“ใบเดียว!” แทนทำเสียงใ ส่วนนิกกี้พยักหน้ายืนยัน “แปลว่าแพง?” เขาพูดต่อขณะที่ตาเป็ประกาย
หญิงสาวถอนหายใจ “นายคิดได้แค่นั้นเรอะ! การ์ดนี่เขาไม่มีใครขายกันหรอก เพราะหากมีการ์ดในชุดเดียวกันเพิ่มขึ้นอีกสักใบแล้วขายทีเป็เซตนะราคาต่างกันเป็สิบๆ เท่า” เธอพูด “ไหน...แล้วอันที่สามคืออะไรฉันรีบ...”เสียงเธอเร่ง
แทนมองซ้ายมองขวาก่อนจะหยิบการ์ดใบหนึ่งขึ้นมา หลังจากนั้นก็เรียกไอที่หลบอยู่ในกระเป๋าเสือของเขาออกมา“นี่ไง...การ์ดใบนี้แหละ”เขาพูดกับนิกกี้ “ไอออกมาเถอะ” แทนเรียก
นิกกี้กับบลานซ์ทำหน้าสงสัยเมื่อแทนเรียกชื่อใครสักคนและเมื่อเห็นไอลอยไปนั่งบนบ่าของแทนก็ต้องตาโต “เฮ้ย! นี่มันตัวอะไรน่ะ!”นิกกี้พูดพร้อมกับยื่นหน้าไปที่ไอ โดยยังไม่ได้ดูการ์ดที่แทนยื่นให้
“ไอไม่ใช่ตัวนะ!” ไอตอบกลับเสียงไม่พอใจนัก
“สวัสดีครับ ผมบลานซ์” บลานซ์แนะนำตัวทันที
“ไอค่ะ...” เธอยิ้ม
“นายได้เจอเ้านี่...เอ่อ...เจอเธอมายังไง” นิกกี้ถามต่อ
แทนชี้มือไปที่การ์ดในมือของคนถาม “เธอตามมาพร้อมกับการ์ดใบนั้นล่ะ”
นิกกี้ก้มลงดูการ์ดในมือ “เอ้ย!” เธออุทานแบบเดิม “นี่มันการ์ดแอเรีย!” เธอเสียงดังจนทำให้คนที่อยู่ไม่ไกลนักหันมามองและเมื่อนิกกี้เห็นแบบนั้นก็หรี่เสียงตัวเองลง
“นายไปได้การ์ดนี่มายังไงกัน” เธอถามเสียงเบา
“เื่มันยาว...ปัญหาอยู่ตรงที่ระดับการ์ดน่ะ” แทนชี้ไปที่ตรงระดับการ์ดที่เขียนด้วย‘X’ “ระดับการ์ดแอเรียนี่มันยังไงกันแน่”
นิกกี้หรี่ตามองพร้อมขมวดคิ้ว เธอใช้มือจับคางพร้อมกับตีหน้าเครียด“เอ็กซ์เหรอ...แปลกแปลกมากๆ” เธอว่า
“ยังไง” แทนถามต่อ
“การ์ดแอเรียที่ฉันรู้จักมีั้แ่ระดับ H จนถึง S เท่านั้น ทั้งในคู่มือและข่าวสารจากระบบบอกมาแค่นั้น ระดับ X นี่ฉันก็เพิ่งเคยเห็น” นิกกี้ว่า
แทนทำหน้าผิดหวังและเมื่อเธอเห็นแบบนั้นก็เอามือตบไหล่เขาเบาๆ “ใจเย็นเดี๋ยวเราไปเมืองคาลิปกันก็น่าจะรู้ที่นั่นมีคนที่ชำนาญเื่นี้อยู่” นิกกี้ว่า
“การ์ดโป๊หรือเปล่า...” เสียงบลานซ์ถามขึ้นมา
สายตาของนิกกี้ตวัดฉับใส่หน้า ตามด้วยสายตาหรี่ๆของแทนที่จ้องเขม็ง “แหม...ก็เห็นมันเป็เอ็กซ์น่ะ” บลานซ์ยิ้มแหยพร้อมเอามือเกาหัวตัวเอง...
หลังจากนั้น...เมื่อทุกคนนัดแนะเวลากันเรียบร้อยแทนก็กลับมายังโลกแห่งความจริง ห้องนอนของเขากว้างขวางหน้าต่างบานใหญ่มองเห็นสนามหญ้าทางทิศตะวันออก แสงไฟสีเหลืองละมุนถูกเปิดไว้นับสิบดวงเวลาในโลกปัจจุบันตอนนี้เข้าสู่่กลางคืน
ชายหนุ่มลุกจากเตียงรูปทรงสมัยใหม่ เขาเปิดประตูห้องก่อนจะเดินลงมายังชั้นล่างเขาเปิดเข้าไปในห้องหนังสือที่ไม่มีใครอยู่ เปิดเข้าไปในห้องนั่งเล่นที่เงียบสนิทเปิดเข้าไปในห้องอาหารที่มีเพียงโต๊ะยาวที่มีอาหารรูปร่างหน้าตาดูดี และรสชาติก็น่าจะดีไม่แพ้กัน
“คุณหนูคะ อาหารเตรียมไว้แล้วนะคะ ถ้าอยากได้อะไรเพิ่มสั่งมาได้เลยค่ะ”แม่บ้านที่ทำงานอยู่ที่นี่มานับสิบปีถามแทนอย่างเป็ห่วง
“พ่อกับแม่ล่ะ เห็นวันนี้บอกว่าจะมากินข้าวด้วยกัน” ชายหนุ่มถามออกไป
สายตาของหญิงกลางคนดูหม่นลง คำตอบพูดออกมาไม่ดังมากนัก“คุณผู้ชายกับคุณผู้หญิงมีงานด่วนต้องบินไปอเมริกาคืนนี้ค่ะ”
แทนยืนนิ่งเขาตั้งใจกลับออกจากโลกออนไลน์เพื่อจะได้พูดคุยและเจอหน้าพ่อแม่ที่ไม่ค่อยจะมีเวลาให้เขาแต่มันก็ถูกทดแทนด้วยเงินและความสะดวกสบาย ไม่มีใครรู้ว่ามันพอสำหรับการเติบโตขึ้นมาของเด็กชายคนหนึ่งหรือไม่เพียงพอกับความ้าของลูกหรือเปล่า แต่ที่จริงแท้เลยก็คือ...มันกำลังเป็อยู่
“ผมไปข้างนอกนะครับป้า” แทนพูดเสียงเรียบ
“ไม่ทานอะไรสักหน่อยก่อนออกไปหรือคะ” น้ำเสียงเป็ห่วงถูกส่งออกมา
“ไม่เป็ไรครับ เดี๋ยวผมไปกินข้างนอก” เขาตอบก่อนจะขึ้นไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าบนห้องของตัวเองแทนลงมาข้างล่างอีกครั้งด้วยเสื้อยืดแขนยาวสีดำ เนื้อผ้าดูนุ่มและสะดุดตาเขาสวมกางเกงยีนส์มียี่ห้อของอิตาลีส่วนรองเท้าผ้าใบก็เป็แบบที่กำลังเป็ที่นิยมในประเทศญี่ปุ่น
แทนเดินมาหยุดตรงตู้ใบเล็กๆ ใบหนึ่งที่แขวนอยู่บนผนังในตู้นั้นมีกุญแจรถยนต์และมอเตอร์ไซค์อยู่เกือบสิบพวง จริงๆแล้ววันนี้แทนอยากบึ่งเ้ามอเตอร์ไซค์ดูคาติของเขาออกไปสู่ย่านกลางคืนของเมืองหลวงแต่วันนี้อีกนั่นล่ะ ที่แทนรู้สึกอยากมีเพื่อนคุยสักคน เขาจึงเลือกรถยนต์ที่จะดึงดูดเพื่อนคุยที่ว่ารถสปอร์ตรูปร่างโฉบเฉี่ยวราคานับสิบล้านบาท
เฟอร์รารีเปิดประทุนสีแดงสด..
ชายหนุ่มขึ้นไปนั่งในที่นั่งคนขับเขาเหลือบมองไปซ้ายมือเห็นที่นั่งว่างแล้วถอนหายใจเบาๆ มือหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเบอร์โทร.หาเพื่อนของเขาที่มหาวิทยาลัยทันที
“เฮ้ย...ฉันเอง” เสียงจากปลายสายไม่ค่อยชัดเจนนัก “ฉันจะออกไปเที่ยวหน่อย ฉันไปรับแกที่บ้านนะ” แทนบอกออกไปพร้อมกับสตาร์ทเครื่องยนต์
“อ่าว...แกไปทำอะไรที่ภูเก็ต...” แทนถามอีกครั้ง “อ้อ...ไปกับที่บ้าน เออๆ เอาไว้กลับมาค่อยเจอกันก็แล้วกันฝากหวัดดีน้าเภากับลุงคมด้วย” เขาฝากทักทายพ่อแม่ของเพื่อนก่อนจะวางสายไป
แทนกดเบอร์ใหม่ เพื่อนอีกคนของเขารับสายแทบจะทันที “เฮ้ย!วันนี้ไปหาสาวกันหน่อยไหม…” แทนถามออกไปก่อนแต่ดูเหมือนเสียงที่ตอบกลับมาจะทำให้เขาไม่ค่อยจะดีใจสักเท่าไร “เออๆ ไว้วันอื่นก็แล้วกัน กินข้าวกับพ่อแม่นี่เื่ใหญ่” เขาพูดก่อนจะมองไปที่บ้านหลังใหญ่ของตัวเอง...ซึ่งมันไม่มีเงาของพ่อและแม่อยู่ในนั้น
แทนเปิดหน้าจอโทรศัพท์เขาดูรายชื่อในสมุดโทรศัพท์ที่มีรายชื่อถูกบันทึกอยู่นับร้อยแต่ตอนนี้กลับไม่มีใครเลยที่เขาจะโทรหาได้อย่างสนิทใจ ในที่สุดแทนก็วางโทรศัพท์ลงก่อนจะขับรถออกไปจากบ้านหลังใหญ่ของเขา
แทนค่อยๆ ใช้เท้าแตะคันเร่งพารถยนต์ออกจากบ้านเขามุ่งหน้าไปที่ทางพิเศษเมื่อจ่ายเงินเรียบร้อยเขาก็ขึ้นสู่ทางรกระดับเหนือท้องถนนในกรุงเทพมหานคร บนทางด่วนแทนใช้ความเร็วสูงลมพัดเข้าปะทะใบหน้า และเมื่อขับเข้าเขตใจกลางเมืองไม่นานนักก็ถึงจุดหมายของเขาร้านเครื่องดื่มยามค่ำคืนอันเป็ที่สังสรรค์ พบปะ ทำความรู้จักกับคนแปลกหน้าสถานที่ซึ่งเรียกง่ายๆ ว่า ‘ผับหรู’
พนักงานจัดการที่จอดรถด้านหน้าร้านให้แทนทันทีการจอดรถที่นี่ทำให้เขาเป็จุดเด่น เป็เป้าสายตาของคนในร้าน ชายหนุ่มคิดว่าจริงๆแล้วเขาก็จ่ายเงินพอๆ กับคนที่มาเที่ยวที่นี่แต่การที่เขาขับรถราคาแพงกลับได้รับการต้อนรับดีกว่าคนอื่นเขานึกถึงตอนที่เป็ผู้เล่นกระจอกคนหนึ่งในเกมทุกคนปฏิบัติกับเขาเท่าเทียมกับคนอื่น และในบางครั้งก็ดูเหมือนจะเลวร้ายกว่าเสียด้วยซ้ำ
“คุณแทนเชิญด้านในเลยครับ เดี๋ยวผมจัดโต๊ะให้” ผู้จัดการร้านที่เดินออกมารับบอกกับเขา“สาวๆ กลุ่มนั้นมองคุณแทนตาเป็มันเลยนะครับ”
“มองรถผมมากกว่า” แทนว่า แต่เขาก็ไม่ได้คิดอะไรเพราะที่เขาเอารถคันนี้ออกมาก็ด้วยเื่ที่ว่า้าให้มันเตะตานี่ล่ะ
“เอาใกล้ๆ สาวกลุ่มนั้นเลยนะครับ เดี๋ยวผมให้เด็กรีบจัดการโต๊ะให้” ผู้จัดการถามต่อ แทนพยักหน้ารับ และไม่นานนัก โต๊ะของเขาก็เรียบร้อยมันอยู่ข้างโต๊ะหญิงสาวสวยสามคนที่มองดูเขาแล้วคุยกันคิกคัก
แทนนั่งลงที่โต๊ะผู้จัดการรู้ดีว่าเครื่องดื่มของแทนนั้นพิเศษ เหล้าสองขวด...
ขวดหนึ่งเป็เหล้าจริงส่วนอีกขวดเป็น้ำชาที่กรอกเข้าไปในขวดเหล้าเพื่อให้ดูเหมือนเขากำลังดื่มอยู่เหมือนคนอื่นๆ ส่วนขวดที่ใส่เหล้าจริงไว้นั้นเอาไว้เทให้คนที่เข้ามาพูดคุยกับเขา ซึ่งพนักงานเสิร์ฟทุกคนรู้เื่นี้ดี
“ขับรถแรงๆนี่อันตรายมากไหมคะ” สวยสวยในชุดสายเดี่ยวถามแทนที่นั่งอยู่ข้างๆ
“ไม่หรอกครับถ้าชินก็เหมือนกับรถปกติแหละครับ” แทนตอบกลับไปในที่สุดเขาก็ได้เพื่อนคุยอย่างที่หวังเสียที
“คุณทำงานอะไรหรือคะ”หญิงสาวอีกคนที่เป็เพื่อนกลุ่มเดียวกันย้ายมาคุยกับแทนเธอสวมเสื้อแขนกุดสีดำและกำไลข้อมือสีเงิน และแต่หน้าบางกว่าหญิงสาวคนแรก
แทนแตะยิ้ม “ผมเรียนอยู่ครับ”เขาว่า
“อุ้ย...ยังเรียนอยู่แต่มีรถอย่างนี้ขับที่บ้านคงทำธุรกิจใหญ่สินะคะ”ผู้หญิงคนสุดท้ายในโต๊ะย้ายมาร่วมวงสนทนากับแทน ใบหน้าเธอสวยหวานแต่ดวงตาฉายแววไม่ค่อยจริงใจสักเท่าไรแต่วันนี้แทนไม่ได้มาหาคนจริงใจ เขาเพียง้าเพื่อนที่จะพูดคุยกับเขาฆ่าเวลา และเมื่อเป็แบบนั้นแทนก็เลยพูดขึ้น“เรารวมโต๊ะกันเลยดีไหมครับ” เขาถามความเห็นสามสาวซึ่งทั้งสามก็เห็นด้วยกับเื่นี้
หลังจากนั้นการคุยเล่นกับสาวๆก็ดำเนินต่อไปอีกเกือบชั่วโมง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็การถามถึงที่บ้านถามถึงความร่ำรวยและรถหรูของเขาเป็ส่วนใหญ่ จริงอยู่วันนี้เขาตั้งใจมาหาเพื่อนคุยแต่อยู่ๆ แทนก็รู้สึกเบื่อขึ้นมา เขาแกล้งมองนาฬิกาข้อมือของตัวเอง
“แย่แล้วสิครับ ผมมีธุระนิดหน่อย คุยกับพวกคุณสนุกมากเลยครับถ้ายังไงผมขอเบอร์ติดต่อไว้ได้ไหมครับ” แทนพูดพร้อมกับยื่นสมาร์ทโฟนของเขาออกไปหญิงสาวทั้งสามยิ้มให้ก่อนจะกดเบอร์ติดต่อของพวกเธอให้กับเขา
“ไปก่อนนะครับ” แทนบอกลาอีกครั้งก่อนจะไปที่รถซึ่งจอดอยู่ด้านหน้าแล้วจัดการขับออกไปอย่างรวดเร็ว เขาขับผ่านท้องถนนยามราตรี ขับขึ้นทางยกระดับขับรถผ่านสายลมที่สวนเข้ามา ชายหนุ่มมุ่งหน้ากลับบ้านของเขา ในตอนนี้แทนอยากเปิดเครื่องเกมที่สามารถส่งเขาไปเป็เป็คนธรรมดาส่งเขาไปเป็แค่ผู้เล่นแทนไทย ผู้เล่นที่มีเพื่อนซึ่งไม่ได้หวังอะไรจากความร่ำรวยของเขา
แทนจอดรถไว้ที่หน้าบ้านโดยไม่ได้ถอดกุญแจเพราะเื่รถจะมีคนรับผิดชอบตรวจสอบดูแลหลังใช้เสร็จอยู่แล้ว ชายหนุ่มเดินขึ้นไปที่ห้องของเขาทันทีแทนเปิดไฟและเดินไปเปิดเครื่องเกมของเขาเป็อันดับต่อไปต่อจากนั้นก็เชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆ ตามลำดับ ก่อนจะนอนราบลงบนเตียงของเขา ไม่นานนักแสงสว่างวาบก็เจิดจ้าขึ้นทันที...
ชายหนุ่มกลับสู่วิหารแห่งนักเดินทางกลับสู่โลกที่ความเหงาของเขาไม่กล้ำกรายแทรกตัวเข้ามากลับสู่โลกที่เขาคือผู้เล่นแทนไทย... ผู้เล่นธรรมดาคนหนึ่ง ผู้เล่นบ้าๆ บอๆที่มีเพื่อนสองคนซึ่งสามารถพูดคุยได้อย่างสนิทใจ...
สักวันหนึ่ง...เขาจะขอเบอร์ติดต่อเพื่อนทั้งสองของเขาในโลกแห่งความจริง
สักวันหนึ่ง...
“เฮ้อ...! ในที่สุดก็กลับมาจนได้” เขาพูดพร้อมกับเปิดหน้าจอการติดต่อดูเหมือนนิกกี้จะยังไม่กลับมา แต่เธอก็บอกไว้ก่อนแล้วว่าจะกลับมาใกล้ๆ งานแข่งแทนเลื่อนลงมาดูที่ชื่อบลานซ์ เขายังออนไลน์อยู่ ชายหนุ่มแตะยิ้มก่อนที่จะติดต่อไป“เฮ้บลานซ์! นายทำอะไรอยู่!” เขาถาม
ไม่กี่วินาทีต่อมาเสียงบลานซ์ก็ตอบกลับมา“เดินดูตลาดว่าแต่ทำไมนายกลับมาเร็วขนาดนี้” บลานซ์ถาม
“เสร็จธุระเร็วน่ะ”แทนตอบสั้นๆ
“มีเื่อะไรรึเปล่า”เสียงถามกลับมาน้ำเสียงจริงจัง
แทนนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะตอบกลับไป“เฮ้ย! มีอะไรที่ไหนล่ะ ไม่มีๆ”
“แบบนี้มีชัวร์ๆเอาน่านายไม่อยากเล่าก็ไม่เป็ไร แต่ถ้ามีอะไรอยากเล่าก็บอกฉันละกัน”
“นายเป็เ้าของร้านหรือไง”แทนถามปนยิ้ม
“หา...ร้านอะไรเ้าของร้านอะไร ฉันงง”
“ก็นายบอกฉันว่าถ้าอยาก‘เหล้า’ เมื่อไรให้ไปหานายนายเป็เ้าของร้าน ‘เหล้า’ รึไงฉันถึงต้องไปหา” แทนอธิบายมุกของเขาให้มนุษย์ผู้ไม่ค่อยจะทันมุกอะไรอย่างบลานซ์
“กรรม...” บลานซ์พูดขึ้น “นายอยู่ไหนเดี๋ยวฉันไปหา” เขาถามแทน
“วิหารนักเดินทางนั่นล่ะเพิ่งเข้ามาสดๆ ตัวยังเปื้อนแสงวาร์ปอยู่เลยเนี่ย” แทนตอบ
“ดีๆ...งั้นเดี๋ยวไปเดินตลาดด้วยกันฉันได้การ์ดที่ไม่เหมาะกับตัวเองมาเยอะเลย ว่าจะเอาไปขายแล้วซื้อการ์ดที่เล็งไว้เสียหน่อย”เสียงจากบลานซ์ผ่านระบบสื่อสารเข้ามา
“ฉันก็มีเป็กระบุง”แทนพูด เขานึกอะไรบางอย่างได้จึงลองถามบลานซ์ออกไป “ตะกี้ฉันขับเฟอร์รารี่ที่บ้านไปข้างนอกมาน่ะ” เขาพูด
“อ่าวเรอะแพงนะนั่น...แต่ฉันชอบขับมอเตอร์ไซค์มากกว่า” บลานซ์ตอบแบบไม่ค่อยสนใจ
แทนแตะยิ้มที่มุมปาก “ฉันก็ชอบ ว่างๆวันหลังไปลองเครื่องกันหน่อยก็ได้ ว่าแต่นายรีบๆ มาเหอะ” ชายหนุ่มว่า
“โอเค เดี๋ยวไป”บลานซ์พูดก่อนจะตัดสายไป
“หึ...สมกับเป็เ้าบลานซ์”แทนพูดกับตัวเอง หลังจากนั้นเขาก็เดินไปคอยเพื่อนของเขาที่หน้าวิหารแห่งนักเดินทาง