ด้านดาริกาคิดได้ว่า
"วันนี้ยังไม่ใช่วันดี ยัยเพนนีดันโผล่มาขัดจังหวะ พอก่อนดีกว่า"
จึงตอบคุณหญิงเฟื่องทองไปว่า
"คุณป้าคะ ดาด้ารู้สึกว่าดาด้ายังไม่อยากจะรู้รบปรบมือกับใครตอนนี้ค่ะ"
คุณหญิงเฟื่องทองมองด้วยแววตาสงสาร
"โถ! หนูดาของป้า นี่จิตใจดีจริงๆ ไม่พร้อมก็ไม่เป็นไรลูก เดี๋ยวหนูดาจะรับฝีปากที่กดดันจากแม่คนนั้นเธอไม่ไหวเอา ไปพักผ่อนเถอะลูก ป้ารับหน้าเอง ไม่ต้องกลัว"
"ดาด้าขอบคุณคุณป้ามากๆ เลยนะคะ"
ดาริกาจึงหันหลังกลับไปห้องตัวเอง สงสัยว่าช่วงเวลานี้คงยังไม่เหมาะทำอะไร เธอควรรอจังหวะเวลาที่เหมาะสม
เมื่อดาริกามาอยู่บนห้องเธอจึงคิดได้ว่า
"งั้นช่วงนี้ฉันดูแลคุณป้าเฉยๆ ไปก่อน ทำนิ่งๆ ตอนนี้เสียคะแนนกับคุณธนาไปหมดแล้ว รอให้ถึงวันสำคัญอย่างวันเกิดยัย
เพนนีซะก่อน คุณธนาต้องมีอะไรเซอร์ไพรส์แน่ๆ รับรองค่ะคุณธนา ดาด้าจะไม่ยอมให้คุณกับยัยเพนนีนั่นสมหวังแน่ๆ "
ระหว่างทางก่อนจะถึงวันเกิดเพนนีในอีกสองสัปดาห์ ดาริกาก็คิดได้ว่าควรจะแอบอ่อยคุณธนาสักเล็กน้อย ในแต่ละวัน ดังนั้นวันนี้เธอขอคิดแผนก่อน เผื่อกลางคืนคิดออก ไปทำให้คุณธนาเห็น ชายหนุ่มจะได้สนใจเธอบ้าง
ด้านเพนนีกับธนาวินทร์ที่จูงมือกันลงมา เห็นแค่คุณหญิงเฟื่องทองนั่งอยู่ก็ถอนใจ
"โธ่! ยัยน้ำกรด อดเห็นภาพความรักอันแนบแน่นของฉันกับคุณธนาเลย เสียดายแทนจริงจริ้งงง"
"คิดอะไรอยู่คุณพนิตพร ทำหน้าเหมือนเสียดาย"
เพนนีสะดุ้งในใจพร้อมคิดว่า " อุ๊ย! คุณแม่ขามีญาติทิพย์" แต่หญิงสาวตอบไปว่า
"เปล่านะคะคุณแม่ เพนนีแค่ดีใจค่ะ ที่เห็นคุณดาริกาได้ไปพักผ่อนสักที"
"เหอะ ไปพูดให้เด็กสามขวบฟัง ยังไม่เชื่อที่คุณพนิตพรพูดออกมาเลย"
"แปลกจัง เด็กสมัยนี้โตเร็วจริงๆ แค่สามขวบพูดไปก็รู้เรื่องละ เห็นเมื่อก่อนกว่าจะรู้เรื่องก็ตั้งห้าหกขวบ ถึงจะเลิกดื้อ"
คุณหญิงเฟื่องทองไม่อยากเสวนากลับด้วย เธอจึงทำเพียงค้อนตามองใส่ ธนาวินทร์จึงต้องสงบศึก
"มาครับๆ เราไปข้างนอกกันดีกว่า"
"ไม่เอา แม่ไม่ไป เหนื่อย แม่จะอยู่บ้าน ไปกันสองคนเถอะจ่ะ" คุณหญิงเฟื่องทองบอกประโยคสุดท้ายอย่างประชด
เพนนีก็รู้ แต่แสร้งบอก
"ดูสิคะคุณธนา คุณแม่อนุญาตแล้ว เราไปกันเถอะค่ะ เพนนีลาแล้วนะคะ มีของฝากจากปารีสมาฝากเต็มเลย อ้อ! ของคุณดาริกาอาจจะยังไม่มีนะคะ เพราะเพนนีเพิ่งทราบว่าเธอขนข้าวขนของมาอยู่บ้านนี้ตอนเพนนีถึงไทยแล้ว"
พูดแล้วก็ไหว้ลาออกไป พร้อมจูงมือธนาวินทร์เดินตาม เพนนีรู้ว่าดาริกามาอยู่บ้านนี้ตั้งแต่เธอยังอยู่ที่ปารีสแล้ว แต่เธอไม่อยากซื้อของให้ยัยน้ำกรด เรื่องอะไร ไปทำดีกับคนแบบนี้ ทำให้ตายก็ได้ผลร้ายกลับมาแน่นอน เมื่อทั้งคู่พากันถึงรถ ธนาวินทร์จึงบอก
"เพนนีครับ คุณเพิ่งลงเครื่องมา แถมมาที่บ้านผมเลยน่าจะเหนื่อย เอาแบบนี้แล้วกัน กลับบ้านของเพนนีดีกว่า"
"ก็ดีค่ะ ไปคฤหาสน์ของเพนนี อาจจะสงบกว่าบ้านนี้ไม่มียัยดาริกามากวน อ้อ! เพนนีขอเวลาสักครู่นะคะ เพนนีจะโทรบอกนายพงษ์ก่อนว่าให้รีบกลับไปเปิดประตูบ้านจัดของรอ"
หญิงสาวจึงหันไปโทรศัพท์คุย
"นายพงษ์ กลับคฤหาสน์ด่วน ไปเตรียมห้องนอนฉัน ฉันกับคุณธนาจะไปพักผ่อน"
"ห้องคุณเพนนีหรอครับ"
"ก็ใช่สิจ๊ะ จะให้นอนห้องนายรึไง ทำเหมือนไม่เคยเห็น คุณธนาก็มาพักผ่อนที่คฤหาสน์ของฉันตั้งหลายครั้ง เคยเห็นคุณธนาไปนอนห้องอื่นนอกจากห้องนอนฉันมั้ยล่ะ"
เธอเป็นสาวสมัยใหม่ เวียนว่ายตายเกิดมาหลายรอบละ แค่เรื่องการนอนหลับหรืออยู่ก่อนแต่งกับคุณธนา เธอก็ไม่สนใจแต่ลืมคิดไปว่าจุดนี้อาจจะทำให้คุณหญิงเฟื่องทองไม่พอใจได้
"ไม่ครับ" ภาสพงษ์ตอบกลับ
"นั่นไง แล้วยังจะถามอยู่ได้ ไปจัดของเร็วๆ"
"แล้วคุณฟ่งล่ะครับ"
"ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก ฟ่งเอ๋อเธอกลับได้ เผลอๆ กลับพร้อมนายนั่นแหล่ะ ขับรถระวังๆ แล้วกันนะจ๊ะ"
เพนนีหัวเราะด้วยความสะใจ ธนาวินทร์สะดุดหูชื่อแปลกๆ
"ใครหรอครับฟ่งเอ๋อ"
"อุ๊ย! ไม่มีไรหรอกค่ะ เพื่อนใหม่นายพงษ์เขาน่ะ" เพนนีไม่ได้อยากบอกให้ธนาวินทร์รับรู้เรื่องอวี๋เฟิงฟ่ง เพราะชายหนุ่มเป็นคนที่ไม่ได้เชื่อในเรื่องราวเหนือวิทยาศาสตร์สักเท่าไหร่
"ไปกันเถอะค่ะ บ้านเราสองคนอยู่ไม่ไกลกันมาก นายพงษ์คนไปจัดเตรียมห้องเรียบร้อยแล้ว"
"เพนนีครับถ้าคุณง่วงก็นอนได้เลย ผมพักผ่อนมาพอแล้ว ขับต่อได้ แค่นี้ใกล้ๆ"
"ขอบคุณคุณธนานะคะ งั้นเพนนีหลับก่อนน้าาา"
เพนนีจึงเริ่มเข้าสู่นิทราในทันที ธนาวินทร์เมื่อมองคนรักด้วยแววตาและสีหน้าเอ็นดูแล้วจึงขับรถมุ่งตรงไปคฤหาสน์ของเพนนี
บนรถของภาสพงษ์
อวี๋เฟิงฟ่งตามชายหนุ่มกลับมาจริงด้วย เธอจะหายตัวก็ได้ เพราะไม่อยากอยู่กับผู้ชายสองต่อสอง ถ้าใครเห็นจะนินทาเอาได้ สมัยก่อนการอยู่ด้วยกันในที่ลับตาของชายหญิงเป็นเรื่องต้องห้าม แต่เธอเหมือนจะนึกได้ว่า ก่อนที่เธอจะเสียชีวิตเธอก็เคยอยู่กับผู้ชายคนหนึ่งแบบนี้ แต่เป็นตอนเด็กๆ ผู้ชายคนนั้นไม่ใช่พี่ชายใหญ่ของเธอ และไม่ใช่ถงฝูแน่นอน แต่เธอนึกไม่ออก คล้ายว่าเรื่องราวก่อนหน้านั้นนับพันปีมันขาดหายไป แต่เธอก็นึกได้ว่าตอนนี้เธอเป็นวิญญาณหากไม่ตั้งใจปรากฏตัวก็ไม่มีใครเห็น อีกทั้งเธอก็มีเรื่องอยากบอกภาสพงษ์ด้วย
"ถงฝู ถงฝู ได้ยินข้าหรือไม่"
"เฮ้อ! คุณฟ่งครับ เมื่อไหร่ผมจะชินกับคุณสักทีเนี่ย หัวใจจะวาย อุ๊ย! ไอ้พงษ์ปากเสีย เดี๋ยวพูดแล้วตายตอนนี้ขึ้นมาเรื่องใหญ่" ว่าแล้วภาสพงษ์ก็เอามือตบปากตัวเอง แล้วหันไปตอบอวี๋เฟิงฟ่ง
"ได้ยินครับคุณฟ่ง"
"ถงฝู ข้าว่าคนรักของเฟยเฟย หน้าตาช่างคล้ายใครบางคนมากๆ คล้ายกับคนที่มีอำนาจในราชสำนัก"
"คุณฟ่งลองนึกดูเลยครับ เผื่อช่วยฟื้นความทรงจำเรื่องการฆาตกรรม"
"ข้าจำเรื่องนั้นไม่ได้ แต่ข้าพยายามนึกอยู่ รอสักประเดี๋ยว ข้าอาจจะจำได้"
หญิงสาวจึงใช้ความพยายามอย่างหนักในการนึกและใช้เวลานาน นึกไปสักพักก็ลืมตาด้วยความตะลึงทันทีเมื่อรถเข้ามาจอดภายในคฤหาสน์ของเพนนี
"ถงฝู ข้านึกออกแล้ว ข้าคุ้นหน้าบุรุษผู้นั้นแล้ว"
"คุณธนาวินทร์คือใครหรอครับ"
"ข้าจำผิดตอนที่ข้าตายไม่ได้อยู่ในสมัยของฮ่องเต้หมินเกาแต่เป็นช่วงการปกครองของฮ่องเต้หมินเล่อ คนรักของเฟยเฟยเขาคือหรงกั๋วกง — ฉีลู่หรง"
"ผมว่าชื่อคุ้นๆ นะครับคุณฟ่ง"
"เดี๋ยวก่อนนะถงฝู น้องสาวของเจ้ากำลังมา"
ภาสพงษ์กำลังจะถามว่าน้องสาวอะไร หมายถึงใคร
ด้านแตงที่สงสัยเพราะกำลังเอาขยะไปทิ้ง ได้ยินเหมือนภาสพงษ์กำลังคุยกับใครสักคนในรถ ทั้งๆ ที่รถยนต์ก็เป็นแบบหรู ที่เก็บระบบเสียงอย่างดี แต่แตงคงไม่ได้รับรู้ว่าตัวเธอมีประสาทหูที่พิเศษ เธอจึงถือวิสาสะ เคาะหน้าต่างรถ
ก๊อกๆๆๆๆ // เสียงเคาะที่ดังขึ้นทำให้ภาสพงษ์หันไปมองพบกับแตง
"อะไรแตง เคาะรถทำไม"
"แตงสงสัยน่ะค่ะ ได้ยินคุณภาสคุยกับใครหรอคะ"
"หูฝาดแล้วแตง ฉันอยู่คนเดียว จะคุยกับใคร ฉันปกติดีนะไม่ได้มีปัญหาทางด้านประสาทสักหน่อย มีอะไรไปทำต่อเถอะ"
"ค่ะๆ " แตงเดินไปทิ้งขยะด้วยความติดใจสงสัย
"โชคดีนักคราวนี้ ถงฝูข้าว่าน้องสาวเจ้า ยังคงเป็นบ่าวรับใช้ที่หูดีเช่นเคยเลยนะ"
"ยัยแตงเนี่ยนะน้องสาวผม"
"ใช่ ข้าเคยบอกเจ้าแล้วว่านั่นคือถงฮว๋า น้องสาวของเจ้า แต่ข้าว่าข้าไม่ได้จำผิดแน่ ทั้งที่ชาตินี้กับชาติก่อนหน้า เจ้าทั้งคู่ก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไป แล้วเหตุใด หน้าตาจึงออกไปคนละทิศคนละทาง แต่ชั่งเถิด กลับมาที่จวนหรงไท่กงที่ข้าค้างเอาไว้"
"ผมนึกออกแล้ว จวนหรงไท่ของหรงกั๋วกง เป็นจวนเดียวกับที่คุณฟ่งบอกว่า เป็นสถานที่จัดงานเลี้ยงน้ำชาของคุณหนูตระกูลนั้น แล้วทำให้คุณฟ่งกับคุณเพนนี ได้รับการวางยามาจนตาย"
"เจ้านี่เก่งเสียจริงถงฝู"
"แน่นอนครับ ใครก็ชม แล้วคุณธนาวินทร์หรือคุณฉีนั่นเกี่ยวกับอะไรกัน"
"ฉีลู่หรง เป็นอัครเสนาบดีคนสนิทฝ่ายขวาประจำเลขานุการของฮ่องเต้หมินเล่อ"
"โอ้โห ตำแหน่งใหญ่มาก"
"ที่เจ้าคิดนั้นถูกต้องแล้ว อำนาจของฉีลู่หรงนั้นอยู่เหนือผู้เกือบทั้งแผ่นดิน ยกเว้นแค่เพียงคนเดียว ซึ่งเจ้าก็คงเดาได้"
"ฮ่องเต้หมินเล่อแน่ๆ ใช่มั้ยครับ"
"ถูกต้องแล้วถงฝู"
"แล้วงานเลี้ยงน้ำชาที่ทำให้คุณฟ่งกับคุณเพนนีตายนี่ ก็เกิดในบ้านของคุณฉี แล้วแบบนี้ จะดีหรอครับ ไม่ใช่ผมไม่ไว้ใจคุณธนาวินทร์นะครับ"
"ข้าสังเกตแววตาของท่านฉีแล้ว ในชาตินี้ข้าว่าท่านฉีไว้ใจได้ ไม่ได้มีเล่ห์เหลี่ยมร้ายกาจแบบท่านกั๋วกงในยุคข้า"
"แหม่! ถ้าเกิดคุณเพนนีสุดร้าย ไปเจอกับคุณธนาวินทร์ที่เป็นคุณฉีลู่หรงในยุคก่อน เรื่องคงจะสนุกพิลึกแน่ๆ ต่างคนต่างร้าย ไม่มีผู้ชายอบอุ่นคนเดิม" แล้วภาสพงษ์ก็หัวเราะ
"อย่าได้ขันไปถงฝู ข้าว่า บุรุษยุคข้า จะยังไงก็รักเดียวใจเดียว เว้นแต่ฝ่าบาท ที่อนุญาตให้มีสนมหลายคนได้ ข้าคิดว่าต่อให้เฟยเฟยจะร้ายกาจแค่ไหน แต่เฟยเฟยชาตินี้ก็เป็นคู่กับท่านกั๋วกง หากกลับไปเป็นชาติก่อนหน้า เป็นคู่แล้วย่อมไม่แคล้วกัน ยังไงข้าก็เชื่อเช่นนั้น เฟยเฟยย่อมสงบท่านกั๋วกงได้
"สาธุครับคุณฟ่ง ลงกันดีกว่าครับต้องไปจัดห้องคุณเพนนีอีก"
เมื่อคิดได้แบบนี้ทั้งคู่จึงลงจากรถ ภาสพงษ์ไปสั่งงานคนรับใช้ให้ไปจัดห้องเพนนี ส่วนอวี๋เฟิงฟ่งก็ไปนั่งเล่นตรงห้องรับแขกอีกห้อง เพราะห้องนั้นจะใช้ก็ต่อเมื่อมีแขกมาหาเพนนีที่คฤหาสน์ แต่ไม่ค่อยได้ใช้นักเพราะเพนนีไม่ชอบต้อนรับคนอื่นที่บ้าน ซึ่งสถานที่ที่ต้อนรับนายบวรเองก็เป็นคนละห้องเช่นกัน แต่ถึงจะไม่มีใครมาใช้ เพนนีก็ถือว่าต้องเก็บกวาดให้สะอาดเรียบร้อยและเปิดแอร์ตลอดเวลา อวี๋เฟิงฟ่งจึงไปนั่งรอนั่งเล่นอยู่ในห้องนั้นด้วยความสบายใจ