ข้าแค่อยากเป็นปลาเค็มทำไมมันยากจัง ทะลุมิติมาป่วนไทย

    บทที่ 26 ออกเดินทางไปยังสามโคก

    บทที่ 26 ออกเดินทางไปยังสามโคก

     

    ในเย็นวันนั้นคนของนินที่ส่งออกไปตอนเช้าก็ทยอยกันกลับมาของจำนวนมากถูกนำเข้ามาในเรือนท่านเจ้าคุณจนทุกคนให้ความสนใจถาเดินออกมาพอดีจึงกล่าวทัก

    ภา” ขนอะไรกันมาน่ะ “บ่าวคนหนึ่งตอบ

    ” อ้อของท่านเขยขอรับมันเป็นสมุนไพรน่ะขอรับ” ภาสนใจแล้วให้บ่าวไปตามนิน ไม่นานนินก็วิ่งตามออกมา

    ภา “พี่นินจะเอาของพวกนี้ไปทำอะไรหรือเจ้าคะ” นินยิ้มออกมา

    นิน “แน่นอนว่าจะเอาไปทำยาสีฟันไง “ภาพยักหน้านางรู้นานแล้วว่าพี่นินกำลังจะทำยาสีฟันขายดังนั้นจึงไม่แปลกใจอะไรทว่าของที่นำมานี่ก็มากไปไหม

    ภา “นี่พี่นินจะทำมันออกมากี่กระปุกกันแน่ถึงเอามามากขนาดนี้” นินยิ้มออกมา

    นิน “สัก 10.000 กระปุกแต่ขั้นแรกพี่คิดว่าจะทำมันสักสองร้อยกระปุกก่อนน่ะ” ภาคิดสักพัก

    ภา “โอ้จำนวนไม่น้อยเลยนะจะขายได้หรือเจ้าคะในช่วงแรกคนยังไม่รู้ว่ามันมีประสิทธิภาพขนาดไหน” นินหัวเราะ

    นิน “ในช่วงแรกพี่ยังไม่ขายหรอกนะแต่จะแจกให้คนทดลองใช้เป็นแบบกระปุกเล็กๆ ก่อนเมื่อคนรู้จักมากขึ้นรับรองว่าจะผลิตไม่ทันเลยล่ะ” ภาประหลาดใจ

    ภา “ไม่เคยได้ยินวิธีขายด้วยการแจกฟรีแบบนี้มาก่อนเลยเจ้าค่ะแบบนั้นจะไม่ขาดทุนหรือ” นินยิ้มออกมา

    นิน “นี่เรียกว่าการโปรโมทไงล่ะ” ในโลกของนินการทำโปรโมทใช้เงินมหาศาลมากนี่แค่เสี้ยวเดียวเท่านั้นจะนับว่าขาดทุนได้อย่างไรภาสนใจ

    ภา” มันคือสิ่งใดเจ้าค่ะ “นินคิดคำพูดสักพัก

    นิน” เรียกว่าการทำให้สินค้าเป็นที่รู้จักด้วยกลยุทธ์ทางการตลาดไง “ยิ่งฟังภายิ่งงง นินเห็นสีหน้าก็รู้ว่าภายังไม่เข้าใจเขาจึงอธิบาย

    นิน” ก็คล้ายๆ ที่ตลาดนั่นแหละจะมีคนมาตะโกนหน้าร้านให้คนสนใจหันมาดูใช่ไหมล่ะนี่ก็เรียกว่าโปรโมทหรือโฆษณาเช่นกัน “ภาร้องอ้อเข้าใจทันทีอธิบายเสร็จนินก็กล่าวขอบคุณคนที่ไปทำงานให้เขา

    นิน “ขอบคุณมากครับพี่ๆ น้าๆ มากน่ะนี่ค่าแรงมารับไปได้เลย” ชายคนหนึ่งยิ้ม

    “ท่านเขยอย่าเกรงใจคุณหญิงและท่านเจ้าคุณมีพระคุณกับเรามากแค่นี้เรื่องเล็ก” นินยิ้มออกมา

    นิน “ถึงอย่างนั้นข้าก็ต้องตอบแทนน้ำใจ” นินจ่ายเงินให้พวกเขาเป็นค่าจ้างตอนแรกทุกคนไม่ยอมรับ

    นิน “พวกท่านไม่รับต่อไปผมจะกล้าของให้พี่ช่วยได้หรือ” ได้ยินแบบนั้นทุกคนจึงรับไป ในยุคนี้ค่าแรงต่อเดือนอยู่ที่ประมาณ 300-1000 บาท เท่านั้นดังนั้นรายได้ต่อวันจึงน้อยมากแต่นินให้ถึง 50 บาทเลยทีเดียวนับว่าใจถึงมากแน่นอนว่านินต้องการซื้อใจคนเพื่อครั้งหน้าเวลาให้พวกเขาทำอะไรก็จะทำเต็มที่

    นิน “ของไม่ต้องยกของลงนะเดี๋ยวพรุ่งนี้รบกวนพวกพี่ๆ นำไปส่งที่โกดังสักหน่อย” ทุกคนพยักหน้า ไม่นานทองและแสนก็พาน้าพวงมาที่เรือน

    แสน” ของอะไรมากมายเพียงนี้ “นินยิ้มออกมา

    นิน” สมุนไพรที่เราไปดูกันไง “ทั้งสองประหลาดใจ

    ” เอ็งได้โกดังแล้วหรือ “นินพยักหน้า

    นิน” คุณป้าจัดการให้แล้ว “ทั้งสองยิ้มออกมาอย่างรู้กันแน่นอนว่านินไม่ได้ตาบอกเขารู้ว่าทั้งสองคิดอะไร

    นิน” สองคนนี่คิดว่าฉันเป็นเจ้าหนุ่มข้าวนิ่มแน่ๆ “นินเผยยิ้มร้ายกาจออกมา

    นิน” ไหนๆ พี่ก็ทำงานให้ฉันแล้วเราไปกินข้าวร้านแม่จันทร์วาดดีไหม “ทั้งสองหน้ากระตุก

    แสน “พอเลยแค่คิดข้าก็สยองแล้ว” นินหัวเราะ จากนั้นเขาก็จ่ายเงินให้น้าพวก

    นิน “น้ามีพี่พักหรือยัง” น้าพวกยิ้ม

    น้าพวง” พวกเรามาส่งเนื้อในเมืองหลวงบ่อยมีที่พักประจำไม่ต้องห่วง “นินจึงสบายแล้วส่งน้าพวงออกไปหลังได้ของแล้วจากนั้นเขาก็หันไปหาทุกคน

    นิน “เอาล่ะทุกคนไปกินข้าวกันเถอะนี่ก็จะค่ำแล้วผมได้ให้พวกพี่อิ่มทำกับข้าวเพิ่มให้แล้ว” ทุกคนแยกย้ายกันไป จากนั้นท่านเจ้าคุณและคนอื่นๆ ก็เดินมา

    ” ขนของมาขนาดนี้เชียว “ลินสนใจแล้วลงไปดูรถทุกคันพร้อมน้องชาย ท่านเจ้าคุณมองไปที่นินแล้วถาม

    “พรุ่งนี่เอ็งวางไหม” นินเงยหน้าขึ้นไป

    นิน “ผมต้องเอาของเข้าโกดังพรุ่งนี้” ท่านเจ้าคุณยิ้มออกมา

    “งั้นหรืองั้นช่วยไม่ได้นะ” นินขมวดคิ้ว

    นิน “มีอะไรหรือลุง” ท่านเจ้าคุณยิ้ม

    “ไม่มีอะไรหรอกพอดีพรุ่งนี้ข้าจะไปที่สามโคกไม่ได้ไปดูนานแล้วพิมเองก็จะไปดูเบญจรงค์และเครื่องลายครามเหมือนกันว่าทำเสร็จตามกำหนดไหม” นินตาโต

    นิน “อย่างนั้นผมค่อยเอาของไปไว้วันหลังก็ได้” ท่านเจ้าคุณหัวเราะในลำคอ

    “ข้าก็ว่าอย่างนั้นแหละจะมีอะไรสำคัญไปกว่าเดินทางไปกับคู่หมั้นเล่านี่ถือโอกาสไปพักผ่อนเสียด้วยเลย “พิมถึงกับหน้าแดงที่ท่านเจ้าคุณพูดแบบนี้ต่อหน้าทุกคนแบบนี้อันที่จริงเพราะท่านเจ้าคุณต้องการให้ทุกคนอยู่ห่างจากข่าวลือเสียบ้างก็เท่านั้นส่วนนินน่ะหรือเขาก็จะไปดูสถานที่ใช้ก่อตั้งโรงงานและจ้างคนมาทำงานเสียเลยนินคิดอะไรได้

    นิน” เดี๋ยวนะไหนๆ ของก็มีแล้วก็ขนไปที่นั่นเลยก็ได้นี่หว่า “เมื่อคิดได้แบบนี้เขาก็หันไปหาทอง

    นิน” พี่ทองผมรบกวนหน่อยพี่ช่วยไปเอากระปุกไม้กับด้ามแปรงที่ลุงยอดให้หน่อยทำได้แค่ไหนเอาแค่นั้นก่อนแล้วจ่ายเงินไปเลยที่เหลือจะมาเอาที่หลัง “ทองพยักหน้าแล้วขับรถม้าออกไปนินส่งเงินให้ทั้งสอง จากนั้นทุกคนก็กลับเข้าเรือนไป

     

    ที่เรือนหลังหนึ่งอันหรูหราสตรีงดงามกำลังจะอ่านหนังสืออยู่บ่าวคนหนึ่งก็มารายงานข่าวการหมั้นหมายของพิมทำให้นางประหลาดใจมาก นางคือลูกสาวของท่าน อัครมหาเสนาบดี ไพรสน นางชื่อว่า จัน หรือชื่อเต็มๆ คือ จันทรารัตน์ มีหลายคนเข้าใจผิดว่านางเป็นคนเดียวกับจันทร์วาดทว่าไม่ใช่เลย จันคนนี้มีนิสัยห้าวหาญมากแม้นางจะสวยสู้จันทร์วาดไม่ได้ทว่านางก็งามเช่นกันและเป็นเพื่อนสนิทกับพิมแต่เมื่อโตมาก็เจอกันน้อยลงทั้งนี้เพราะแม่หญิงไทยไม่ควรออกนอกเรือนบ่อยเกินไปนักจึงให้คนไปสืบข่าวของพิมหลังนางได้ยินเรื่องไม่ดีจนหน้าหู

    ” จริงๆ เจ้าค่ะลือไปทั่วพระนครแล้วเจ้าค่ะว่าท่านเจ้าคุณบังคับให้แม่นายพิมแต่งงานกับคนไร้หัวนอนปลายเท้าเจ้าค่ะ “จันขมวดคิ้ว

    จัน” จริงหรือช่างน่าโมโหนักคุณลุงนี่ก็จริงๆ เลยทำไมให้พิมไปแต่งกับคนพลันนั้นกันแล้วก็ยังพี่หมื่นเทพอีกทำให้ถึงกับสร้างข่าวเสื่อมเสียให้สหายข้าเช่นนี้ “นางโกรธมากแล้วเดินไปยังห้องของท่าน อัครมหาเสนาบดี ปังๆๆๆ ท่านอัครมหาเสนาบดีถึงกับสะดุ้ง

    “เกิดอะไรขึ้น” เขารีบออกมาเปิดประตูแต่เมื่อเห็นลูกสาวก็โกรธขึ้นมา

    “นางหนูเจ้ามาทำอะไรที่เรือนพ่อเนี่ยนี่มันสามทุ่มแล้วนะรู้ตัวไหมว่าเป็นสตรี “นางกลอกตา

    จัน “คุณพ่อเจ้าคะก็ดูคุณลุงทำสิเจ้าคะบังคับพิมแต่งงานได้อย่างไร “ท่านอัครมหาเสนาบดีนวดขมับ

    ” นี่ลูกปลุกพ่อเพราะเรื่องนี้หรือ “สีหน้านางเอาจริง

    ” ไม่อย่างนั้นจะอะไรเจ้าค่ะ “เขาหันไปหาภรรยาตัวเองที่นอนแกล้งตายอยู่แล้วเรียก

    ” คุณหญิงไม่ต้องนอนแล้วมาอธิบายปัญหาให้ลูกฟังก่อน “สตรีวัยประมาณห้าสิบกว่าๆ จำต้องลุกขึ้นมาอย่างไม่พอใจ

    ” รอให้เช้าก่อนไม่ได้หรือไงลูก” จันส่ายหน้า

    จัน “ไม่ได้เจ้าค่ะ” ทั้งสองจึงต้องแต่งตัวแล้วมานั่งอธิบายให้นางฟัง ความหมายของจันคือต้องการให้พ่อออกหน้าห้ามการแต่งงานนี้แล้วที่ว่าอธิบายให้จันเข้าใจคือการกล่อมนางว่าห้อมยุ่งเรื่องนี้นั่นเอง

    “แต่ไหนแต่ไรมาพ่อแม่ก็ต้องจัดการเรื่องการแต่งงานให้ลูกอยู่แล้วเรื่องนี้ท่านเจ้าคุณไม่ผิดสักนิดอีกอย่างแม่พิมก็เต็มใจไม่ใช่หรือ” นางทำหน้าโกรธ

    “ถ้าเต็มใจแล้วทำไมมีข่าวเสียหายออกมาเจ้าคะ” ท่านอัครมหาเสนาบดีนวดขมับ

    “แล้วพ่อจะทำอะไรได้เล่านี่เป็นเรื่องในครอบครัวคนอื่นเขา” ท่านอัครมหาเสนาบดีหาวออกมา

    “ไม่รู้ล่ะข้าต้องไปดูให้เห็นกับตาว่าพิมไม่ได้ถูกบังคับ” ทั้งสองจนใจ

    ” เจ้าเองก็ถึงวัยแต่งงานแล้วไม่ใช่หรือชอบใครบ้างหรือยัง” นางคิดสักพัก

    จัน “ยังไม่มีเจ้าค่ะแต่ถ้าพูดถึงบุรุษที่มีความสามารถจริงๆ คงจะเป็น ขุน เขมกร ลูกชายของเจ้าเมืองอยุธยาเจ้าค่ะ ทั้งสองถึงกับหน้ากระตุก ขุน เขมกร นั้นอายุสามสิบแล้วทว่าภรรยาเสียไปหลังแต่งกันได้ห้าปีจากโรคร้ายเขามีลูกสาวหนึ่งคนอายุสี่ขวบ

    “เรื่องนี้ฝันไปเถอะแม้เขาจะเก่งจริงแต่เขาแก่และมีลูกแล้ว” แน่นอนว่าจันแค่พูดดักทางไว้ไม่ให้พ่อแม่รีบหาคู่ให้นาง

    จัน “เช่นนั้นก็หาคนเทียบเท่าเขาให้ลูกได้ก็พอเจ้าค่ะ” ทั้งสองทำหน้าเหมือนกินแมลงวันเข้าไป

    “แล้วแม่จะไปหาคนแบบนั้นได้ที่ไหนกัน “นางไม่สนใจ

    จัน” อย่างไรคุณพ่อก็ต้องช่วยพิมนะเจ้าคะ “อัครมหาเสนาบดีถึงกับนวดขมับเขาจะไปยุ่งเรื่องนี้ได้ไงโดนถอนหงอกสิไม่ว่าคุณหญิงจึงกล่าวออกมา

    ” เอาแบบนี้ไหมเราไปเยี่ยมบ้านท่านผู้ตรวจการกันเจ้าจะได้ไปถามเรื่องนี้ให้กระจ่างจากแม่พิมด้วย “ดวงตานางเป็นประกายจึงยอมกลับไปทั้งสองถอนใจออกมา

    ” ไปนอนกันเถอะข้าง่วงจะตายอยู่แล้วยังพรุ่งนี้ยังต้องไปประชุมกับกรมนาอีก “ทั้งสองกลับไปพักผ่อน ถามว่าใครใหญ่กว่ากันระหว่างท่านเจ้าคุณเรืองกับท่านอัครมหาเสนาบดีแน่นอนว่าต้องเป็นท่านอัครมหาเสนาบดีโดยตำแหน่งทว่าท่านเจ้าคุณมีหน้าที่สอบสวนขุนนางดังนั้นต่อให้เป็นเขาก็ยังต้องเกรงใจท่านเจ้าคุณถึงสามส่วนยังไม่รวมฐานะเขาท่านเจ้าคุณเรืองเป็นเหมือนญาติกันกับขุนหลวงอีก ในเช้าวันถัดมาแม่จันทร์วาดนั้นหลังจากที่ได้แก้แค้นพวกของนินก็อารมณ์ดีเป็นพิเศษทว่านางขมวดคิ้วที่อยู่ร้านฝั่งตรงข้ามที่เป็นร้านผ้าอยู่ๆ ก็เก็บของจึงเดินไปถาม

    “นี่คุณป้าค่ะทำไมถึงเลิกกิจการล่ะเจ้าค่ะ” ผู้หญิงคนนั้นยิ้มให้

    “อ้อเถ้าแก่บอกว่ามีคนมาขอซื้อร้านนี้น่ะสิแถมจ่ายค่าชดเชยที่ผิดสัญญากับเราไม่น้อยเลยเราจึงย้ายไปฝั่งโน้นแทนทำเลก็ไม่เลวเราเลยตกลง “นางประหลาดใจ

    ” ซื้อเลยหรือคงรวยไม่เบา “เพราะนางเองยังเช่าอยู่เลย

    ” อยากรู้จริงๆ ว่าจะเปิดร้านอะไร “ลูกสมุนของนางกล่าวออกมา

    ” ร้านอะไรก็ได้แต่ห้ามเป็นร้านอาหารนะเจ้าคะ “นางขมวดคิ้ว

    ” ทำไมรึ “สมุนนางหัวเราแล้วกล่าว

    ” เพราะร้านจะขายไม่ได้เลยน่ะสิเจ้าค่ะใครจะไปกินร้านนั้นในเมืองมีร้านอาหารอันดับหนึ่งอยู่ฝั่งตรงข้าม “เมื่อจันทร์วาดได้ยินก็หัวเราะออกมา

    ” เอ็งนี่พูดดีข้าชอบไปๆ ข้าจะเลี้ยงบัวลอยเอ็งหนึ่งถ้วย “ทั้งนายบ่าวหัวเราะคิกคัก

     

    ส่วนที่บ้านท่านเจ้าคุณตอนนี้กลายเป็นขบวนขนาดใหญ่ที่จะไปยังสามโคกแล้วเพราะต้องนำวัตถุดิบของนินไปด้วยนั่นเองท่านเจ้าคุณถึงกับหน้ากระตุก

    “นี่เอ็งคิดว่าเราเป็นขบวนสินค้าหรือไงวะ” นินหัวเราะเจื่อนๆ

    นิน “แหม ลุงว่าไปนั้นผมจะไปตั้งโรงงานที่นั่นมันก็ต้องประมาณนี้ไม่ใช่หรือไง” ท่านเจ้าคุณกลอกตาแล้วสั่งทุกคน

    ” ขึ้นรถเถอะนี่ก็สายมากแล้ว “จากนั้นทุกคนก็ขึ้นรถม้าแต่ก่อนที่รถม้าจะออกไป รถมาจากบ้านของอัครมหาเสนาบดีก็มาจอดหน้าบ้านท่านเจ้าคุณ ม่านเปิดออกคุณหญิง อบเชย ก้าวลงมาจากรถม้าพร้อมลูกสาว ไหมแก้วจึงต้องลงมาจากรถม้า

    ไหมแก้ว “คุณพี่มาได้อย่างไรเจ้าคะ” คุณหญิง อบเชย ยิ้มออกมา

    “ก็แม่จันนี่สิได้ยินข่าวลือจึงอยากมาเยี่ยมแม่พิมข้าเองก็สุดจะต้าน” ไหมแก้วขมวดคิ้ว

    ไหมแก้ว” เรื่องนี้อีกแล้วน่าโมโหจริงๆ เจ้าค่ะเรื่องไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสียหน่อย “คุณหญิงอบเชยให้บ่าวส่งของฝากไปให้ป้าม้วนมาบ้านคนอื่นกะทันหันไม่นำของฝากได้ไงจากนั้นก็ถามขึ้น

    ” แล้วนี่จะไปไหนกันเล่า “ไหมแก้วจึงกล่าวออกมา

    ” เราจะไปสามโคกเจ้าค่ะคุณพี่ “คุณหญิงอบเชยพยักหน้า

    ” เช่นนี้เองมาเสียเที่ยวเสี่ยแล้ว “จากนั้นจันก็ได้โอกาสไหว้เสียทีสองคนนี้ไม่เว้นช่องให้นางเลยไหมแก้วและท่านเจ้าคุณพยักหน้าให้

    ” คุณป้าเจ้าค่ะแล้วพิมล่ะเจ้าค่ะ “พิมและพวกน้องๆ จึงลงมาจากรถม้าแล้วยกมือไหว้คุณหญิงอบเชย

    พิม “สวัสดีค่ะคุณป้า” คุณหญิงอบเชยมองหน้าพิมก็ไม่เหมือนว่าโดนบังคับเลยนี่นาสีหน้าดูปกติมาก จันลากพิมออกไปแล้วถาม

    “นี่เจ้าโดนบังคับใช่หรือไม่” พิมขมวดคิ้ว

    พิม “เจ้าพูดเรื่องอะไรกัน” นางกระซิบ

    จัน” ก็เรื่องงานหมั้นไง “พิมถึงเข้าใจ

    พิม” ไปฟังข่าวอะไรมาเนี่ยข้าเต็มใจแต่งไม่ได้หรือ “จันขมวดคิ้ว

    จัน” เต็มใจรึ “พิมพยักหน้า

    พิม” ใช่ไม่อย่างนั้นล่ะ “นางขมวดคิ้ว

    ” ก่อนหน้านี้มีชายที่โดดเด่นมากมายมาขอเจ้าทำไมเจ้าไม่ตกลงเล่า “พิมยิ้มออกมา

    พิม” มันมีเหตุผลหลายอย่างที่ข้าต้องหมั้นหมายกับเขาแต่ว่าข้าไม่ได้โดนบังคับ “พิมตอบด้วยสีหน้าเรียบนิ่งเย็นชาเช่นเดิม

    จัน” หรือว่าเจ้าชอบเขา “พิมขมวดคิ้ว

    พิม” หากเจ้ายังพูดไร้สาระอีกข้าจะโกรธเจ้าจริงๆ แล้วนะ” แม่หญิงจันยิ้มออกมา

    จัน “เอาน่าข้าก็แค่สงสัยในเมื่อเจ้าไม่เป็นไรก็ดีแล้ว “นางสอดส่ายสายตาไปรอบๆ

    จัน “แล้วคนไหนล่ะอยู่นี่ไหม” นินที่อยู่ในรถม้าข้างหลังก็ขมวดคิ้ว

    นิน “ทำไม่ยังไม่ออกรถสักทีนะ” เขาจึงออกมาดูก็พบว่ามีรถม้ามาขวางทางจึงเดินไปด้านหน้าแล้วร้องถาม

    นิน “คุณป้าครับมีอะไรกันหรือครับ “ทุกคนหันมามองเขาทำเอาเขาสะดุ้ง

    ไหมแก้ว” พ่อนินมานี่ป้าจะแนะนำให้รู้จักนี่คุณหญิงอบเชยภรรยาท่านอัครมหาเสนาบดี” นินคำนวณก็รู้ว่านี่ข้าใหญ่อีกคนถ้าคุณป้าแนะนำด้วยรอยยิ้มแบบนี้ย่อมไม่มีปัญหาเขาฉีกกยิ้มออกมาแล้วยกมือไหว้งามๆ

    นิน” สวัสดีดีครับคุณป้า “ไหมแก้วจึงแนะนำ

    ไหมแก้ว” นี่พ่อนินว่าที่ลูกเขยของอิฉันเองเจ้าค่ะคุณพี่” อบเชยมองนินก็พยักหน้าเพราะหน้าตานินจัดว่าใช้ได้ทรงผมหรือก็แปลกตาทว่าดูดียิ่งนักทั้งท่าทางของเขาไม่เหมือนในข่าวลือเลยนี่ดูเป็นคนมีความสามารถมั่นใจทั้งไหมแก้วก็บังอ่อนโยนต่อเขาไม่เหมือนว่าเขาเป็นคนนอกเลย

    นิน “จริงสิครับ” เขาวิ่งกลับไปที่รถม้าแล้วเอาแปรงสีฟันกับยาสีฟันมาให้

    อบเชย “นี่มันอะไรหรือ” นินยิ้มออกมา

    นิน “นี่คือยาสีฟันกับแปรงสีฟันครับ” ท่านเจ้าคุณกลอกตาเจ้านี่ขี้ประจบจริงๆ

    อบเชย “มันเอาไว้ทำอะไรหรือ” นินเผยยิ้มภูมิใจออกมา

    นิน “มันใช้สำหรับทำความสะอาดฟันครับหรือเรียกว่าแปรงฟันก็ได้ครับ” นินทำท่าให้ดูเขาเปิดฝากระปุกแล้วทำท่าใช้แปรงตักเนื้อครีมมาเล็กน้อยจากนั้นก็เอามาทำท่าสีกับฟันให้ดู

    นิน “รับรองว่าฟันสะอาดกว่าผงขัดฟันแน่นอนแถมมีกลิ่นปากยังหอมสดชื่นด้วยครับ” อบเชยประหลาดใจแล้วมองไปทางไหมแก้ว

    ไหมแก้ว “ของดีค่ะคุณพี่น้องก็ใช้บ้านเราเปลี่ยนมาใช้ยาสีฟันกันหมดแล้วพ่อนินกำลังจะวางขายเร็วๆ นี้คุณพี่ลองเอาไปใช้ดูเจ้าค่ะใช้ดีมาก” จันเดินมาทางนิน

    “แล้วของข้าเล่า” นินมองแม่สาวสวยคนนี้ก็หน้ากระตุก

    นิน “เอ่อนี่ใครกันจะมาเอาของฟรีแบบนี้ไม่ได้นะ” พิมกลอกตารู้ว่าเขาคิดอะไร

    พิม “นี่คือเพื่อนข้าเองและเป็นลูกสาวของคุณป้าอบเชยด้วย” นินยิ้มออกมา

    นิน “เช่นนี้เองแล้วก็ไม่บอก” เขาจึงเอาออกมาอีกสองกระปุกและแปรงสองอัน

    นิน “แปรงนี่ใช้ของใครของมันนะครับแล้วก็ใช้ดีต้องบอกต่อด้วยนะ” นางจ้องหน้านิน

    “ข้าจะจับตาดูเจ้าไว้” นินหน้ากระตุกอบเชยรีบพูด

    ” อย่าเสียมารยาทลูกคนนี้นี่ “ไหมแก้วจึงกล่าว

    ไหมแก้ว” อย่าไปฟังที่คนอื่นพูดเลยเราไม่ได้บังคับพิมแต่งงานกันและพ่อนินก็เป็นคนมีความสามารถมาก “นินอยากนะตะโกนว่าเขานี่แหละโดนบังคับไม่ใช่พิมหลังจากทักทายและกล่าวลากันพอประมาณขบวนรถม้าของบ้านท่านเจ้าคุณก็ขับออกไปครั้งนี้ภรรยาของแสนและลูกน้อยวัยห้าขวบก็ต้องไปด้วยเขาหวังว่าจะได้กินไอ้ติมอีกครั้ง ที่ภรรยาของแสนต้องไปด้วยเพราะต้องไปช่วยห่อเครื่องลายครามจัดส่งมายังเมืองหลวงนินต้องบอกว่าภรรยาพี่แสนสวยอย่างที่พี่ทองบอกจริงๆ สามารถเป็นดาราได้เลย…

     

    คล้ายกับเรื่องข้าแค่อยากเป็นปลาเค็มทำไมมันยากจัง ทะลุมิติมาป่วนไทย ที่คุณอ่าน