ตอนที่ 23 บังเอิญพบ (1)
เพิ่งเก็บฝ้ายได้พักหนึ่ง เถียนจยาผิงก็เก็บฟืนหาบหนึ่งเดินมา พอถึงตรงหน้าก็วางหาบฟืนลง แล้วกวักมือเรียกเสี่ยวหม่าน
เสี่ยวหม่านรีบวิ่งไป
เถียนจยาผิงควักเงินหลายสิบเหรียญทองแดงจากอกให้เสี่ยวหม่าน “เอาเงินพวกนี้ไปซื้อของบำรุงอร่อยๆ ให้แม่เจ้ากิน”
เสี่ยวหม่านไม่รับ หันกลับมาทำสัญญาณมือให้หลินซื่อ
หลินซื่อเดินเข้าไปเอ่ยกับเถียนจยาผิง “พี่ใหญ่ ท่านเก็บเงินเอาไว้เถอะ ท่านพ่อกับท่านแม่ให้เงินค่ายากับพวกข้าแล้ว”
เถียนจยาผิงมองหลินซื่ออย่างกระดากใจแวบหนึ่งแล้วเอ่ยขึ้น “ข้ารู้ แต่พวกเจ้าไม่กี่คนใช้ชีวิตลำบากเกินไปในบ้านตระกูลเถียนของพวกเรา ซ้ำข้ายังไม่อาจออกหน้าให้พวกเจ้า ดังนั้น...จึงอยากชดเชยสักหน่อย เจ้ารับไว้เถอะ เงินไม่ได้มากมายอะไร ต่อให้เจ้าไม่ใช้ เก็บเอาไว้ทำเสื้อผ้าให้เด็กที่ยังไม่เกิดก็ยังดี”
หลินซื่อขอบตาแดงเรื่อ พลางเอ่ยเสียงสะอื้น “ข้าจะรับความหวังดีของพี่ใหญ่เอาไว้ แต่เงินนี้ข้าไม่ต้องการจริงๆ”
ไฉ่เวยทนเห็นพวกเขาสองคนพูดจาซาบซึ้งต่อไม่ไหวจึงเอ่ย “ท่านลุงใหญ่รีบไปเถอะ ท่านมาคุยกับแม่ข้าแบบนี้ หากถูกคนเห็นเข้าคงไม่เหมาะนัก พวกเราน่าสงสารมากพอแล้ว”
พอเถียนจยาผิงได้ยินคำนี้ก็มีสีหน้ารู้สึกผิดยิ่งกว่าเดิม ทำได้เพียงยัดเงินก้อนนั้นกลับเข้าอกอีกครั้ง แบกหาบฟืนขึ้นแล้วเดินจากไป
หลินซื่อกับเสี่ยวหม่านกลับเข้าไปเก็บฝ้ายในไร่ต่อ
เก็บได้ประมาณหนึ่งชั่วยาม ไฉ่เวยก็เรียกมารดาและน้องสาวมาพักผ่อนข้างๆ
หลินซื่อไม่ยอม กลัวว่าหากเก็บได้น้อยกลับบ้านไปจะถูกต่อว่า ไฉ่เวยจึงกล่าว “หากเก็บฝ้ายทั้งหมดเสร็จตามที่ท่านปู่บอกถึงจะไม่ถูกต่อว่า แต่นี่เป็นงานที่ไม่มีทางทำสำเร็จ อย่างไรก็ต้องถูกด่าอยู่แล้ว ท่านแม่พักผ่อนสักหน่อยเถอะ หากท่านไม่ห่วงตัวเองก็ควรคิดเผื่อเด็กในท้องบ้าง”
หลินซื่อถึงยอมนั่งลงพักผ่อน
ไฉ่เวยได้ยินท้องเสี่ยวหม่านร้องเรียกซ้ำๆ ก็รู้ว่าอีกฝ่ายหิวแล้ว
ใช่ว่าเสี่ยวหม่านเห็นแก่กิน ทว่านางตอนนี้อยู่ในวัยกำลังโต ต้องการการบำรุง และข้าวมื้อกลางวันที่กินก็ไม่ได้มีพลังงานสารอาหารอะไร ทั้งยังใช้แรงงานมาหนึ่งชั่วยามย่อมหิวเร็วเป็นธรรมดา นางจึงพาเสี่ยวหม่านไปล่าสัตว์ด้วยตัวเอง
โชคดีที่ตอนบ่ายดีกว่าตอนสายมาก เพิ่งวนอยู่ในภูเขาได้รอบหนึ่งก็เห็นกระต่ายสีเทาตัวอวบอ้วนโผล่หัวออกมาจากพงหญ้า
ไฉ่เวยยินดีนัก รีบง้างมือ เพราะกระต่ายยังไม่เห็นสองพี่น้อง มันกำลังตื่นตัวกวาดตามองรอบๆ อย่างระมัดระวัง ทุกอย่างกำลังเงียบสงบ ดังนั้นหินก้อนเดียวของไฉ่เวยจึงเข้าเป้า
ตำรวจมือใหม่ยิงนกบินไม่ได้ แต่ยิงกระต่ายที่อยู่นิ่งได้ไม่มีปัญหา
พอกระต่ายป่าตัวนั้นถูกยิงก็ล้มลงทันที
ไฉ่เวยสองพี่น้องยินดียิ่งกว่าอะไร รีบวิ่งไปหากระต่ายป่า ทั้งสองคนคุกเข่าลงเตรียมยื่นมือไปคว้ากระต่าย ทว่ากระต่ายป่าที่ถูกหินยิงจนสลบไปตัวนั้นพลันตื่นขึ้นมา กระโดดพุ่งรวดเร็วปานสายฟ้าฟาด
สองคนพี่น้องไล่ตามอยู่ด้านหลังติดๆ จนปัญญาที่สองขาวิ่งไม่ชนะสี่ขา กอปรกับไฉ่เวยสองพี่น้องร่างกายบอบบาง วิ่งได้ไม่ไกลเท่าไรก็พากันเหนื่อยหอบ ทำได้เพียงมองกระต่ายป่าตัวอวบอ้วนหนีรอดไปด้วยความผิดหวัง
ทว่าอยู่ๆ ข้างหูก็มีเสียง ‘ฟ้าว’ ดังขึ้น ลูกธนูดอกหนึ่งพุ่งผ่านหูไฉ่เวยไป ปักใส่กระต่ายป่าที่กำลังหนีเอาชีวิตรอด
สองพี่น้องหันกลับไปมอง เห็นบุรุษผิวแทนร่างสูงใหญ่ก้าวเท้ามาทางทั้งสองคน แล้วเดินผ่านพวกนางไปหากระต่ายป่าตัวนั้นเตรียมเก็บเหยื่อของเขา
ไฉ่เวยมองกระต่ายป่าตัวอวบอ้วนตาละห้อยจนวินาทีสุดท้าย ก่อนจะดึงเสี่ยวหม่านไปล่าสัตว์ที่อื่น
ทว่าอยู่ๆ กลับได้ยินเสียงลมผ่านข้างหู กระต่ายป่าเปื้อนเลือดตัวหนึ่งพุ่งผ่านหลังศีรษะแล้วร่วงตกอยู่ในอ้อมอกของนางอย่างแม่นยำ