คืนของวันที่สองต่อจากนั้น ในป่าทึบห่างจากฐานของเผ่าพันธุ์กูลูต้าประมาณสามกิโลเมตร มีร่างเงา 6-7 ร่างกำลังเคลื่อนไหวอย่างเงียบเชียบลัดเลาะไปตามต้นไม้และซ่อนอยู่ในเงาที่เป็นผลมาจากแสงจันทร์
พวกเขาคือกลุ่มของมายด์ที่ตัดสินใจทำตามแผนที่ได้กล่าวไว้
“ระวังด้วยตอนนี้พวกเราอยู่ในระยะยิงของป้อมปืนแล้ว!!” มายด์ส่งเสียงผ่านอุปกรณ์สื่อสารเบาๆ
ทุกคนเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อทั้งๆที่อากาศออกจะเย็น ความกดดันกำลังถาโถมใส่พวกเขา ทุกย่างก้าวหมายถึงอันตราย พวกเขาแต่ละคนมีสีหน้าจริงจังและเคร่งเครียด ชะตากรรมของมนุษย์อยู่ในมือพวกเขา หากทำสำเร็จโอกาสที่จะติดอันดับและได้ดาวทรัพยากรจะเพิ่มขึ้น หากล้มเหลวใครจะรู้ว่าในอนาคตจะเป็นเช่นไร?
กำแพงเมืองที่สูงกว่า 50 เมตรสามารถมองเห็นได้จากในระยะไกล พวกเขายังมองเห็นฝ่ายตรงข้ามกำลังเดินไปมาบนกำแพงอย่างหนาแน่น เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายตื่นตัวมากแค่ไหน
พวกมายด์ต้องเข้าไปในระยะ 300 เมตรเพื่อที่จะสามารถโจมตีได้ แต่ในระยะนั้นก็แทบจะเป็นการเปิดเผยตัวอยู่แล้ว อย่างไรก็ตามพวกเขาจะใช้ความมืดในการพลางตัว
รอบๆฐานทัพค่อนข้างโล่ง มีต้นไม้บ้างเป็นบางแห่งและมันง่ายต่อการถูกเห็น ทว่าพวกเขายังคงเสี่ยงเข้าไปเพื่อชัยชนะ
ไม่นานพวกมายด์ก็อยู่ห่างจากฐานของพวกกูลูต้าอีก 1 กิโลเมตร
“ข้างหน้าค่อนข้างโล่ง พยายามมองพวกเขาว่ามองมาทางพวกเราหรือไม่แล้วค่อยเคลื่อนไหว” มายด์กล่าว
“รับทราบ!!” ทุกคนตอบกลับเสียงเบา
สายตาของพวกกูลูต้าสอดส่องไปทั่ว ทำให้พวกมายด์เคลื่อนไหวได้ยาก พวกเขาต้องรออย่างอดทนเป็นเวลาสามชั่วโมงถึงจะพบโอกาสที่ฝ่ายตรงข้ามไม่ได้มองมาที่พวกเขา
เมื่อสบโอกาสพวกเขาเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วด้วยความเงียบและหลบหลังต้นไม้ใหญ่ที่เหลือไม่กี่ต้นในระยะ 800 เมตรจากฐาน
ขอเพียงพวกเขาสามารถเข้าไปได้อีก 500 เมตรก็จะสามารถโจมตีระยะไกลใส่ป้อมปืนได้
ทุกคนที่อยู่ในค่ายกับโจต่างเฝ้าดูว่าพวกมายด์จะทำสำเร็จหรือไม่ ไม่ใช่แค่พวกเขาที่กำลังเฝ้าดูแม้แต่คนในสหพันธ์เองก็กำลังดูอยู่เช่นกัน
พวกเขากำลังลุ้นว่าพวกมายด์จะทำสำเร็จหรือไม่?
หลังจากเคลื่อนไหวครั้งล่าสุดเวลาก็ได้ผ่านไปอีก 5 ชั่วโมง ใน 5 ชั่วโมงที่ผ่านมาพวกมายด์ไม่พบโอกาสใดๆอีกเลย ในตอนนี้ท้องฟ้าเริ่มสว่างและคงไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้อีก
อย่างไรก็ตามหากพวกเขาพยายามถอยกลับจะต้องถูกฝ่ายตรงข้ามเห็นอย่างแน่นอน
สุดท้ายจึงตัดสินใจอยู่นิ่งๆหลังต้นไม้
เวลาในตอนกลางวันเกือบสิบชั่วโมง พวกมายด์จะต้องอยู่ที่เดิมหลบซ่อนหลังต้นไม้ใหญ่ตลอดช่วงเวลานี้ การอดน้ำอดอาหารเป็นเพียงแค่เรื่องเล็กน้อยพวกเขาสามารถอดทนกับมันได้เป็นเดือน แต่ความตึงเครียดที่พวกเขากำลังเผชิญไม่ใช่สิ่งที่ใครก็ทำได้
เวลาค่อยๆผ่านไป ดาวฤกษ์อยู่กลางหัวของพวกเขา แม้ว่าอากาศจะไม่ร้อนแต่พวกเขากลับเต็มไปด้วยเหงื่อ
โชคดีที่ฝ่ายตรงข้ามเหมือนจะกลัวและไม่คิดส่งใครออกมาลาดตระเวน ไม่เช่นนั้นพวกเขาจะถูกเปิดเผยและถูกถล่มอย่างแน่นอน
เวลากลางคืนได้มาเยือนอีกครั้ง คืนนี้พวกมายด์รอเกือบ 4 ชั่วโมงถึงจะได้โอกาสเคลื่อนไหว พวกเขาเข้ามาในระยะ 700 เมตรแล้ว ทว่าหลังจากนั้นก็ไม่มีโอกาสอีก จนต้องรอถึงคืนต่อไป
……
ผู้อาวุโสเผ่ากูลูต้านั่งหน้าดำคร่ำเครียดขณะมองไปยังจอโฮโลแกรม เขาเห็นพวกมนุษย์กำลังค่อยๆเข้าใกล้ฐาน
“บัดซบ ส่งคนออกไปลาดตระเวนสิวะ!!” ผู้อาวุโสเผ่ากูลูต้าโมโหเดือดจนเผลอตบที่พักแขนจนหักเป็นสองท่อน
แม้แต่คนอื่นๆต่างก็ส่ายหัวให้กับผู้นำเผ่าพันธุ์กูลูต้าที่ปรากฏอยู่บนจอ
“เป็นเรื่องดีที่ระมัดระวังแต่ถ้ามากเกินไปจะกลายเป็นทำร้ายตัวเอง”
“ถ้าเพียงแค่ส่งคนออกไปลาดตระเวนสักหน่อยก็จะสามารถเอาชนะพวกมนุษย์ได้ง่ายๆ”
เสียงวิจารณ์ดังเข้าหูของผู้อาวุโสเผ่าพันธุ์กูลูต้าจนใบหน้าของเขาเดิมทีเขียวอยู่แล้วก็ยิ่งกลายเป็นเขียวเข้มจนคล้ำ ก่อนหน้านี้เขาได้หัวเราะและวิจารณ์เผ่าพันธุ์อื่นที่โดนพวกมนุษย์จัดการไป แต่ตอนนี้พอมาโดนด้วยตัวเองกลับหัวเราะไม่ออก
“ถ้าหากแพ้ล่ะก็ได้เห็นดีกันแน่!!” ผู้อาวุโสเผ่าพันธุ์กูลูต้าพึมพำขณะจ้องมองผู้นำเผ่าพันธุ์กูลูต้าที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอ
……
ผ่านไป 7 วันในโลกเสมือน พวกมายด์เข้ามาอยู่ในระยะ 350 เมตรแล้ว เหลือเพียงเคลื่อนไหวอีกแค่ครั้งเดียวก็จะอยู่ในระยะการโจมตี 7 วันในโลกเสมือนที่ผ่านมานี้มีบางวันที่ไม่ได้ขยับเขยื้อนเลย บางวันก็ได้โอกาสเคลื่อนไหวครั้งเดียว แต่ว่าก็มีบ้างที่โชคดีบางวันสามารถไปได้ไกลร้อยเมตร
“คืนนี้อาจเป็นคืนสุดท้าย” มายด์กล่าวขณะมองดาวฤกษ์ที่ส่องสว่างอยู่เหนือหัว
หากคืนนี้เคลื่อนไหวได้อีกครั้งพวกเขาก็จะสามารถทำลายป้อมปืนได้สักที เวลาที่พวกเขาใช้ในภารกิจนี้ยาวนานมากเมื่ออยู่ในโลกเสมือน เพราะเหลือเวลาอีกไม่กี่วันระบบแลกเปลี่ยนจะเปิดขึ้นอีกครั้ง
หากสำเร็จและเอาชนะพวกกูลูต้าได้พวกเขาจะได้รับ 1 คะแนนเพื่อนำไปใช้ในช่วงสุดท้ายของสงครามเสมือน แม้ว่านี่จะเป็นครั้งแรกที่พวกเขามนุษย์จะเข้าร่วมสงครามเสมือนแต่พวกเขาก็คาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่ามนุษย์จะติดอันดับเพื่อเป็นเจ้าของดาวทรัพยากรสักดวง
เวลากลางคืนได้มาถึงพวกมายด์ลอบสังเกตุฝ่ายตรงข้ามที่เฝ้าระวังบนกำแพง เมื่อใดก็ตามที่พวกนั้นหันไปทางอื่นพวกเขาก็จะมีโอกาสเคลื่อนไหว
มันไม่ใช่เรื่องง่ายนักที่ฝ่ายศัตรูทุกคนจะบังเอิญหันไปทางอื่นพร้อมๆกัน มันจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมพวกมายด์ถึงใช้เวลานานมากกว่าจะมาถึงจุดนี้ได้
“ได้โอกาสแล้ว!!” มายด์กล่าวขึ้นมาหลังจากผ่านไป 5 ชั่วโมง พวกเขารีบเคลื่อนไหวไปตามเงามืดก่อนจะหลบอยู่หลังต้นไม้ซึ่งอยู่ห่างจากฐานของเผ่าพันธุ์กูลูต้าไม่เกิน 300 เมตร
“ทุกคนทำลายป้อมปืนสองกระบอกด้านหน้า ใช้พลังให้เต็มที่!!” มายด์กล่าวกับทุกคนผ่านอุปกรณ์สื่อสาร
ผ่านไปสิบวินาทีมายด์ก็ตะโกนขึ้นมาว่า “ยิงได้!!”
“ศัตรูบุก!!” ทันใดนั้นทหารกูลูต้าตกใจจนหน้าถอดสีเมื่อเห็นลำแสงหลากสีกำลังพุ่งตรงมาที่พวกเขาจนไม่ทันได้ป้องกัน
ตูม!!
ปืนใหญ่สองกระบอกถูกทำลายจนเละ มีเปลวไฟพวยพุ่งและควันโขมงสร้างความวุ่นวายให้กับพวกกูลูต้า
ปืนใหญ่มีข้อจำกัดตรงที่มันไม่สามารถหันได้ 180 องศา เมื่อป้อมปืนใหญ่หน้าประตูสองกระบอกถูกทำลายมันจึงกลายเป็นช่องโหว่ทันที