… ปังๆๆๆๆ... เสียงประทัดดังสนั่นซอยวันนี้เป็วันดี ร้านบะหมี่ฉีซื่อได้เฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสที่ต่อขยายร้านเสร็จหลังจากใช้เวลาต่อเติมไปด้วยฝั่งนึง ขายบะหมี่ไปด้วยฝั่งนึงในตลอดเดือนครึ่งที่ผ่านมาดังนั้นวันนี้ฉีซื่อจึงเป็เ้ามือเลี้ยงทุกคนที่เดินผ่านไปผ่านมาให้เข้ามากินได้ และจะถือโอกาสนำเสนอรายการอาหารใหม่ๆออกมาให้ผู้คนได้ลิ้มลอง
กว่าจะผ่าน่เวลาแห่งการต่อเติมร้านมาได้นั้นทุลักทุเลพอสมควรแต่โชคดีที่มีคู่ค้าที่ดีอย่างอาตี้คอยช่วยเหลือ ตอนนี้มีสาวน้อยสาวใหญ่ ต่างพากันเข้ามาในร้านแย่งตัวอาตี้กันเสียยกใหญ่ ใช่ซิ! ตอนนี้ชื่อเสียงความหล่อเหลาช่างเอาใจของเขาคงจะดังกระฉ่อนไปทั่วทิศทั่วแดนเผลอๆอาจจะดังกว่าร้านบะหมี่ไปแล้วกระมัง
ั้แ่อาตี้มาอยู่ที่นี่เขามักจะสร้างความสุขสำราญให้แก่ลูกค้าที่มาที่ร้านเสมอ บางวันก็นำเครื่องดนตรีอย่างเยว่ฉิน(月琴) ออกมาขับร้องบรรเลงเพลงต่างๆ บางทีก็ต่อบทกลอนบทกวี แลกเปลี่ยนความรู้กับบรรดาลูกค้าที่มาที่ร้านอย่างสนุกหนาน บางวันก็จะหาการละเล่นสนุกๆแจกรางวัลให้แก่ลุกค้าผูโชคดีบางวันก็เชิญคณะการแสดงขาจรให้มาแสดงที่ร้าน นับว่าั้แ่อาตี้มาอยู่ที่นี่ชีวิตของฉีซื่อเต็มไปด้วยความสนุกสนาน บรรยากาศในร้านเปลี่ยนไปจากเดิมมากจนคิดไม่ออกแล้วว่า ภาพจำเดิมๆเ่าั้เป็อย่างไร เพราะไม่มีใครจำได้แล้วทุกคนล้วนจำแต่ภาพในปัจจุบันที่แสนสุขนี้เท่านั้น
“อาฉี ข้าบอกเ้าแล้วว่าไม่ต้องทำแล้วให้พวกคนงานทำก็พอแล้ว” อาตี้ดุอาฉีเมื่อเห็นฉีซื่อเดินเข้ามาในห้องครัวแถมยังยืนอยู่หม้อต้มน้ำแกง
“ข้ายังไม่ได้ทำอะไรเลย ข้าแค่เข้ามาชิมดูเฉยๆว่าที่อาตู้ทำไว้ใช้ได้หรือไม่เท่านั้นเองไม่ได้จะทำใหม่สักหน่อย”
“อาฉีนะอาฉี อะไรเ้าก็ดี เสียอย่างเดียวเื่อาหารเนี่ยะ เ้าไม่ยอมปล่อยวางเลยจริงๆ ในเมื่อสอนไปแล้วก็ต้องรู้จักเชื่อใจพวกเขาบ้าง คนของเราต่างก็ตั้งใจทำงานดังนั้นอะไรส่งต่อได้ก็ส่งต่อไปเถอะ เ้าจะได้เอาเวลาไปทำอย่างอื่น”
“เอาละๆ ข้าเข้าใจแล้ว เ้าพูดประโยคนี้กับข้าจนจะท่องตามได้แล้ว” ฉีซื่อเดินเถียงกับอาตี้ออกมาจากห้องครัวจนถึงหน้าร้านก่อนอาตี้จะขอตัวออกไปสนุกสนานตามประสาหนุ่มเ้าสำราญ
“ฉีซื่อ!” เสียงคนผู้หนึ่งดังขึ้นเสียงที่คุ้นเคย เสียงที่โหยหามาตลอด เสียงที่ได้ยินทีไรหัวใจเต้นแรงทุกครั้ง
“ท่านอ๋อง...” ฉีซื่อยืนตัวแข็งทำอะไรไม่ถูกกับคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า
... มาได้ยังไงกัน ทำไม ทำไมต้องตอนนี้ด้วยทำไมต้องมาตอนที่ข้ากำลังจะลบท่านออกไปได้แล้วแท้ๆ...
ฉีซื่อค่อยๆถอยหลังทีละก้าวทีละก้าว ก่อนจะหลบออกไปทางหลังร้าน แน่นอนอ๋องจินอู่ยังคงเป็อ๋องจินอู่เขาเดินตามฉีซื่อไปอย่างใจเย็น เพราะเขารู้ดีว่ายังไงๆคนคนนี้ไม่มีทางหนีเขาไปไหนได้อยู่แล้ว
“ท่านอ๋อง ขออภัยที่กระหม่อมไม่ได้ออกไปต้อนรับด้วยตัวเองเพราะกระหม่อมไม่รู้ว่าท่านอ๋องจะเสด็จมาพะยะคะ”ฉีซื่อเอ่ยกับอ๋องจินอู่พร้อมกับก้มทำความเคารพ
“ไม่เจอกันไม่เท่าไหร่ คำพูดเ้าเปลี่ยนไปนะอาฉีท่าทีของเ้าก็ด้วย” อ๋องจินอู่ยืนมองฉีซื่ออย่างเพ่งพินิจนี่ไม่ใช่ฉีซื่อที่เขารู้จัก นอกจากคำพูดจะเปลี่ยนไป ท่าทีจะเปลี่ยนเช่นกัน ทำตัวห่างเหินหับเขาได้อย่างไรกันที่น่าเจ็บใจก็คือ ดวงตาคู่นั้นของฉีซื่อก็เปลี่ยนไปเสียแล้ว ดวงตาที่เมื่อก่อนเคยมองมาเพียงเขาคนเดียวตอนนี้กลับไม่มีเขาอยู่แล้ว
...แล้วหัวใจของเ้าละอาฉีเปลี่ยนไปด้วยหรือไม่... อ๋องจินอู่เริ่มถามตนเองในใจ
“อยู่นี่เอง!ข้าหาท่านรอบร้านเลย ท่านพี่” เสียงสตรีผู้หนึ่งดังขึ้นจากทางด้านหลังก่อนนางจะวิ่งมากอดแขนอ๋องจินอู่ แถมอ๋องจินอู่ยังไม่ขัดขืนอีกด้วยซ้ำยังส่งยิ้มอย่างอ่อนโยน
“ท่านผู้นี้คือ...” สตรีผู้นั้นเอ่ยถามอ๋องจินอู่พร้อมชี้มาทางฉีซื่อ
“เขาคือฉีซื่อ เ้าของร้านอาหารแห่งนี้ที่เ้าขอร้องให้พี่พาเ้ามายังไงเล่า”อ๋องจินอู่เอ่ยแนะนำแบบไม่เป็ทางการแก่สตรีผู้นั้น
“ฉีซื่อ นี่คือองค์หญิงหยางเซียง นางเป็... คู่หมั้นของข้า...วันนี้%&^%$(&%^#”อ๋องจินอู่แนะนำสตีผู้นั้นว่าเป็คู่หมั้น ฉีซื่อแทบจะไม่ได้ยินประโยคหลังจากนั้นแล้วจู่ๆก็หูดับ มีแต่เสียงดังวิ้งๆอยู่เต็มหัวเต็มไปหมด
“เื่สนุกสนานครื้นเครงอยู่ที่หน้าร้านนะขอรับส่วนสำหรับอาหารของร่อยๆ ข้าน้อยได้จัดเตรียมให้ที่โต๊ะพิเศษแล้วขอรับขาดเหลืออะไรบอกคนของเราได้เลย ที่หลังร้านนี้ไม่มีอะไรให้ท่านชมหรอกขอรับ” เสียงของอาตี้ ดังขึ้นอีกคน เขายืนกอด-อก มองมาทางกลุ่มคนที่ยืนอยู่และยิ้มให้อย่างเป็มิตร พร้อมกับโค้งคำนับทำความเคารพ
“ท่านพี่ พวกเราไปเถอะ ข้าหิวแล้ว” องค์หญิงหยางเซียงดึงแขนเสื้ออ๋องจินอู่เพื่อให้เดินตามตนมาทำให้อ๋องจินอู่จำใจเดินออกมาอย่างช่วยไม่ได้
“เ้ามาทำอะไรที่นี่” อ๋องจินอู่หยุดถามตี้ไหลข่า เมื่อเดินมาถึงประตู
“กระหม่อมอยู่ที่นี่มาตลอดพะยะคะ ร้านนี้เป็ของเราสองคนพะยะคะ” ตี้ไหลข่าตอบกลับอย่างผู้มีชัย ก่อนเขาจะขอตัวเดินไปหาฉีซื่อส่วนอ๋องจินอู่ก็ต้องเดินไปตามแรงดึงขององค์หญิงหยางเซียง
.........................................................
“อาฉี เข้าเป็อย่างไรบ้าง” ตี้ไหลข่า เดินเข้าไปหาฉีซื่อที่ยืนก้มหน้า ตัวติดกำแพง ไม่เคลื่อนไหวมาพักใหญ่
“เ้าเชิญเขามาหรือเปล่า” ฉีซื่อถามตี้ไหลข่าเบาๆ
“ข้าไม่ชอบหน้าเขา จะเชิญเขาทำไมยิ่งวันดีๆแบบนี้ ใครจะเชิญคนเฮงซวยแบบนี้มากันเล่า”ตี้ไหลข่าพูดออกมาด้วยความไม่พอใจนัก เพราะั้แ่อยู่กับฉีซื่อมาได้ระยะนึงก็พอจะได้รู้เื่ราวความสัมพันธ์ระหว่างฉีซื่อกับอ๋องจินอู่มาบ้าง ซึ่งแน่นอน พอได้รู้แล้วจากไม่ชอบหน้าเป็ทุนเดิมอยู่แล้วยิ่งไม่ชอบเข้าไปใหญ่
“อาตี้...อาตี้...ฮือๆๆๆๆช่วยข้าด้วย...ข้าเจ็บเหลือเกิน...น...”ฉีซื่อร้องออกมาอย่างกับคนบ้า เอามือทุบไปที่อกของตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่าน้ำตาไหลออกมาไม่ขาด ทำเอาตี้ไหลข่าสงสารคนตรงหน้าจับใจเพราะั้แ่เขารู้จักกันมา ฉีซื่อเป็คนที่เข้มแข็งมาก เป็คนที่ร้องไห้ยากมากมีอะไรก็มักจะเอาไปคิดคนเดียว ไม่ชอบแสดงความอ่อนแอออกมาให้ใครเห็นมากนักแต่ครั้งนี้กลับร้องออกมาให้เห็นได้ แสดงว่าคงถึงที่สุดแล้วจริง
“ร้องออกมาเลย ร้องออกมาเยอะๆข้าจะอยู่กับเ้าเอง จะรับฟังเ้าเอง” ตี้ไหลข่าโอบกอดฉีซื่อตบหลังเบาๆ เป็การปลอบใจ ปล่อยให้อีกคนปลดปล่อยความเ็ปออกมาให้หมด
...อ๋องจินอู่ตัวดีข้าเกลียดเ้าจริงๆ กล้าดียังไงมาทำให้อาฉีของข้าร้องไห้ ที่ผ่านมาข้าต้องพยายามขนาดไหนกว่าจะทำให้อาฉีกลับมาเป็คนเดิม กลับมาสดใน ร่าเริงได้ขนาดนี้ ดูซิ! เ้าโผล่มาแค่เพียงครู่เดียวเท่านั้นกลับทำให้อาฉีเ็ปได้ถึงพียงนี้...
ตี้ไหลข่านั่งปลอบขวัญฉีซื่ออยู่นานจนตอนนี้ฉีซื่อร้องไห้จนหมดแรงและหลับไปในที่สุด เขาจึงอุ้มฉีซื่อไปนอนพักผ่อนที่ห้องพักก่อนจะฝากให้ตู้ตู้ บ่าวคนสนิยของฉีซื่อดูแลต่อ ส่วนตัวเขาเองนั้นก็เดินออกมาหาอ๋องจินอู่ที่โต๊ะตี้ไหลข่าพยายามข่มใจตัวเอง ไม่ให้ไปหาเื่อ๋องจินอู่ เพราะเขาไม่อยากทำให้ฉีซื่อต้องเดือดร้อนจึงทำได้แค่บริการ ดูแลเหมือนเขาเป็แขกผู้สูงศักดิ์คนนึงเท่านั้น
“ท่านอ๋อง องค์หญิงขออภัยที่กระหม่อมมาช้า ไม่ทราบว่า อาหารถูกปากพวกท่านหรือไม่พะยะคะ” ตี้ไหลข่าถามเป็ยมารยาท
“อร่อยทุกอย่างเลยพ่อครัวที่นี่ทำอาหารอร่อยกว่าห้องเครื่องในวังเสียอีก”องค์หญิงหยางเซียงพูดอย่างยิ้มแย้ม เพราะตอนนี้นางมีความสุขกับอาหารตรงหน้าอย่างมากผิดกับอีกคนที่เอาแต่นั่งหน้าดำค่ำเครียด
“ขอบพระทัยองค์หญิงที่ชมพ่อครัวที่ลงมือวันนี้คือเถ้าแก่ฉีซื่อของเราเองพะยะคะ เดี๋ยวกระหม่อมจะไปบอกแก่เขาแทนองค์หญิงพะยะคะ”
“ค่าอาหารทั้งหมดนี้เท่าไหร่ คิดเงินด้วยข้าจะจ่าย” อ๋องจินอู่พูดแทรกขึ้นมาเพื่อ้าจะกลับแล้ว
“ท่านพี่ข้ายังมาอิ่มเลยท่านจะรีบกลับไปไหนกัน นานๆทีข้าจะได้ออกมาข้างนอก อยู่ให้นานอีกหน่อยเถิดเพคะ” องค์หญิงเซียงหยางค้านขึ้นมาทันที “ค่าอาหารวันนี้เถ้าแก่เราเป็เ้ามือแล้ว ท่านอ๋องอย่าได้ใส่ใจเลยพระยะคะ”ตี้ไหลข่ากล่าวจบก็ขอตัวออกไปดูแลลูกค้าคนอื่นๆทันทีไม่เว้นช่องให้ใครพูดหรือถามอะไรเขาต่อทั้งนั้น
อ๋องจินอู่นั่งมองบรรยากาศในร้านที่ตอนนี้ได้ต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิงเขาไม่ได้มาหาฉีซื่อเพียงเดือนกว่าๆ อะไรอะไรมันเปลี่ยนแปลงไปไวขนาดนี้เลยหรือ
...พี่ข้ากำลังทำอะไรพลาดไปจริงๆแล้วอาฉีต้องเป็ยฝ่ายขอโทษข้าซิ ที่วันนั้นเขาเป็ฝ่านงี่เง่าหนีกลับเมืองหลวงก่อนข้าแถมยังหลอกให้ข้าไปซื้อของให้ ทำให้ข้ามาไม่ทันเขาในวันนั้น แต่วันนี้พอได้เจอกัน ทำไมเขาถึงเอาแต่เงียบและพอข้าแนะนำว่าหยางเซียงว่าเป็คู่หมั้น ทำไมเขาไม่พูดอะไรเลย... อ๋องจินอู่ตกอยู่ในภวังค์ห้วงความคิดของตนเองเขาถามตนเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“หยางเซียง หากเ้าพบว่าคนที่เ้าชอบมีคู่หมั้นอยู่แล้วเ้าจะรู้สึกยังไง” อ๋องจินอู่ถามคนตรงหน้าที่ตอนนี้กำลังเพลิดเพลินกับการกิน
“ท่านพี่ถามองค์หญิงอย่างหม่อมฉันหรือเพคะคนที่ไม่มีสิทธิ์เลือกชายที่จะแต่งงานด้วยอย่างหม่อมนี่หรือเพคะหม่อมฉันไม่ยึดติดอะไรเลยเพคะ หากเป็พระบัญชาของฝ่าา หม่อมฉันก็มีหน้าสนองรับสั่งก็เท่านั้นเพคะ”
“เ้าก็ลองคิดในมุมที่เ้าเป็สามัญชนดูซิ”อ๋องจินอู่แนะนำเพื่ออยากฟังความเห็นขององค์หญิงหยางเซียง
“อืม...หม่อมฉีนก็ไม่รู้เพคะ หม่อมฉันไม่รู้ว่าความคิดแบบสามัญชนเป็เช่นไรท่านพี่ท่านก็รู้ว่าองค์หญิงอย่างหม่อมฉันถูกสอนมาเช่นไร แล้วท่านมาถามคำถามแบบนี้หม่อมฉันก็จนใจที่จะตอบท่านจริงๆเพคะ” องค์หญิงหยางเซียงตอบอย่างจนใจ
“ฝ่าาน่าจะส่งเ้าไปอภิเษกที่แดนไกล” อ๋องจินอู่พูดแทงใจดำใส่องค์หญิงหยางเซียงด้วยความหงุดหงิด
....................................................
เช้าวันใหม่...
วันนี้ร้านบะหมี่ฉีซื่อหลังจบงานฉลแงเมื่อคืนก็ปิดทำการ 3 วัน เพื่อเป็การถือโอกาสให้ทุกคนพักผ่อนเอาแรง ดังนั้น วันนี้คนคนตื่นแล้วก็พากันหุงหาอาหารกินกันตามสะดวกบางคนก็ยังเมาค้างไม่ตื่นนอน แต่ยังไม่อีกคนที่นอนนี้ อนจับไข้ขยับตัวไม่ไหว
“อาฉีเ้าลุกขึ้นมากินข้าวเสียหน่อยเถิด” ตี้ไหลข่ายกโจ๊กเข้ามาให้ฉีซื่อถึงบนห้อง
“ข้าไม่หิว อาตี้เ้าเอาออกไปเถอะเ้าก็ออกไปด้วย ข้าอยากอยู่คนเดียว” ฉีซื่อตอบแล้วเอาผ้าห่มคลุมทั้งตัวหันหลังให้ทันที
“อาฉี เ้าเสียใจข้ารู้แต่เ้าก็ต้องอย่าลืมดูแลตัวเองด้วย แค่คนที่ไม่เห็นค่าหัวใจของเ้าแค่คนเดียวเ้าจะทิ้งคนที่รักเ้าอีกหลายคนแบบนี้จริงๆเหรอ” “...ฮึก...ฮือๆๆๆ” เสียงร้องไห้ของฉีซื่อดังออกมากจากใต้ผ้าห่ม
“เอาละ!กินเสียหน่อย แล้วลงไปข้างล่างกับข้า ออกไปเที่ยวเป็เพื่อนข้าทีนานๆทีร้านเราจะหยุด” ตี้ไหลข่ายื่นคำขาดพร้อมกับดึงตัวฉีซื่อลุกขึ้นนั่ง
.....................................................
ณ ตลาดค้าส่ง ท่าเรือ
เสียงคนพูดคุยกันอื้ออึง ผู้คนเดินสวนกันไปมาจอแจที่นี่ดูครึกครื่นใช่เล่น แถมยังมีสินค้าแปลกตามาวางขายเต็มไปหมดไม่เสียชื่อที่เป็ตลาดค้าส่ง ตี้ไหลข้ามาฉีซื่อเดินไปเรื่อยๆ ซื้อของกันอย่างเพลิดเพลินตอนนี้อาการของเขาก็ดีขึ้นมาบ้าง แม้จะมีแอบซึมๆไปบ้างชั่วขณะแต่ตี้ไหลข่าก็พยายามดึงฉีซื่อคนเดิมกลับมาให้ได้ เพราะเขาไม่อยากให้คนที่เขารักต้องมานอนร้องไห้จนจับไข้ขนาดนี้เขาสัญญากับตนเองว่า หากครั้งหน้าคนเฮงซวยคนนั้นมาอีก เขาจะทำทุกวิถีทางเมื่อไม่ให้เขาได้พบกับฉีซื่ออย่างแน่นอน
“อาฉี เ้ากินเยอะๆเลยข้าสั่งของโปรดมาให้เ้าทั้งนั้นเลยนะ” ตี้ไหลข่าพาฉีซื่อมากินของอร่อยๆในร้านอาหารที่ติดกับท่าเรือ
“อาตี้ ข้าขอบในเ้ามากสำหรับที่ผ่านมารวมถึงเมื่อคืนด้วย หากไม่มีเ้า ข้าก็ไม่รู้ว่าจะผ่านมันไปยังไง...อีกอย่างข้า...”
“ไม่ต้องพูดแล้วเื่มันผ่านไปแล้ว ข้าอยากให้เ้าใช้ชีวิตทุกวันให้มีความสุขก็พอ ท่านลุงท่านป้าเลี้ยงเ้ามาอย่างดีดังนั้น เ้าอย่าทำร้ายตัวเองอีกเลยอาฉี ชีวิตคนเราสั้นนัก เ้าอย่าไปมัวแต่จมปลักอยู่กับคนที่ไม่รักเ้าเลย” ตี้ไหลข่า พยายามปลอบใจฉีซื่อ
“ข้าเข้าใจความกมายของเ้าโชคดีจริงๆที่ข้ามีเ้าเป็สหาย” ฉีซื่อยิ้มให้ตี้ไหลข่าอย่างจริงใจ
หลังจากกินอิ่มพวกเขาก็เดินเล่นเลียลแม่น้ำกัสักพักก่อนจะพากันเดินกลับไปยังร้านอาหาร ระหว่างทางที่กลับพวกเขาก็แวะซื้อของเล็กๆน้อยไปฝากเด็กๆที่ร้านในระหว่างที่กำลังยืนเลือกของกันอยู่นั้น ฉีซื่อก็ได้พบคนผู้หนึ่งโดยบังเอิญ
“เซียวหลง นั่นท่านใช่ไหม” ฉีซื่อเห็นเขาเดินสวนไป เดิมทีฉีซื่อกำลังใตร่ตรองอยู่ว่าควรเรียกเขาไว้ดีหรือไม่
“ขอรับ ท่านฉี”
“ดีจริงๆที่จบท่านเรียกข้าว่าเถ้าแก่ฉีเถอะ อย่าเรียกข้าว่าท่านฉีเลย ข้าไม่ค่อยชิน” ฉีซื่อกล่าวอย่างเป็มิตร ผิดกับอีกคนที่พูดอย่างกระอักกระอ่วน
“ข้าขออภัยที่ทำให้ท่านอึดอัดแต่นี่จะเป็ครั้งสุดท้าย ที่ข้าจะทักทายท่านเช่นนี้”
“ท่านฉี...เอ่อ...เถ้าแก่ฉีนี่ท่าน...” เซียวหลงใ เมื่อฉีซื่อยื่นพู่หยกให้แก่เขา พู่หยกนี้เซียวหลงรู้จักดีเพราะมันคือพู้หยกที่เป็ตัวแทนของอ๋องจินอู่ เป็ของสำคัญที่อ๋องจินอู่จะไม่มอบให้ใครง่ายๆหากใครมีไว้ใน สามารถเป็ตัวแทนของอ๋องจินอู่ออกคำสั่งได้สารพัดแม้แต่เข้าวังขอพบฝ่าาก็ยงได้เลย แต่วันนี้ คนตรงหน้าเขากลับคืนให้อย่างไม่ใยดี
“รบกวนท่าน ฝากให้ท่านอ๋องทีเขามาลืมไว้ที่ข้านานแล้ว ตอนนี้ไม่สะดวกจะเก็บไว้แล้ว เพราะของชิ้นนี้มันล้ำค่าเกินไปเกรงว่าข้าจะทำเสียหายแล้วจะชดใช้ไม่ไหว”
“ขอ...ขอรับ!” เซียวหลงรับไว้แต่โดยดี จากนั้นพวกเขาก็แยกันเดินไปคนละทาง
“เดี๋ยวคืนนี้ข้าดื่มเป็เพื่อนเ้า” ตี้ไหลข่าพูดเย้าแหย่ ประหนึ่งว่า อกหักก็ต้องดื่ม ดื่มให้เมา เมาแล้วจะลืมไปเอง
“ข้าไม่ได้พูดสักคำว่าข้าจะดื่ม”ฉีซื่อค้อนกลับแต่ก็ไม่ได้ทำให้ตี้ไหลข่าหยุดแต่อย่างใด
“เ้ารอเดี๋ยว ข้าขอไปซื้อสุราก่อน” พูดจบ ตี้ไหลข้าก็วิ่งเข้าไปในร้านทันที
...เ้าอยากดื่มก็ดื่มไปซิจะเอาข้ามาเป็เหตุในการดื่มได้อย่างไรกัน อาตี้...