[จบ]Psychokinesis พลังจิตเหนือเทพยุทธ์

    84 ฟังแค่ศิษย์

    บรึ้ม ~!


    “ฮ่าๆๆๆๆ”


    เสียงหัวเราะแทรกเสียงระเบิดดังขึ้นเรื่อยๆ ทางฝั่งหนึ่งย่นคิ้วพร้อมระเบิดความโกรธออกมาเต็มกำลัง อีกฝั่งหัวเราะลั่นพร้อมกับปลดปล่อยพลังออกไปรอบๆ ทุกๆครั้งที่พวกเขาทั้งสองพุ่งเข้าปะทะกันล้วนทำให้อากาศรอบๆสั่นไหว จากพลังระดับจารึกวิญญาณ แม้ทางฝั่งของตงฟางจะตกเป็นรองอยู่บ้าง แต่การใช้พลังจิตเลเวล 4 รวมกับพลังของดาบปะทะกับระดับจารึกวิญญาณ นับว่ามีโอกาสมากให้เขาฆ่ามันได้


    ตู้ม บรึ้ม~!


    “จงหู ไหนล่ะชีวิตฉัน แกเอาไปได้หรือยัง”


    บรึ้ม~!


    “ปากดีไปเหอะ แกจะทนมันได้นานแค่ไหนกัน หากแกทนไม่ได้ฉันจะเป็นคนเด็ดหัวของแก”


    บรึ้ม~!


    อีกฝั่งปะทะด้วยความสนุกสนาน ส่วนอีกฝั่งพยายามรอให้ตงฟางอ่อนกำลังจากการใช้งานดาบ ด้วยร่างกายที่เป็นเพียงระดับก่อตั้งวิญญาณ ไม่สามารถรับพลังวิญญาณมหาศาลที่นำมาใช้ต่อสู้กับระดับจารึกได้ ถึงอย่างนั้นตงฟางกลับไม่ได้ใส่ใจในจุดนี้เลย เขาทำเพียงแค่สู้ให้สนุก 


    หากเป็นไปได้เขาก็อยากได้โอกาสฆ่าอีกฝ่ายเช่นกัน แต่มันคงไม่ง่ายเพราะเขายังไม่มีทักษะดาบ มีเพียงศิลปะการต่อสู้จากโลกเดิมที่ทำให้เขาใช้ดาบได้อย่างเชี่ยวชาญเท่านั้น ยังไม่มีทักษะที่สามารถส่งคลื่นดาบออกไปจัดการกับศัตรูได้


    ตู้ม~!


    “ถ้าทักษะดาราสวรรค์ 54 ฝ่ามือปรับเปลี่ยนมาใช้กับดาบได้ แกตายไปนานแล้วจงหู”


    “แก~!


    บรึ้ม!!!


    “หึหึหึ” แม้ร่างกายจะลอยละลิ่วออกไปไกล ตงฟางกลับหันมายิ้มให้มันอยู่เสมอ แล้วเขาก็เป็นฝ่ายพุ่งกลับมาหาจงหูจนมันต้องตั้งรับ อย่างไรก็ตามทุกๆการกลับมาของตงฟางทำให้มันรับรู้ได้ถึงความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามา


    จากตอนแรกเขาสามารถรับการโจมตีของมันได้ไม่กี่กระบวนท่า ยิ่งปะทะกันนานขึ้นไม่กี่กระบวนท่าที่มันใช้ส่งร่างของตงฟางออกไปก็เริ่มเพิ่มขึ้นเป็นสิบกระบวนท่า จนตอนนี้มันรู้สึกได้ว่า ตงฟางกำลังพยายามยืนปะทะกับมันซึ่งๆหน้าไม่ยอมลอยออกไปอีกเช่นเดิม ทันใดนั้นสายตาของมันที่มองจ้องไปยังตงฟางกลับหดแคบลงด้วยความตกใจตื่น เมื่อตงฟางหลบกระบี่ของมันที่กำลังจะพุ่งแทงลำคอจนเฉือนเพียงแค่ผิวหนังเล็กน้อยเท่านั้น 


    จังหวะที่ตงฟางปล่อยให้คมกระบี่ตัดผิวหนังเขาก็พุ่งเข้าไปหาจงหูแล้วใช้ดาบตัดไปยังท้องส่งร่างของมันให้ลอยละลิ่วออกไปไกลพร้อมกับมีเลือดมากมายสาดกระจายออกมา


    ตู้ม~!


    โขดหินขนาดใหญ่แตกกระจายเป็นเสี่ยงๆจากร่างที่พุ่งเข้าไปกระแทก ตงฟางที่เห็นจงหูพยายามลุกยืนด้วยสภาพแขนที่หักไปข้างถึงกลับยิ้มกว้าง  แม้ตอนนี้การเชื่อมต่อระกว่างดาบกับเขาหายไปแล้วเพราะสายเลือดมังกรมารบรรพกาลถูกยกเลิก  ตงฟางกลับไม่คิดกลัวมันเลยสักนิดเดียว 


    “ในที่สุด แกก็ทนมันไม่ได้ เอาล่ะตงฟาง ฉันจะฆ่าแกซะ”


    “รีบหน่อยก็ดีเพราะตอนนี้…”


    ตงฟางชี้ขึ้นไปบนท้องฟ้าปรากฎเป็นแสงมากมายพุ่งเข้าหาวงเวทย์ขนาดใหญ่ ลำแสงมากมายที่พุ่งขึ้นไปล้วนเป็นร่างของศิษย์สายในที่ถูกดึงตัวกลับออกไปข้างนอก


    “ฮ่าๆๆ สุดท้ายแกก็ได้แค่คิดเท่านั้นล่ะ แกฆ่าฉันจริงๆไม่ได้ ส่วนน้องแกก็คงจะตายเปล่า เป็นไง  เสียใจไหมจงหู”


    “ตาย”  พลังงานวิญญาณจำนวนมากอัดแน่นเป็นกระบี่สูง 20 เมตร ตงฟางที่รู้ว่าอีกฝ่ายพยายามจะใช้พลังวิญญาณเข้าจัดการเขาให้ตกตายไปข้าง ทันใดนั้นแสงของวงเวทย์ก็พุ่งลงมาอาบร่าง ตงฟางจึงฉีกรอยยิ้มส่งไปให้มัน


    “ไว้เจอกันใหม่ แกยังไม่มีความสามารถพอที่จะฆ่าฉัน”


    “แก!!!!” อาวุธมากมายจากการถูกพลังจิตของตงฟางควบคุมพุ่งตรงเข้าหาจงหูด้วยความรวดเร็ว มันที่ยังไม่ถูกลำแสงของวงเวทย์ห่อหุ่มจึงตวัดกระบี่เข้าทำลายอาวุธมากมายที่พุ่งเข้าหา พลางพยายามโจมตีไปยังท้องฟ้า เพื่อลากตงฟางลงมาฆ่าบนพื้นดิน


    “แก ฉันจะฆ่าแก~!!!”


    “ไปให้อาจารย์ช่วยแกสิ ฉันจะรอแกอยู่ข้างนอก”


    วิ๊ง~!


    ร่างของตงฟางสลายกลายเป็นแสงหายไปจากสายตาของจงหู จากนั้นร่างของมันก็เริ่มกลายเป็นแสงถูกส่งออกไปจากหออาวุธเฟยเทียนเช่นเดียวกัน  มันกลับไม่ยอมแพ้ ทำการรวบรวมพลังวิญญาณเอาไว้ในฝ่ามือทั้งสองข้าง การเดินทางออกไปของมันจะต้องฆ่าตงฟางให้ได้ มันไม่สนใจกฎใดๆทั้งนั้น ด้วยสถานะของมัน คิดว่าอาจารย์จะช่วยให้มันได้รับโทษที่น้อยที่สุด ไม่ถึงขั้นขับไล่หรือถูกฆ่า


    ตุบ~!


    เสียงหล่นกระแทกพื้นดังขึ้นเบาๆจากร่างของตงฟางที่ถูกดึงออกมาจากหออาวุธ การปรากฎตัวของเขาสร้างความตกใจให้ผู้คนที่เหลียวมองไม่น้อย เพราะเสื้อผ้าของเขาถูกฟันขาดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยจนแทบเรียกมันว่าเสื้อผ้าไม่ได้ ทันใดนั้นทุกคนต่างมองจ้องไปยังดาบที่อยู่ภายในมือของตงฟาง มันดูพิเศษกว่าศิษย์สายในคนอื่นๆนำติดมือออกมา


    “ชุดเกราะ ดาบ มีด ส่งคืนแล้วสินะ”


    ตงฟางจับไปยังหน้าอกตัวเอง ตอนนี้เขาสวมใส่ชุดเกราะระดับ 4 เช่นเดิมแล้ว ดาบที่หายไปในตอนแรกก็สะพายอยู่ด้านหลัง มีดสั้นทั้งหมดที่เหน็บอยู่ข้างเอวก็คืนมาทั้งหมด แหวนเก็บของก็อยู่ครบ ที่แปลกตาของเขาคงมีเพียงแค่ดาบสีดำยาว 2 เมตร มีใบดาบสีแดงถืออยู่ในมือข้างขวาของเขา


    อรึก อรึก อรึก~!


    ยามากมายกรอกลงไปในปาก ไม่สนใจเสียงคำถามของศิษย์ที่อยู่ด้านข้างเลยสักนิด แม้อาจารย์จะส่งสายตามายังเขาเพื่อขอคำตอบเกี่ยวกับดาบในมือ ตงฟางกลับไม่สนใจ เขาทำเพียงกลืนยาทั้งหมดที่เขาเตรียมมาลงไปฟื้นฟูเลือดและบาดแผล ให้ตัวเองกลับมาพร้อมที่สุด ทันใดนั้นทุกคนกลับหยุดนิ่งด้วยความตกใจเมื่อจู่ๆร่างของจงหูที่ถูกส่งออกมาจากหออาวุธพุ่งเข้าหาตงฟางด้วยความรวดเร็วพร้อมกับพลังวิญญาณและจิตสังหารที่พุ่งเข้ากดทับศิษย์สายในคนอื่นๆจนพวกเขาลงไปนอนบนพื้นไม่สามารถต่อต้านได้


    “ตงฟาง แกต้องตาย ย๊าก~!”


    “เกิดอะไรขึ้น ทำไมถึง” ศิษย์สายในที่อยู่ห่างออกไปล้วนยืนตะลึง ไม่เข้าใจว่าทำไมศิษย์สายตรงถึงลงมือกับตงฟาง  พริบตาที่พวกเขาเกิดคำถามร่างของจงชางก็หล่นลงมาจากท้องฟ้าด้วยสภาพสิ้นลมหายใจ


    บรึ้ม~!


    แรงระเบิดแตกกระจายออกไปไกลส่งร่างของศิษย์สายในห้องลอยกระเด็นออกไปทั่ว ตงฟางที่กลืนยาฟื้นฟูทั้งหมดจนพลังวิญญาณกลับมา เขาก็ไม่รอช้าลุกขึ้นยืนแล้วกระตุ้นสายเลือดจับดาบสีดำในมือฟานฟันสวนกลับไป


    “หยุด พวกเจ้ากำลังสู้กันในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์”


    เสียงร้องตะโกนดังมาจากฟากฟ้า ทำให้การต่อสู้ที่กำลังจะเกิดหยุดลงกระทันหัน ด้วยการถูกพลังวิญญาณที่เหนือกว่ากดทับร่างกายลงไปบนพื้น ตงฟางไม่ได้ขัดขืนเขาปล่อยตัวเองให้นอนลงไปด้วยความเหนื่อยอ่อน ด้วยร่างกายของเขาที่เป็นระดับก่อตั้งวิญญาณจึงไม่สามารถนั่งต้านพลังได้เหมือนจงหู


    “จงหู เจ้าทำอะไร”


    อาจารย์ผู้คุมกฎลำกับที่ 5 เอ่ยออกมาด้วยเสียงสงสัยพลางตำหนิเล็กน้อย กับการที่ศิษย์ของเขาลงมือ 


    “อาจารย์ มันฆ่าจงชางในหออาวุธเฟยเทียน”


    “บังอาจ~~!!!”


    พลังวิญญาณมหาศาลพุ่งกดทับร่างของตงฟางจนเขากระอักเลือด เขาจึงเก็บรอยยิ้มเปลี่ยนไปเป็นกัดฟันเพราะอาจารย์ของจงหูคิดจะฆ่าเขา


    “อาจารย์ ท่านจะฟังแค่ศิษย์ของท่านอย่างนั้นหรือ”


    ตงฟางเปิดปากกว้างพยายามร้องตะโกนออกไปสุดเสียง ถึงอย่างนั้นพลังวิญญาณกลับถาโถมเข้าใส่ร่างของเขาเรื่อยๆ จนเขาเผยรอยยิ้มเย้ยหยันออกมา


    “ฮะฮ่าๆ ผู้คุมกฎเขาใช้กฎแบบนี้หรือ น่าขำ ถามเพียงแค่ศิษย์ของตัวเองแล้วพยามฆ่าศัตรูของศิษย์เพื่อให้ศิษย์ตัวเองถูกต้อง นี่หรือผู้คุมกฎ ทำไมไม่ถามข้าบ้างว่าเกิดอะไรขึ้น ได้~!!!”


    เสียงของตงฟางดังก้องไปทั่ว แม้เขาจะกระอักเลือดออกมาไม่หยุด


    “ถ้าท่านไม่ถาม ข้าพูดก็ได้ เป็นเพราะมันนั่นแหละ ทำให้การเข้าไปในหออาวุธเฟยเทียนของปีนี้แปลกไปจากปีอื่นๆ หากว่ามันไม่เข้าไป ทุกคนคงจะได้อาวุธที่ดีกว่านี้ เป็นเพราะน้องชายของมัน อยากได้อาวุธของคนอื่น จึงเข้าขัดขวางการทดสอบของคนอื่น ถ้าท่านไม่เชื่อก็ถามคนที่ถูกแย่งอาวุธไปสิ ข้าไม่เชื่อหรอกว่ามันจะมีเพียงแค่ข้าคนเดียว”


    “เหลวไหล อาจารย์ ข้าเป็นคนช่วยศิษย์ทุกคนให้ผ่านบททดสอบ ข้าไม่เคยพาศิษย์น้องของข้าแย่งอาวุธของใคร ท่านกำลังถูกมันหลอก”


    “ฮ่าๆๆ ข้าเนี๊ยนะหลอก งั้นถามศิษย์สายนอกที่ออกมาก่อนหน้านี้ดูสิ พวกเขาเหล่านั้นที่เต็มไปด้วยบาดแผลสาหัสเป็นเพราะอะไร ถ้าไม่ใช่ถูกท่านโจมตี”


    “ไม่ ท่านอาจารย์ มันกำลังโกหก” จงหูพูดด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน ทุกคนที่ออกมาก่อนหน้า ถูกมันช่วยทั้งหมด ทันใดนั้นศิษย์สายในที่มันคุ้นหน้าก็ปรากฎ ดูเหมือนเขาจะได้รับการรักษาจนมีผ้าพันแผลไว้รอบตัว


    “ศิษย์พี่จงหูพาจงชางเข้ามาแย่งอาวุธของข้า จนทำให้ข้าต้องได้อาวุธชิ้นนี้ออกมา”


    สิ่งที่จงหูได้ยินทำให้มันย่นคิ้ว มันจำได้ว่าหอกที่อยู่ในมือของชายที่ชี้นิ้วมายังมัน คือคนที่มันช่วยผ่านการทดสอบ แต่ตอนนี้มันกลับถูกใส่ร้ายว่าทำร้ายร่างกายจนเกิดบาดแผลสาหัส


    “เขาเป็นคนที่ทำให้ข้าบาดเจ็บสาหัส”


    ศิษย์สายในคนแล้วคนเล่าปรากฎตัวออกมาด้วยความโกรธแค้น ชี้หน้าไปยังจงหู ทุกๆเสียงที่พูดต่างบอกว่าจงหูพาน้องของมันเข้าแย่งชิงอาวุธของคนอื่นๆ


    “ท่านอาจารย์ ข้าไม่ได้ทำอย่างนั้นเลย มันต้องใช้พลังอะไรแน่นอน ศิษย์สายในเหล่านี้ข้าช่วยพวกเขาผ่านบททดสอบแท้ๆ”


    “แล้วทำไมพวกเขาถึงบอกว่าเจ้าคือคนที่เข้าไปแย่งชิงอาวุธล่ะ” เสียงของชายแก่ชราสวมใส่ชุดสีขาวเปื้อนไปด้วยโคลนถามไถ่จงหู มันจึงมองจ้องไปดูจนพบเข้ากับ อาจารย์หมู่ตึกทักษะ ผู้ที่ดูแลทุกอย่างของตึกษะสถาบันเฟยเทียน


    “ทำไมไม่คุยกันก่อนล่ะ แล้วก็ปลดพลังวิญญาณออกจากคนที่ข้าหมายตาด้วย”


    ตงฟางฉีกยิ้มกว้าง หลังจากเขาเห็นอาจารย์ซิ่วถือขวานขนาดใหญ่ยืนอยู่ใกล้ๆพร้อมกับสะบัดมือทำลายพลังวิญญาณที่กดทับร่างของเขาออกไป จนเขาถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก เมื่ออาจารย์ตึกเล่นแร่แปรธาตุออกมาช่วยเขาตามที่เขาคิดเอาไว้


    “อาจารย์ไป่เทียน เราน่าจะสอบสวนกันให้กระจ่างก่อน ใครที่ทำผิดจะต้องได้รับโทษ ข้าคิดว่าการฆ่าศิษย์ทั้งๆที่ยังไม่สอบให้กระจ่าง น่าจะผิดหลักของสถาบันเฟยเทียนของเรา”


    อาจารย์อี้ของตึกยาและสมุนไพรปรากฎตัว สร้างความดีใจให้ตงฟาง เขาจึงนำยามากมายที่พกกลืนลงท้องไปอีกครั้งเพื่อฟื้นฟู


    “จงหู สู้ๆล่ะ พยายามเข้า ฉันรอให้แกแก้ต่างอยู่นะ”


    “อาจารย์ ได้ยินไหม ทุกคนได้ยินไหม เมื่อครู่มันกำลังขู่ข้า” จงหูพูดออกมาด้วยน้ำเสียงดีใจ จากคำพูดของตงฟางทำให้มันพ้นผิดได้ แต่ทุกคนกลับเงียบเพราะไม่ได้ยินเสียงอะไรนอกจากเสียงของมัน


    “เอาล่ะ ข้าว่าเราควรจะเริ่มสอบกันได้แล้วล่ะ การอาศัยอยู่ที่นี่นาน มีแต่จะเป็นการลบหลู่เหล่าคนที่ตายในสถานที่แห่งนี้” อาจารย์อี้เน้นย้ำไปยังเรื่องสอบสวน  จนศิษย์สายในเงียบเสียงเพื่อให้เหล่าอาจารย์คุยกัน


    สำหรับจงหูมันยังคงตกใจเช่นเดิม เพราะไม่รู้ว่าตงฟางพูดกับมันด้วยวิธีไหน ในตอนที่มันมองจ้องไป ตงฟางกลับฉีกยิ้มเหี้ยมส่งให้มันจนต้องก้มหน้าเก็บความโกรธ


    “แก!”