Wanderlust เพราะชีวิตคือการเดินทาง

    บทที่ 4 คำถามและคำตอบ

    ณ ตลาดต้นโพธิ์ในเมืองกำแพงเพชร...

                ทั้งสามแวะตลาดและช่วยกันซื้อกับข้าวและวัตถุดิบสำหรับการตั้งแคมป์ในคืนนี้เจมส์กระสิบบอกพี่ภูมิว่าจะขอตัวไปหาซื้อกางเกงในใหม่ใกล้ ๆนี้แล้วค่อยนัดเจอกันที่รถ ทำให้หน้าที่ซื้อวัตถุดิบเป็๞หน้าที่ของภูมิและเฟิร์นทั้งสองเดินซื้อของกันในตลาดสด

    ทั้งคู่ต่างคนต่างตั้งหน้าตั้งซื้อของในตลาดที่มีผู้คนไม่มากเพราะเป็๲เวลาที่ยังไม่เย็นมากนักเฟิร์นคอยมองพี่ภูมิที่พูดคุยเป็๲มิตรกับพ่อค้าแม่ค้าในตลาดทุกคน 

            “พี่มาตลาดนี้บ่อยเหรอ?” เฟิร์นถามด้วยความสงสัย

            “ไม่นะ มาที่นี่ครั้งแรก ทำไมเหรอ?”

            “พี่พูดคุยกับพ่อค้าแม่ค้าเหมือนรู้จักกันเลย”

            “อ๋อ ไม่หรอก ก็แค่พูดคุยปกติทั่วไป”พี่ภูมิตอบพร้อมกับหยิบถุงกับข้าวที่อยู่ในมือของเฟิร์นไปถือ “กลับไปที่รถกันเถอะเจมส์คงรอเราแล้ว”

    ทั้งสองหิ้วของเต็มไม้เต็มมือเดินกลับรถเฟิร์นพึ่งสังเกตเห็นว่าแต่ละอย่างที่พี่ภูมิหิ้วนั้นมีแต่ของหนัก ๆ ทั้งนั้นเขาเอาของที่มีน้ำหนักเยอะไปถือและให้ตัวเฟิร์นถือแค่ของที่เบา ๆ ทั้งนั้น

    ทั้งคู่เดินมาถึงที่รถและเห็นว่าเจมส์ยืนรออยู่ทันทีที่เจมส์เห็นทั้งสองเดินเข้ามาใกล้และหิ้วข้าวของเต็มไม้เต็มมือเขาก็รีบพุ่งเข้ามาพี่ภูมิที่นึกว่าเจมส์นั้นจะเข้ามาช่วยเขาที่ยกของเต็มมือจึงยืนแขนออกไปให้แต่เจมส์กลับวิ่งผ่านพี่ภูมิไปโดยไม่มีเยื่อใยและไปช่วยเฟิร์นถือของอย่างรวดเร็ว

            “โอ้โห พ่อคนดี พ่อสุภาพบุรุษรักพี่มันเหลือเกิน แทนที่จะมาช่วยพี่มัน” พี่ภูมิบ่นและเอาของไปไว้หลังรถ

    เจมส์ยิ้มหน้าทะเล้นใส่พี่ภูมิและช่วยจัดเก็บของที่ซื้อมาไว้หลังรถ

            “เดี๋ยวพี่ขับเองเพราะน่าจะต้องรีบไปแล้วแหละ ไม่อยากถึงมืดมาก”พี่ภูมิพูดขณะที่ขึ้นไปนั่งด้านคนขับ ทั้งสามขึ้นรถและออกเดินทางกันต่อไป

    พระอาทิตย์ที่กำลังจะตกดิน ลมเบา ๆ ที่พัดอากาศที่เย็นเข้ามาในรถน้องทั้งสองจึงเอาเสื้อแขนยาวขึ้นมาใส่ แสงสุดท้ายจากพระอาทิตย์ส่องผ่านหุบเขาวิวที่สวยงามนี้ทำให้น้องทั้งสองต่างก็มองออกไปนอกหน้าอย่างไม่พูดไม่จากัน

            หลังแสงพระอาทิตย์ของวันได้หมดไปไม่นานนักเราก็ได้เห็นป้ายทางเข้าของอุทยานแห่งชาติแม่เมยพี่ภูมิขับไปตามป้ายเพื่อที่จะไปยังจุดกางเต็นท์หลังจากจอดรถไว้ให้ใกล้จุดกางเต็นท์ที่สุดเท่าที่จอดได้แล้วทั้งสามก็เริ่มลงรถและเริ่มที่จะขนของลงจากรถ ต่างคนต่างช่วยกันกางเต็นท์และเตรียมเตาและวัตถุดิบเพื่อที่จะทานอาหารกัน

    ในขณะที่พี่ภูมิและเจมส์ช่วยกันปิ้งย่างอยู่ที่หน้าเตานั้นภูมิก็สังเกตได้ว่าเฟิร์นนั้นเดินออกไปที่ลานจอดรถพร้อมกับโทรศัพท์ในมือเขานึกขึ้นได้ว่าเฟิร์นไม่ได้เปิดโทรศัพท์มา๻ั้๹แ๻่อยู่น้ำตกด้วยกันเจมส์ที่สังเกตเห็นเฟิร์นที่กำลังเดินออกไปเช่นกัน เขาทำท่าทีจะเรียกเธอ

            “เฟิร์...”เจมส์ไม่ทันได้ออกเสียงเรียกเฟิร์นพี่ภูมิก็สะกิดและส่ายหน้าเพื่อสื่อว่าไม่ต้องเรียกหรือถามอะไรทั้งสองจึงปิ้งย่างและจัดเตรียมของกินกันต่อ

    เวลาผ่านไปไม่นานนัก เฟิร์นก็เดินกลับมายังจุดที่เรากำลังจะทานอาหารเธอก้มหน้าก้มตากินอาหารโดยที่ไม่ได้พูดจากับใคร

    หลังจากที่กินอาหารกันเสร็จเรียบร้อย ทั้งสามก็นั่งฟังเพลงกันสักพักทั้งพี่ภูมิและเจมส์ต่างก็พยายามเล่าเ๹ื่๪๫สนุกสนานเพื่อให้เฟิร์นได้อารมณ์ดีขึ้นบรรยากาศที่เริ่มสนุกสนานขึ้นทำให้เฟิร์นนั้นกลับมายิ้มอีกครั้งพอเห็นว่าบรรยากาศดีขึ้นแล้วเจมส์เลยเสนอให้เล่นเกมส์ตอบคำถามเจมส์อธิบายกติกาง่าย ๆ ของเกมส์ก็คือ เวลามีไพ่สามใบ คิง เอส และ สองคนที่จับได้คิงสามารถสั่งเอสหรือสองให้ตอบคำถามโดยที่ไม่รู้ว่าใครได้ไพ่ใบไหนไปคนที่โดนถามก็จะต้องยกหมดแก้วและตอบคำถามพี่ภูมิและเฟิร์นก็ตกลงที่จะเล่นเพราะฟังดูน่าสนุกดี คนแรกที่จับได้คิงเลยก็ไม่ใช่ใครที่ไหนเจมส์นั่นเอง

            “คิง!!!!!”เจมส์ลุกขึ้นยืนพร้อมชูไพ่ขึ้น “ในที่สุดโอกาสของผมก็มาถึง”

            “เอส มีแฟนรึยังครับ”เจมส์ถามด้วยความมั่นใจว่าเฟิร์นนั้นถือไพ่เอสอยู่ในมือ

            “ไม่มี”ภูมิกลับเป็๲ผู้ตอบคำถามพร้อมกับเปิดไพ่เอสให้เจมส์ดู

    เจมส์ผู้ทำหน้าผิดหวังนั่งลงและทั้งสามก็เล่นเกมส์กันต่ออย่างสนุกสนานจนถึงดึกทั้งเฟิร์นและเจมส์เริ่มที่จะเมาเพราะเกมส์ที่เล่นกันมาได้ซักพัก ทันใดนั้นเจมส์ก็ได้๻ะโ๷๞ออกมาอีกครั้งว่า

            “คิง! มาตานี้แหละจะเป็๲ตาของผม”เจมส์พูดอย่างมั่นใจเพราะแอบเห็นไพ่ในมือของเฟิร์น

            “คนที่โทรมาบ่อยหาบ่อยแล้วทำให้พี่อารมณ์เสียคือใครเหรอ?” เจมส์ถามพร้อมกับมองไปที่เฟิร์น

            “มึง ไม่เอา มันเ๱ื่๵๹ของเขาถ้าเฟิร์นไม่อยากจะบอกก็ไม่ต้องไปจี้” ภูมิพูดขึ้นมาด้วยหน้าที่ครุ่นเครียด

            “ไม่เป็๞ไรค่ะ ไม่ได้ต้องปิดบังอะไร”“คนที่โทรมาคือแฟนเก่าเฟิร์นเอง แต่เลิกกันแล้ว”เฟิร์นตอบด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูเหมือนจะฝืนให้โอเค

    ภูมิที่เห็นสีหน้าของเฟิร์นจึงลุกขึ้นพูดว่า “โอเค วันนี้พอแค่นี้เถอะเก็บของกัน เดี๋ยวพรุ่งนี้ต้องไปต่อแต่เช้า” 

                เฟิร์นและเจมส์ก็ต่างลุกกันทั้งคู่ต่างคนต่างช่วยกันเก็บของเพื่อที่จะแยกย้ายกันไปนอนในขณะที่เจมส์กำลังเก็บของอยู่นั้น อยู่ดีๆก็ถามขึ้นมา “พี่ภูมิแล้วทำไมพี่ถึงเลิกกับคนนั้นอ่ะ ผมนึกว่าพี่จะแต่งกับคนนั้นด้วยซ้ำ”

    พี่ภูมิเงียบ ไม่ตอบอะไร และตั้งหน้าตั้งตาเก็บของต่อไปทำให้เจมส์และเฟิร์นที่รู้สึกได้ว่าไม่ควรถามเ๱ื่๵๹นี้ต่อและก้มหน้าช่วยกันเก็บของและแยกย้ายกันไปนอน

                ตกดึกในคืนนั้นหลังจากที่เฟิร์นและเจมส์นอนหลับไป ภูมินอนบนหลังคารถตู้และมองดูดาวบนท้องฟ้าสายตาของเขาดูต่างไปจากตอนที่อยู่กับน้อง ๆแม้แต่ดวงดาวที่ส่องแสงเจิดจ้าในค่ำคืนนั้นก็ไม่สามารถส่องประกายทะลุความมืดมนที่มาจากสายตาของเขาได้เลย