13 1-2
ตอนที่ 24 นี่ไม่ยุติธรรม!
หลินเสวี่ยวิ่งเข้าบ้านด้วยสีหน้าตื่นตระหนกแทบจะในทันที และเมื่อไปถึงก็ร้องถามเื่ทั้งหมดจากอู๋ซิ่วเหลียน ถึงเื่แยกครอบครัวของสองแม่ลูกบัดซบนั่นโดยไว
แต่ไม่คาดคิด อู๋ซิ่วเหลียนกลับพยักหน้ายอมรับตามตรง
“แม่บ้ารึเปล่า! ถ้าแยกครอบครัวกันอยู่แบบนี้จริงๆ แล้วลุงจะส่งเสียเลี้ยงดูพวกเราสองแม่ลูกต่อได้ยังไง? หนูยังต้องเรียนพิเศษเพิ่มเติมอีกตั้งมากมาย ไหนจะวิชาความถนัดเฉพาะด้านอีก? แยกครอบครัวออกไปแบบนี้ แล้วลุงจะยังดีต่อหนูเหมือนเดิมรึเปล่าก็ไม่รู้?”
หลินเสวี่ยยิ่งรู้สึกกังวลมากขึ้นเรื่อยๆ จนมีจังหวะหนึ่งที่เธอแทบจะร้องไห้ออกมา
อีกไม่นานเธอก็ต้องสอบแล้ว และค่าเรียนพิเศษเสริมที่ต้องจ่ายให้อาจารย์ในแต่ละครั้งนั้น ก็เป็จำนวนเงินที่ค่อนข้างสูง หากต้องมาแยกครอบครัวกันในเวลานี้ แล้วคุณลุงของเธอจะยังส่งเสียเธออยู่หรือไม่?
ไม่ว่าอย่างไรเธอก็ต้องสอบผ่านให้ได้!
อู๋ซิ่วเหลียนยกนิ้วชี้นิ้วผลักเข้าที่กลางหน้าผากของหลินเสวี่ยอย่างแรงหนึ่งที พร้อมกับตวาดกลับไปว่า
“แกโง่รึเปล่า? ใน่เวลาหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญแบบนี้ มีเหรอที่ฉันจะยอมปล่อยให้ลุงของแกแยกจากพวกเราไปจริงๆ? ยิ่งไปกว่านั้น ลุงของแกก็ไม่คิดจะทิ้งพวกเราไปไหนอยู่แล้ว! หลังจากที่นังตัวดีติงเสวี่ยเหม่ยเสนอให้แยกครอบครัวกันอยู่ ฉันก็บอกลุงของแกว่า ปล่อยให้พวกมันสองแม่ลูกย้ายไปอยู่ที่บ้านร้างริมแม่น้ำกันแค่สองคน เดี๋ยวผ่านไปสองสามวันพวกมันก็ต้องล้มเลิกความคิด แล้วคลานกลับมาที่บ้านเองนั่นล่ะ! ส่วนแกก็ควรรู้ไว้ด้วยว่า ลุงของแกน่ะเชื่อฟังฉันยิ่งกว่าใครๆ!”
หลินเสวี่ยตาเป็ประกายสว่างไสวขึ้นฉับพลัน
“แม่ แบบนี้ก็หมายความว่ามีแค่ติงเสวี่ยเหม่ยกับหลินจิงซูที่แยกบ้านออกไปเหรอคะ?”
“หึ หึ น้ำหน้าอย่างติงเสวี่ยเหม่ยนี่นะที่คิดจะต่อกรกับฉัน? แช่น้ำเยี่ยวอีกสิบชาติก็ไม่มีวันเทียบฉันได้!”
อู๋ซิ่วเหลียนยิ้มเยาะพร้อมกับเย้ยหยันว่า “ครอบครัวที่ไร้บุรุษ ก็ไม่ต่างอะไรจากคนที่ไร้กระดูกสันหลัง เด็กสาวกำพร้าพ่อกับแม่ม่ายคนหนึ่งต้องย้ายไปอยู่บ้านร้างแบบนั้น พวกมันจะทนอยู่กันได้สักกี่วัน! ติงเสวี่ยเหม่ย ฉันจะทำให้แกได้ลิ้มรสของการเป็แม่ม่ายดูบ้าง! แกไม่รู้หรอกว่าตลอดหลายปีที่ผ่านมานี้ ฉันต้องอยู่อย่างทุกข์ทรมานมากขนาดไหน!”
หากไม่ใช่เพราะหลินชิงอี้ดันไปตกหลุมรักติงเสวี่ยเหม่ยจนแต่งงานแต่งการกันเสียก่อน คนที่จะยืนอยู่ในตำแหน่งนั้นก็ควรต้องเป็เธอ! และทั้งหมดหากไม่ใช่เพราะนังติงเสวี่ยเหม่ย เธอหรือจะต้องมาแต่งงานกับผู้ชายขี้โรคอย่างหลินเหลาเอ๋อร์!
อู๋ซิ่วเหลียนโยนทุกความผิดที่เกิดขึ้นกับชีวิตของตนเองให้กับติงเสวี่ยเหม่ย ด้วยตรรกะความเชื่อที่แสนจะบิดเบี้ยวของเธอ เธอเชื่ออย่างสุดหัวใจว่า ที่ชีวิตของเธอต้องทนทุกข์ทรมานมาจนทุกวันนี้ ทั้งหมดล้วนเกิดจากติงเสวี่ยเหม่ยทั้งสิ้น!
แต่กระนั้น เวลานี้เธอกลับมีศัตรูตัวฉกาจเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งคน ซึ่งก็คือนังหลินจิงซู นังสัตว์นรกตัวน้อย!
ทั้งแม่ทั้งลูกสาวช่างมีนิสัยเลวทรามต่ำช้าไม่แตกต่างกันเลย!
คล้อยหลังได้ฟังคำบอกเล่าของอู๋ซิ่วเหลียนแล้ว หลินเสวี่ยก็ถึงกับขมวดคิ้วแน่น พร้อมกับขัดขึ้นอย่างไม่พอใจว่า
“ลำบากบ้าบออะไรกันคะแม่! หนูเห็นพวกมันสองแม่ลูกใช้ชีวิตกันมีความสุขจะตายไป! พวกมันออกไปจับจ่ายซื้อของ หอบถุงข้าวปลาอาหารพะลุงพะลังกันเต็มสองมือ มีทั้งเนื้อหมูทั้งผลไม้น่ากินทั้งนั้น! ทำอย่างกับว่าที่บ้านกำลังจะมีงานเฉลิมฉลองวันขึ้นปีใหม่อย่างนั้นล่ะ!”
“นี่แกว่าอะไรนะ?” อู๋ซิ่วเหลียวแทบไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง
หลินเสวี่ยเล่าเหตุการณ์ตอนที่ไปเจอกับหลินจิงซูและติงเสวี่ยเหม่ยระหว่างทางกลับบ้านให้ผู้เป็แม่ฟัง ขณะที่เล่าบรรยายเป็ฉากๆนั้น สีหน้าของเธอก็แปรเปลี่ยนเป็สีเขียวสลับดำ แทบอยากจะะโกัดนังสองแม่ลูกคู่นั้นให้ตายๆไปซะ! ไหนบอกว่า พวกมันจะต้องทนทุกข์กับความลำบากยังไงล่ะ? ทำไมถึงมีแต่สิ่งดีๆเกิดขึ้นกับพวกมันแทน?
อู๋ซิ่วเหลียนตบโต๊ะรุนแรงจนแทบพลิกคว่ำ กัดฟันกรอดด้วยความเคียดแค้น แววตาเปลี่ยนเป็ดุร้ายราวกับอสรพิษ
“นังนี่! กล้าเอาเงินของฉันไปใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายขนาดนี้เชียวรึ! ฉันหลงคิดไปว่าคนอย่างแกคงไม่กล้าใช้เงินจำนวนนั้นแน่ เพราะต้องเห็นแก่หน้าพี่ชิงอี้!”
“นังสารเลวนี่ชั่วช้ากว่าที่ฉันคิดไว้มาก เสแสร้งทำเป็ผู้หญิงใสซื่อ ที่แท้ก็เป็หญิงแพศยาน่ารังเกียจดีๆนี่เอง!”
หลินเสวี่ยขมวดคิ้วถามอย่างไม่ค่อยเข้าใจ
“แม่ แล้วทำไมเงินของครอบครัวเราถึงได้ไปอยู่ในมือพวกมันได้ล่ะคะ? ตลอดเวลาที่ผ่านมา เราก็ใช้แต่เงินของลุงไม่ใช่เหรอ? แล้วทำไมติงเสวี่ยเหม่ยกับหลินจิงซูถึงได้เอาเงินของพวกเราไปใช้ได้ล่ะ?”
อู๋ซิ่วเหลียนเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นบนสถานีตำรวจในวันนั้นให้อีกฝ่ายฟังทั้งหมด หลินเสวี่ยฟังแล้วถึงกับโมโหเดือดดาลเป็ที่สุด
“แม่! เราต้องเอาเงิน1,600หยวนของเราคืนมานะ! นั่นเป็เงินของครอบครัวเรา! แล้วทำไมต้องให้นังสองตัวนั่นเอาไปใช้ด้วย!? นี่ไม่ยุติธรรมเลย!!”
อู๋ซิ่วเหลียนยิ้มเยาะกับตัวเอง
“ต่อให้แม่จะไม่ได้เงินพวกนั้นคืน แต่ยังไงแม่ก็จะไม่มีวันปล่อยให้นังติงเสวี่ยเหม่ยกับนังหลินจิงซูได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขแน่นอน!”