เมื่อได้ยินคำพูดของคนชุดดำ เซียวเฉิน ก็ขมวดคิ้ว ค้นร่างกายอย่างงั้นเหรอ?
“เร็วๆเข้า พวกแกทั้งหมด ยกมือขึ้น!”
ชายชุดดำคนหนึ่ง ผลัก ติงลี่ ที่ยืนอยู่ด้านหลังสุด
ติงลี่ ที่กำลังตัวสั่นก็รีบยกมือทั้ง 2 ข้างขึ้นสูง
“แกก็ด้วย.........”
ชายชุดดำอีกคนชี้นิ้วไปที่ เซียวเฉิน แล้วทำท่าจะแตะตัวเขา
ปั่ก
ยังไม่ทันที่ชายชุดดำจะแตะสัมผัสกับเสื้อผ้าร่างกายของ เซียวเฉิน มันก็ถูกเตะลอยกระเด็นออกไป
“ท่านปู่ไม่ชอบให้ผู้ชายมาสัมผัสร่างกาย ไม่งั้นมือและเท้ามันจะขยับไปเอง!” เซียวเฉิน พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“ไอ้เวรเอ้ย แกลงมืองั้นเหรอ!”
ชายชุดดำอีกคนรู้สึกโกรธจัด กำหมัดหมายจะไปต่อย เซียวเฉิน
ปังๆ!
เซียวเฉิน ไม่ได้ขยับกายเคลื่อนไหว แต่เป็น หลี่หานโฮ่ว ด้วยร่างกายที่เหมือนกับรถถังของเขา พุ่งชนปะทะชายชุดดำทั้ง 2 ให้ปลิวกระเด็นลอยออกไป!
“จัดการมัน!”
เมื่อชายชุดดำคนอื่นๆเห็นว่าเพื่อนของตัวเองถูกทำร้าย ความโกรธเลยปะทุ คว้ามีดมาเชเต้ที่อยู่ด้านข้างออกมา พุ่งเข้าไล่ฟัน หลี่หานโฮ่ว
หลี่หานโฮ่ว มองดูด้วยความเย็นชา จากนั้นหลบการโจมตีของอีกฝ่ายไปด้านข้าง เหวี่ยงเท้าสวนกลับไป ทำให้อีกฝ่ายต้องปลิวลอยไปพร้อมกับกระอักเลือด
“หยุด!” กวงโถเซ่อ ปรากฏกายออกมา มันมองไปที่ลูกน้องของตัวเอง ความโกรธพลันแสดงออกผ่านสีหน้า “หัวหน้าเซียว แกทำร้ายคนของฉันทำไม?”
เซียวเฉิน มองไปที่ กวงโถเซ่อ จากนั้นตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก “จำได้ว่า คืนนี้เป็น หวงซิ่ง ที่เชิญฉันมา พวกแกกลับยังไม่ขอโทษฉันอีกหรอ........ฉันว่าแกควรจะให้ความสนใจกับท่าทางของพวกแกซะหน่อยนะ!”
“พี่เซ่อ พวกมันไม่ยอมให้ค้นร่างกาย”
“ฮ่าๆๆๆ พวกเขามาในฐานะของแขก ไม่จำเป็นต้องค้นร่างกายหรอก!”
ยังไม่ทันที่ กวงโถเซ่อ จะพูด หวงซิ่ง ก็เดินออกมาข้างนอก มันใช้สายตาตรวจสอบ เซียวเฉิน ในใจพลันลอบตกตะลึง อายุแค่นี้ก็เป็นยอดฝีมือขั้นที่ 1 แล้วอย่างงั้นเหรอ?
“ฮ่าๆๆๆ นายคือ หัวหน้าเซียว งั้นสินะ? สวัสดี ฉันคือ หวงซิ่ง เป็นแกนนำกลุ่มเหยี่ยวแห่งแก๊งอินทรี!”
เมื่อ หวงซิ่ง ตรวจสอบ เซียวเฉิน และเขาก็ทำการตรวจสอบมันกลับไปเช่นกัน เมื่อตรวจสอบแล้วก็พบถึงความชั่วร้ายที่แผ่กระจายออกมา ทั้งร่างกายที่อ้วนท้วนสมบูรณ์ ดูแล้วสมกับที่เป็นมาเฟียแห่งโลกใต้ดินจริงๆ!
“ใช่ ฉันคือ เซียวเฉิน”
เซียวเฉิน พยักหน้าแล้วตอบกลับด้วยน้ำเสียงปกติ แต่เขาไม่มีความตั้งใจที่จะยื่นมือไปจับมือกับ หวงซิ่ง
หวงซิ่ง มองเห็นท่าทางของ เซียวเฉิน แววตาพลันประกายขึ้นด้วยความเย็นชา แต่ไม่ได้แสดงสีหน้า “หัวหน้าเซียว เชิญข้างใน เรามากินไปคุยไปกันดีกว่า ว่าไหม?”
“ตกลง ต้าหาน ไป เข้าไปกินข้าวได้แล้ว!”
“ได้!” หลี่หานโฮ่ว พยักหน้า ในที่สุดเขาก็จะได้กินมื้อค่ำสักที หากช้ากว่านี้เขาคงหิวตายไปแล้ว!
หวงซิ่ง กวาดสายตามองไปที่ หลี่หานโฮ่ว มันก็คือยักษ์ตัวใหญ่ที่ต้าเซ่อบอกอย่างงั้นเหรอ? ดูท่าทางแล้วมันน่าจะแข็งแกร่งไม่น้อยเลยทีเดียว!
แต่ว่าเมื่อมันย้อนนึกถึงการจัดการและการเตรียมการของตัวเองแล้ว มันก็ไม่ได้สนใจอีกต่อไป เพราะถึงจะร้ายกาจแค่ไหนก็ย่อมไม่มีทางหลบกระสุนได้อยู่ดี?
และวันนี้ที่นี่ก็คือฐานของพวกมัน เกมๆ นี้ มันอยากจะเล่นยังไงก็จะเล่นอย่างนั้น!
เซียวเฉิน พา หลี่หานโฮ่ว และ ติงลี่ เข้าไปข้างใน ส่วน หวงซิ่ง ก็ส่งสายตาไปที่ กวงโถเซ่อ อีกฝ่ายพยักหน้าตอบรับและแสดงท่าทางอะไรบางอย่าง
แต่ว่าฉากเหตุการณ์นี้ไม่อาจจะหลุดรอดสายตาของ เซียวเฉิน ไปได้ แต่เขาก็ไม่สนใจ ที่เขากล้ามาในวันนี้นั่นก็เพราะเขาได้เตรียมการทุกอย่างเอาไว้เรียบร้อยแล้ว!
“หัวหน้าเฉิน เชิญนั่ง”
“ตกลง”
เซียวเฉิน นั่งลงไป สายตามองไปที่ ซุนเฟย ที่สวมใส่ชุดลายตารางหมากรุก คนผู้นี้น่าจะเป็นยอดฝีมือ
“ฮ่าๆๆ หัวหน้าเซียวชอบกินอะไรเป็นพิเศษไหม?” หวงซิ่ง หัวเราะพร้อมกับถาม
“มีเมนูไหม?”
“ห๊ะ?”
หวงซิ่ง นิ่งอึ้งไป มันก็แค่ถามไปตามมารยาท เจ้าเด็กนี้เอาจริงอย่างงั้นเหรอ? ทั้งยังขอเมนูอีก? ให้ตายเถอะ มันโง่จริงหรือว่าแกล้งโง่กันแน่ ยังไม่รู้ความหมายจริงของการมาที่นี่วันนี้อีกงั้นเหรอ?
“อะไรกัน ร้านอาหารใหญ่โตขนาดนี้ไม่มีเมนูงั้นเหรอ?”
เซียวเฉิน ขมวดคิ้วแล้วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
“มี แน่นอนต้องมีอยู่แล้ว!” หวงซิ่ง สะกดข่มความโกรธลงไป มันโบกมือ “เอาเมนูให้หัวหน้าเซียว แล้วก็สั่งอาหารอร่อยๆให้เขากิน!”
“ครับ!”
เซียวเฉิน รับเมนูมาจากนั้นก็ส่งต่อไปให้ หลี่หานโฮ่ว “ต้าหาน นายอยากกินอะไร นายก็สั่งเลยนะ!”
“ขอบคุณพี่เฉิน!”
หลี่หานโฮ่ว ยิ้มพร้อมพยักหน้า เขารับเมนูมาแล้วเปิดอย่างไม่เกรงใจ ปากเขาสั่งเมนูไปแล้วสิบกว่าอย่าง และที่สั่งมาล้วนแล้วแต่เป็นเนื้อสัตว์ทั้งนั้น!
“พอแล้วงั้นเหรอ?” เซียวเฉิน ยิ้มแล้วถาม
“พอแล้วๆ อ้อ ใช่แล้วเอาลูกชิ้นตุ๋นน้ำแดงมาให้ฉันด้วย!” หลี่หานโฮ่ว นึกบางอย่างขึ้นได้แล้วเปิดปากสั่งอาหารอีก
“..........”
ริมฝีปากของ หวงซิ่ง กระตุกขึ้น แม่มันเถอะ นี่พวกแกคิดว่าฉันนัดมาเพื่อกินข้าวจริงๆอย่างงั้นเหรอ? เดี๋ยวรอหากเจรจาล่มเมื่อไหร่ ท่านปู่จะเอาพวกแกไปทำเป็นลูกชิ้นแล้วไปตุ๋นน้ำแดงให้สมใจอยากเลย!
“ติงลี่ นายอยากกินอะไร? แกนนำหวง อุตส่าห์เชิญพวกเราไปเป็นแขก ไม่ต้องเกรงใจ”
เซียวเฉิน หันไปมอง ติงลี่ ที่หน้าซีดเซียว
“พวกพี่ตามสบายเลย.....ผม ผมไม่หิว”
ติงลี่ ส่ายหัวแล้วพูดติดอ่าง
“งั้นเหรอ” เซียวเฉิน พยักหน้าไปอีกไม่กี่อย่าง จากนั้นก็นำเมนูวางไว้บนโต๊ะ “แกนนำหวง นายไม่กินสักหน่อยเหรอ?”
หวงซิ่ง วางมือไว้บนโต๊ะ มันกำหมัดแน่น จากนั้นก็พยายามฝืนยิ้มแล้วพูดออกมา “ไม่เป็นไร ว่าแต่พวกเราจะดื่มอะไรกันดี?”
“ดื่มเหล้าเหมาไถก็แล้วกัน”
“ได้ งั้นพวกแกไปทำอาหารมา เร็วๆด้วย!”
หวงซิ่ง โบกมือและเรียกให้บริกรออกไปอย่างรวดเร็ว
“หัวหน้าเซียว ที่วันนี้ฉันเรียกนายมา ก็เพราะว่าเรื่องขัดแย้งที่เกิดขึ้นไม่กี่วันก่อน ฉันรู้สึกว่ามันเป็นเพียงแค่เรื่องเข้าใจผิด นายพูดมาเถอะ?”
“ฮ่าๆๆๆ ในเมื่อแกนนำหวงบอกว่าเข้าใจผิด งั้นก็เข้าใจผิดตามนั้น”
เซียวเฉิน หัวเราะ หากว่าสามารถพลิกเรื่องนี้ได้อย่างง่ายดาย งั้นมันก็คงไม่อาจจะทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าได้
“ยอดเยี่ยม ตรงไปตรงมาดี!” หวงซิ่ง ยิ้มแล้วพยักหน้า แต่ว่าในใจก็เริ่มรู้สึกสบายใจ “หัวหน้าเฉิน รู้จักคำพูดที่ว่าไม่เคยต่อสู้กันย่อมไม่อาจจะเป็นสหายกันได้ไหม ความจริงในวันนี้ที่ฉันเชิญนายมาก็เพื่อที่จะเป็นเพื่อนกับนาย!”
“ฮ่าๆๆๆ ฉันก็ไม่อยากจะเป็นศัตรูกับแก๊งอินทรี”
“ในเมื่อหัวหน้าเฉินพูดแบบนี้ พวกเราก็ไม่ใช่ศัตรูกันอีกแล้ว....ในวันนั้นต้าเซ่อแค่ไปเก็บค่าคุ้มครอง ทำให้เกิดข้อขัดแย้งกับนาย และมันก็ได้รับบทเรียนไปแล้ว......” หวงซิ่ง พูดคำพูดนี้ออกมา จากนั้นก็มองไปที่ กวงโถเซ่อ ที่นั่งอยู่ด้านข้าง
กวงโถเซ่อ สังเกตเห็นการจ้องมองของลูกพี่ แม้ว่ามันจะไม่ต้องการ แต่ก็ทำได้แค่ยกน้ำชาขึ้นมาแล้วพูดว่า “หัวหน้าเซียว เรื่องในวันนั้น ฉันเป็นฝ่ายผิดเอง...ฉันขอดื่มน้ำชาถ้วยนี้แทนเหล้า จากนั้นเรามากินเหล้ากันสัก 3 จอก คุณตกลงไหม?”
“ฮ่าๆๆๆๆๆ ฉันลืมเรื่องในวันนั้นไปหมดแล้ว”
เซียวเฉิน ยิ้มอย่างผ่อนคลาย เขาถือน้ำชาขึ้นมาดื่ม ในใจลอบคิดตลอดเวลา ทำไมกับข้าวถึงยังไม่มาอีก? ช่างเถอะ ตอนนี้เขาเริ่มหิวขึ้นมาหน่อยๆแล้ว
บรรยากาศในห้องส่วนตัวนี้ เปลี่ยนเป็นดีขึ้นเรื่อยๆ หวงซิ่ง ก็ไม่ได้รีบร้อนยกเรื่องอื่นขึ้นมา มันยังคงพูดคุยกันไปเรื่อยๆ บางครั้งยังพูดถึงวิธีการภายในแก๊งอินทรี
กับข้าวมาแล้ว
หลี่หานโฮ่ว ที่ไม่ได้พูดอะไรมาโดยตลอด เมื่อมองดูอาหารแต่ละจานที่ถูกยกขึ้นมา ดวงตาเริ่มเปล่งประกาย เหมือนกับเป็นสัตว์ป่าที่หลับใหลถูกปลุกให้ตื่นขึ้น
ติงลี่ มองไปที่ เซียวเฉิน ซึ่งกำลังพูดคุยอย่างสนุกสนานกับ หวงซิ่ง ในใจก็เริ่มผ่อนคลายลง เมื่อเห็นว่าเป็นแบบนี้ แม้ว่าจะเป็นงานเลี้ยงที่วางอุบาย แต่เหมือนว่ามันจะไปในทิศทางที่ดี มันน่าจะไม่มีการต่อสู้เกิดขึ้น!
“มา หัวหน้าเซียว ฉันขอดื่มคารวะนายหนึ่งจอก!”
หวงซิ่ง หยิบจอกเหล้าขึ้นมาแล้วหันไปมอง เซียวเฉิน
“อื้อ”
ทั้ง 2 คนชนจอกเหล้ากัน จากนั้นก็ดื่มเหล้าเหมาไถลงไป
หวงซิ่ง ค่อยๆวางจอกเหล้าลงไป เมื่อได้พูดคุยกัน ก็เห็นว่า เซียวเฉิน กำลังกินข้าวอย่างไม่เกรงใจ และยังพูดไปคุยกับยักษ์ร่างใหญ่ไปได้ “ต้าหาน นายลองนี่ดู มันอร่อยไม่เลวเลย.....และก็นั่นอีก.....”
“ฮ่าๆๆๆ พี่เฉิน อาหารจานนี้อร่อยจริงๆ.....แต่ว่า ลูกชิ้นตุ๋นน้ำแดง มันไม่อร่อยเท่ากับภายในบริษัทของเรา....” หลี่หานโฮ่ว กินจนปากเต็มไปด้วยน้ำมัน เขายกทั้งจานแล้วเขมือบกลืนลงไป
“ฮ่าๆๆๆ ค่อยๆกิน ไม่มีใครแย่งนายหรอก”
“ได้ๆ.....”
“หัวหน้าเซียว เรื่องขัดแย้งก่อนหน้านี้ ถือว่ามันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ต้าเซ่อก็ขอโทษนายไปแล้ว....สำหรับบาดแผลของเขาก็ถือว่ากรรมตามสนองแล้ว นายว่าไง?” หวงซิ่ง เปิดปากพูดอย่างชัดถ้อยชัดคำ
“ได้”
เซียวเฉิน รีบพยักหน้าอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็รอ หวงซิ่ง พูดอีก
“ฉันได้ยินต้าเซ่อบอกว่า หัวหน้าเซียวเป็นยอดฝีมือขั้นที่ 1 ใช่ไหม?” หวงซิ่ง ถามพร้อมกับหยิบซิก้าร์ขึ้นมาจุดสูบ
“ฮ่าๆๆๆ ขั้นที่ 1 ขั้นที่ 2 อะไรกัน ฉันฝึกฝนมาแค่ไม่กี่ปี คงไปไม่ถึงขั้นนั้นหรอก” เซียวเฉิน ยิ้มแล้วส่ายหน้า
“อายุเด็กแค่นี้ก็เป็นยอดฝีมือขั้นที่ 1 ได้แล้ว ร้ายกาจจริงๆ นายเคยเป็นทหารมาก่อนงั้นเหรอ?”
ทันใดนั้น ซุนเฟย ที่ปิดปากเงียบมาโดยตลอดก็เปิดปากพูดขึ้น
“ใช่ เมื่อไม่กี่ปีก่อนฉันเคยเป็นทหาร” เซียวเฉิน มองไปที่ ซุนเฟย ก็ยกยิ้มขึ้นแล้วพูดหยอกล้อไป “ฉันมาที่ หลงไห่ แค่ไม่กี่วัน ก็ได้เห็นยอดฝีมือขั้นที่ 1 ถึง 4 คนแล้ว ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่ยอดฝีมือขั้นที่ 1 กลายเป็นผักกาดขาวแบบนี้?”
ซุนเฟย ไม่ได้พูดอะไรอีก มันเงียบเสียงลงไป
“4 คน?” หวงซิ่ง รู้สึกประหลาดใจแล้วถามขึ้น “พวกมันเป็นใครกัน?”
“ฮ่าๆๆๆ ก็อยู่ข้างหน้าแล้ว 1 คนไม่ใช่หรือไง?” เซียวเฉิน ชี้ไปที่ ซุนเฟย “แกนนำหวง พูดมาเถอะว่าตกลงแล้วที่เรียกหาฉันมีธุระอะไรกัน?”
“หัวหน้าเซียว บริษัทซิงเชิงที่นายทำงานอยู่ให้เงินเดือนนายเท่าไหร่?”
เซียวเฉิน นิ่งอึ้ง ทำไมมันถึงยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูด?
“ 20,000 หยวน”
“แค่ 20,000 หยวนงั้นเหรอ? ฮ่าๆๆ หัวหน้าเซียว ตราบใดที่นายมาช่วยงานฉัน “ทุกเดินฉันจะจ่ายให้นาย 100,000! นอกจากเงิน 100,000 นี้แล้ว ยังมีรถ บ้าน และก็ผู้หญิงให้นายด้วย!” หวงซิ่ง เริ่มพูดเงื่อนไขออกมา
เซียวเฉิน ตกตะลึงอีกครั้ง ปรากฏว่ามันต้องการที่จะใช้แผนนี้!
“หัวหน้าเซียว ไม่สิ ฉันควรจะเรียกนายว่าน้องเซียว! น้องเซียว พูดตามตรงแล้ว ฉันรู้สึกถูกชะตานาย.........”
“แกนนำหวง ไม่ใช่ว่านายมียอดฝีมือขั้นที่ 1 อยู่แล้วงั้นเหรอ?” เซียวเฉิน ถามด้วยความแปลกใจ มันคิดอะไรของมันอยู่กันแน่!
“ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ ใครจะคิดว่าตัวเองจะมียอดฝีมืออยู่มากมายกันละ? ทำไมเหรอ? น้องเซียว ถ้ามาอยู่กับฉัน นายย่อมมีอนาคตที่ดีกว่าที่อยู่กับบริษัทชิงเฉิง!”
“อนาคตอย่างงั้นเหรอ? ฮ่าๆๆ ด้านหนึ่งดี อีกด้านหนึ่งเลว มันจะมาเปรียบเทียบกันได้ยังไง? ฉันจินตนาการไม่ออกเลยว่า หากอยู่กับด้านเลวแล้วจะมีอนาคตยังไง” เซียวเฉิน ดื่มเหล้าเข้าไปแล้วหันไปพูดกับ หวงซิ่ง
หวงซิ่ง ยิ้มออกมาเล็กน้อย “ทำไมละ น้องเซียวไม่เต็มใจที่จะมาอยู่กับฝั่งนี้เลยเหรอ? หรือว่าไม่อยากจะมาอยู่กับฉัน หวงซิ่ง กันแน่?”
“เปล่าเลย ฉันไม่ได้ดูถูกใครเลย ทุกคนต่างก็มีความทะเยอทะยาน ฉันหวังว่าแกนนำหวงจะไม่ทำให้ฉันต้องลำบากใจ”
รอยยิ้มบนใบหน้าของ หวงซิ่ง หายไปโดยสิ้นเชิง “ดูเหมือนว่า หัวหน้าเซียว จะไม่ไว้หน้าฉันเท่าไหร่เลยนะ?”
“เฮ้ หน้านายใหญ่มากงั้นเหรอ? พี่ของฉันบอกแล้ว ว่าไม่ต้องการจะเข้าร่วมกับแก ยังไม่เข้าใจอีกงั้นเหรอ?” หลี่หานโฮ่ว กลืนเนื้อลงไปแล้วพูดขึ้น
เมื่อ หลี่หานโฮ่ว พูดคำนี้ออกมา ใบหน้าของ หวงซิ่ง กวงโถเซ่อ และคนอื่นๆกลายเป็นหมองคล้ำลง บรรยากาศภายในห้องส่วนตัวเริ่มเปลี่ยนเป็นเย็นยะเยือก โดยพลัน เหมือนกับว่าฤดูใบไม้ผลิแปรเปลี่ยนเป็นฤดูหนาวไปในทันที!
“หัวหน้าเซียว นี่นายหมายความว่ายังไง?”
หวงซิ่ง เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก มันเปลี่ยนการเรียกจาก ‘น้องเซียว’ กลายเป็น ‘หัวหน้าเซียว’
“ถูกต้อง ความหมายของฉันก็เป็นเช่นเดียวกับเขา” เซียวเฉิน ดื่มเหล้าจนหมดแก้ว แล้วเอ่ยพูดขึ้น