สงครามนั้นจบรวดเร็วมากเพราะกำลังของสามขุมอำนาจได้ลดลงไปมากจากการต่อสู้กับเผ่ามารบวกกับพวกเขาไม่มีเวลาให้ต่อสู้ระยะยาวจึงจำเป็นต้องทุ่มสุดตัวบนยอดเขาแห่งหนึ่งเจ้าเมืองการค้าและหญิงสาวชุดแดงมองไปยังการต่อสู้ที่จบลงพร้อมกับถอนหายใจ
“ไม่คิดว่าสุดท้ายผู้ที่ได้รับชัยชนะก็เป็นฝ่ายนี้”เจ้าเมืองกล่าว
“โลกโกลาหลยังไงก็เป็นโลกที่ยิ่งใหญ่ต่อให้ตกต่ำแค่ไหนก็ยังเป็นโลกที่เคยมีพระเจ้าสูงสุดจำนวนมากถือกำเนิดและยังมีจ้าวจักรวาลปรากฎอีกด้วย”หญิงสาวชุดแดงนามว่าโยวจีกล่าว
“แล้วเราจะทำยังไงกันต่อดี”เจ้าเมืองกล่าว
โลกกระบี่จบสิ้นสิ่งมีชีวิตทั้งหมดกลายเป็นทาสของเผ่ามารส่วนพวกเขาก็ไม่สามารถออกไปไหนได้ทำได้แค่อยู่ในโลกโกลาหลต่อไป
“ถึงยังไงเราก็เป็นคนของหอสมบัติพวกเราไม่ลำบากอยู่แล้ว”โยวจีกล่าว
หลังจากการต่อสู้สิ้นสุดฉางเฟิงก็ไปพบกับเสี่ยวเสี่ยวที่ตอนนี้บ่มเพราะอยู่ตัวนางในตอนนี้ดูเหมือนกับไม่เหมือนเดิมเพราะกลิ่นอายที่ปล่อยออกมามันทั้งโดดเดี่ยวและอ้าว้าง
“เสี่ยวเสี่ยวของข้าใครทำให้เจ้าต้องเจ็บปวดขนาดนี้”ฉางเฟิงเดินเข้าไปหาและลูบหัวของอีกฝ่าย
“ท่านพ่อ!!!!!”เสี่ยวเสี่ยวตื่นขึ้นมาเห็นฉางเฟิงก็ดีใจพุ่งเข้ากอดฉางเฟิงพร้อมกับร้องให้ทันที
“เอาละพ่อกลับมาแล้วเจ้าไม่จำเป็นต้องรู้สึกผิดอีกแล้ว”
“เป็นข้าอ่อนแอเป็นข้าอ่อนแอไม่สามารถช่วยเหลือท่านได้” เสี่ยวเสี่ยวร้องให้ออกมา
ฉางเฟิงตรวจสอบและพบว่าเสี่ยวเสี่ยวได้มาถึงระดับจักรพรรดิเซียนขั้นที่6 แล้ว เรียกได้ว่าความเร็วในการฝึกฝนน่ากลัวมาก
“พ่อที่ใหนเขาให้ลูกมาปกป้องกันละเอาละตอนนี้พ่อไม่ได้เป็นอะไรแล้วเพราะงั้นออกไปเล่นกับศิลาน้อยได้แล้ว” ฉางเฟิงกล่าว
ศิลาน้อยเองก็ใช่ย่อยในตอนที่แอบกลับไปโลกกระบี่พร้อมกับเสี่ยวจินได้ขโมยชีพจรเซียนและชีพจรจักรพรรดิเซียนจนถึงชีพจรเทพจากโลกกระบี่มาจำนวนหนึ่งและนำมันมาหลอมรวมกับชีพจรในอาณาจักรสวรรค์ทำให้ตอนนี้อาณาจักรสวรรค์เป็นดินแดนแห่งสวรรค์ของผู้ฝึกฝนไปแล้วขนาดระดับจักรพรรดิเทพเมื่อฝึกฝนที่อาณาจักรสวรรค์ยังเห็นผลดีกว่าที่อื่นหลายเท่า
หลังจากนั้นเสี่ยวเสี่ยวก็กลับมาเป็นเหมือนเดิมส่วนซีรั่วหยานยังอยู่ในช่วงสำคัญของการฟื้นตัวเพื่อกลายเป็นระดับพระเจ้า และเพราะตัวนางคือจ้าวจักรวาลการฟื้นฟูอาการบาดเจ็บที่ซ่อนอยู่จึงใช้เวลานานขนาดวิญญาณของโลกยังไม่แน่ใจว่าต้องใช้เวลาเท่าไหร่
ส่วนเสี่ยวเฮ่ยก็ทำหน้าที่รักษาการอยู่แนวหน้าเพราะไม่รู้ว่าเผ่ามารจะบุกมาตอนไหนและด้วยการเอาชนะโลกกระบี่ทรัพยากรที่แย่งชิงมาได้ก็ถูกแจกจ่ายให้กับทุกคนเพื่อเพิ่มพลังให้เร็วขึ้น
ฉางเฟิงเองช่วงนี้ก็ได้รับความรู้และประสบการณ์หลายๆอย่างมาแต่ก็ยังไม่มีโอกาสได้ย่อยความรู้ทั้งหมดโดยเฉพาะความรู้ของพระเจ้าสูงสุดทั้ง5 แต่ฉางเฟิงก็ต้องใช้เวลาอยู่กับภรรยาทั้ง 3 คนและเสี่ยวเสี่ยว
เป็นเวลา1 ปี ที่ฉางเฟิงอยู่แต่กับครอบครัวและไม่ได้ทำสิ่งใดเลย เมื่อถึงเวลาฉางเฟิงก็ได้ปิดตัวฝึกฝนแน่นอนว่าไม่ใช่การบ่มเพาะแต่เป็นการย่อยความทั้งหมดที่ได้รับมาก
อย่างแรกฉางเฟิงได้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับตราประทับและค่ายกลอย่างลึกซึ้งจากนั้นก็เป็นการหลอมอุปกรณ์ทักษะกระบี่ เต๋าสายฟ้าและการทักษะพลังจิต ฉางเฟิงใช้เวลาอีก 10 ปีในการย่อมความรู้เหล่านี้ในค่ายกลกาลเวลา
“เป็นความรู้ที่ลึกซึ้งจริงๆต้องใช้เวลาถึง 10 ปีถึงจะสามารถทำความเข้าใจได้ในระดับหนึ่ง” ฉางเฟิงยิ้ม
จากนั้นฉางเฟิงเรียกผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆในอาณาจักรสวรรค์มารวมตัวกันแน่นอนว่าคนทั้งหมดล้วนแต่เป็นคนของฉางเฟิงและไว้ใจได้ฉางเฟิงได้สั่งสอนเกี่ยวกับการพัฒนาปืนใหญ่สังหารเทพ ระเบิดเพลิงสังหารให้กับปรมาจารย์นักหลอมอุปกรณ์
และจากนั้นก็ได้มอบแผนภาพค่ายกลต่างๆให้กับปรมาจารย์นักสร้างค่ายกลส่วนผู้ใช้พลังจิตที่โดดเด่นกลุ่มหนึ่งฉางเฟิงได้ชี้แนะและสั่งสอนการสร้างตราประทับให้กับพวกเขา
หลังจากที่ความรู้ด้านต่างๆถูกกระจายออกไปอาณาจักรสวรรค์ก็ยิ่งมีความแข็งแกร่งเพิ่มมากขึ้นอย่างเท่าทวีคูณอุปกรณ์ต่างๆถูกสลักค่ายกลลงไปทำให้อุปกรณ์ต่างๆแข็งแกร่งมากขึ้น
ส่วนตราประทับก็ช่วยให้ความสามารถพื้นฐานของหลายคนเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวแค่นี้ก็ทำให้กองกำลังของอาณาจักรสวรรค์กลายเป็นกลุ่มที่แข็งแกร่งที่สุดแม้แต่พวกหอสมบัติและสมาคมนักปรุงยาก็ยังตกตะลึงและทึ่งกับความรู้ที่ฉางเฟิงถ่ายทอดให้กับคนของตัวเอง
“พวกเจ้าได้ยินหรือไม่อาณาจักรสวรรค์สร้างอุปกรณ์แบบใหม่ขึ้นมา”
“ข้าได้ยินอยู่แล้วชุดเกาะนี่ของข้าก็ซื้อมาจากอาณาจักรสวรรค์เจ้าดูสิเมื่อกระตุ้นค่ายกลบนชุดเกาะจะทำให้ปรากฎโล่พลังปราณรอบๆตัว”
“บ้าเอ้ยรู้งี้ข้าไม่น่าด่วนซื้ออุปกรณ์ที่หอสมบัติเลย”
“ฮ่าฮ่า เจ้าได้แค่อุปกรณ์แต่ข้าได้ตราประทับขั้นสูงมากเพราะตราประทับนี่ทำให้วิชาของข้าพัฒนาขึ้น3 ใน 10 ส่วน”
“สุดยอดข้าต้องรับทำผลงานและนำเงินไปแลกตราประทับบ้างแล้ว”
เพียงไม่นานทั่วโลกโกลาหลก็ตื่นเต้นแม้ตอนนี้จะมีสิ่งแปลกๆมากมายปรากฎอยู่ทั่วโลกซึ่งสิ่งเหล่านี้บ้างก็เป็นสุสานบ้างก็เป็นซากนิกายที่เก่าแก่หรือแม้แต่มิติลับ ของเหล่านี้อาณาจักรสวรรค์จะมอบรางวัลให้กับผู้ที่ค้นพบหรือให้เบาะแสแม้แต่ใครที่เสี่ยงเข้าไปและได้รับสมบัติมาก็สามารถนำมาแลกกับพวกตราประทับได้
ทางด้านฉางเฟิงตอนนี้ฉางเฟิงได้ปล่อยวางอคติในใจแล้วและยอมรับให้ตระกูลฉางย้ายถิ่นฐานมาอยู่ที่อาณาจักรสวรรค์เพื่อหวังว่าในอนาคตพวกเขาจะสามารถฟื้นฟูตระกูลได้
ส่วนสามนิกายใหญ่ในทวีปเซียนได้ถูกฉางเฟิงควบคุมอย่างสมบูรณ์แล้วตอนนี้เหลือเพียงนิกายธารวารีเท่านั้นที่ยังอยู่
“ฉางเฟิงเจ้าคิดอย่างไรเกี่ยวกับข้อเสนอของข้า” วิญญาณของโลกได้ตื่นขึ้นมาหลังจากพักฟื้นอยู่นับ10 ปี นางเคยยื่นข้อเสนอให้กับฉางเฟิงตอนที่สงครามจบลงแต่ตอนนั้นฉางเฟิงยังไม่พร้อม
“ท่านต้องการให้ข้าออกไปจากโลกนี้จริงๆงั้นเหรอ”ฉางเฟิงหรี่ตาลง
“ถูกต้องตัวเจ้านั้นอยู่ที่นี่ไปก็ไม่ช่วยให้เจ้าพัฒนาขึ้นเร็วเท่าที่ควรและอีกอย่างข้าได้บอกไปแล้วเรามีเวลาเหลืออีกแค่90 ปีเท่านั้นและประตูโบราณก็จะปิดตัวลงส่วนพวกมารพวกนั้นยังไม่คิดจะบุกโจมตีมาแน่ๆเพราะพวกมันสัมผัสได้ถึงพลังระดับพระเจ้าจากโลกของพวกเราและด้วยโลกของมารไม่ได้เชื่อมต่อกับพวกเราโดยตรงทำให้พวกมันไม่สามารถส่งระดับพระเจ้าเข้ามายังโลกของเราได้”
“ท่านเลยให้เวลาข้า90 ปีเพื่อไปฝึกฝนข้างนอกนั่นสินะ”
“ไม่ผิดตัวเจ้าในตอนนี้ยังไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับจักรวาลศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ เจ้าอยู่แต่ในโลกโกลาหลก็ไม่ต่างจากกบในกะลามีเพียงเจ้าออกไปเจอกับโลกที่ยิ่งใหญ่อื่นๆจำนวนมากผ่านการท้าทายและความเป็นความตายนับครั้งไม่ถ้วนเท่านั้นเจ้าถึงจะกลายเป็นจ้าวจักรวาลได้
ในตอนนั้นรั่วหยานเองก็ถูกข้าส่งออกไปจากโลกเพื่อผ่านการต่อสู้เป็นเวลาเกือบหมื่นปีซีรั่วหยานถึงกลายเป็นจ้าวจักรวาลได้แม้ตัวเจ้าจะมีเวลาไม่มากแต่อย่างน้อยมันก็ช่วยขยายมุมมองให้กับเจ้าได้” วิญญาณของโลกกล่าว
เสร็จแล้วนอนพักได้