นางแก้วของพระเจ้าจักรพรรดิ เป็นหญิงที่มีบุญญาธิการ รูปร่างน่าดูชม ผิวพรรณเปล่งปลั่งผ่องใส สวยงามกว่ามนุษย์ทั่วไป พูดจาสุภาพไพเราะ ไม่โกหก มีกลิ่นดอกบัวหอมฟุ้งออกจากปาก มีกลิ่นจันทน์หอมฟุ้งรอบกาย นางแก้วเป็นผู้คอยปรนนิบัติพระเจ้าจักรพรรดิอย่างไม่ขาดสาย ตื่นก่อนนอนทีหลังพระเจ้าจักรพรรดิ คอยรับฟังคำสั่งของพระเจ้าจักรพรรดิ ประพฤติชอบต่อพระเจ้าจักรพรรดิเสมอ
ด้วยพระบุญญาธิการของพระยามหาจักรพรรดิราชจะมีนางแก้วนาง หนึ่งมาเป็นคู่พระบารมี หรือบางครั้งจะมีหญิงผู้ได้ทำบุญกุศลแต่ปางก่อนไว้มาก มาเกิดในแผ่นดินชมพูทวีปนี้ ในตระกูลกษัตริย์ในเมืองมัทราช คนทั้ง หลายกล่าวขานกันว่าพระนางประสูติมาเพื่อทรงเป็นพระอัครมเหสีคู่พระบารมีของพระมหาจักรพรรดิโดยแท้ ถ้าไม่มีนางแก้วผู้มีบุญญาธิการมาเกิดในแผ่นดินนี้ไซร้ เดชอำนาจพระบุญญาบารมีของพระมหาจักรพรรดิจะบันดาลให้นางแก้วในแผ่นดินอุดตรกุรุทวีปมาเป็นพระอัครมเหสีคู่บารมีพร้อมด้วยอาภรณ์เครื่องประดับตกแต่งทุกอย่าง ประกอบด้วยรัตนะ ๗ ประการ รุ่งเรืองสดใสงดงามยิ่ง โดยเหาะ มาเฝ้าทางอากาศ เหมือนนางฟ้าเหาะไปเฝ้าพระอินทร์ฉะนั้น แล้วเข้าเฝ้าพระยามหาจักรพรรดิราช
1 ใน 100 ส่วนอิตถีรัตนะ หรือ นางแก้วพุทธศาสนาขึ้นเป็นบรรทัดฐานว่าภรรยาดี ๔ สถานนั้นถ้านับตามทางโลก ก็คือ๑. ภรรยาผู้เป็นแม่ได้ (หมายถึงในเวลาเจ็บไข้)๒. ภรรยาผู้เป็นน้องได้ (หมายว่าเพื่อนสุขและทุกข์ได้)๓. ภรรยาผู้เป็นเมียได้ (หมายถึงการร่วมหลับนอน)๔. ภรรยาผู้เป็นบ่าวได้ (หมายว่าปฏิบัติรับใช้)
ทั้งนี้ เป็นเพราะปุถุชนย่อมมีอารมณ์เปลี่ยนแปลงอยู่ตามธรรมดา ไม่มีผู้ใดปรารถนาจะอยู่แต่ชนิดหนึ่งใดใน ๔ ประเภทนี้โดยเฉพาะตลอดกาล ฉะนั้นหญิงใดที่มีครบทั้ง ๔ ประการในตัวคนเดียวแล้ว จึงควรเรียกว่า นางแก้ว
จบตำนาน อิตถีรัตนะ (นางแก้ว)