึดสถานที่อยู่อาศัยที่ดีเยี่ยมได้
วันถัดมา
ลู่เฟิ่งเริ่มเดินทางเข้าไปบริเวณส่วนที่ลึกขึ้นภายในหุบเขาสายหมอกต้องพบเจอกับสัตว์อสูรที่อันตรายกว่าเดิม
จบบท