บทที่ 8 ไล่ถามถึงถุงหอม
เว่ยฉางอันขมวดคิ้วเพียงเล็กน้อย ดังที่คาดไว้เหล่าคุณหนูที่รอคอยอย่างใจจดใจจ่ออยู่แล้ว เมื่อได้ยินคำกล่าวของเว่ยเจี่ยวอิงสีหน้าของทุกคนก็เปลี่ยเป็ไม่พอใจทันที แววตาเว่ยฉางอันแปรเปลี่ยนเป็เ็าทันที
แต่บนใบหน้าของเว่ยฉางอันกลับแสดงออกเพียงความเสียใจ นางหันไปเอ่ยกับเว่ยเจี่ยวอิงด้วยน้ำเสียงที่เศร้าสร้อย “น้องรองเ้าหายไปไหนมาหรือ? ข้าออกไปตามหาเ้าเสียนาน มีฝูงแมลงบุกเข้างานเลี้ยง ข้ากลัวว่าว่าเ้าจะเป็อันใดจึงได้ออกตามหา”
เมื่อมองไปยังเว่ยเจี่ยวอิงที่ได้รับการทำแผลอย่างเรียบร้อยแล้ว ไม่ต้องรอให้ผู้ใดเอ่ยอันใด พวกเขาก็เข้าใจในทันทีว่าเว่ยเจี่ยวอิงได้ออกไปข้างนอกจริง ๆ เว่ยฉางอันจึงใช้เื่นี้ในเบี่ยงประเด็นของตนทันที
กอปรเว่ยฉางอันมีรูปโฉมงดงามอยู่แล้วยิ่งนางแสดงท่าทางที่ห่วงใยน้องสาวตนจากใจจริงเช่นนี้ ยิ่งทำให้ทุกคนเข้าใจเหตุผลที่นางหายตัวไปในทันที แม้แต่สายตาที่ฉายแววไม่พอใจเมื่อครู่กลับแปรเปลี่ยนไปความชื่นชมแทน
“สมกับเป็คุณหนูใหญ่แห่งจวนแม่ทัพ ที่ห่วงใยน้องสาวร่วมบิดาถึงเพียงนี้ นับเป็แบบอย่างที่ดีของบรรดาสาวงามในเมืองหลวงทุกคน”
เมื่อฮองเฮาได้ยินบทสนทนาของพวกนาง ก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยชมออกมา
แต่สตรีที่ปีนขึ้นมาถึงจุดที่สูงเช่นนี้ได้ จะเป็คนที่โง่เขลาอย่างไรการ
กลั่นแกล้งในจวนแม่ทัพเล็ก ๆ แห่งนี้ ที่ไปจะเทียบกับการแย่งชิงอำนาจในวังหลวงได้เช่นไรเล่า?
ตอนนี้อำนาจของจวนแม่ทัพกลับแข็งแกร่งที่สุด และเว่ยฉางอันก็เป็ที่รักยิ่งของแม่ทัพใหญ่ หากสามารถจับคู่นางกับองค์ไท่จื่อ หรงฉีได้ นั่นไม่ได้หมายความว่า...
เมื่อคิดไปถึงตรงนั้น ดวงตาของฮองเฮาก็เปล่างประกายด้วยความตื่นเต้น เมื่อถึงวันที่บุตรชายของนางขึ้นครองราชย์ นางก็จะขึ้นเป็ไทเฮา นางต่อสู้ในพระราชวังมาเนิ่นนานก็เพื่อตำแหน่งสูงสุดนี้
“เป็เช่นนั้นพ่ะย่ะค่ะ ฮองเฮาทรงตัสได้ถูกต้องเว่ยฉางอันควรเป็แบบอย่างที่เราควรเรียนรู้จริง ๆ พ่ะย่ะค่ะ”
แน่นอนว่าคำพูดของฮองเฮาทำให้ไม่มีใครกล้าคัดค้าน พวกต่างพากันพยักหน้าเห็นด้วยตามคำกล่าของฮองเฮา
เว่ยฉางอันได้ยินคำพูดของฮองเฮาก็รู้สึกแปลกใจเล็กน้อย นางไม่เคยมีปฏิสัมพันธ์กับฮองเฮามาก่อน เหตุใดฮองเฮาจึงช่วยนางด้วยเล่า
เว่ยฉางอันเงยหน้าขึ้นมามอง สายตานางก็สบเข้ากับสายตาฮองเฮาพอดี แต่…
หืม?… เหตุใดฮองเฮาจึงมองนางด้วยสายตาเช่นนั้น? เว่ยฉางอันไม่มีเวลามาคิดไตร่ตรอง นางรีบหลบสายทันที สายตาที่ฮองเฮาจ้องมองนางรู้สึกราวกับตนเองเสมือนเป็ปลาบนแผ่นไม้ที่ฮองเฮาจ้องจะเชือดอยู่รอมร่อ
ความรู้สึกนี้ทำให้นางรู้สึกอึดอัดอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็อย่างไร ณ เวลานี้นางยังคงรักษาระยะห่างกับทุกคน ดังนั้นนางจึงยังคงเฝ้ามองท่าทีของฮองเฮาอย่างระมัดระวัง
เดิมทีนางเว่ยเจี่ยวอิงตั้งใจจะกลั่นแกล้งเว่ยฉางอันให้ตกที่นั่งลำบาก นางไม่คาดคิดว่าจู่ ๆ ฮองเฮาจะยื่นมือเข้ามายุ่ง เมื่อเห็นเว่ยฉางอันได้รับการยกย่องจากผู้คนก็อดไม่ได้ที่จะกำมือแน่นด้วยความโกรธเคือง
มันเป็เช่นนี้เสมอ! เว่ยฉางอันเป็มักจุดสนใจของผู้คนคนเสมอ ‘เหตุใด ข้าต้องเป็ตัวสำรองไม่มีผู้ใดเห็นหัว! ไม่มีผู้ใดสนใจ! ข้าไม่ยอม!’ ความโกรธแค้นในใจที่มันแน่นอยู่เต็มอกของเว่ยเจี่ยวอิง ทำให้ในหัวของนางมีแต่เสียงะโก้องว่าสิ่งนี้มันไม่ยุติธรรม!
แม้ในใจเว่ยเจี่ยวอิงอยากจะฉีกเว่ยฉางอันเป็ชิ้น ๆ แต่สติสัมปชัญญะก็บอกว่าตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม ถึงแม้กองทัพแมลงที่นางเตรียมไว้อย่างดีจะถูกทำลางลงก็ตาม
แต่นางก็ได้รับความช่วยเหลือจากองค์ไท่จื่อ ซ้ำยังได้ซบลงบนอ้อมอกที่อบอุ่นของพระองค์อีก คิดถึงตรงนี้ เว่ยเจียวอิงก็อดเขินอายขึ้นมาไม่ได้ ทว่าใบหน้าที่พันด้วยผ้าพันแผลของนางนั้น ไม่ว่าจะมองยังไงก็ช่างดูขัดหูขัดตานัก
เว่ยเจี่ยวอิงนึกถึงแมลงนางก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาอีก ระหว่างทางที่นางไปรักษาาแ นางได้ยินข่าวจากบ่าวรับใช้ว่า เว่ยฉางอันได้มอบถุงหอมไล่แมลงให้ทุกคน
แต่เว่ยฉางอันกลับไม่ได้ให้นาง หรือว่า...
คิดถึงตรงนี้ เว่ยเจียวอิงก็รู้สึกใ ‘หรือนางจะรู้ว่าเป็ฝีมือของข้า?’
นางเงยหน้ามองเว่ยฉางอัน แต่เห็นนางยิ้มแย้มมองตนอย่างไร้เดียงสา จึงคลายความกังวลลง พลางคิดในใจออย่างเยาะเย้ย ‘คนโง่เช่นเว่ยฉางอัน นางจะไปรู้ได้เช่นไรว่าเป็ฝีมือข้า ข้านี่คิดมากเกินไปแล้ว’
ทันใดนั้น ดวงตากลมโตก็เบิกกว้างขึ้นมา แววตาเ้าเล่ห์ฉายแวบในดวงตา นางยกมือขึ้นลูบแก้มที่ถูกแมลงกัดอย่างแรง ก่อนจะร้องออกมาด้วยความเ็ป
“โอ้ย!”
“ใช่เ้าค่ะ ท่านพี่ของข้าช่างเอาใจใส่จริง ๆ มอบถุงหอมไล่แมลงให้ทุกคนที่มาร่วมงาน มิเช่นนั้นคงมีผู้ที่มาร่วมงานจักต้องประสบภัยเช่นข้าเป็แน่”
ถึงแม้จะพูดเช่นนั้น แต่น้ำเสียงของเว่ยเจี่ยวอิงกลับแฝงไปด้วยความสงสัยที่ว่าเหตุใดทุกคนถึงมีถุงหอมไล่แมลงยกเว้นแต่นาง ความหมายที่เว่ยเจี่ยงอิงซ่อนอยู่ในน้ำเสียง ทำให้ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างก็เข้าใจได้เป็อย่างดี
หลังจากที่ฮองเฮาได้ยินก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้กล่าวสิ่งใดออกมา เพียงแต่คอยมองท่าทีของเว่ยฉางอันอย่างถี่ถ้วนอีกครั้ง หากเื่เล็กน้อยแค่นี้นางยังรัมมือไม่ได้ นางก็คงต้องพิจารณาเื่นี้ใหม่เสียแล้ว
มิเช่นนั้นหากเว่ยฉางอันได้ขึ้นเป็ฮองเฮาในวันข้างหน้า จะสามารถช่วยเหลือบุตรชายของตนได้อย่างไร หากจัดการเื่ภายในวังหลังไม่ได้ หรงฉีของนางเองก็จะต้องลำบากไม่น้อย
ในยามนี้ ความคิดของเว่ยฉางอันอยู่ที่เว่ยเจียวอิงทั้งหมด จึงไม่อาจรับรู้ความคิดของฮองเฮาได้เลย แต่หากเว่ยฉางอันได้รับรู้สิ่งที่ฮองเฮาคิดกับตนแล้ว เว่ยฉางอันคงทำได้เพียงหัวเราะออกมาอย่างคนเสียสติเป็แน่
เว่ยฉางอันสตรีที่เคยอยู่จุดสูงสุดแต่กลับพบจุดจบอย่างน่าอนาจเช่นนั้น ซ้ำยังถูกพรากชีวิตของผู้คนที่นางรักให้มีจุดจบเช่นเดียวกับนาง เป็ไปได้หรือที่นางจะมอบชีวิตและหัวใจให้กับบุรุษที่เป็ราวกับผีร้ายหลุดมาจากขุมนรกเช่นหรงฉีได้
“อ๋อ น้องรองเ้าอย่าถือโทษโกรธข้าเลย ข้ามิเห็นเ้ามาถึงงานเสียที จึงเพียงเก็บถุงหอมนี้ไว้ให้ แต่ยังมิทันจะให้เ้า ก็มีเหล่าแมลงมาโผล่ขึ้นพอดี”
เว่ยฉางอันได้เตรียมแผนรับมือสำรองไว้แล้ว ต่อหน้าผู้คนนางก็หยิบถุงหอมออกมาจากแขนเสื้อ นั่นคือถุงหอมที่นางได้มามาจากซู่ซิน
เมื่อเห็นสีหน้าของนางเว่ยเจียวอิงที่งุนงง ราวกับกลืนแมลงวันเข้าไป ภายในใจของเว่ยฉางอันก็รู้สึกปีติยินดียิ่ง
เดิมทีนางก็ตั้งใจจะผลักเว่ยเจี่ยวอิง แต่ไม่คิดว่าตอนนี้ไม่เพียงแต่จะพลาดท่าให้เว่ยอางอัน แต่ยังถูกเว่ยฉางอันโบกถุงหอมต่อหน้าต่อตา คอยเตือนนางถึง่เวลาที่น่าอับอายเมื่อครู่นี้
เว่ยเจี่ยวอิงหวนนึกไปตอนที่ตนส่องเข้าไปในกระจก เมื่อเห็นใบหน้าของตนเองก็ใจนยกมือขึ้นทุบกระจกแตกในทันที
“น้องรอง นี่เป็ถุงหอมที่พี่เตรียมไว้ให้น้องด้วยความตั้งใจ แม้จะ...ช้าไปหน่อย แต่ข้าก็อยากจะมอบถุงหอมนี้ให้แก่เ้า”
แต่ละคำที่เว่ยฉางอันกล่าวออกมาเปรียบดั่งมีดคมที่แทงเข้าไปในหัวใจของนาง
เว่ยฮางอันเมื่อเห็นน้องสาวของตนเองกำลังกัดฟันขบกรามยิ้มให้นางด้วยแค้น ๆ ความปีติในใจของนางก็ยิ่งทวีคูณขึ้น
“ขอบใจท่านพี่เ้าค่ะ ถุงหอมนี้ช่างงดงามยิ่งนัก ท่านคงจะตั้งใจทำมันใช่หรือไม่?”
เว่ยเจี่ยวอิงมองดูถุงหอมที่เว่ยฉางอันส่งมาให้ ในแววตาของเว่ยฉางอันก็เปล่งประกายคล้ายกำลังท้าทายและยั่วยุนาง แต่…
ยามมีหลายคู่สายตาจับจ้องมาที่นางจากทุกทิศทุกทาง แม้นางจะอยากฉีกถุงหอมทิ้งลงพื้นแล้วเหยียบย่ำมันเพียงใด ทว่านางกลับทำได้เพียงแต่ฝืนยิ้มรับมันมาด้วยท่าทางสุภาพเท่านั้น
“น้องรอง เ้ามิต้องขอบใจข้า นี่เป็ของที่ซู่ซินทำทั้งหมด ข้าเพียงแค่หยิบมาให้เ้าเท่านั้นเอง”
ในขณะที่ทั้งสองกำลังยื่นถุงหอมให้แก่กัน คำพูดของเว่ยฉางอันที่กล่าวออกมานั้นช่างไร้เดียงสาจนผู้อื่นไม่อาจจับผิดได้แม้แต่น้อย