กลางดึกอันเงียบสงัด แสงจันทร์สีเงินโปรยปรายลงมาผ่านหน้าต่างกระจกใสของอาคารสูง
ภายในห้องทำงานซึ่งถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย
แสงจากหน้าจอโฮโลแกรมจำนวนมากสาดส่องไปทั่วบริเวณ ก่อให้เกิดเงาสะท้อนของข้อมูลที่ไหลเลื่อนอย่างต่อเนื่อง
“.....”
หย่าเฟยนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน ท่วงท่าของนางสง่างามและผ่อนคลาย มือเรียวขาวยกขึ้นดันกรอบแว่นเบาๆให้เข้าที่ สายตาคมกริบกวาดมองผ่านหน้าต่างโฮโลแกรม เปิดแสดงข้อมูลมากมายเกี่ยวกับเหตุการณ์ภายในเครือข่ายแพลตฟอร์มของมหาวิทยาลัยเทพอสูร
ภาพเหตุการณ์หนึ่งแล้วหนึ่งเลื่อนผ่านไปอย่างรวดเร็ว ข้อมูลแต่ละชิ้นสะท้อนถึงพฤติกรรมของนักล่ามังกรรุ่นใหม่ ความขยันขันแข็ง ความทะเยอทะยาน และความบ้าบิ่นที่ผสมปนเปกันอย่างแปลกประหลาด
แล้วในที่สุด นางก็หยุดสายตาไว้กับข้อมูลชุดหนึ่ง ทำให้เสียงหัวเราะใสกังวานดังขึ้นอย่างไม่อาจกลั้น
“ฮ่าฮ่าฮ่า เขาถูกเรียกว่าคนบ้าและวีรบุรุษแห่งมหาวิทยาลัยเหรอเนี่ย?”
ปลายนิ้วเรียวเลื่อนขยายภาพข้อมูลออกให้ชัดเจนยิ่งขึ้น แววตาเต็มไปด้วยความสนุกสนานอย่างไม่ปิดบัง
“เด็กนี่มันอะไรกัน”
“เมื่อเข้ามาร่ำเรียนก็สามารถจบหลักสูตรการใช้หอก กลายเป็นปรมาจารย์แห่งหอกได้ในไม่ถึงครึ่งชั่วโมง”
ปลายนิ้วเรียวเลื่อนขยายภาพข้อมูลออกให้ชัดเจนยิ่งขึ้น แววตาเต็มไปด้วยความสนุกสนานอย่างไม่ปิดบัง
“ต่อมาก็ผลักดันขีดจำกัดร่างกายภายในห้องแรงโน้มถ่วง จนนอนหลับไปถึงสามวันสามคืน”
“แล้วเมื่อตื่นขึ้นมาก็ดันไปจับหน้าอกที่ใหญ่โตของหลงชิงเหลียน จนถูกตบหน้าจนสลบเหมือดไปอีก ถึงกับเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น?”
คำกล่าวสุดท้ายเต็มไปด้วยน้ำเสียงขบขันปนเอ็นดู
หย่าเฟยเอนกายเล็กน้อย ปล่อยให้แผ่นหลังสัมผัสกับพนักเก้าอี้นุ่มนิ่มอย่างผ่อนคลาย หน้าอกที่อวบอิ่มและใหญ่โตขยับขึ้นลงตามจังหวะการหายใจอย่างเป็นธรรมชาติ ขณะสายตายังคงจับจ้องไปยังภาพโฮโลแกรมตรงหน้า
“ดูเหมือนหลายวันมานี้ข้าจะพลาดเรื่องสนุกๆไปมากมายเลยสินะ หลงอิน?”
เสียงเรียกดังขึ้นอย่างสบายอารมณ์ ก่อนที่จะกวาดตามองไปยังบริเวณนึงภายในห้องทำงาน
เผยให้เห็นหญิงสาวผู้หนึ่งนั่งกอดอกอยู่ในท่วงท่ามั่นคง
ใบหน้าที่งดงามประหนึ่งภาพวาดเผยให้เห็นความเยือกเย็นที่แฝงอยู่ภายใน ด้านบนบริเวณศีรษะมีเขาเหมือนมังกรทั้งสองข้างปรากฏ เรือนผมสีทองยาวสลวยทอดลงมาราวสายน้ำแห่งแสงอาทิตย์ ชุดกี่เพ้าสีดำที่สวมใส่แนบชิดกับรูปร่าง เผยสัดส่วนที่โค้งเว้าอย่างงดงาม เหมือนถูกหล่อหลอมขึ้นด้วยความประณีตทุกส่วนสัด
แล้วที่สำคัญหน้าอกของนางใหญ่โตไม่แพ้กับหย่าเฟยเลยซักนิด มันใหญ่จนแทบจะดันชุดกีบเผ้าขาดเลยก็ว่าได้
หลงอินส่งเสียงในลำคอ
“หึ? เป็นเด็กลามกน่ะสิไม่ว่า”
คำตอบเรียบง่าย หากตรงไปตรงมา ทำให้ตัวของหย่าเฟยต้องหัวเราะขึ้น
“ดูๆแล้วเจ้าเด็กนี่คงชอบผู้หญิงที่มีเสน่ห์ในแบบผู้ใหญ่”
“หรือก็คือถ้ามาพบเจอกับข้าหรือเจ้า.. เผลอๆมันคงควบคุมตนเองไม่ได้ และใช้มือจับหน้าอกของพวกเราอย่างแน่นอน!”
ประโยคสุดท้ายถูกต่อเติมขึ้นอย่างเฉยชาและหงุดหงิดเป็นอย่างมาก
ความเงียบแผ่ปกคลุมอยู่ชั่วขณะ ก่อนที่หย่าเฟยจะหัวเราะออกมาอีกครั้ง และมันก็เต็มไปด้วยความขบขันที่ยากจะปฏิเสธเลยก็ว่าได้
ขณะเดียวกัน ปลายนิ้วของหลงอินสั่นไหวเล็กน้อยเหนือแผงควบคุมโปร่งใส
แสงสีนวลจากอุปกรณ์สื่อสารสะท้อนลงบนใบหน้า เห็นได้ชัดว่าความอดกลั้นกำลังถึงขีดจำกัด
ลมหายใจที่เคยสม่ำเสมอเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นกระชั้นสั้น ราวกับมีบางสิ่งบีบรัดอยู่ภายในทรวงอกจนไม่อาจเพิกเฉยได้อีกต่อไป
นางมิได้กล่าวคำใดเพิ่มเติม หากยกมือขึ้นอย่างรวดเร็วแล้วเปิดภาพโฮโลแกรมที่ถูกเก็บรักษาไว้ในคลังข้อมูลลับ
ภาพสามมิติเรืองแสงปรากฏกลางอากาศทันที ลำแสงสีฟ้าอ่อนซ้อนทับกันเป็นรูปร่างมนุษย์หนุ่มผู้หนึ่ง
ใบหน้าของเขาหล่อเหลาและสง่างามในคราเดียวกัน โครงหน้าคมชัดแต่ไม่แข็งกร้าว นัยน์ตาสีฟ้าเปล่งประกายดุจอัญมณีล้ำค่า ลุ่มลึกจนยากจะหยั่งถึง เส้นผมสีฟ้าสว่างราวผืนมหาสมุทรยามต้องแสงอาทิตย์ ทอดตัวอย่างเป็นธรรมชาติลงสยาย
ร่างกายบอบบาง มิได้สูงโปร่งหรือกำยำเป็นพิเศษ ทว่าทุกอิริยาบถกลับให้ความรู้สึกอ่อนโยนและเปราะบาง
ผู้เฝ้ามองล้วนเกิดความคิดอยากยื่นมือเข้าไปปกป้องโดยไม่รู้ตัว
“เดี๋ยวนะ! เด็กคนนี้..”
“ประวัติของเขามัน..”
หลงอินเอ่ยต่อเนื่องโดยไม่ละสายตาจากภาพโฮโลแกรม แสงสีฟ้าสะท้อนในดวงตานางวาบไปด้วยความทรงจำที่ปรากฏขึ้น
“ตัวของเขาเป็นผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียวจากเมืองแห่งนั้น!”
หย่าเฟยเงยหน้าขึ้นอย่างประหลาดใจ และเอ่ยอุทานขึ้น
“วันที่จักรพรรดิมังกรอสูรเพลิงเข้าโจมตี?”
“ใช่! วันนั้นพวกเราเองก็เคลื่อนไหวเช่นเดียวกัน และหมายที่จะไปให้ทันเวลามากที่สุด!”
น้ำเสียงของหลงอินแผ่วต่ำลงอย่างไม่รู้ตัว คล้ายกำลังย้อนทบทวนภาพเหตุการณ์ที่ไม่อาจลืมเลือน
“แต่พลังของจักรพรรดิมังกร.. ต่อให้เป็นนักล่ามังกรระดับแปดหรือเก้าก็คงต้านทานได้เพียงชั่วครู่เท่านั้น”
ตัวของหย่าเฟยที่ได้ฟังก็พยักหน้ารับอย่างเข้าใจดี คำกล่าวนั้นไม่ได้เกินจริงไปเลยซักนิด แม้แต่นักล่ามังกรผู้ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของอารยธรรมเผ่าพันธุ์มนุษย์ พวกเขาก็ยังต้องยอมรับว่าพลังของจักรพรรดินั้นย่อมแตกต่างราวฟ้ากับดิน
หลงอินสูดลมหายใจช้าๆ ก่อนจะกล่าวต่อ
“เมื่อผู้ยิ่งใหญ่ของเผ่าพันธุ์มนุษย์ไปถึง กลับพบเพียงซากที่แตกสลายของจักรพรรดิมังกรอสูรเพลิง”
ดวงตาของหย่าเฟยหรี่ลงเล็กน้อย
“แล้วใครเป็นผู้ลงมือ”
หลงอินส่ายศีรษะอย่างช้าๆ
“ไม่มีใครได้รับรู้”
“ในวันนั้นไม่มีหลักฐาน ไม่มีร่องรอย ไม่มีพยาน.. คงมีเพียงหวงเยี่ยซื่อจื่อคนนี้เท่านั้นที่ได้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด!”
ประโยคสุดท้ายหล่นลงกลางความเงียบ ราวหยาดน้ำที่ตกลงบนผืนทะเลนิ่งสนิท
หย่าเฟยเปลี่ยนท่าทางทันที แววตาที่เคยอ่อนโยนกลับกลายเป็นจริงจัง นางยกมือขึ้นเปิดแฟ้มข้อมูลที่ถูกบันทึกไว้เมื่อสิบปีก่อน ตัวอักษรและภาพบันทึกจำนวนมหาศาลปรากฏซ้อนทับกันบนอากาศ
“เด็กชายผู้รอดชีวิต.. เหมือนเป็นปาฏิหาริย์ที่โลกไม่อยากให้เขาตายลง”
“ทั้งๆที่มีมนุษย์อยู่ภายในเมืองแห่งนั้นมากกว่าหลายสิบล้านชีวิต”
หย่าเฟยหยุดสายตาที่ตัวเลขนั้นชั่วครู่
“แต่กลับเหลือเพียงเขาคนเดียว! มันทั้งน่าตกตะลึงและประหลาดใจอย่างถึงที่สุด”
ประกายแสงโฮโลแกรมสาดส่องใบหน้าทั้งสอง จนเห็นได้ชัดว่าความคิดภายในของพวกนางกำลังหมุนวนอย่างรวดเร็ว
หลงอินหลับตาลงชั่วขณะ ภาพความโหดเหี้ยมของจักรพรรดิมังกรอสูรเพลิงปรากฏในความทรงจำ และตัวของนางย่อมรู้ดีว่ามังกรตนนั้นไม่ได้มีความเมตตาปราณี ไม่เคยเหลือชีวิตให้ผู้ใดโดยบังเอิญ
ทำให้เปลือกตาของนางเปิดขึ้นอีกครั้ง คราวนี้แววตามังกรสีทองของนางแสดงออกถึงความจริงจังเป็นอย่างมาก
“ข้าอยากรู้เรื่องนี้!”
หย่าเฟยพอได้ยินก็พลันเงยหน้ามองไปยังคู่หูของตนด้วยความประหลาดใจ
“ต่อให้ในตอนนั้นเขาจะยังมีอายุเพียงแค่เจ็ดปี แต่ก็ต้องจดจำเรื่องที่เกิดขึ้นได้เป็นแน่!”
“เด็กน้อยผู้รอดชีวิต.. และได้เห็นจักรพรรดิมังกรที่ยิ่งใหญ่ตนนึงต้องล่มสลายต่อหน้า!”