ณิชาก้าวลงจากรถด้วยความรู้สึกอึดอัด เธอไม่เคยเข้าร่วมงานเลี้ยงหรูหราแบบนี้มาก่อน
ผู้คนรอบตัวล้วนแต่งกายด้วยเสื้อผ้าแบรนด์เนมและประดับเครื่องเพชรระยิบระยับ ต่างจากเธอที่ถึงแม้จะใส่ชุดราตรีที่พฤกษ์จัดหาให้ แต่ก็ยังรู้สึกแปลกแยกจากโลกใบนี้
“อย่ามัวแต่ยืนมอง รีบตามมา” พฤกษ์พูดเสียงเรียบก่อนจะเดินนำเข้าไปในงาน
ณิชาจำต้องเดินตามเขาไปอย่างเสียไม่ได้ ภายในงานเต็มไปด้วยแขกระดับวีไอพี ทั้งนักธุรกิจ นักการเมือง และเซเลบริตี้ชื่อดัง เธอพยายามรักษาท่าทีให้สงบ แต่ก็อดรู้สึกประหม่าไม่ได้
ขณะที่พฤกษ์พูดคุยกับกลุ่มนักธุรกิจคนสำคัญ ณิชาเลือกที่จะถอยออกมาด้านข้าง พยายามไม่รบกวนการสนทนา แต่ไม่นานนัก เสียงทุ้มของชายแปลกหน้าก็ดังขึ้นใกล้ ๆ
“คุณเป็ใคร? ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน”
ณิชาหันไปมอง พบกับชายหนุ่มในชุดสูทหรู ดวงตาคมกริบจ้องมองเธอด้วยความสนใจ
“ฉันเป็ผู้ช่วยของคุณพฤกษ์ค่ะ” เธอตอบเรียบ ๆ
ชายคนนั้นเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะหัวเราะเบา ๆ “ผู้ช่วย? หรือว่าเป็อย่างอื่น?”
ณิชาชะงักไปทันที ั์ตาของชายคนนั้นเต็มไปด้วยความดูแคลนราวกับมองว่าเธอเป็แค่ผู้หญิงที่พฤกษ์พามาเพื่อความสนุก
“ฉันเป็แค่ผู้ช่วยค่ะ” เธอย้ำอีกครั้ง พยายามรักษาสีหน้าให้นิ่ง
“งั้นเหรอ?” เขายิ้มเยาะ “ระวังไว้ล่ะ อยู่กับพฤกษ์นาน ๆ อาจถูกเขาใช้เป็หมากในเกมธุรกิจก็ได้”
ก่อนที่ณิชาจะทันได้ตอบโต้ เสียงของพฤกษ์ก็ดังขึ้นด้านหลัง
“ธนัท… นายกำลังพูดอะไรอยู่?”
ณิชาหันไปมอง เห็นใบหน้าของพฤกษ์เคร่งเครียดขึ้นเล็กน้อย เขาก้าวมายืนข้างเธอ ราวกับ้าแสดงความเป็เ้าของ
ชายที่ชื่อธนัทหัวเราะ “ฉันแค่ทักทายผู้ช่วยคนใหม่ของนายเท่านั้น”
“เลิกยุ่งกับคนของฉัน” พฤกษ์พูดเสียงเรียบ แต่แฝงไปด้วยความกดดัน
ธนัทหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะยกแก้วไวน์ขึ้น “ตามสบายพฤกษ์ แต่จำไว้นะ บางทีหมากที่นายคิดว่าควบคุมได้ อาจเป็ตัวแปรที่ทำให้เกมของนายพัง”
เขาพูดจบก็เดินจากไป ทิ้งให้ณิชายืนนิ่งด้วยความสับสน
“หมอนั่นเป็ใครคะ?” เธอถามเบา ๆ
พฤกษ์ถอนหายใจ “ศัตรูของฉัน… และตอนนี้ เขารู้จักเธอแล้ว”
ณิชารู้สึกได้ว่าตัวเองเพิ่งก้าวเข้าสู่โลกของพฤกษ์อย่างเต็มตัวแล้ว
จริง ๆ และจากนี้ไป เธอคงไม่มีทางถอยกลับได้อีก…