บทที่49
ฝึกภายในเขตแดนฝึกอสูร
“ เขตแดนฝึกอสูร!! ” ดวงตาของข้ารับใช้ทั้งสองที่อยู่เบื้องหน้าแสดงแววตาที่เต็มไปด้วยความตกตะลึง
แน่นอนว่าพวกเขานั้นรู้เกี่ยวกับเรื่องเขตแดนฝึกอสูรดีอยู่แล้วเพียงแต่ว่าเจ้าเขตแดนอสูรมันเป็นเขตแดนที่ท่านประมุขนั้นไม่เคยใช้ฝึกกับผู้ใด
โดยเกี่ยวกับเรื่องเขตแดนฝึกอสูรมันเป็นเขตแดนที่พิเศษภายในพรรคมารฟ้ากล่าวกันว่าถ้าผู้ใดได้ฝึกอยู่ภายในเขตแดนฝึกอสูรภายใต้พลังเทพมารของท่านประมุข
สิ่งที่มันจะเกิดขึ้นก็คือร่างกายและลมปราณมันจะพัฒนาอย่างก้าวกระโดด
นั่นคือสิ่งที่ผู้คนส่วนใหญ่ได้รู้ว่าคุณสมบัติของเขตแดนฝึกอสูรเป็นอย่างไรแต่เมื่อลองมองดูภายในสำนักท่านประมุขก็ไม่เคยให้ผู้ใดเข้ามาฝึกภายในเขตแดนฝึกอสูรเลยสักคน
หลี่หยุนพยักหน้าตอบรับกลับไป“ ใช่แล้วเขตแดนฝึกอสูร!!! ร่างกายของข้าในตอนนี้สามารถสร้างเขตแดนอสูรได้แล้ว ”
“ มันเองก็จะเป็นผลดีกับพวกเจ้าด้วยเช่นเดียวกันพวกเจ้าจะสามารถฝึกภายในเขตแดนฝึกอสูรได้และก็สามารถพัฒนาวรยุทธของตนเองและลมปราณให้ขึ้นสูงมากขึ้นไปอีกระดับ”
“ แต่ว่าท่านประมุขเจ้าคะ!!!เขตแดนฝึกอสูรมันถือว่าเป็นเคล็ดวิชาลึกลับที่ท่านประมุขไม่เคยให้ผู้ใดเข้าไปฝึกเลยไม่ใช่หรือเจ้าคะ” ซินซินพูดขึ้น
ถ้าจะให้ลองเปรียบเทียบเขตแดนฝึกอสูรมันก็คงจะเป็นเหมือนกับสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่มีผู้ใดเคยเข้าไป
“ มันก็จริงอยู่ที่ว่าข้าไม่เคยให้ผู้ใดฝึกภายในเขตแดนฝึกอสูรของข้าแต่ว่าตอนนี้มันต่างกัน”
“ เมื่อก่อนข้าแข็งแกร่งจนขนาดที่ไม่ต้องพึ่งพาผู้ใดแต่ในตอนนี้ข้าอ่อนแอลงมาก”
“ แล้วเพราะว่าข้าอ่อนแอลงมากนี่แหละมันเลยทำเป็นข้าจำเป็นจะต้องให้พวกเจ้าแข็งแกร่งขึ้น”
“ ถ้าพวกเจ้าแข็งแกร่งขึ้นมามันก็น่าจะเป็นผลดีกับตัวของข้าเช่นเดียวกันข้าบอกไปแล้วว่าข้าจะเป็นคนชี้แนะวิชาให้กับพวกเจ้าและการให้พวกเจ้าเข้ามาฝึกภายในเขตแดนอสูรเองก็น่าจะเป็นเรื่องที่ดี ”หลี่หยุนความคิดเขาในตอนนี้แตกต่างจากจอมมาร
เขาก็คือตัวตนของเขาแม้ว่าเรื่องราวภายในอดีตที่จอมมารเคยกระทำจะเคยทำมาเช่นนั้นแต่ก็ไม่ใช่ว่าตัวเขาในตอนนี้จะต้องทำอย่างนั้น
หลี่หยุนค่อยๆหย่อนก้นนั่งลงไปที่พื้นก่อนที่เขาจะส่งสายตาให้ทั้งสองนั่งลง
ซินซินและเสี่ยวซานได้นั่งลงเบื้องหน้าหลังจากนั้นทั้งสองก็รู้ในสิ่งที่ตนเองควรจะทำ
พวกเขากลับเข้ามาอยู่ในท่าทางนั่งสมาธิแล้วก็เริ่มทำการขัดเกลาลมปราณของตนเอง
หลี่หยุนก่อนที่เขาจะเริ่มขัดเกลาลมปราณภายในร่างกายของตนเองเขาพูดขึ้นมาว่า“ภายใต้เขตแดนฝึกอสูรร่างกายของพวกเจ้าจะรู้สึกราวกับว่าอยู่อีกโลกหนึ่งจำเป็นจะต้องควบคุมลมปานของตนเองให้ดี”
เขาพูดกับผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้าให้อีกฝ่ายนั้นได้ล่วงรู้ว่าเขตแดนฝึกอสูรมันจะแตกต่างจากการฝึกฝนลมปราณธรรมดาทั่วไป
หลี่หยุนหลังจากที่พูดออกไปเสร็จเขาก็แสดงท่าทางนั่งสมาธิดวงตาทั้งสองข้างพับปิดลง
ลมปราณจำนวนมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจากร่างกายและอยู่ๆลมปราณที่ถูกปลดปล่อยออกมาจากร่างกายเขามันก็ปกคลุมทั่วทั้งห้องแห่งนี้เอาไว้
เมื่อลมปราณปกคลุมบรรยากาศภายในห้องแห่งนี้เอาไว้สิ่งที่อยู่บริเวณรอบๆมันปรากฏขึ้นก็คือแรงกดดันอันมหาศาล
ซินซินและเสี่ยวซานที่กำลังนั่งอยู่ในท่านั่งสมาธิและขัดเกลาลมปราณสัมผัสได้ในทันทีถึงบรรยากาศที่เปลี่ยนแปลงไป
พวกเขาทั้งสองสัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่หนักอึ้งมันราวกับว่าร่างกายของพวกเขาโดนกดดันด้วยแรงกดดันมหาศาล
ร่างกายแทบจะไม่สามารถขยับได้แม้กระนั้นแต่ก็ไม่สามารถออกจากการฝึกฝนและการขัดเกลาลมปราณของตนเองกลางคัน
บรรยากาศในตอนนี้ไม่ใช่เพียงแค่ร่างกายที่หนักอึ้งเท่านั้นสิ่งที่พวกเขาสามารถสัมผัสได้อีก1 อย่างมันก็คือร่างกายของพวกเขาที่ในตอนนี้มันเริ่มมีปฏิกิริยาบางอย่างที่แปลกประหลาด
โดยสิ่งที่แปลกประหลาดเป็นอันดับแรกก็คือกล้ามเนื้อทั่วทั้งร่างกายราวกับว่าโดนบีบรัดแถมลมหายใจก็ไม่สามารถหายใจได้อย่างสะดวก
ความรู้สึกในตอนนี้ไม่ได้แตกต่างจากการโดนทรมานเลย
ในขณะที่ทั้งสองกำลังนั่งทรมานกับบรรยากาศรอบๆร่างกายที่เปลี่ยนไปตอนนี้ภายในห้องแห่งนี้ที่ปกคลุมไปด้วยลมปราณลมปราณสีดำสนิทห้อมล้อมร่างกายของทั้ง3 เอาไว้
เพียงแค่ไม่กี่ลมหายใจพลังบ่มเพาะมันถูกส่งเสริมจากทักษะพลังเทพมารแล้วก็สร้างห้องแห่งนี้กลายเป็นอาณาเขตฝึกอสูร
ท่ามกลางแรงกดดันที่หนาแน่นที่กดดันร่างของทั้งสองเอาไว้ร่างกายของพวกเขาราวกับว่าไม่สามารถขยับได้
อาณาเขตฝึกอสูรมันคือพลังเทพมารที่หลอมรวมเข้ากับพลังบ่มเพาะมันถูกสร้างขึ้นมากลายเป็นอาณาเขตฝึกฝนที่จะทำให้ผู้ฝึกฝนที่เข้ามาอยู่ภายในนี้สามารถทะลวงขีดจำกัดของตนเองได้ง่ายดายมากขึ้น
ซินซินและเสี่ยวซานที่กำลังนั่งขัดเกลาลมปราณของตนเองอยู่สิ่งที่มันปรากฏขึ้นกับพวกเขานั่นก็คือลมปานสีดำที่ปกคลุมอยู่ภายในสถานที่แห่งนี้มันล้อมรอบร่างกายของพวกเขาเอาไว้
แล้วลมปราณเหล่านั้นมันก็ค่อยๆแทรกซึมเข้าที่ร่างกายของพวกเขาอย่างช้าๆทีละนิดทีละนิดคอยส่งเสริมการบ่มเพาะภายในร่างกายขึ้นไปเรื่อยๆ
ร่างกายกำลังโดนบ่มเพาะลมปราณภายใต้การฝึกฝนเช่นนี้ร่างกายของผู้ที่เข้ามาภายในเขตฝึกอสูรเต็มไปด้วยความยากลำบาก
บนใบหน้าของพวกเขาทั้งสองมันปรากฏเม็ดเหงื่อขึ้นมากมายฟันภายในป่าก็กัดกระทบกันแน่นสิ่งที่ปรากฏและแสดงให้เห็นมันปรากฏให้เห็นและแสดงให้รู้ได้ในทันทีแม้ภายในอาณาเขตฝึกศูนย์จะสามารถฝึกฝนลมปราณได้รวดเร็ว
แต่ทว่าการที่จะสามารถฝึกฝนอยู่ภายในนี้มันก็ไม่ได้ง่ายดายเลยสักนิดโดยหลักการฝึกฝนนั่นคือพวกเขาจำเป็นจะต้องซึมซับพลังเทพมารที่ปลดปล่อยออกมาจากร่างกายของหลี่หยุน
โดยพลังเทพมารที่ปลดปล่อยออกมาปกคลุมภายในห้องแห่งนี้มันเป็นเพียงแค่เศษซากตะกอนที่ตกผลึกและก็ถูกปล่อยออกมาจากร่างกายเท่านั้นในขณะฝึกฝน
แต่เพียงแค่พลังลมปราณที่ตกผลึกและก็ถูกปล่อยออกมาจากภายในร่างกายเพียงแค่นั้นถ้าซึมซับเข้าไปคนที่ซึมซับก็จะสามารถใช้พลังเทพมารที่เป็นเพียงแค่ก้อนตะกอนเหล่านั้นในการพัฒนาฝีมือได้
แล้วนั่นแหละคือหลักการของเขตแดนฝึกอสูรอันที่จริงแล้วเขตแดนนี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อที่จะให้เจ้าของคนที่มีลมปราณที่ถูกส่งเสริมด้วยทักษะเทพมารฝึกฝนเท่านั้น
แต่หลังจากที่ลองฝึกฝนมันก็ทำให้จอมมารได้รู้ว่าวิธีการใช้เจ้านี่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดคือตะกอนที่ถูกปล่อยออกมาโดยไร้ประโยชน์สามารถให้คนเข้ามาฝึกฝนหรือว่าดูดซับพวกมันได้
แม้ว่ามันจะเป็นเพียงแค่พลังเล็กน้อยที่ถูกปล่อยออกมาจากทักษะเทพมารแต่มันก็สามารถส่งเสริมให้ผู้ฝึกฝนวรยุทธพัฒนาได้อย่างรวดเร็ว
แต่หลี่หยุนเขาแตกต่างกันออกไปตอนนี้เขากำลังฝึกฝนพลังภายในร่างกายได้อย่างสบายๆทุกอย่างมันพัฒนาได้อย่างก้าวกระโดดและรวดเร็ว
อันที่จริงแล้วความชำนาญในด้านต่างๆของจอมมารก็ยังคงฝังอยู่ภายในความทรงจำเพราะแบบนั้นเขาเลยสามารถฝึกฝนได้อย่างรวดเร็วโดยพึ่งความชำนาญที่กำลังฝังรากลึกอยู่ภายในความทรงจำ
การฝึกฝนดำเนินต่อไปเพียงแต่ว่าผู้ที่เข้ามาฝึกฝนภายในเขตแดนฝึกอสูรสามารถฝึกฝนได้เพียงแค่2 ชั่วโมงเท่านั้นพวกเขาก็จำเป็นจะต้องถอนออกจากการฝึกกลางคันและก็ออกจากเขตแดนนี้ไปในที่สุด
ซินซินและเสี่ยวซานร่างกายของพวกเขายังปรับเข้ากับเขตแดนอสูรไม่ได้
เพราะแบบนั้นเพียงแค่ฝึกฝนประมาณ2 ชั่วโมงที่ผ่านมาร่างกายก็รับภาระอันหนักอึ้งในขณะที่กำลังฝึกพวกเขารู้สึกราวกับว่าร่างกายของตนเองกำลังจะโดนบดละเอียด
แต่หลังจากที่ลองฝึกฝนภายในเขตแดนนั้นเพียงแค่2 ชั่วโมงสิ่งที่ปรากฏขึ้นคือผลลัพธ์ที่น่าตกตะลึง
ระดับขั้นของพวกเขาพวกเขาติดอยู่ในช่วงสุดท้ายของการพัฒนามาสักพักใหญ่ๆแล้ว
โดยช่วงสุดท้ายของการพัฒนาพวกเขาไม่สามารถทะลวงขึ้นไปอีกระดับได้แต่ว่าในตอนนี้หลังจากที่ลองเข้าไปฝึกภายในเขตแดนฝึกอสูรประมาณ 2 ชั่วโมง
สิ่งที่มันปรากฏขึ้นมาในตอนนี้มันก็คือร่างกายของพวกเขาอยู่ๆลมปราณส่วนนั้นมันก็ทะลวงขึ้นไปอีกระดับได้อย่างรวดเร็ว
มันช่างน่าแปลกประหลาดใจสำหรับพวกเขาทั้งสองยิ่งนักแต่นี่คือความสามารถของเขตแดนอสูร
พลังเทพมันจะสามารถทะลวงขีดจำกัดของการฝึกฝนให้ตัวขึ้นไปได้อย่างง่ายดายมากขึ้น
แต่เพียงแค่นี้มันก็เพียงพอแล้วในตอนนี้ทั้งสองสามารถฝึกฝนภายในเขตแดนนั้นได้ในระยะเวลาสั้นๆ
แต่ถ้าทำการปรับตัวไปเรื่อยๆเพราะเขาคงจะสามารถฝึกภายในเขตแดนนั้นได้ด้วยระยะเวลาที่เพิ่มขึ้น
หลี่หยุนแตกต่างออกไปเขาใช้ความชำนาญของตนเองในการฝึกฝนภายในเขตแดนฝึกอสูรโดยโคจรพลังเทพมารภายในร่างกายไปด้วย
เขาสามารถฝึกฝนเช่นนั้นได้หลายชั่วยามในช่วงระยะเวลาที่มันผ่านพ้นไปตอนนี้ราตรีแห่งการฝึกฝนก็ได้ผ่านไปเรียบร้อยแล้ว
หลังจากที่ได้เริ่มฝึกฝนภายในเขตแดนอสูรจากการใช้พลังเทพมารที่ตนเองซึ่งได้รับจากทักษะพรสวรรค์ที่เพิ่งตื่นขึ้นมา
ผลลัพธ์ที่มันได้มามันช่างน่าพึงพอใจเพียงแค่ราตรีเดียวเท่านั้นระดับพลังของเขาพัฒนาขึ้นไปอีก1 เท่าจากที่ปกติสามารถฝึกได้ในแต่ละวัน
ความรวดเร็วในการฝึกฝนเพิ่มขึ้นไปอีกระดับถ้ายังเป็นเช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆเขามั่นใจว่าอีก 2 เดือนเขาคงจะมีพลังมากพอในการเข้าร่วมการกวาดล้างสำนักเที่ยวทมิฬอย่างแน่นอน
ห้าวันผ่านไป
จบบท