สิ่งที่ทำให้กู้เมิ่งเหยาจดจำได้ว่าตัวเองย้อนกลับมาใน่อายุไหนนั้นก็คือเ้าหนูไอศกรีม ตุ๊กตาเด็กหญิงที่วางอยู่บนเตียงนอนของเธอนั่นเอง
เ้าหนูไอศกรีมเป็ตุ๊กตาที่เธอชื่นชอบมาก มักจะหยิบติดมือไปไหนมาไหนด้วยเสมอ
จวบจนเมื่ออายุห้าขวบ ซึ่งอยู่ในวัยที่สามารถจดจำเื่ราวต่างๆ เป็ความทรงจำได้แล้ว เธอก็เปลี่ยนใจไปชื่นชอบของเล่นชิ้นอื่นแทน
ตอนนั้นแม่ของเธอเข้ามาทำความสะอาดและได้เปรยขึ้นมาว่าเธอช่างทิ้งขว้างเ้าหนูไอศกรีมได้ใจร้ายนัก
เมื่อตอนสองขวบก็ทำไอศกรีมที่แขวนคอมันหายไปหนหนึ่งแล้ว คราวนี้กลับทิ้งไม่ยอมเล่นกับมันเลย เ้าหนูไอศกรีมคงจะเสียใจมากแน่ๆ
เพราะมีความทรงจำที่ไม่สลักสำคัญนี้ในหัว ดังนั้นเมื่อกู้เมิ่งเหยาเห็นตุ๊กตาตัวโปรดในอดีตวางอยู่พร้อมยังมีไอศกรีมเล็กๆ แขวนคอ เธอจึงพอที่คาดเดาได้ว่าตัวเองย้อนเวลากลับมาในร่างของเด็กอายุน้อยถึงเพียงนี้เลย
สองขวบเองเหรอ?
อายุเพียงแค่สองขวบแล้วจะแก้ไขอดีตได้ยังไงกันนะ หรือว่าจะต้องรอให้โตมากกว่านี้ก่อน?
ถ้าหากต้องทำอย่างนั้นจริงแล้วเธอจะรอนานขนาดนั้นได้ยังไงกันเล่า เมื่อก่อนเพราะว่ายังมีสติปัญญาเป็เด็กจริงๆ ไม่เข้าใจเื่ราวอะไรอย่างถ่องแท้
บางครั้งเธอจึงไม่เกิดความเสียใจเท่าที่ควร อย่างเื่ที่แม่ของเธอเป็ภรรยาคนที่สองของพ่อ กว่าเธอจะรู้ความ เวลาก็ผ่านไปตั้งหลายปี
แต่ในตอนนี้แม้ว่าร่างกายจะเล็กลง แต่สติปัญญาของเธอกลับเป็หญิงสาววัยยี่สิบแล้ว ชีวิตของเธอช่างเหมือนในการ์ตูนสืบสวนเื่ดัง ที่ตัวเอกวัยมัธยมมีร่างกายย่อส่วนลงเสียจริง แต่กลับกันที่เธอดันมีอายุน้อยกว่าเขา แถมยังไม่ได้มีอุปกรณ์พิเศษช่วยเหลืออะไรสักนิด
ช่างเป็การย้อนเวลากลับมาที่มีเงื่อนไขโหดร้ายจริงๆ
กู้เมิ่งเหยาคิดอย่างกลัดกลุ้ม พยายามคิดหาทางเพื่อช่วยให้แม่กับตัวเองไม่เจอเื่แบบในชาติก่อนอีก
เย่อวี่เฟยถือถ้วยไอศกรีมเข้ามาเห็นใบหน้ากลมๆ อวบๆ ของลูกสาวกำลังบึ้งตึง ร่างเล็กๆ นั่งนิ่งประหนึ่งก้อนซาลาเปาบนบนลังถึงก็อดขำไม่ได้ แต่ในใจหนึ่งก็นึกสงสัยว่าทำไมวันนี้ลูกสาวของเธอจึงได้นิ่งเงียบแบบนี้ได้
“เป็อะไรไปเหรอเหยาเหยา โกรธอะไรหรือเปล่า วันนี้แม่อุตส่าห์ให้หนูกินไอศกรีมเป็ของว่างด้วยนะ”
กู้เมิ่งเหยาหลุดออกจากภวังค์ เมื่อเห็นว่าแม่ของเธอวางไอศกรีมรสมะนาวเชอร์เบทของโปรดของเธอลงตรงหน้า
ไม่รู้ว่าแม่จะเชื่อเื่ที่เธอย้อนเวลามาหรือเปล่า แต่อย่างไรก็ควรจะลองพูดคุยดูสักตั้ง หญิงสาวคิดในใจ
คิดได้ดังนั้นเธอเอื้อมมือเล็กๆ ไปจับแขนของแม่ อ้าปากอยากจะพูดคุยถึงเื่อัศจรรย์
ทว่าเสียงที่เปล่งออกมาจากคอได้กลับเป็
“เหยา... เหยา...หยาก หยาก”
“เอ? อยากกินไอศกรีมแล้วเหรอ”
“อุ๊บ!”
กู้เมิ่งเหยายังไม่ทันจะพูดจนจบประโยค เย่อวี่เฟยกลับคิดว่าเธอจะพูดว่าอยากกินไอศกรีมไปเสียได้จึงหันไปตักไอศกรีมสีเขียวอ่อนมาป้อนใส่ปากเธอทันใด
หญิงสาวในร่างย่อส่วนรู้สึกผิดหวังอยากที่สุด เธอลืมคิดไปเสียสนิทว่าเด็กสองขวบจะพูดชัดได้อย่างไร!
แล้วอย่างนี้จะพูดคุยกันรู้เื่ได้เหรอ มีหวังคงต้องเจอเื่ร้ายๆ เหมือนเดิมอีกแน่!
จิตใจของกู้เมิ่งเหยาห่อเหี่ยวจนถึงขีดสุด แต่่เวลาแห่งความเศร้าใจนั้นดูเหมือนจะคงอยู่ไม่นาน เพราะทันทีที่รสเปรี้ยวอมหวานละลายบนลิ้นเล็กๆ ดวงตาที่ฉายแววเสียใจก็พลันเปล่งประกาย
ทำไมไอศกรีมวันนี้อร่อยจัง!
เหมือนว่าจะอร่อยกว่าตอนที่เธอกินตอนโตเสียอีก!
เย่อวี่เฟยเห็นสีหน้าดีใจของลูกสาวก็หัวเราะเสียงเบา เธอป้อนไอศกรีมคำเล็กๆ ใส่ปากของกู้เมิ่งเหยาอีก
“อร่อยใช่มั้ยล่ะ แต่แม่อนุญาตให้หนูกินได้แค่ครึ่งก้อนเท่านั้นนะ เดี๋ยวจะไม่สบายเอา”
“อื้อ!”
ศีรษะของกู้เมิ่งเหยาผงกหงึกหงักจนผมแกละทั้งสองข้างแกว่งไกว เชื่อฟังอย่างไม่อาจจะควบคุม
แม้จะมีเื่ร้อนใจติดค้างอยู่ แต่เหมือนว่าของหวานตรงหน้าจะเป็เื่สำคัญกว่าสิ่งใดที่สุดในเวลานี้
เมื่อกินไอศกรีมเป็ของหวานเสร็จ เย่อวี่เฟยก็ยกของเล่นมาวางตรงหน้ากู้เมิ่งเหยากล่องใหญ่
“หนูเล่นคนเดียวก่อนได้มั้ยจ๊ะ เดี๋ยวแม่จะไปดูในครัวสักหน่อย ใกล้จะถึงเวลาที่คุณพ่อจะมาแล้ว”
กู้เมิ่งเหยามองของเล่นหลากหลายในกล่อง จากนั้นก็ขมวดคิ้วน้อยๆ นี่แม่อยากให้เธอเล่นของเล่นเด็กเล็กรอระหว่างที่ไปทำกับข้าวเหรอ?
แน่นอนว่ากู้เมิ่งเหาสามารถรอแม่คนเดียวได้ แต่จะให้เล่นของพวกนี้ กู้เมิ่งเหยาก็คิดว่าขอให้แม่เปิดการ์ตูนสำหรับเด็กเล็กให้ดูเสียน่าจะฆ่าเวลาเบื่อหน่ายของเธอได้ดีเสียกว่า
หญิงสาวยกนิ้วชี้ป้อมๆ ขึ้นมา ตั้งท่าจะบอกใบ้ให้กับเย่อวี่เฟยว่าเธออยากจะดูโทรทัศน์ ทว่าเวลานั้นเองที่มีเสียงสดใสของชายคนหนึ่งดังขึ้นมา
“จ๊ะเอ๋! อาซ้อ! เหยาเหยา!”
หนึ่งเด็กหนึ่งผู้ใหญ่หันขวับไปทางต้นเสียงพร้อมๆ กัน แล้วจากนั้นพวกเธอก็พลันหัวหัวเราะออกมา
คนที่มาใหม่ไม่ใช่ใคร แต่เป็หมีใหญ่หรือหลิวเซิน ชายหนุ่มวัยยี่สิบต้นๆ ที่เป็มือขวาของพ่อเธอนี่เอง
เขาตัวอ้วน รูปร่างใหญ่ตาแถมหน้าโหด มีอาวุธประจำกายคืออีโต้ด้ามใหญ่ที่ใช้ปาดคอศัตรูมานับไม่ถ้วน แต่ใครเล่าจะรู้ว่าหมีใหญ่คนนี้กลับอ่อนโยนกับสัตว์เล็กๆ อย่างแมวมากที่สุด ที่บ้านเขามีแมวอ้วนขนฟูสีขาวชื่อซันนี่ที่สามารถนับว่าเป็จุดอ่อนของเขาได้เลยทีเดียว
หมีใหญ่ปรากฏตัวพร้อมกับมีหน้ากากรูปกระต่ายบนหน้า ทำให้เย่อวี่เฟยขบขัน ทว่าทางกู้เมิ่งเหยานั้นที่เธอส่งเสียงหัวเราะออกมาก็เพราะว่าดีใจที่ได้พบกับอาหมีใหญ่อีกครั้งต่างหาก
กู้เมิ่งเหยาจำได้ดีว่าอาหมีใหญ่นี้จงรักภักดีกับพ่อแม่และรักเธอมาก แต่น่าเสียดายที่ตอนพ่อเธอถูกลอบสังหาร อาหมีใหญ่คนนี้กลับต้องจบชีวิตลง ทำให้คนบนโลกที่รักเธอลดน้อยลงไปอีก เช่นนี้เมื่อได้เห็นหน้าเขาอีกครั้ง เธอจึงรู้สึกดีใจเป็ที่สุด ดีใจจนถึงขนาดที่ว่าร่ำไห้ออกมาทีเดียว
“ฮึกๆ ฮึกๆ อา อา หมี”
“เหยาเหยา! หนูร้องไห้ทำไมกัน? หรือว่าอาทำหนูใ? โอ๋ๆ อย่าร้องนะเด็กดี”
หมีใหญ่เห็นน้ำตาของเด็กน้อยก็ตื่นตระหนก เขารีบถอดหน้ากากโยนทิ้งแล้ววิ่งถลามาอุ้มกู้เมิ่งเหยาขึ้น ปากก็ร้องปลอบเสียดัง
“ฮึกๆ หมีๆ หมีๆ”
กู้เมิ่งเหยาคิดถึงคุณอาตัวอ้วนมาก เธอใช้สองแขนสั้นๆโอบกอดรัดคอของเขาแน่น ส่วนหมีใหญ่ก็ได้แต่ทำหน้าตาเหลอหลา มองไปทางเย่อวี่เฟยอย่างงุนงง
“ผมคิดว่าเหยาเหยาจะกลัวซะอีก ไหงมากอดคอผมแน่นเลยล่ะอาซ้อ”
เย่อวี่เฟยเองก็ไม่เข้าใจ เธอเลิกคิ้วขึ้น “ไม่รู้สิ หรือว่าเหยาเหยาจะคิดถึงเธอมาก? ไม่ใช่ว่าเธอไปเมืองทางใต้ตั้งเป็เดือนรึไง”
หมีใหญ่พลันเข้าใจ เขาหัวเราะร่า “จริงด้วย! ผมไปทำธุระให้ลูกพี่มาตั้งนานนี่นา! ฮ่าๆ”
“กลับมาอย่างปลอดภัยก็ดีแล้ว เดี๋ยวรอกินข้าวเย็นพร้อมกันเลยสิ ลูกพี่เธอไม่นานก็คงจะกลับมาแล้วล่ะ”
“อ่า... กับข้าวฝีมืออาซ้อผมจะพลาดได้ยังไง วันนี้หุงข้าวไว้สักสองหม้อเลยนะครับ!”
เย่อวี่เฟยระบายยิ้ม “ได้สิ ว่าแต่เธอช่วยเล่นเป็เพื่อนเหยาเหยาระหว่างที่พี่ไปทำอาหารหน่อยได้มั้ย”
“เล่นกับเหยาเหยาเหรอ? แค่นี้สบายมาก!” หมีใหญ่รับคำก่อนจะหันมาพูดกับเด็กน้อยในอ้อมแขน “เหยเหยาเดี๋ยวเราไปเล่นชิงช้ากันเถอะ!”
พูดจบหมีใหญ่ก็อุ้มกู้เมิ่งเหยาไปที่สวนข้างบ้านเล็กทันทีแล้วจากนั้นเขาก็วางร่างของเธอบนชิงช้าสีฟ้าอ่อน
“เหยาเหยาจับแน่นๆ นะ! อาจะไกวชิงช้าแล้ว!”
หมีใหญ่ร้องเตือนเด็กน้อยเสียดัง สีหน้าของเขานั้นสนุกสนานกว่าเด็กอายุสองขวบเสียอีก
กู้เมิ่งเหยาในเวลานี้ไม่ค่อยอยากจะเล่นเป็เด็กสักเท่าไร เมื่อหลุดจากความโศกเศร้าเสียใจได้ หัวสมองของเธอก็แล่น พยายามนึกหาทางออกให้กับชีวิตใหม่อีกครั้ง
แต่เมื่อมือใหญ่ของคุณอาตัวอ้วนแตะลงบนแผ่นหลังและออกแรงผลักเธอเบาๆ สติของกู้เมิ่งเหยาก็หลุดลอยอีกหน
“อ่า อ่า ฮ่าๆ”
กู้เมิ่งเหยาไม่รู้จริงๆ ว่าทำไมเธอถึงควบคุมแก้มเนื้อที่ข้างแก้มไม่ได้ เพราะทันทีที่ร่างย่อส่วนของเธอลอยขึ้นไปอากาศ ความสดใสร่าเริงก็พลันผุดขึ้นมาในหัว
เช่นนี้ต่อให้อยู่ในความกลัดกลุ้มสักเพียงใด เธอก็ยังหัวเราะออกมาอย่างสดใส
“จับแน่นๆ นะเหยาเหยา!”
หมีใหญ่สนุกตามไปด้วยเมื่อเห็นเด็กน้อยฉีกยิ้มกว้าง อันที่จริงเรี่ยวแรงที่เขาใช้ไกวชิงช้าไม่ได้รุนแรงอะไรนัก แต่เพียงเท่านี้ก็ทำให้กู้เมิ่งเหยาชอบใจได้แล้ว
สายลมเย็นที่ผัดผ่านร่าง ทั้งยังมีกลิ่นหอมของดอกกุหลาบพันธุ์**ที่แม่ของเธอหอมโชยมา ทำให้กู้เมิ่งเหยาอารมณ์ดียิ่งนัก เธอหัวเราะเสียงดัง หัวใจก็พองฟูตามจังหวะร่างที่ลอยขึ้นลงกลางอากาศ
ทว่าเมื่อสายตาของสกู้เมิ่งเหยาพลันเหลือบไปเห็นคฤหาสน์สไตล์ยุโรปที่ตั้งอยู่ด้านหน้าบ้านเล็กสีขาวของเธอกับแม่ แววตาของเธอก็พลันหม่องหม่นลง
คฤหาสน์หลังใหญ่ที่ด้านหน้าเป็ที่อยู่ของพ่อและ ‘แม่ใหญ่’ ความโอ่อ่าและขนาดของสถานที่ เมื่อมองเปรียบเทียบกับบ้านของเธอแล้ว ช่างดูเหมือนกับช่างพลายตัวใหญ่และมดงานตัวเล็กๆ ที่ไม่ว่าใครก็มองข้ามเสียจริงๆ
ในจังหวะนั้นช่างประจวบเหมาะพอดีเหลือเกินที่หมีใหญ่ที่ไม่ได้ทันสังเกตว่าเสียงหัวเราะของเด็กน้อยหยุดไปอย่างกะทันหัน เพราะความสนใจของเขานั้นกลับตกไปอยู่ที่ชายหนุ่มร่างในสูทลำลองสีดำคนหนึ่งที่กำลังผลักประตูเข้ามา
“ลูกพี่!”
เสียงของหมีใหญ่ที่เอ่ยทักทายคนที่มาใหม่ทางด้านหลัง ทำให้สายตาของกู้เมิ่งเหยาที่กำลังมองไปยังตึกหลังงาม เปลี่ยนไปมองใบหน้าเคร่งขรึมของคนที่มาใหม่
ชายหนุ่มวัยยี่สิบปลายๆ ที่มีใบหน้าแสนเ็าและเฉยเมยต่อผู้คนอยู่เป็นิจ ดวงตาสีดำสนิทของเขาไร้ประกายแห่งความสุข ริมฝีปากเรียวบางเหยียดตรงไม่เคยยกยิ้มให้ผู้ใด และผิวขาวซีดของเขานั้นทำให้ดูไม่ออกสักนิดว่าแท้จริงแล้วมือของเขาเปรอะเปื้อนเืมามากแค่ไหน
ทั่วทั้งร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มแผ่ซ่านกลิ่นอายแห่งความอันตรายผู้นี้นั้นก็คือกู้เส้าเฉิง พ่อผู้ให้กำเนิดกู้เมิ่งเหยาและยังเป็หัวหน้ากลุ่มอาชญากรรมชื่อก้องผู้มากบารมีของแห่งเมืองHอีกด้วย!