ร่างสถิตราชันมังกร : God Spirit

    ตอนที่ 82 ดาบ vs ดาบ

            หลังจากซ่อมแซมสนามประลองกันจนเรียบร้อยดี

            การประลองในสายล่างก็กลับมาเดินหน้าต่อได้อย่างไม่มีสะดุด แม้จะช้ากว่าเวลากำหนดไปนิดหน่อย แต่ก็ยังถือว่าไหลลื่นดีอยู่

             

            คู่แรกคือโหวหวังกับจู่หม่าเหริน

            พูดตรง ๆ ว่าคู่นี้เสียเวลาเล่า ผมเลยจะขอข้ามละกัน..

            มันเป็นยังไงน่ะเหรอ.. ก็แบบ.. ผมไม่ทันได้กะพริบตาเลยด้วยซ้ำ หมอนั่นจัดการอีกฝ่ายได้ง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปาก แถมยังไม่ต้องเหนื่อยเรียกเปลวนิพพานออกมาด้วยซ้ำ

            แค่ใช้วิชากระบองตระกูลตัวเองธรรมดา ๆ ก็สามารถเก็บชัยชนะมาได้

            เพราะแบบนี้ไงผมถึงอยากจะข้าม..

             

            เอาเป็นมาที่คู่สุดท้ายของสายล่างกันดีกว่า

            คิมบีโฮจะได้เจอกับเฟิงป๋ายหยุ่น..

            และใช่ครับ..

            คู่นี้แหละที่ผมนั่งยันนอนยันว่าเดือดแน่นอน แม้เฟิงป๋ายหยุ่นจะสะบักสะบอมกว่า เพราะถูกตงเสวี่ยซานเล่นงานมาเมื่อวาน

            แต่ทั้งคู่มีพลังอยู่ในระดับสัมผัสสรรพวิถีขั้นกลางเหมือนกัน ย่อมเป็นอะไรที่น่าดูอยู่

             

            “ข้าให้เวลาพวกเจ้าหกสิบชั่วลมหายใจเข้าออก อยากกล่าวอะไรต่อกัน เชิญตามสบาย..”

            ฮูจินพูดแค่นั้นแล้วก็ยืนกอดอกนิ่ง

             

            เฟิงป๋ายหยุ่นเป็นฝ่ายเปิดก่อน น้ำเสียงของเขานิ่งและดูสุภาพ

            “ตัวแทนตระกูลเฟิง.. เฟิงป๋ายหยุ่น ขอได้โปรดสหายยุทธ์ออมมือด้วย”

            น้ำเสียงของหมอนี่ฟังดูก็เหมือนจะปกติดี..

            แต่ผมที่นั่งอยู่ข้างสนามสังเกตได้ชัดเลยว่าเขายังมีอาการบาดเจ็บ แค่ดูที่มือซ้ายที่แอบกดตรงหน้าท้องนั่นก็รู้แล้วว่าแผลเก่ายังไม่ทันหายดีด้วยซ้ำ

             

            และแน่นอน..

            คิมบีโฮที่อยู่ในสนามย่อมเห็นได้ชัดกว่าผม

            หมอนั่นเหลือบตามองนิดเดียวก็รู้แล้วว่าอีกฝ่ายยังไม่เต็มร้อย

            “ข้าว่าเจ้ายอมแพ้ไปเสียเถิด..

            จะล้มอยู่รอมร่อเสียเวลาข้าชักดาบ..

            เจ้าควรนำเวลาที่มีไปใช้รักษาร่างกายของเจ้าเสีย

            ข้ามิใช่พวกใจบุญ.. หากเกิดอะไรขึ้น..

            เจ้าคงรู้ดี..

            ว่าเป็นเพราะเจ้ามิใช่ข้า...”

            น้ำเสียงของคิมบีโฮมันก็ยังคงเย็นชาเหมือนเดิม

            แต่มันก็พูดถูก..

            ถ้าเฟิงป๋ายหยุ่นดึงดันจะลงสู้ทั้งที่ยังไม่หายดี ต่อให้แพ้ก็ไม่มีใครโทษใครได้นอกจากเจ้าตัว

             

            “ขอบคุณสหายยุทธ์ที่เป็นห่วง..

            แต่ข้าตัดสินใจแล้วว่าจักลงประลองแข่งขัน”

            ฟังประโยคนั้นแล้ว ผมก็เหมือนจะเข้าใจเฟิงป๋ายหยุ่นอยู่ลึก ๆ

            เมื่อวาน.. มันเพิ่งถูกตงเสวี่ยซานเล่นงานมายับเยินทั้งร่างกายและชื่อเสียง

            หากว่ามันไม่ขึ้นประลอง แต่พูดยอมแพ้ออกมาง่าย ๆ

            ชื่อเสียงของมันก็จะยิ่งยับเยินกู่ไม่กลับ

            พวกนายก็รู้.. ว่าไอ้พวกผู้ชมบนอัฒจันทร์ขี้นินทาขนาดไหน..

             

            “เช่นนั้นเจ้าคงไม่ว่ากันหากข้าทำให้เจ้าต้องเจ็บเพิ่มหรือสร้างแผลใหม่ให้แก่เจ้า”

            คิมบีโฮพูดเสียงเรียบ มือซ้ายก็ยื่นไปจับฝักดาบด้วยท่าทีที่ไม่ต่างกับคำประกาศศึก

             

            “ไม่ว่ากัน...

            ข้าถือว่าข้าเตรียมใจมาพร้อมแล้ว...”

            คำตอบของเฟิงป๋ายหยุ่นมากับรอยยิ้มบาง ๆ และในวินาทีนั้น เขาก็เรียกดาบของตนออกมาจากห้วงมิติแบบไม่ลังเล

            นั่นแหละคือการตอบรับที่แท้จริงระหว่างจอมยุทธ์

            ไม่ต้องส่งเสียงดัง ไม่ต้องเอะอะ แค่ท่าทางกับแววตา มันก็รู้กันแล้ว ว่าพร้อมแลกทุกอย่างเพื่อกอบกู้ชื่อเสียง..

             

            “หากพวกเจ้าพร้อมแล้ว..

            เริ่มการประลองได้!!”

            เหมือนตาแก่ฮูจินจะเห็นว่าพวกมันสองคนพร้อมแล้ว เขาจึงไม่รอช้า เอ่ยประกาศเริ่มศึกในทันที

            และทันใดนั้น..

            ความเงียบก็ถูกฉีกด้วยเสียงโลหะ

             

            คิมบีโฮดีดดาบออกจากฝักด้วยนิ้วโป้งซ้ายจนตัวดาบยาวเด้งออกจากฝัก ก่อนจะคว้าด้ามดาบด้วยมือขวาและออกตัววิ่งเข้าใส่เฟิงป๋ายหยุ่นในทันที

            ดวงตาของหมอนั่นว่างเปล่าแบบที่ไร้ความลังเลใด ๆ และแรงอาฆาตที่มันปล่อยออกมาก็ชัดเจนพอจะทำให้แม้แต่คนดูที่อยู่แถวหลังสุดยังสัมผัสได้

            แล้วดาบก็ฟันออกไปตามที่มันถนัด ไม่มีอ้อมค้อม ไม่ลีลา ตรงเข้าใส่ในจังหวะที่ศัตรูอยู่ในระยะ

             

            เคล้ง...!

            เสียงโลหะกระทบดังก้อง ผมมองเห็นเฟิงป๋ายหยุ่นรับดาบของคิมบีโฮได้อย่างแม่นยำ

            แต่เรื่องกำลังแขนของคิมบีโฮก็รู้ ๆ กันอยู่

            น่าจะรุนแรงไม่แพ้แรงแขนของโหวหวังเลย

            ผลของแรงปะทะนั่นถึงกับทำให้ตัวของเฟิงป๋ายหยุ่นถลาออกมาสองสามก้าว

            แต่ถ้าหากคิดว่าเฟิงป๋ายหยุ่นจะเสียท่า..

            เปล่าเลย..

            หมอนั่นอาศัยจังหวะนั้นกับแรงส่งที่เกิดจากการปะทะดาบ เปลี่ยนเป็นแรงส่ง หมุนตัวครึ่งรอบกวาดปลายดาบวาดสวนไปที่บริเวณช่วงอกของไอ้คนคางบุ๋มแบบไม่ลังเล

             

            ตุ๊บ..!

             

            ตอนแรกผมก็คิดว่าคิมบีโฮมันจะยกดาบของมันขึ้นมาต้านรับ แต่เหมือนผมจะคิดผิดถนัด

            หมอนั่นเล่นยกฝักดาบของมันขึ้นมา และอาศัยความแม่นยำของมันกะจังหวะได้อย่างลงตัว ทำให้ดาบของเฟิงป๋ายหยุ่นสอดเข้าไปในฝักแบบแทบจะทันที

            ตอนแรกผมก็คิดว่าดาบของป๋ายหยุ่นมันจะติดกับส่วนกลางของฝักดาบของบีโฮ

            แต่เปล่าเลย

            อยู่ ๆ ฝักดาบของบีโฮก็เหมือนจะขยายตัวสอดรับสิ่งที่สอดเข้ามาพร้อมปรับรูปร่างให้มีขนาดเท่ากันกับดาบของคู่ต่อสู้ราวกับถูกสร้างขึ้นมาจากช่างคนเดียวกัน

            ดูท่า..

            ดาบและฝักดาบของคิมบีโฮนี่ไม่ใช่เล่น ๆ เลย

             

            แต่เฟิงป๋ายหยุ่นก็ไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ

            มันใช้เท้าซ้ายถีบเข้าที่ข้อมือขวาของคิมบีโฮที่กำลังง้างดาบทาจิฟาดเข้าไปอย่างแม่นยำ

            แรงถีบนั้นช่วยให้เฟิงป๋ายหยุ่นสามารถกันดาบของคิมบีโฮได้ พร้อมกับดึงดาบหวังให้หลุดออกจากฝักของอีกฝ่ายด้วย

             

            แต่เหมือนแรงแขนนั้นจะไม่เท่าแรงกดจากนิ้วขอไอ้คนคางบุ๋ม

            เพราะดาบกลับไม่สามารถหลุดออกจากฝักได้ มีแต่ตัวของเฟิงป๋ายหยุ่นเท่านั้นที่ปรี่ตัวถอยออกมา

             

            เฟิงป๋ายหยุ่นที่สามารถถอยออกมาและตั้งหลักได้ มันก็ทำท่าเหมือนกับกำลังคว้าอะไรสักอย่างในอากาศ

            ให้ผมเดา.. มันคงจะใช้จิตเรียกดาบของตนให้กลับมา

            ทว่า..

            สิ่งที่มันคว้าได้.. กลับเป็นความว่างเปล่า

            แววตาตกตะลึงของเฟิงป๋ายหยุ่นในตอนนั้น บอกทุกอย่างโดยไม่ต้องมีคำพูดเลยสักคำ

             

            “ไม่ต้องแปลกใจ..

            ฝักดาบข้านั้นถูกตีขึ้นมาจากช่างยอดฝีมือ การที่ดาบเจ้าฝังตัวอยู่ในฝักดาบของข้า..

            ก็อย่าได้หวังว่าจะสามารถเรียกกลับไปได้”

            คำพูดของคิมบีโฮฟังดูนิ่ง เฉยชา แต่ในหูผมมันเหมือนประกาศชัยชนะกลาย ๆ ไปแล้ว

            และก็เหมือนมันมีสิทธิ์จะพูดแบบนั้นด้วย เพราะตอนนี้มือขวาของไอ้คางบุ๋มคนนั้นคือดาบคู่ใจ ส่วนมือซ้ายคือดาบของศัตรูที่ยังถูกปอกดาบของตัวเองสวมทับไว้อยู่

            คนหนึ่งมีอาวุธกับอีกคนที่ไม่มี พร้อมกับระยะห้าก้าวที่เพียงก้าวยาวเข้าไปใกล้เฟิงป๋ายหยุ่น ดาบยาวของหมอนั่นก็สามารถจ้วงแทงได้อย่างง่ายดาย

            มันชัดเจนมากว่าบีโฮกำลังจะจบเรื่องนี้ในกระบวนถัดไป

             

            คิมบีโฮเลือกใช้ดาบที่มีปอกฟาดลงมาในแนวดิ่งแบบไม่ลังเล และก็ใช่ว่าเฟิงป๋ายหยุ่นจะยอมให้โดนง่าย ๆ

            หมอนั่นยกมือขวารวบจับฝักดาบเอาไว้ทันควัน แล้วใช้รักแร้หนีบฝักนั้นไว้แน่นปานคนยึดสมบัติชาติไว้ไม่ให้หลุดมือ

            ไม่เพียงเท่านั้น..

            เขายังพยายามกระชากดาบออกจากฝัก หวังจะดึงดาบของตัวเองให้พ้นจากพันธนาการ

            คงคิดว่าเมื่อทำได้เมื่อไหร่..

            เขาก็จะสามารถใช้จิตเรียกดาบคืนมาได้ทันที

             

            แต่คิมบีโฮก็คือคิมบีโฮ หมอนั่นไม่มีทางยอมปล่อยให้จังหวะแบบนั้นเกิดขึ้นแน่นอน ดาบคู่ใจในมือขวาถูกสะบัดเป็นแนวขวางทันที โดยไม่คิดรอให้ศัตรูได้ตั้งหลักเลย

            ตุ๊บ..!!

            เฟิงป๋ายหยุ่นลอยหวือไปไกลจากแรงฟาดของคิมบีโฮ ร่างแทบหมุนคว้างไปพร้อมแรงลมตีกลับ แต่สิ่งที่น่าประหลาดใจกว่าคือไม่มีเลือด ไม่มีบาดแผลใด ๆ ปรากฏออกมาจากตัวของเขาเลยสักนิด

            ผมที่ดูอยู่ก็เดาไม่ผิด.. บีโฮมันยังคงใช้ 'สันดาบ' ฟาดใส่คนอื่น ๆ เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา

            แล้วเฟิงป๋ายหยุ่นเองก็คงรู้จุดนี้ดีอยู่แก่ใจ ว่าคิมบีโฮไม่มีวันหันคมใส่คนที่ยังมีแผลอย่างมัน

            แล้วนอกจากจะไม่โดนคมดาบ เขายังได้ของแถมกลับมาอีก..

            นั่นคือดาบของมันพร้อมกับฝักดาบของคิมบีโฮ

            คราวนี้แหละ..

            ก็กลับมาเหมือนตอนแรกอีกครั้ง

             

            เฟิงป๋ายหยุ่นรีบดึงดาบของตนเองออกจากฝักทันที แล้วเจ้าหมอนั่นก็โยนฝักดาบคืนให้คิมบีโฮอย่างสุภาพ

            “นี่ของเจ้า.. สหายยุทธ์..”

             

            คิมบีโฮเพียงยกดาบขึ้นรับ ทำให้ดาบและฝักดาบก็เข้าคู่กันได้อย่างพอดิบพอดี ราวกับทุกอย่างถูกออกแบบไว้ตั้งแต่แรก

            สายตาของเจ้าหมอนั่นพลันเหลือบไปทางเฟิงป๋ายหยุ่น แววตานิ่งสนิทแต่มีบางอย่างซ่อนอยู่

            “เจ้ารู้ว่าอย่างไร.. ข้าก็จะไม่หันคมดาบใส่เจ้า..

            เจ้าจึงกล้าหยิบความใจดีของข้าเพื่อนำดาบคืนไป?!”

            คำถามที่พูดออกมาราบเรียบเหมือนแค่หยอกเล่น

            แต่ถ้าเป็นผม.. ผมไม่กล้าเสี่ยงหรอกนะที่จะเอาความใจดีของคิมบีโฮมาเดิมพันอะไรสักอย่าง

             

            เฟิงป๋ายหยุ่นกลับยิ้มตอบอย่างใจเย็น

            “แน่นอนอยู่แล้วสหายยุทธ์..

            หากเจ้าไม่ใจดี..

            ป่านนี้คู่ต่อสู้ในรอบก่อน ๆ ของเจ้าคงปางตายกันทุกผู้คน”

            คำพูดของเขาฟังแล้วเหมือนชื่นชม แต่ในแววตานั้นกลับมีความคมซ่อนไว้เช่นกัน

             

            “ดี..

            เช่นนั้นก็ดี...”

            คิมบีโฮพูดแค่นั้นก่อนเปลี่ยนท่าจับดาบ

            มือของคนจับดาบที่อยู่ในฝักแน่นขึ้นพร้อมออกวิ่งในทันที

            “เช่นนั้นดาบข้าก็จักได้ดื่มเลือดเจ้าเป็นคนแรกในงานประลองนี้!!”

            น้ำเสียงของมันเย็นเฉียบจนผมยังรู้สึกเสียววาบที่ต้นคอ

            มันไม่ใช่คำขู่ธรรมดา แต่มันคือคำสั่งจากดาบที่หิวกระหายเลือด

            และเฟิงป๋ายหยุ่นเองก็รับรู้ชัดเช่นกัน

             

            เฟิงป๋ายหยุ่นเห็นคิมบีโฮพุ่งเข้ามาอีกครั้ง..

            คราวนี้มันไม่รอให้ดาบของอีกฝ่ายฟันใกล้ตัวอีกต่อไป

            กลายเป็นว่าหมอนั่นเลือกจังหวะที่พอดิบพอดีแล้วเบี่ยงตัวหลบคมดาบไปอย่างเฉียดฉิว

            แล้วในจังหวะที่หมุนตัวกลับมา ดาบในมือเขาก็พุ่งออกอย่างรวดเร็วพร้อมเสียงตะโกน

            “ดาบลมโชยตระกูลเฟิง!!”

            คลื่นปราณวายุถูกสะบั้นออกจากคมดาบ..

            เกิดเป็นกระแสปราณกรรโชกพุ่งใส่แผ่นหลังของคิมบีโฮแบบไม่ให้ทันตั้งตัว

             

            แต่คิมบีโฮ.. เจ้านั่นไม่ใช่คนธรรมดาแน่นอน..

            มันหมุนตัวกลับมาอย่างแม่นยำ ดาบกลับฝังอยู่ในฝัก มือซ้ายจับฝัก มือขวาทาบบนด้ามทับดาบเหมือนกำลังรออะไรบางอย่าง

            จนเมื่อวิชาเชี่ยวกรากนั่นจวนจะถึง ดาบที่ฝั่งอยู่ในฝักพลันถูกชักออกมาด้วยความรวดเร็วเสียยิ่งกว่าครั้งไหน ๆ

            แค่ฟึ่บเดียวของการชักดาบ คลื่นวายุที่เฟิงป๋ายหยุ่นสร้างไว้ก็แตกกระจายเหมือนกระดาษบาง ๆ ที่โดนฉีก

             

            ผมนั่งดูยังอ้าปากค้าง ไม่ใช่เพราะมันชักดาบเร็วอย่างเดียว แต่เพราะมันไม่ได้ใช้วิชาอะไรเสริมเลย

            มีแค่แรงกายกับพลังปราณเท่านั้นที่เคลือบฉาบอยู่บนดาบ ไม่มีปราณธาตุ ไม่มีเทคนิคซับซ้อน

            นั่นแหละครับ..

            ถึงกับทำให้เฟิงป๋ายหยุ่นที่เป็นคนปล่อยวิชาถึงกับตะลึงนิ่งไปชั่วขณะ

            เพราะมันคือการบอกว่า 'ระดับพื้นฐานของคิมบีโฮ ก็เพียงพอจะทำลายสิ่งที่เฟิงป๋ายหยุ่นภูมิใจได้แล้ว'

             

            เห็นเจ้าคางบุ๋มมันสลายคลื่นวายุของเฟิงป๋ายหยุ่นราวกับปัดยุง ผมยังไม่ทันได้อ้าปากชมด้วยซ้ำ!!

            ป๋ายหยุ่นก็ถอยฉากไปตั้งหลักทันทีด้วยการกระโดดถอยหลังหลบออกไปตั้งระยะเพิ่มอีกหลายก้าว

            พร้อมกับที่จิตปราณเริ่มหมุนวนรอบตัว

            “ห้วงจิตแห่งวาโยตระกูลเฟิง!!”

            ว่าแล้วสายลมเล็ก ๆ สี่ลูกก็เริ่มก่อตัวขึ้นรอบตัวเฟิงป๋ายหยุ่น

            แม้ลมพวกนั้นจะมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แต่ฝุ่นผงรอบตัวหมอนั่นนี่แหละที่ฟ้องชัด

            ราวกับมีพายุจิ๋วหมุนวนปกป้องนายของมันอยู่

            แล้วเจ้าหมอนั่นก็ยังมีหน้าหันไปพูดกับคิมบีโฮอีก

            “นี่สหายยุทธ์.. เจ้ากำลังดูถูกตัวข้าแล้วกระมัง..

            ไฉนเจ้าถึงไม่ใช้วิชาของเจ้าออกมาสักกระบวนเลย...”

             

            “ข้าจำเป็นต้องใช้วิชากับไอ้คนไม่สมประกอบเช่นเจ้าด้วยหรือ?

            แค่ดาบของข้าที่เจ้ารับไปก็คงทำให้เจ้าสะเทือนไม่น้อยแล้วกระมัง..”

            เสียงมันเอ่ยชัดถ้อยชัดคำตอนที่มือวางพาดบนด้ามดาบ ผมนั่งฟังแล้วได้แต่ลอบถอนหายใจ เหมือนกำลังจะได้เห็นอะไรที่ไม่เข้าข่ายคำว่า 'เมตตา' สักเท่าไร

            “หากอยากให้ข้าประลองกับเจ้าอย่างเท่าเทียม..

            คราหลังก็อย่าทำให้ตนเองต้องมีแผลก่อนมาลงประลองกับข้า!!”

            สิ้นคำร่างของคิมบีโฮ.. หมอนั่นก็พุ่งเข้าใส่ทันทีด้วยแววตานิ่งเรียบแต่แฝงจิตสังหารชัดเจน

            บีโฮมันเหลือบตามองกลุ่มวายุที่หมุนวนรอบตัวเฟิงป๋ายหยุ่นอย่างไม่สะทกสะท้าน ริมฝีปากยังแสยะยิ้มด้วยซ้ำ

            “ข้าจะแสดงให้เห็นว่าคนไม่เต็มร้อยเช่นเจ้า..

            เพียงแค่ดาบของข้ากับพลังปราณก็สามารถยัดเยียดความปราชัยให้เจ้าได้..

            รับมือ!!”

            คนคางบุ๋มมันสับขาเข้าหาป๋ายหยุ่นอย่างแม่นยำ ตบเท้าลงบนพื้นหนึ่งที แล้วชักดาบออกวาดฟันโค้งใส่วายุลูกแรกแบบไร้ความลังเล

             

            เปรี้ยง!

            วายุแตกสลายไปในพริบตา

             

            ก่อนที่ผมจะได้คิดอะไรต่อ วินาทีถัดมา ดาบของคิมบีโฮก็เปลี่ยนท่าจากฟันลงกลายเป็นสับเฉียงขึ้นอีกครั้ง

            วายุลูกที่สองโดนซัดหายวับไปในแนวเดียวกัน

            ทว่าจุดที่มันฟันออกไปก็ยังเป็นส่วนของร่างกายของเฟิงป๋าย..

            เห็นเจ้าคางบุ๋มฟันแค่สองครั้งก็รื้อวายุของตัวเองพังราบเป็นหน้ากลอง เฟิงป๋ายหยุ่นไม่เพียงไม่ตกใจ แต่มันกลับยิ้ม..

            ยิ้มแบบคนที่รู้ว่าตัวเองวางกับดักไว้ก่อนแล้ว

            “ผสาน!!”

            คำเดียวหลุดจากปากพร้อมมือของคนที่ตบเข้าหากัน!

            คลื่นลมสองลูกสุดท้ายก็พุ่งเข้าชนกันกลางอากาศ ก่อนแรงอัดมหาศาลจะปะทุใส่คิมบีโฮเต็มแรง

            แรงปะทะระหว่างวิชาธาตุกลับกลายเนื้อถึงกับทำให้คิมบีโฮกระเด็นตัวครูดไถไปกับพื้นกว่าหลายเมตร

             

            เสียง 'วิ้ง' ดังแหลมก้องไปทั่วสนามจากดาบและด้ามดาบที่ถูกปักลงกับพื้น ทำให้ตัวของบีโฮหยุดเคลื่อนไหวในจังหวะต่อมา

            ผมดูจากสายตาว่างเปล่ากับท่าทางโงนเงนก็รู้ว่าเจ้าตัวโดนไปเต็ม ๆ ถึงขั้นมึน โลกตรงหน้ามันคงหมุนติ้ว ๆ เหมือนอยู่เครื่องซักผ้าเลยล่ะ

             

            เฟิงป๋ายหยุ่นเห็นโอกาสก็ไม่รอช้า รีบพุ่งตามเข้าไปหวังจบเกมในทันที

            แต่..

            พอวิ่งได้แค่สามสี่ก้าว ใบหน้าของมันก็เบี้ยวไปพร้อมกับการก้าวเท้าที่ชะงักลง

            ผมมองไปตามตัวก็ได้เห็นรอยแดงคล้ำซึมออกมาจนเลอะเสื้อเป็นดวงที่ค่อย ๆ ขยายกว้าง

            ดูเหมือนจากการปะทะหนัก ๆ มาหลายครั้งจะทำให้แผลเก่ามันปริแน่นอน

             

            'เพราะรับดาบนั้นแน่ ๆ เลย'

            ผมเดาได้ไม่ยาก เพราะตอนที่คิมบีโฮสวนคืนเมื่อครู่นั้น มันไม่ได้เบามือเลย

             

            ถึงอย่างนั้นเฟิงป๋ายหยุ่นก็ยังกัดฟันวิ่งต่อ.. ทั้งที่ความเร็วของตัวเองตอนนี้ลดลงฮวบฮาบ เหมือนคนลากขาข้างหนึ่งไปแท้ ๆ

            ผลคือจากที่ควรจะเป็นจังหวะที่เฟิงป๋ายหยุ่นสมควรจะได้เปรียบ..

            กลับกลายเป็นโอกาสทองของคิมบีโฮซะเอง..

            หมอนั่นลุกขึ้นยืนได้ก่อนที่อีกฝ่ายจะถึงตัว

            แม้จะลุกมาในสภาพคล้ายคนเพิ่งออกจากร้านเหล้าก็ตามที คล้ายว่าแรงเหวี่ยงของวิชาเมื่อครู่จะมีผลต่อเจ้าคางบุ๋มไม่มากก็น้อย

            แต่ถึงอย่างนั้น.. ร่างของมันก็ยังสามารถจับภาพเงาเลือนรางที่กำลังพุ่งเข้ามาได้อยู่บ้าง

            และแน่นอน..

            ดาบในมือมันก็ฟันออกไปตามสัญชาตญาณทันที

             

            เคร้ง..!

             

            เสียงกระทบดังก้องกลางสนาม

            แม้ครานี้แรงปะทะของสองดาบจะไม่แม่นนัก แต่แรงฟันก็ยังมากพอจะบีบบังคับให้เฟิงป๋ายหยุ่นต้องยกดาบขึ้นมาปัดป้อง

            สำหรับจอมยุทธ์ที่ฝึกดาบจนกระดูกจำลำดับการเคลื่อนไหวได้..

            แค่ฟันถูกครั้งเดียวมันก็สามารถเดาจังหวะต่อไปได้แล้ว

            ถึงท่าทางของบีโฮมันจะยังดูเป๋ ๆ ไม่ได้เฉียบคม น่าจะยังรู้สึกมึนงงอยู่

            แต่แรงของมันยังคงหนักแน่นพอจะทำให้เฟิงป๋ายหยุ่นสะท้านไปถึงแผลที่กำลังปริ

            หมอนั่นกัดฟันแน่นไม่ให้ตัวเองร้อง แม้จะรู้ว่าทุกดาบที่รับเข้าไปเหมือนคมมีดที่กรีดซ้ำแผลเดิมทีละนิด

             

            ผมมองแล้วได้แต่ถอนหายใจ..

            ดาบของคิมบีโฮไม่เฉียบ แต่มันไม่ต้องเฉียบเลยด้วยซ้ำ เพราะตอนนี้ร่างของเฟิงป๋ายหยุ่นเองต่างหากที่เริ่มจะรับไม่ไหวแล้ว

            เลือดเริ่มซึมออกมาเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

            ยิ่งรับ ยิ่งเจ็บ ยิ่งอ่อนแรง

            และในขณะที่ป๋ายหยุ่นกำลังถดถอย..

            อาการมึนของคิมบีโฮก็ค่อย ๆ หายไป

            ไม่ต้องเป็นเซียนคำนวณก็พอจะเดาได้ว่า ถ้ายังปล่อยไว้แบบนี้ ต่อให้ตั้งใจจะให้เสมอกัน ผลสุดท้ายก็คงกลายเป็นอีกฝ่ายได้เปรียบจนตีตั๋วเข้ารอบแทน

             

            แน่นอนว่าสิ่งที่ผมเล่าไป เฟิงป๋ายหยุ่นมันย่อมรู้ดีอยู่แก่ใจ

            หมอนั่นกัดฟันแน่นเหวี่ยงดาบปาดในแนวระนาบเป็นวงกว้างก่อนจะถอยหลบฉากออกมา

            สายตาหมายมุ่งมองไปทางคิมบีโฮก่อนที่จะทำในสิ่งที่ผมคิดว่าไม่ควรทำ

            “ห้วงจิตแห่งวาโยตระกูลเฟิง!!”

            เฟิงป๋ายหยุ่นกัดฟันประกาศวิชาเดิมออกมาอีกครั้ง

            มันคงหวังจะใช้ไม้ตายที่เคยได้ผล เอาความได้เปรียบที่เคยมีมากำไว้ในมืออีกหน

            แต่คราวนี้..

            วายุที่หมอนั่นเรียกออกมากลับมีแค่สามลูกเท่านั้น..

            จำนวนน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด..

            แถมยังดูเบาบางกว่าคราวก่อนอย่างปฏิเสธไม่ได้ เป็นเพียงสายลมเอื่อยที่ดูไม่อันตราย

            ก็แน่นอน..

            ร่างแบบนั้นจะเอาแรงจากไหนมารวบรวมจิตให้ครบเหมือนเดิมได้อีก

             

            “พลาดแล้วที่เจ้ากล้าใช้วิชาเดิมอุบายเก่ากับข้า!!

            แถมครานี้ยังด้อยลงอีก!”

            เสียงคิมบีโฮตะโกนลั่นสนาม!

            ผมนั่งดูจากขอบสนามก็พอเดาได้ว่า เจ้าคางบุ๋มคนนี้เริ่มคืนสติมากขึ้นแล้ว

            ถึงตัวของมันยังดูเหมือนโงนเงนอยู่เล็กน้อยก็ตามที

            แต่ตากลับจับภาพวายุสามลูกของเฟิงป๋ายหยุ่นได้ครบถ้วน

            อาจเป็นเพราะเคยโดนมากับตัว..

            มันเลยพอจะรู้ว่าเจ้าวิชานี่ทำงานยังไง คราวนี้เลยไม่ใช่เรื่องยากสำหรับคิบบีโฮอีก

             

            ด้านเฟิงป๋ายหยุ่นเหมือนจะถูกบีบจากทุกทิศทาง

            เจ้าหมอนั่นจึงคล้ายดูรน..

            “ผสาน!!”

            มันตะโกนสั่งออกมาอย่างไม่รอช้า หวังจะใช้กลยุทธ์เดิมอีกรอบ

            ปราณวิชาวายุทั้งสามลูกต่างพุ่งเข้าหากัน เป็นแบบเดียวกับคราวก่อน จุดหมายคือคิมบีโฮ

            ทว่า..

            เมื่อปราณวิชาวายุชนกันในครานี้..

            กลับแตกกระเจิงสลายหายไป

            พร้อมตัวของเฟิงป๋ายหยุ่นที่ทรุดตัวลงพ่นก้อนเลือดคำใหญ่ออกจากปาก

    คล้ายกับเรื่องร่างสถิตราชันมังกร : God Spirit ที่คุณอ่าน

    เพลิงฟ้ามหายุทธ์ (จบ)

    เพลิงฟ้ามหายุทธ์ (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    288K 400
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    เทพสงครามสายเลือดมังกร

    เทพสงครามสายเลือดมังกร

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    854K 4500
    จิตวิญญาณเทพยุทธ์สยบเทวะ【จบ】

    จิตวิญญาณเทพยุทธ์สยบเทวะ【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    2.76M 3640
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    มหาเทพเซียนกลับมาเกิดใหม่ในมหานคร

    มหาเทพเซียนกลับมาเกิดใหม่ในมหานคร

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    699K 1189
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734