ตอนที่ 196 ช่วยด้วยมีคนเป็นลม
“ช่วยด้วยมีคนเป็นลม!!”
เด็กนักเรียนที่อยู่บริเวณใกล้เคียง เมื่อได้เห็นร่างของมายด์ทรุดลงไปกับพื้นด้วยท่าทางผิดปกติ พวกเขาก็รู้ได้ในทันทีว่า มีคนเป็นลมและพวกเขาก็เริ่มตะโกนกันเพื่อขอความช่วยเหลือ
ซึ่งทางด้านเพื่อนของมายด์ที่สอบเสร็จแล้วและกำลังตามหลังออกมา ก็เห็นฉากนั้นพอดี พวกเธอรีบวิ่งตรงเข้าไปหามายด์เพื่อประคองร่าง
แต่ทว่าในขณะที่เธอกำลังจะยกร่างของมายด์ให้ลุกขึ้นหรือพยายามปลุกเธอ ก็พลันมีเสียงพูดด้วยความเร่งเรีบดังขึ้นจากด้านหลัง “อย่าพึ่งขยับตัวเธอ!” เพื่อนของมายด์หันหลังไปตามเสียงนั้น ก่อนจะพบว่าเจ้าของเสียงที่ฟังดูคุ้นหูก็คือ ‘พลอย’ นั่นเอง
พลอย เบลล์ อีฟและดรีม ทั้งสี่คนได้สอบเสร็จกันมาสักพักหนึ่งแล้วและกำลังทวนคำตอบกันอยู่สักจุดหนึ่งของศูนย์ประชุม ก่อนที่ทุกคนจะพลันได้ยินเสียงร้องตะโกนข้อความช่วยเหลือว่ามีคนเป็นลม จึงได้รีบวิ่งมาดูอาการ
“พูดบ้าอะไร พวกเราต้องรีบพามายด์ไปส่งโรงพยาบาลนะ!” อย่างที่รู้กันดีว่ากลุ่มของมายด์ที่เป็นลม นั้นไม่ชอบพลอยเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว การที่จู่ๆ พลอยเข้ามาตะโกนใส่พวกเธอแบบนี้มันทำให้สถานการณ์ยิ่งบานปลายเข้าไปใหญ่
แน่นอนเมื่อมีเรื่องเกิดขึ้น สิ่งแรกที่เด็กนักเรียนที่อยู่ในวัยอยากรู้อยากเห็น ก็รีบหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายคลิปวิดีโอกันทันที ซึ่งหนึ่งในนั้นก็มีเด็กนักเรียนผู้ชายที่มีนิสัยน่ารังเกียจคนหนึ่ง ได้ยกมือถือของตัวเองขึ้นมา กดถ่ายรูปและวิดีโอมายังร่างของมายด์ ที่ตอนนี้นอนหมดสติไปแล้ว
ซึ่งในขณะที่มายด์ล้มฟุบลงไป กระโปรงนักเรียนของเธอก็ได้เลิกขึ้นจนเห็นถึงขาอ่อนของหญิงสาวที่อีกเพียงนิดเดียวก็จะเห็นถึงของสงวนของมายด์แล้ว นี้เองจึงเป็นเหตุผลที่เด็กผู้ชายที่มีพฤติกรรมที่น่ารังเกียจถึงรีบหยิบมือถือของตัวเองขึ้นมาถ่ายรูปของมายด์ไว้นั่นเอง
มายด์คือเด็กผู้หญิงที่สวยและน่ารักคนหนึ่ง ถ้าตัดนิสัยและพฤติกรรมที่ไม่ดีของเธอออกไป ถึงอย่างนั้นแม้มายด์จะมีนิสัยที่ไม่ค่อยดี แต่เธอก็ไม่สมควรที่จะถูกล่วงละเมิดทางเพศด้วยวิธีน่ารังเกียจแบบนี้
พลอยได้เห็นถึงพฤติกรรมของเด็กผู้ชายหลายคน ก่อนที่เธอจะพุ่งตัวเข้าไปช่วยเหลือเด็กผู้หญิงที่เป็นลม และเมื่อเข้ามาใกล้ถึงได้รู้ว่าเป็นมายด์ ที่ไม่ค่อยชอบขี้หน้ากันสักเท่าไร
หากแต่ในระหว่างความเป็นความตาย พลอยที่ได้ร่ำเรียนและได้รับการสั่งสอนมาจากโปรแกรมติวหนังสือ LevelUP ของพีท
เธอก็ได้ซึมซับหน้าที่พื้นฐานของแพทย์โดยที่เธอเองก็ไม่รู้ตัวมาข้อหนึ่ง ‘เมื่อเห็นคนเจ็บ คนป่วยอยู่ตรงหน้า…ไม่ว่าคนนั้นจะเป็นเพื่อน เป็นศัตรู หรือเป็นผู้ร้าย แพทย์ต้องให้การช่วยเหลือให้คนนั้นรอดพ้นจากความทรมาน’ แม้พลอยจะเป็นเด็กนักเรียนชั้นม.6 และกำลังรอผลสอบเข้าคณะแพทย์อยู่
กระนั้นแนวคิดเรื่องหน้าที่ของแพทย์ได้หยั่งรากลึกอยู่ในตัวเธอแล้ว
‘พลอยใฝ่ฝันที่อยากจะเป็นหมอ หมอมีหน้าที่รักษาผู้ป่วย เธอไม่สามารถเลือกผู้ป่วยได้และเธอก็ไม่ใช่ทนายหรือศาลที่จะมาตัดสินว่ามายด์ นิสัยดีหรือไม่ดี สิ่งที่เธอต้องทำคือช่วยชีวิตของมายด์ก่อนสิ่งใดทั้งหมด’
“เบลล์โทรหา 1669 ให้ที” พลอยไม่สนใจคำพูดของเพื่อนในกลุ่มของมายด์ที่กำลังรายล้อมเพื่อนของตัวเอง ก่อนที่พลอยจะบอกให้เบลล์ที่วิ่งตามมาจากด้านหลังโทรหาสายด่วนฉุกเฉินถ้าหากเกิดเหตุด่วนทางการแพทย์ทันที
เบลล์เองก็ตอบรับด้วยสติที่แจ้งชัด เพียงแค่เธอเห็นมายด์เป็นลมอยู่ตรงหน้า เธอก็หยิบมือถือขึ้นมาเตรียมพร้อมโทรหาสายด่วนอยู่แล้ว พอได้ยินพลอยพูดย้ำอีกที ก็ทำให้เบลล์ไม่ลังเลกดโทรหาสายด่วนทันที
ซึ่งในระหว่างนั้นพลอยก็ได้แทรกตัวเข้าไป พลางใช้มือของเธอปิดกระโปรงของมายด์ที่อยู่ในสภาพที่ไม่เหมาะสมให้กับมายด์เป็นอันดับแรกและได้ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ กับมายด์ พลางดีดนิ้วเพื่อสร้างเสียงให้กับมายด์ที่กำลังหมดสติ ได้ยินถึงเสียงเรียกของเธอ
“มายด์ได้ยินฉันไหม?” พลอยทำทุกอย่าง อย่างเป็นขั้นตอน เธอเรียกชื่อของมายด์เพื่อตรวจสอบว่ามายด์มีสติอยู่หรือไม่ แต่ทว่าจากการสังเกตและการประเมินเบื้องต้น
พลอยก็พบว่าร่างกายของมายด์นั้นไม่ดีเอามากๆ หน้าซีด ริมฝีปากแห้ง ตัวเย็น…และที่สำคัญลมหายใจของมายด์นั้นแผ่วเบามาก อีกทั้งยังการหายใจก็ไม่สม่ำเสมอกัน มีอาการขาดห้วงอย่างเห็นได้ชัด นี้คือสัญญาณอันตราย ต้องรีบกู้ชีพโดยด่วน
อย่างไรก็ตามพลอยยังไม่รีบกู้ชีพในทันที เธอพยายามใช้มือของเธอแตะไปที่ช่วงลำคอของอีกฝ่าย เพื่อตรวจวัดชีพจรแบบคร่าวๆ หากแต่ระหว่างที่คล้ำเธอก็พบว่าความดันของมายด์นั้นต่ำลงมากๆ ไม่อาจจะเลี่ยงการกู้ชีพหรือ CPR ได้อีกแล้ว
“ทุกคนช่วยถอยออกไปหน่อย อาการตอนนี้ของมายด์ไม่ดีแล้ว!” เป็นครั้งแรกที่ทุกคนเห็นพลอยตะโกนด้วยน้ำเสียงที่จริงจังแบบนี้ แม้เพื่อนของมายด์จะพยายามห้ามและไม่ให้พลอยเข้ามายุ่งกับเพื่อนของตัวเอง
แต่จากน้ำเสียงของพลอยก็มากพอที่จะทำให้พวกเธอถอยหลังออกไป “เธอจะทำอะไร?!” เพื่อนในกลุ่มต่างตกใจกลัว เมื่อเห็นว่าอาการของมายด์ในตอนนี้ ไม่ใช่การเป็นลมธรรมดาอีกต่อไป ดังนั้นเธอจึงรีบถอยหลัง อนึ่งกลัวว่าจะกลายเป็นผู้เกี่ยวข้องหากมายด์เสียชีวิต แต่แล้วในขณะที่เพื่อนในกลุ่มของมายด์กำลังหวาดกลัวและกังวล
ทางด้านของดรีม อัจฉริยะประจำห้องหนึ่งก็ได้ก้าวเข้ามาช่วยพลอยอีกแรง รวมไปถึงอีฟ ที่พากัน ช่วยกันทุกคนให้ออกจากพื้นที่
ให้มายด์ได้มีพื้นที่มากเพียงพอต่อการได้รับออกซิเจนที่มากขึ้น “ถ้าพวกเธออยากรู้ว่าพลอยจะทำอะไร…งั้นช่วยกันคนพวกนี้ออกห่างจากมายด์เสียก่อน ตอนนี้อากาศเป็นสิ่งสำคัญสำหรับมายด์มาก!” ดรีมพูดเสียงดังและนี้ก็เป็นครั้งแรกที่ดรีมพูดกับเพื่อนในห้อง 1 ของตัวเอง ด้วยน้ำเสียงที่ดังแบบนี้เช่นกัน
เมื่อได้ยินดรีมสั่งแล้ว ทุกคนในกลุ่มของมายด์ได้พากันแยกตัวออกไปกันผู้คนให้ออกห่างจากมายด์ เปิดพื้นที่ให้กับพลอยได้ช่วยเหลือมายด์อย่างเต็มที่
พลอยได้จัดระเบียบร่างกายของมายด์ ด้วยการเอากระเป๋าออกจากตัว ถอดสายคล้องคอที่มายด์สวมใส่ ไม่ว่าจะเป็นสร้อยคอหรือป้ายชื่อสำหรับนักเรียนผู้เข้าสอบออกจากตัวและนำของทั้งหมดใส่กระเป๋าของมายด์
และเริ่มทำการปลดกระดุมเม็ดบนสุดของเสื้อนักเรียนให้กับมายด์ก่อน เพราะตัวของมายด์จัดว่าเป็นคนที่มีหน้าอกอยู่ประมาณหนึ่ง แต่กลับใส่เสื้อนักเรียนที่เล็กกว่ารูปร่างของตัวเอง เพื่อแฟชั่นซึ่งเป็นเรื่องที่เข้าใจได้
แต่กระนั้นในการกู้ชีพ กระดุมเม็ดดังกล่าวจำเป็นต้องปลดออก เพื่อให้เธอได้หายใจได้สะดวก ซึ่งพลอยก็ได้แก้ปัญหาป้องกันมายด์โป๊ ด้วยการเอาผ้าเช็ดหน้าของตัวเอง นำมาปิดช่องว่างของกระดุมเม็ดแรกให้กับมายด์แทน
ก่อนที่พลอยจะเริ่มทำการกู้ชีพให้กับมายด์ มือของพลอยได้วางประสานกันในท่วงท่าที่ถูกต้องตามหลักการกู้ชีพ มือของเธอวางลงบริเวณกลางอกของมายด์ที่เป็นผู้ป่วยอย่างมั่นคงและเริ่มทำการกดหน้าอกเพื่อช่วยในการไหลเวียนเลือด ตามขั้นตอนการกู้ชีพที่เธอเคยฝึกมานับครั้งไม่ถ้วนจากหุ่นจำลองการทำ CPR ที่พีทซื้อมาให้กับกลุ่มติวของพวกเธอได้ฝึกซ้อม
พลอยได้ทำการกดหน้าอกอยู่สักพัก สำหรับคนอื่นอาจจะมองว่าไม่นานเท่าไร แต่สำหรับพลอยนี้คือช่วงเวลาที่เธอเหมือนกับผ่านไปนานหลายนาทีเลยทีเดียว เธอใช้สมาธิไปมากกว่าการสอบที่ผ่านมาเสียอีก เพราะชีวิตของมายด์อยู่ระหว่างความเป็นและความตาย แต่กระนั้นพลอยก็ไม่หยุดมือ จนกระทั่งลมหายใจของมายด์ได้กลับมาหายใจอย่างสม่ำเสมอ เมื่อนั้นพลอยถึงหยุดมือของตัวเอง
และเริ่มทำการตรวจเช็กอาการของมายด์ซ้ำอีกครั้ง “มายด์เธอได้ยินฉันไหม?” พลอยดีดนิ้วเพื่อเรียกสติของมายด์
ซึ่งคราวนี้มายด์ที่ได้สติกลับมาแล้วจากการช่วยชีวิต ก็หันมองมายังเสียงเรียกของพลอย
มายด์ไม่ได้ตอบกลับ เพราะรู้สึกว่าร่างกายนั้นยังรู้สึกหนักอึ้งอยู่ เธอทำได้เพียงแค่มองใบหน้าของพลอย
ใบหน้าที่ฉายชัดถึงความร้อนรน ความกังวล และความเป็นห่วงที่ส่งตรงมาถึงเธอ!
“รถพยาบาลมาแล้ว ทุกคนหลีกทางเร็วเข้า!” หลังจากมายด์มีสติกลับคืนมา ไม่นานนักรถฉุกเฉินก็พลันขับเข้ามาจอดที่หน้าอาคาร เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยรีบเปิดประตูให้กับพยาบาลที่รีบวิ่งออกมาจากรถพยาบาลมาในทันที
ซึ่งเหล่านักเรียนและอาจารย์ที่อยู่โดยรอบ ก็รีบเปิดทางให้ทันที ไม่นานนักพยาบาลซึ่งเชี่ยวชาญด้านการกู้ชีพก็เข้าถึงตัวมายด์ พวกเธอเริ่มประเมินอาการของผู้ป่วยอย่างรวดเร็ว พลางช่วยกันสวมอุปกรณ์ช่วยหายใจ และวัดความดันโลหิตของผู้ป่วยในทันที
พยาบาลเข้าตรวจอาการเบื้องต้นอย่างรวดเร็วทั้งการรับรู้ การหายใจ การตอบสนอง และสัญญาณชีพ ซึ่งในขณะนี้อยู่ในเกณฑ์คงที่และสามารถเคลื่อนย้ายผู้ป่วยได้แล้ว
ในระหว่างนั้น พยาบาลก็ได้เอ่ยถามขึ้นว่าใครเป็นผู้ให้การกู้ชีพแก่ผู้ป่วย เพื่อสอบถามข้อมูลและอาการเบื้องต้น ก่อนการส่งต่อไปยังโรงพยาบาล และในบริเวณนั้นก็มีเพียงพลอยที่นั่งอยู่ข้างๆ มายด์มาตั้งแต่ต้น
เธอคือคนที่ให้การช่วยชีวิตผู้ป่วยด้วยตัวเองทั้งหมด “เธอคือคนที่ช่วยเหลือผู้ป่วยใช่หรือไม่? ขอทราบรายละเอียดเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นด้วยค่ะ?” พยาบาลเอ่ยถามเพื่อนำข้อมูลจากพลอยไปใช้ประกอบการประเมินของทีมแพทย์ที่รับช่วงต่อ
“ก่อนที่ผู้ป่วยจะหมดสติ หนูเห็นว่าเธอเดินไม่มั่นคงค่ะ หลังจากล้มลงและหมดสติ ผู้ป่วยไม่มีการตอบสนอง และการหายใจดูไม่สม่ำเสมอ” พลอยตอบเท่าที่เธอทราบและพบเห็นถึงความผิดปกติของมายด์เท่านั้น
ในจุดนี้ คนที่รู้ถึงอาการของมายด์ก่อนหน้าน่าจะเป็นเพื่อนของเธอมากกว่า พลอยจึงหันไปหาเพื่อนในกลุ่มของมายด์ที่ยืนตัวสั่นอยู่ไม่ไกล และเรียกให้พวกเธอเข้ามาให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับอาการของมายด์ก่อนเกิดเหตุ
“หนูคิดว่าเพื่อนของหนูน่าจะพักผ่อนไม่เพียงพอมาหลายวันแล้วค่ะ มายด์โต้รุ่งอ่านหนังสือมาติดต่อกันหลายวัน อย่างวันนี้ตอนเช้าและตอนเที่ยงเธอก็ไม่ยอมกินอะไรเลย มีแค่ดื่มน้ำอย่างเดียว แล้วก่อนจะเข้าสอบในช่วงบ่าย มายด์ยังไปอาเจียนที่ห้องน้ำด้วยค่ะ
นี่คือทั้งหมดที่หนูทราบค่ะ” เพื่อนในกลุ่มที่ค่อนข้างสนิทกับมายด์เป็นคนตอบคำถามนี้ โดยพยาบาลได้พยักหน้ารับฟังและจดบันทึกอาการตามที่เพื่อนสนิทของมายด์ได้แจ้งไว้อย่างรวดเร็ว
เมื่อประเมินแล้วว่าสาเหตุที่ทำให้มายด์มีอาการเช่นนี้ พยาบาลคนเดิมก็ได้หันกลับมาถามพลอยที่เป็นคนปฐมพยาบาลให้กลับมายด์เป็นลำดับถัดไป
“ตอนกู้ชีพ ชีพจรของผู้ป่วยเป็นยังไงบ้างคะ?” พยาบาลเอ่ยถามกับพลอยและคาดว่าพลอยน่าจะรู้ถึงการปฐมพยาบาลเบื้องต้นได้เป็นอย่างดีจึงได้ถามคำถามเช่นนี้กับพลอย
“ตรวจได้ไม่ชัดค่ะ” พลอยตอบทันที “ชีพจรเบามาก และการหายใจไม่สม่ำเสมอ ไม่ถือว่าปกติแล้ว” พลอยเว้นจังหวะเล็กน้อย ให้พยาบาลเรียบเรียงภาพเหตุการณ์ตามคำพูด “หนูประเมินแล้วว่าการไหลเวียนไม่เพียงพอ ถ้ารออาจเสี่ยงมากกว่านี้ค่ะ เลยตัดสินใจเริ่มช่วยชีวิต ด้วยการกดหน้าอกเพื่อพยุงการไหลเวียนเลือด และประเมินการหายใจไปพร้อมกันค่ะ”
พลอยเริ่มเล่าเหตุการณ์ที่เธอทำเพื่อช่วยชีวิตมายด์อย่างเป็นลำดับ ตั้งแต่วินาทีวิกฤตจนกระทั่งอีกฝ่ายปลอดภัย
“หนูประเมินอาการซ้ำเป็นระยะค่ะ ดูสีผิว ดูการขยับของหน้าอกและการตอบสนองของร่างกาย จนสุดท้ายผู้ป่วยมีการไอ และการหายใจเริ่มกลับมาเป็นจังหวะสม่ำเสมอขึ้น หนูจึงหยุดการช่วยชีวิตทันทีที่การหายใจกลับมา และเฝ้าดูอาการต่อเนื่อง…ไม่ให้มีใครขยับตัวเธอ จนกระทั่งพยาบาลมาถึงค่ะ” เมื่อพลอยพูดจบ พยาบาลที่กำลังจดบันทึกก็เงยหน้าขึ้น พลางส่งยิ้มให้เล็กน้อย
เพราะการช่วยชีวิตของพลอย ทำให้ทุกขั้นตอนต่อจากนั้นง่ายขึ้นกว่าที่ควรจะเป็นมากนัก
ทั้งนี้ร่างของมายด์ได้ถูกหามขึ้นเปลเพื่อเตรียมเข็นขึ้นรถพยาบาลแล้ว หากแต่ในระหว่างที่กำลังจะนำร่างของมายด์ขึ้นรถพยาบาล จู่ๆ ก็พลันมีเสียงตะโกนดังมาจากด้านนอกของอาคาร โดยต้นเสียงมาจากคนขับรถพยาบาลที่บีบแตรเสียงดังใส่รถยนต์คันหนึ่งที่เข้ามาจอดขวางด้านหน้าพยาบาลนั่นเอง
“ตอนนี้กำลังมีผู้ป่วยที่จำเป็นต้องรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลเป็นการด่วน…ช่วยขับรถไปจอดที่อื่นด้วยครับ!” คนขับรถพยาบาลตะโกนลั่น ซึ่งรถที่จอดขวางทางรถพยาบาลอยู่นั้นก็เป็นรถยนต์ยี่ห้อ BMW
และเจ้าของรถคันนั้นก็ไม่ใช่ใครอื่นเป็น ‘มิค’ พี่ชายของมายด์นั่นเอง “ขอจอดแป๊บหนึ่ง น้องผมเองก็ไม่สบายเหมือนกัน ผมมารับเธอไปโรงพยาบาล” มิคโต้กลับทันที ด้วยน้ำเสียงที่แข็งกร้าว ไม่มีท่าทีที่โอนอ่อนหรือยอมทำตาม
แสดงให้เห็นว่ามิคนั้นขาดสามัญสำนึกมากขนาดไหน ถึงได้แสดงความเห็นแก่ตัวออกมาเช่นนี้ หลังจากได้รับข้อความจากมายด์น้องสาวของตัวเองที่น่าจะไม่สบาย ส่งข้อความมาหาตนเองให้มารับไปโรงพยาบาลนั่นเอง
มิคได้โทรหามายด์ด้วยความร้อนใจ โดยไม่สนใจที่จะขยับรถหรือคำพูดของคนขับรถพยาบาลที่กำลังขอร้องเขาอยู่ก็ตาม เพราะมิคตั้งใจที่จะขวางทางออกก็เพื่อที่จะพาน้องสาวของตัวเองไปโรงพยาบาลให้เร็วที่สุดนั่นเอง
หากแต่ในระหว่างที่ทุกอย่างกำลังตกเป็นเป้าสายตาของเด็กนักเรียนและเหล่าครูอาจารย์ที่เฝ้าสอบ รถพยาบาลที่เข็นร่างของมายด์ก็ได้ถูกเข็นออกมาเพื่อเตรียมขึ้นรถพยาบาลแล้ว คบขับรถพยาบาลหัวเสียและรีบสั่งให้มิครีบนำรถออกไป
ระหว่างนั้นทางด้านของเพื่อนในกลุ่มของมายด์ที่ตามพยาบาลออกมาก็ได้เหลือบไปเห็นมิค ที่กำลังโต้เถียงอยู่กับคนขับรถพยาบาล ก่อนที่พวกเธอจะเรียกหามิคและบอกว่า รถพยาบาลคันนี้ คือรถที่จะพามายด์ไปส่งพยาบาล
และจากคำพูดนี้เพียงคำเดียวมันก็ทำให้มิค ผงะด้วยความตกใจ ร่างกายแข็งค้างเมื่อเห็นร่างของมายด์นอนอยู่บนรถเปลที่ถูกเข็นออกมา
ก่อนจะรีบวิ่งไปดูอาการของน้องสาวตัวเองทันที แต่ทว่าคนขับรถพยาบาลไม่อาจรอได้อีกต่อไป
“หากไม่อยากให้น้องสาวตกอยู่ในอันตรายไปมากกว่านี้ รีบขยับรถออกไปเดี๋ยวนี้ครับ!”
...โปรดติดตามตอนต่อไป...
นิยายลงทุกวันเวลา 2 ทุ่มนะครับ
สามารถติดตามผู้แต่งเพื่อติดต่อสอบถามได้ที่แฟนเพจเลยนะครับ
www.facebook.com/WritelazyV2
นามปากกา.Writelazy