ชะตาฟ้าลิขิตสวรรค์

    ตอนที่ 173 สมบัติโบราณ

            หลังการต่อสู้กับเหรินจูหงจบลงหนิงเฟยหลงนำหน่วยเฟิงและห้ายอดฝีมือแห่งจิ่นหลบหนี เขายังคงมุ่งหน้าไปยังเมืองเพ่ย

             

            การแทรกซึมในเมืองเป็นไปค่อนข้างยากโดยเฉพาะห้ายอดฝีมือที่ต้องยอมเป็นทาสคนเถื่อนเข้าเมืองส่วนคนที่เหลือปลอมเป็นชาวบ้าน ทหารเข้าไปจนได้ทว่าก็ยังมีถูกจับได้หลายคนคนเหล่านั้นล้วนต้องสังเวยชีวิตแต่ก็แลกมาได้อย่างคุ้มค่า เพราะที่นี่เขาได้กลิ่นไม่ชอบมาพากลบางอย่างแล้ว

             

            เมืองเพ่ยกว้างใหญ่ไพศาลแม้ไม่ถูกเรียกว่ามหานครทว่ากาลก่อนซ่งรุ่งเรืองที่นี่เคยเป็นถึงมหานครที่ยิ่งใหญ่ปกแผ่ไปทั่วทั้งทวีปเกือบได้เป็นจักรวรรดิแห่งแดนใต้แล้วหากไม่ใช่เพราะการเสื่อมถอยลงในอดีตปัจจุบันคงไม่มีสี่อาณาจักรอย่างที่เห็นไม่รู้ว่าอดีตมหานครนี้ซุกซ่อนความลับใดไว้ถึงทำให้จักรพรรดิเยว่ผู้ปราดเปรื่องสนใจถึงเพียงนี้

             

            หนิงเฟยหลงแบ่งหน่วยเฟิงเป็นสี่กลุ่ม ๆ ละห้าคนแยกย้ายกันสืบข่าวสี่ทิศเขากับสหายอีกสี่คนรออยู่ใจกลางเมืองดูการเคลื่อนไหวของวังหลวง

             

            ...

             

            ผ่านไปสามชั่วยามกลุ่มทั้งสี่ส่งตัวแทนเข้ามารายงานพวกเขาไม่อาจรวมกลุ่มใหญ่นั่นอาจเป็นที่สังเกตมากเกินไปจึงเลือกส่งข่าวด้วยกลวิธีที่ต่างกันออกไป หนิงเฟยหลงได้รับข้อมูลครบถ้วนทิศทั้งสี่ดูเหมือนจะไม่ไม่มีปัญหาทว่าที่มีปัญหาไม่ใช่ในเมืองแต่เป็นนอกเมืองทางตะวันตก ‘สุสานหลวง’

             

            หนิงเฟยหลงส่งข้อความให้สามกลุ่มแยกย้ายกันออกจากเมืองมุ่งหน้าไปสุสานหลวงส่วนกลุ่มหนึ่งเดียวที่เหลือให้หาทางแจ้งข่าวกลับไปในอาณาจักรโดยเร็วเพื่อให้ราชสำนักส่งยอดฝีมือมาหนุนเสริม

             

            “ช้าก่อนศิษย์น้องด้านหน้ามีทหารหลายกองพันลาดตระเวนอยู่พวกเราไม่สามารถเข้าไปจากทางด้านนี้ได้” จิ๋นหลี่ และซือจี๋ออกไปสอดแนมมาแล้วคาดคะเนระยะทางจากตรงนี้จนถึงสุสานหลวงประมาณสามร้อยจั้งล้วนเต็มไปด้วยทหารแน่นขนัดยากจะผ่านเข้าไปได้

             

            “การป้องกันแน่นหนาถึงเพียงนี้ ? เช่นนั้นเราก็มากันถูกที่แล้วหน่วยเฟิงสามกลุ่มแยกกันทำงานสอดแนมไปอีกสามทิศที่เหลือ”

             

            หน่วยเฟิงรับคำสั่งรีบปฏิบัติงาน ไม่เกินสองชั่วยามพวกเขาก็กลับมา

             

            “ทางใต้ยากจะเข้าไปได้พื้นที่โล่งเตียนยากแก่การลอบเข้าไป ทั้งยังมีทหารรักษาการณ์เต็มทุ่งไม่อาจแทรกตัวไปได้”

             

            “ทางเหนือก็เช่นกันล้วนเหี้ยนเตียนไปเสียหมดคล้ายว่าพวกมันจงใจถางป่าเอาไว้ต้นไม้ล้วนถูกตัดเหลือแต่ตอ”

             

            “ตะวันตกพอมีหญ้าสูงอยู่บ้าง แต่ผู้ที่เฝ้ารักษาล้วนมีฝีมือฉกาจฉกรรจ์ทั้งยังมีกับดักมากมายถัดจากจุดนี้แล้วพวกข้าน้อยเห็นแต่เพียงเขาวงกตขนาดใหญ่ลึกลับซับซ้อนนักไม่อาจตรวจสอบทางไกลด้วยสายตาได้”

             

            สามกลุ่มรายงานเสร็จสิ้นชายหนุ่มหน้านิ่วคิ้วขมวดแทบจะเป็นปมในหัวพลันขบคิดแผนการมากมายแต่แล้วก็ไม่อาจหาจุดอ่อนใดได้เลย หากจะทำการใดย่อมเป็นการเสี่ยงสูง กองทัพเยว่สร้างแนวป้องกันที่นี่ดีเกินไป

             

            “วุ่ยวายจริงเชียว” ซือจี๋สบถออกมา หนิงเฟยหลงพยักหน้าเห็นด้วย

             

            “ใช่มันต้องวุ่นวาย วุ่นวายที่สุดเอาล่ะกลุ่มที่หนึ่งแจ้งข่าวไปยังกลุ่มที่สี่ให้กระจายข่าวออกไปโดยเร็วทำอย่างไรก็ได้ให้สามอาณาจักรเคลื่อนพลเข้าโอบล้อมเยว่ เร็วเวลาไม่คอยท่าพวกเจ้าก็ไปสมทบกลุ่มสี่ด้วยศิษย์พี่จิ๋นหลี่ ศิษย์พี่ซือจี๋รบกวนท่านทั้งสองช่วยเป็นผู้นำกลุ่มทั้งสองชั่วคราวข้าจะไปเยี่ยมเยียนยอดฝีมือพวกนั้นสักหน่อย”

             

            “ได้ ระวังตัวด้วย” จิ๋นหลี่ และซือจี๋ติดตามกลุ่มหนึ่งไปทำภารกิจเหลือกลุ่มสอง กลุ่มสามไว้

             

            “หน่วยเฟิงที่เหลือไม่ต้องเคลื่อนไหวแล้วหาทางจับตาการเคลื่อนไหวของทหารเยว่แยกย้ายกันไปในเส้นทางต่าง ๆรายงานกลับมาตลอดสองชั่วยาม”

             

            “รับคำสั่ง !” หน่วยเฟิงแยกกันออกไปทำภารกิจครบถ้วนแล้ว บัดนี้เหลือเพียงชายหนุ่มศิษย์พี่หญิง และศิษย์น้องอีกคนเท่านั้น “ที่นี่จำต้องมีผู้บัญชาการคอยประสานงานกับกลุ่มอื่นๆ ศิษย์พี่หญิงท่านช่วยรับหน้าที่นี้กับ ศิษย์น้องซ่งชั่วคราวข้ามีภารกิจบางอย่างอีกครู่จะกลับมา”

             

            หนิงเฟยหลงไม่รีรอกลัวหลี่ฮุ่ยหลันนางจะเปลี่ยนใจรีบทะยานร่างหายไปจากระยะสายตาของนางทันที“ฝีมือฉกาจงั้นรึ ? น่าสนใจดีนี่”

             

            เขตตะวันตกสุสานหลวงหนิงเฟยหลงกวาดสายตามองก็เห็นเป็นจริงดั่งคำของหน่วยเฟิงที่รายงาน มากกว่านั้นคือผู้มีฝีมือฉกาจที่ว่ามีผู้นำเป็นถึงเข้าสู่พิภพขั้นแปด ซึ่งนั่นก็ไม่ใช่ใครที่ไหนเขาคือเยว่หยาง พระเชษฐาในพระจักรพรรดิแห่งเยว่ ผู้มากเล่ห์เพทุบาย

             

            หนิงเฟยหลงรีบปรับลมหายใจใช้พลังจิตก่อกวนปิดบังตัวตน ก่อนจะกวาดสายตาดูต่อ

             

            “เข้าสู่พิภพสี่คน แก่นแท้พลังยี่สิบคน พวกเยว่ไปขนคนเหล่านี้มาจากไหนกัน?”

             

            ต้องรู้ว่าในใต้หล้านี้แก่นแท้พลังไม่ได้พบเจอกันได้เพียงนั้นทั้งขอบเขตแดนพิภพยิ่งหายากยิ่งกว่ายาก อดีตขุมกำลังในอาณาจักรทั้งสี่รวมกันแล้วยังมีไม่ถึงห้าสิบคนด้วยซ้ำต่อให้ซุกซ่อนไม่ได้เปิดเผยไว้ก็ตามทว่ารายทางที่เดินทางมาเมืองเพ่ยนี้หนิงเฟยหลงพบเจอแก่นแท้พลังมากมายขอบเขตแดนพิภพอีกเกือบสิบคน

             

            เยว่จะร่ำรวยยอดฝีมือมากเกินไปแล้ว !

             

            หนิงเฟยหลงไม่อาจบุกเข้าไปในตอนนี้ได้ตราบใดที่เยว่หยางยังอยู่ที่นี่เขาไม่มีโอกาสเลยแม้แต่นิดเดียว

             

            เขาตัดสินใจกลับไปยังจุดนัดพบและวางแผนใหม่สองชั่วยามผ่านไปหน่วยเฟิงกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง

             

            “ท่านอ๋องทางทิศเหนือแม้ว่าจะเป็นพื้นที่โล่ง ทว่าในช่วงเวลาหนึ่งจะมีการผลัดเปลี่ยนเวรยามช่วงเวลานั้นไม่มีคนอยู่ หากว่าท่านต้องการ...”

             

            “ไม่ได้ เรายังไม่รู้ว่าด้านในมีการคุ้มกันพื้นที่นั้นอย่างไร ?หากพวกเจ้าฝืนเข้าไปก็จะมีแต่ตายกับตาย”

             

            “แต่นั่นเป็นหนทางเดียวที่เราจะสามารถล่วงรู้เหตุการณ์ภายในได้”ซ่งจิ่นติ้งกล่าว “ข้าขออาสาไปกับหน่วยเฟิงกลุ่มที่สองเองหากเกิดข้อผิดพลาดจะรีบถอยออกมาทันที”

             

            “ไม่ได้ อย่างไรนั่นก็เสี่ยงมากเกินไป รอกำลังเสริมจากราชสำนักเถอะ”หนิงเฟยหลงปฏิเสธซ่งจิ่นติ้งประเมินแนวคุ้มกันของเยว่ต่ำเกินไปการเข้าไปโดยไม่มีข้อมูลใด ๆ อันตรายอย่างยิ่ง

             

            “เจ้าคงไม่ลืมใช่หรือไม่ว่าเรายังมียอดฝีมือชาวจิ่นอยู่อีก”หลี่ฮุ่ยหลันแสยะยิ้ม

             

            “......” หนิงเฟยหลงเงียบไป เพราะที่จริงแล้วเขาลืมทั้งห้าคนนั้นไปจริง ๆหากว่าเขานึกได้อีกแผนการหนึ่งก็ตามมาแล้ว “แน่นอนข้าไม่ลืมข้าเตรียมการให้พวกเขาลอบบุกทางตะวันตกกับข้าไว้แล้ว”

             

            “เช่นนั้นท่านก็ควรเชื่อใจข้าดูบ้างข้ารับรองว่าจะต้องได้ข้อมูลที่สำคัญมา” ซ่งจิ่นติ้งได้โอกาสจึงพูดขึ้นบ้างบางทีเขาอาจอยากพิสูจน์ตนเอง ไม่มีใครรู้ว่าเขาต้องการอะไรแต่ทุกคนรู้ว่าเขามุ่งมั่นมาก และพวกเขาก็ได้แต่ต้องเชื่อใจ ตัวเลือกมีไม่มากหากข้อมูลไม่เพียงพอก็ไม่สามารถชักจูงสามอาณาจักรที่เหลือให้ลงมือได้

             

            “ไม่ใช่ ที่สำคัญคือเจ้า และพวกเขาต้องไม่ตาย”หนิงเฟยหลงกำชับหนักแน่นพลางตบบ่าชายหนุ่มเบา ๆ ส่งสายตาให้กำลังใจ

             

            “แน่นอน ข้ารับปาก”ซ่งจิ่นติ้งเต็มไปด้วยความฮึกเหิมนี่เป็นครั้งแรกที่เขาจะได้ทำภารกิจในแบบฉบับหน่วยเฟิงหน่วยที่ขึ้นชื่อว่าเก่งกาจที่สุดในอาณาจักรหน่วยลับเฉพาะของกองทัพที่ทรงพลังที่สุด !

             

            แน่นอนว่าความใฝ่ฝันของเขาในอดีตเมื่อยามเห็นหนิงเฟยหลงออกรบหน่วยที่เขาสนใจที่สุดย่อมเป็นหน่วยเฟิง และเขาก็อยากที่จะเข้าสังกัดหน่วยนี้มากแม้มีพลังฝีมือแต่กลับไร้ผลงานจึงไม่อาจเข้าสังกัดหน่วยที่สำคัญนี้ได้

             

            “หากว่าเกิดอะไรขึ้นต่อให้เจ้าสิ้นลมข้าก็จะไปทวงสัญญาจำไว้จงมีชีวิตรอดกลับมา !”

             

            “ผู้น้อยรับคำสั่ง !”

             

            การทำภารกิจกลุ่มโดยเป็นผู้นำของซ่งจิ่นติ้งจึงเริ่มขึ้นตั้งแต่นั้น

             

            ...

             

            การข่าวได้ส่งข้อมูลให้อาณาจักรอย่างต่อเนื่องทั้งยังส่งให้อีกสองอาณาจักรที่เหลือนับเป็นการสอดแนมที่มีประสิทธิภาพที่สุดเท่าที่เคยมีมาแม้แต่หน่วยข่าวกรองอีกสองอาณาจักรก็ยังทำไม่ได้คงไม่มีใครทุ่มเทถึงขนาดส่งยอดฝีมือแดนพิภพมาทำภารกิจด้วยกันหลายคนและคงไม่มีอาณาจักรใดกล้าส่งหน่วยมือดีที่สุดมาทำภารกิจเสี่ยงตายทั้งหมดอย่างอาณาจักรหนิงเป็นแน่

             

            จุดนัดพบกลุ่มที่สองกลับมารายงานตัวแล้ว ซ่งจิ่นติ้งทำภารกิจสำเร็จแต่ถึงอย่างนั้นก็ต้องสูญเสียสมาชิกกลุ่มไปทั้งหมดเพื่อให้ซ่งจิ่นติ้งรอดพ้นมาพวกเขายอมพลีชีพ นำความเศร้าโศกมาสู่เขาทั้งที่ได้รับปากหนิงเฟยหลงเอาไว้แล้วหนิงเฟยหลงตบบ่าเขาเบา ๆ ไม่ได้ตำหนิแต่อย่างใด เขารู้ดีว่าภารกิจนี้อันตรายมาก

             

            และในเวลานี้ก็สมควรที่ทหารเยว่จะใกล้เข้ามาแล้วพวกเขาจึงต้องรีบหนีให้ห่างจากสุสานออกไปการตามล่านี้นำพายอดฝีมือแดนพิภพมาด้วยตนเอง

             

            แต่ที่สำคัญเขาได้ข้อมูลที่สำคัญอย่างยิ่งมา

             

            “ข้าเกรงว่าสิ่งที่จักรพรรดิเยว่ปกปิดอยู่แม้แต่ซ่งในอดีตพันปีที่ผ่านมาก็ยังไม่ล่วงรู้แต่ไม่รู้ว่าทำไมพวกเขาถึงกุมความลับนี้ได้ สิ่งที่ข้าได้ยินและได้พบเห็นล้วนเชื่อมโยงกับของบางสิ่ง บางสิ่งที่มาจากยุคโบราณเป็นของที่สามารถควบคุมชะตากรรมของคนนับล้านได้ และยังเพิ่มพลังให้แก่ผู้ครอบครองหากไม่ใช่ว่าข้าสามารถลอบเข้าไปใกล้กระโจมผู้นำระดับกองพันแล้วคงไม่ทราบเลยว่าของสิ่งนี้มาจากราชวงศ์เก่าก่อน ก่อนเสียจนไม่รู้ว่ามาจากยุคสมัยใดเห็นเขาเรียกมันว่า จักรวรรดิชางหยิน”

             

            “จักรวรรดิชางหยิน ?” หนิงเฟยหลงไม่คุ้นหูชื่อนี้เลยเขาศึกษาเรื่องราวอดีตมากมาย แต่ก็ไม่พบเจอชื่อราชวงศ์นี้มาก่อน และไม่เคยค้นพบว่าจะมีทวีปใดที่กล้าเรียกตัวเองว่าจักรวรรดิที่แท้จริง

             

            “เราค่อยคุยเรื่องนี้กันที่หลังก่อนอื่นส่งคำสั่งข้าออกไปสลายตัวแยกย้ายกันหลบหนี อย่าให้ทหารเยว่จับได้อีกสามวันพบเจอกันที่นอกเมืองเพ่ยตะวันออกสิบลี้ข้าจะรอพวกเจ้าอยู่ที่นั่นศิษย์พี่หญิง ศิษย์น้องซ่งตามข้ามา”

             

            หนิงเฟยหลงพาศิษย์พี่ศิษย์น้องหลบหนีมุ่งขึ้นเหนือทหารเยว่ไม่ใช่คนโง่พวกมันย่อมต้องคิดว่าคนที่ลอบเข้ามาได้คงจะต้องหนีลงใต้ไม่ก็ตะวันออกเป็นแน่ทางเหนือสมควรไม่มีอยู่ ทว่าพวกเขาคิดผิด หนิงเฟยหลงและคนทั้งสองหลบอยู่ที่นี่ทางทิศเหนือ เขาเดินทางอ้อมไปทางตะวันออกตามจุดนับพบต่อไป

             

            “ศิษย์น้องซ่งเรื่องนี้สำคัญมากเจ้าได้ยินอะไรมาอีก ?ข้าสันนิษฐานว่าคนที่เจ้าลอบสอดแนมมาต้องไม่ใช่ผู้บังคับกองพันธรรมดา เขาน่าจะต้องมีตำแหน่งอื่นนอกเหนือจากในกองทัพ”

             

            “ไม่ผิดอันที่จริงแล้ว เขาเป็นคนตระกูลเหริน เห็นว่าชื่อ..เอ่อ...ชื่อเหรินเกาใช่ชื่อเหรินเกา” ซ่งจิ่นติ้งเอ่ยตอบ เขาไม่แน่ใจเรื่องชื่อนักแต่แซ่เหรินแน่ ๆ

             

            หนิงเฟยหลงย่นคิ้ว “ตระกูลเหรินอีกแล้ว ?ข้าว่าเรื่องนี้มันซับซ้อนกว่าที่เห็นเสียแล้วบางทีแล้วตระกูลเหรินอาจอยู่เบื้องหลังราชวงศ์เยว่”

             

            หลี่ฮุ่ยหลันเห็นต่างออกไป

             

            “ไม่หรอกเจ้าลองคิดดูหากตระกูลเหรินอยู่เบื้องหลังจริงเหตุใดยามเหรินจูหงตาย ราชสำนักเยว่จึงไม่มีการเคลื่อนไหวใดเลยข้าเดาว่าผู้ที่อยู่เบื้องหลังที่แท้จริงต้องมีอำนาจมากและต้องมีข้อตกลงบางอย่างกับเยว่ จักรพรรดิเยว่ถึงยอมทุ่มกำลังทั้งอาณาจักรแตกหักกับขุนนาง และราชวงศ์ที่เหลือ คน ๆ นั้นคงไม่ใช่คนธรรมดา”

             

            หนิงเฟยหลงกับซ่งจิ่นติ้งพยักหน้าเห็นด้วยทั้งสามยังคงเพิ่มความเร็วหนีออกจากระยะไล่ล่า

             

            ...