บทที่ 29
ความจริง
เจียงเฟิงยังไม่เคลื่อนไหว
เขายังคงนั่งอยู่ที่ตำแหน่งเดิม
แน่นอนว่ากำลังประเมินเ้าตัวที่อยู่ด้านหน้าของตนเองอยู่
มันเป็ิญญาทมิฬแท้ที่มีขอบเขตพลังอยู่ในขอบเขตสาม แต่เพราะอาการาเ็ที่ส่งผลต่อรากฐานพลัง พลังของมันที่ควรจะเทียบเท่ากับผู้ฝึกตนขอบเขตสี่ น่าจะลดลงมาหลายส่วน
เพราะแบบนั้นสภาพการของมันในตอนนี้เทียบเท่ากับ ผู้ฝึกตนขอบเขตสามที่แข็งแกร่งมากเท่านั้น
อีกฝ่ายเองก็กำลังจ้องมองมาที่ชายหนุ่มที่อยู่ด้านหน้าเช่นเดียวกัน
ิญญาทมิฬตัวนี้มันรู้สึกแปลกใจเป็อย่างยิ่ง
หลังจากที่ตัวของมันปรากฏกายออกมา มันคิดว่าอีกฝ่ายนั้นจะหวาดกลัวตัวของมัน
แต่ว่าท่าทีของอีกฝ่ายกลับสงบนิ่งจนทำให้มันรู้สึกประหลาดใจ
ใบหน้าที่มองไม่ค่อยชัดของิญญาทมิฬขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างเห็นได้ชัดเจน เสียงที่แหบแห้งของมันพูดขึ้นมา “หรือว่าเ้าเป็ผู้ฝึกตนขอบเขตที่สูงกว่าขอบเขตห้าอย่างนั้นหรือ?”
เจียงเฟิงยิ้ม เขาส่ายหน้าไปมา “ไม่ใช่”
ิญญาทมิฬหรี่ตาของตนเอง “ในเมื่อไม่ใช่แล้วเหตุใดจึงสงบนิ่งเช่นนั้น”
เจียงเฟิงเย้าหยอกกลับไป “เ้าลองเดาดูสิ”
ิญญาทมิฬส่งเสียงหัวเราะเ็าในลำคอ “ดูเหมือนว่าเ้าจะรู้จักพวกข้า”
เจียงเฟิงพยักหน้าตอบรับ
“ในเมื่อเ้ารู้จักพวกข้าถ้าเช่นนั้นเ้าก็รู้ว่าข้าเป็ตัวตนแบบไหน”
“ไอ้เ้าิญญาร้ายที่ข้าเปลี่ยนมันให้กลายเป็ิญญาทมิฬก่อนหน้านี้ เ้าไม่สามารถนำมันมาเทียบกับข้าได้”
เจียงเฟิงพยักหน้าเหมือนเดิม “เื่นี้ข้ารู้”
ความรู้สึกบางอย่างภายในใจของิญญาทมิฬรู้สึกแปลกประหลาด
มันเป็ความรู้สึกที่ไม่สามารถอธิบายได้ถูก ในตอนนี้ตัวของมันไม่สามารถอธิบายสิ่งที่ตัวเองรู้สึกได้เลยด้วยซ้ำ
บุรุษหนุ่มที่อยู่ด้านหน้าของมันแปลกเกินไป แปลกจนทำให้มันรู้สึกกังวล
เจียงเฟิงลุกขึ้นอย่างช้าๆ ก่อนที่เขาจะหันไปมองคุณชายจางที่อยู่ข้างกาย
ิญญาทมิฬที่อยู่ด้านหน้ายิ้มแล้วมันก็พูดขึ้นมา “ตัวของเ้าไม่สามารถสังหารข้าได้”
“ดูเหมือนว่าเ้าจะมีแผนการในการรับมือเอาไว้แล้ว”
“ถึงแม้ว่าข้าจะพลาดท่าในครั้งนี้แต่เ้าก็ไม่มีทางสังหารข้าได้อยู่ดี”
อีกฝ่ายพูดออกมาอย่างมั่นอกมั่นใจ
เจียงเฟิงยิ้มเล็กน้อยแล้วหันไปมองิญญาทมิฬที่ดูมั่นใจด้านหน้า “เหตุใดจึงมั่นใจเช่นนั้น”
“หรือเป็เพราะว่าคนที่เ้าทำสัญญาที่แท้จริงคนนั้น”
เมื่อมันได้ยินคำพูดของเจียงเฟิง ใบหน้าของมันก็แปรเปลี่ยนไป
ดวงตาของิญญาทมิฬในตอนนี้บ่งบอกให้เห็นถึงความจริงได้อย่างชัดเจน
มันพูดออกมาด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก “เ้า..เ้ารู้”
เจียงเฟิงในตอนนี้แสยะยิ้มอย่างชั่วร้ายใส่หน้าของิญญาทมิที่อยู่ด้านหน้า “แล้วเหตุใดข้าจะไม่รู้"
“เป็เพราะว่าลูกไม้หรือว่าแผนการที่ไม่ได้มีอันใด ซับซ้อนของเ้าอย่างนั้นหรือ”
“ในตอนแรกข้านั้นสงสัยตัวของเ้าหนุ่มผู้นี้เป็อย่างยิ่ง” เจียงเฟิงใช้สายตามองไปยังคุณชายจาง
“แต่ว่าหลังจากที่หอสุรา หลังจากที่ข้าเห็นว่าอีกฝ่ายไม่มีการเชื่อมโยงกับเ้าเลย”
“มันก็ทำให้ค่าล่วงรู้ว่าเ้าใช้คนผู้นี้เป็เพียงแค่หุ่นเชิดเท่านั้น”
“เ้าพยายามหลอกคนอื่นว่าเ้าทำสัญญากับคนผู้นี้”
“แต่ที่จริงแล้วคนที่เ้าทำสัญญาด้วยน่าจะเป็หนึ่งในคนที่อยู่ภายในขบวนพ่อค้าที่เดินทางมาถึงเมืองไม่นานมานี้”
“ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายมักจะเดินทางไปตามเมืองต่างๆ แต่ก็ยังให้เ้าอยู่ที่สถานที่แห่งนี้เพื่อลงมือ่ชิงพลังชีวิตจากผู้คนและฟื้นฟูอาการาเ็ของเ้าสินะ”
ก่อนหน้านี้มีอยู่สาม คนที่เป็ที่ต้องสงสัยของเจียงเฟิง
แน่นอนว่าคุณชายจางผู้นี้ถือว่าเป็อันดับหนึ่ง ส่วนมีอีกคนที่น่าสงสัยก็คือขบวนพ่อค้าที่อยู่ๆก็เข้ามาในเมืองในวันที่เกิดเหตุ
ขบวนพ่อค้านี้ไม่ใช่ขบวนพ่อค้าแปลกหน้า พวกเขามักจะเดินทางมาขายของที่เมืองแห่งนี้อยู่เป็ประจำ
แต่สิ่งที่อีกฝ่ายทำผิดพลาดก็เป็เพราะ ขบวนพ่อค้านั้นใช้เส้นทางเพื่อสืบข่าวเกี่ยวกับตัวของเขา
อาจจะเป็เพราะความผิดพลาดที่ผู้ทำสัญญากับิญญาทมิฬตัวนี้ ไม่ได้พูดคุยกับิญญาทมิฬตัวนี้ ทำให้อีกฝ่ายนั้นพลาดสืบเกี่ยวกับเื่ของเขา
เจียงเฟิงเลยพอจะคาดเดาเื่ต่างๆได้ หลังจากที่ตัวของเขานั้นรู้ว่าคุณชายจางไม่ได้ทำสัญญากับิญญาทมิฬ
คุณชายผู้นี้เปรียบเทียบแล้วก็คงจะเป็เหมือนกับพวกหุ่นเชิด
เป็คนที่โดนหลอกว่าตนเองทำสัญญากับิญญาร้ายตัวนี้ แต่ว่ามันไม่ใช่การทำสัญญาเป็เพียงแค่การโดนหลอกใช้เท่านั้น
เจียงเฟิงมองไปที่คุณชายจางด้วยแววตาเวทนา
ในขณะที่คุณชายจางในตอนนี้เมื่อได้รู้ความจริงก็ตกตะลึงเช่นเดียวกัน
มันไม่คาดคิดว่าิญญาทมิฬตัวนี้ไม่ได้เห็นมันเป็คู่พันธสัญญาด้วยซ้ำ แต่อีกฝ่ายเห็นมันเป็เพียงแค่หุ่นเชิดที่สามารถชักใหญ่ได้ง่ายๆ
ิญญาทมิฬที่ยืนอยู่ด้านหน้าแม้มันจะยังไม่ได้แสดงท่าทางอันใด
แต่ภายใต้ใบหน้าที่มองได้อย่างไม่ชัดเจนของมัน ในตอนนี้ใบหน้าของมันบิดเบี้ยวเป็อย่างยิ่ง
พวกิญญาทมิฬส่วนใหญ่ที่ทำสัญญากับมนุษย์ พวกมันจะฝังิญญาของตนเองเอาไว้ภายในร่างกายของมนุษย์
เรียกได้ว่าถ้าเกิดว่าพวกมันโดนสังหาร มันก็สามารถรักษาเศษเสี้ยวิญญาของตนเองเอาไว้ได้
และก็สามารถใช้เศษเสี้ยวิญญานั้นในการดูดกลืนปราณของิญญาชั่วร้ายหรือพลังชีวิตจากมนุษย์ เพื่อฟื้นฟูร่างกายของตนเองแม้ว่าจะใช้เวลานานหน่อย แต่มันเองก็เป็หนึ่งในวิธีการเอาตัวรอด และรักษาชีวิตของตนเองเอาไว้ได้
เจียงเฟิงที่ต่อสู้กับพวกิญญาทมิฬมามากมายมีหรือว่าตัวของเขาจะไม่รู้
แน่นอนว่าพวกแผนที่พยายามหลอกว่าตนเองทำสัญญากับอีกคนนึง
เขามองเห็นพวกิญญาทมิฬพวกนี้ใช้มาไม่รู้ตั้งกี่ครั้งแล้ว
ในตอนแรกเขาเองก็ไม่ใช่คนที่ฉลาดนัก เรียกได้ว่าโดนปั่นหัวจนตัวของเขาในตอนนั้นมึนงงเป็อย่างยิ่ง
แต่หลังจากเวลาผ่านไปเขาเองก็เริ่มศึกษาวิธีการของพวกมันอย่างจริงจัง
แล้วก็เริ่มค่อยๆรู้เกี่ยวกับพวกเล่ห์กลอุบายมากขึ้นเรื่อยๆ
จนทำให้ตอนนี้พวกิญญาทมิฬทั่วไปไม่มีทางหลอกเขาได้แล้ว
แผนการของเ้าิญญาทมิฬตนนี้ก็เป็เพียงแค่แผ่นการเล็กๆน้อยๆเท่านั้น
เจียงเฟิงเห็นอีกฝ่ายแสดงใบหน้าบิดเบี้ยวแม้ว่าเขาจะเห็นไม่ชัดเจน แต่ก็เข้าใจอารมณ์ที่ผันผวนของอีกฝ่ายได้อย่างชัดเจนจึงได้กล่าวเยาะเย้ยออกไป “คิดว่าตนเองนั้นฉลาด”
“ในบรรดาของพวกิญญาทมิฬที่ข้าเคยเจอ แผนการของเ้าไม่ได้ฉลาดนัก”
“มิหน้าเล่าถึงโดนคนอื่นเล่นงานจนาเ็ถึงรากฐานพลัง”
คำพูดนี้คล้ายว่าจะไปกระตุ้นแผลบางอย่างภายในใจของิญญาทมิฬ
การแย่งชิงที่ล้มเหลวตัวของมันาเ็สาหัสเพราะว่าโดนิญญาทมิฬตนอื่นเล่นงาน
ต้องพูดว่าตัวของมันตั้งใจจะเล่นงานอีกฝ่าย แต่ว่าอีกฝ่ายนั้นรู้ทันแล้วก็เล่นงานมันจนาเ็ และอีกฝ่ายก็พูดด้วยคำพูดทำนองที่บุรุษที่อยู่ด้านหน้าของมันพูดในตอนนี้
มันทำให้าแที่อยู่ภายในจิตใจของมันราวกับว่าโดนกรีดผ่าอีกครั้งหนึ่ง
มันส่งเสียงคำรามออกมาด้วยความโกรธ
พริบตานั้นร่างสีดำก็มาปรากฏอยู่ด้านหน้าของเจียงเฟิง
หมัดอันทรงพลังของมันกระแทกเข้าใส่ร่างกายของเจียงเฟิงอย่างเต็มแรง
ร่างกายเจียงเฟิงกระเด็นพุ่งตรงออกไปด้านนอก
ร่างกายของเขากระแทกเข้ากับต้นไม้ใหญ่หลายต้น ต้นไม้หลายต้นหักโค่นลง จนสุดท้ายก็หยุดลงในที่สุด
เจียงเฟิงกระอักเืออกมาเขาค่อยๆลุกขึ้น ในตอนนี้ทั่วทั้งร่างกายของเขามีเืที่ไหลออกมาจากาแที่ปริแดก
เขาตบหน้าอกของตนเองพร้อมกับสบถด่า “มารดามันเถอะหมัดของขอบเขตสามแรงขนาดนี้เลยเหรอ”