ราชันย์สิบโลก

    ตอนที่ 30 การทดสอบ 2

            จำนวนค่ายกลมีหกจุดพวกท่านก็แบ่งกันอยู่จุดละสิบถึงสิบห้าคน เฟิ่งหยูอธิบายรายละเอียดต่าง ๆ ถึงจุดที่เขาวางค่ายกลไว้ และสัญลักษณ์ที่เขาทำไว้เพื่อให้ชาวบ้านได้รับรู้จากนั้นเฟิ่งหยูจึงทำการปล่อยชาวบ้านทั้งหมดทีละกลุ่ม ทีละกลุ่มจนหมดทุกคน 

    เฟิ่งหยูนำเด็กและผู้หญิงไปซ่อนตัวยังจุดที่เขาทำค่ายกลลวงตาไว้โดยเฉพาะเพื่อความปลอดภัยของพวกเขาเอง จากนั้นตัวเฟิ่งหยูเองรีบมุ่งหน้าไปยังทางเข้าของค่ายโจรรอจนรุ่งสางพวกโจรรู้ว่าชาวบ้านหายตัวไป พวกมันจะรีบออกตามหาทันที

    พวกชาวบ้านที่ซุ่มอยู่ตามจุดต่าง ๆ  ต่างรอคอยด้วยความอดทน พวกเขาอยากเป็นอิสระจากพวกโจรมานานแล้ว ไม่นานนักท้องฟ้าเริ่มสว่าง เหล่าพวกโจรเริ่มรู้ตัว

    “เร็วเข้า พวกเจ้ารีบออกตามหาชาวบ้านหลบหนีไปกันหมดแล้ว”

    “พวกยามเมื่อคืนมันหายหัวไปไหนกัน”

    “รีบไปบอกท่านหัวหน้าเร็วเข้า”

    เสียงวุ่นวายดังไปทั่วค่ายของพวกโจร เพียงไม่นานพวกโจรก็เริ่มกระจายตัวออกตามพวกชาวบ้านที่หลบหนี

    “พวกเจ้าเฝ้ากันยังไง ให้พวกมันหลบหนีไปได้ยังไง เร็วรีบออกตามหาพวกเจ้าห้าคนตามข้ามา” หมาป่าดำสั่งการด้วยความโกรธกริ้ว

    หมาป่าดำพาลูกน้องอีกห้าคนมุ่งตรงมาทางด้านหน้าค่ายเขาพุ่งตรงไปยังทางเข้าค่ายอย่างรวดเร็วเมื่อหมาป่าดำและพวกเข้าไปยังค่ายกลของเฟิ่งหยูค่ายกลทำงานทันที มันสร้างแรงโน้มท่วงถึงสิบเท่าขึ้นมาทันทีหมาป่าดำรีบพุ่งออกจากตำแหน่งนั้นทันที แต่ก็ไม่สามารถออกมาจากค่ายกลได้ ทำให้หมาป่าดำและพรรคพวกนอนฟุบอยู่กับพื้นหมดทางขัดขืนทันที

    เฟิ่งหยูรีบเข้าไปและรีบจัดการยัดโอสถสลายพลังเข้าปากของหมาป่าดำและลูกน้องของมันทันที เพราะลูกน้องทั้งห้าคนที่หมาป่าดำนำมาด้วยล้วนมีฝีมือขั้นปฐพีทั้งหมด ซึ่งเฟิ่งหยูได้ตรวจสอบแล้ว 

    “เจ้า เจ้าเอาอะไรให้พวกข้ากิน” หมาป่าดำเอ่ยขึ้นมาในทันทีที่ยาไหลลงท้องของมันไปแล้ว

    “ไม่ต้องห่วง พวกเจ้าแค่หมดแรงไปสักสิบวันเท่านั้นเอง ยาที่ข้าหลอมกลั่นมีไว้ช่วยผู้คนไม่ได้มีไว้สังหารคน” เฟิ่งหยูตอบพร้อมกับรอยยิ้มพร้อมกับนำเชือกที่เตรียมไว้มัดพวกหมาป่าดำและพรรคพวกอย่างแน่นหนา

    ส่วนทางด้านอื่น ๆ ที่ชาวบ้านดักรอพวกโจร พวกมันต่างวิ่งเข้าสู่ค่ายกลอย่างง่ายดายเพราะพวกมันไม่เคยคิดว่าจะมีใครกล้ามาดักทำร้ายพวกเขา เพราะทุกคนที่หนีออกไปล้วนเป็นชาวบ้านธรรมดา

    พวกเขารีบตามหาชาวบ้านเพราะกลัวว่าหมาป่าดำจะโกรธมากกว่าจึงไม่ทันได้ระวังตัวและวิ่งเข้าหาค่ายกลที่เฟิ่งหยูติดตั้งไว้ในทางที่เขาคิดว่าพวกโจรต้องใช้ทางนั้นอย่างแน่นอน เพราะทางที่เขาสำรวจไว้นั้น พวกโจรมักจะใช้เป็นประจำอยู่แล้วเขา ดูจากเส้นทางที่พวกโจรเบิกทางไว้  

    ครึ่งชั่วยามหลังจากที่พวกโจรหลงเข้าไปในกับดักของเฟิ่งหยู พวกมันก็หมดสภาพ ชาวบ้านจึงออกมาจัดการอย่างง่ายดาย เฟิ่งหยูรีบมาตามพวกชาวบ้านที่เริ่มจัดการกับพวกโจรพร้อมกับนำเม็ดยาสลายพลังให้พวกชาวบ้านป้อนให้พวกโจร

    ไม่นานพวกโจรทั้งสามสิบหกคนก็ถูกพวกชาวบ้านจับมัดและนำตัวออกจากค่ายกลับไปทางหมู่บ้าน เฟิ่งหยูจัดการค้นค่ายโจรได้ทรัพย์สินที่พวกมันปล้นมาอย่างมากมาย เฟิ่งหยูจุดไฟเผาค่ายโจรพร้อมกับเก็บค่ายกลที่สร้างไว้ก่อนนำพาชาวบ้านกลับหมู่บ้าน พร้อมกับพวกโจรทั้งหมด

    พวกเขาเดินกันเป็นขบวนใหญ่ เมื่อมาถึงปากทางเข้าหมู่บ้าน ชาวบ้านต่างโห่ร้องด้วยความยินดี ญาติสนิทมิตรสหายของพวกเขาต่างวิ่งเข้ามาหาพวกชาวบ้านกันอย่างรวดเร็ว ข่าวแพร่กระจายไปทั้งหมู่บ้านอย่างรวดเร็ว

    ผู้นำหมู่บ้านพร้อมกับลุงชุนรีบวิ่งเข้ามาหาเฟิ่งหยู เมื่อลุงชุนและผู้นำหมู่บ้านมองเห็นเหล่าโจรทั้งหลายถูกมัดอยู่จึงผ่อนคลายได้ในที่สุด

    “ท่านพ่อ ท่านพี่” เสียงที่ดังมาจากด้านหลังทำให้ลุงชุนรีบหันกลับไปมอง

    “พวกเจ้าปลอดภัยกันดีใช่ไหม พวกมันทำอะไรพวกเจ้าหรือไม่” ลุงชุนพูดด้วยน้ำตาที่ไหลนองเต็มใบหน้า  พร้อมกับวิ่งไปสวมกอดทั้งสองคน 

    “ข้าต้องขอบใจเจ้ามากจริง ๆ เจ้าหนู ตั้งแต่ที่ชุนเอ๋อลงเขามาบอกกับข้าเมื่อคืน ข้าก็อดเป็นห่วงความปลอดภัยของเจ้าและของชาวบ้านไม่ได้ ครั้งนี้ได้เจ้าช่วยเหลือชาวบ้านออกมาอย่างปลอดภัย พวกข้าไม่มีอะไรตอบแทนให้กับเจ้าเลย ขอได้โปรดรับการคารวะจากข้าด้วย”

    ผู้นำหมู่บ้านกำลังจะก้มลง เฟิ่งหยูรีบขว้าตัวผู้นำหมู่บ้านไว้ พร้อมกับเอ่ยว่า

    “พวกท่านไม่เป็นอะไรมากก็ดีแล้ว ที่ข้าช่วยเหลือหาได้ต้องการสิ่งของใดๆ ตอบแทนไม่จากนี้ไปท่านก็นำทรัพย์สินเหล่านี้ไปช่วยเหลือชาวบ้านของท่านเสียก่อน พวกเขาจะได้มีชีวิตที่ดีขึ้น”

    เฟิ่งหยูนำทรัพย์สินที่ค้นได้จากค่ายโจรทั้งหมดออกมากองต่อหน้าผู้นำหมู่บ้านและชาวบ้านทั้งหมด

    “ของพวกนี้ไม่จำเป็นสำหรับข้า แต่สำหรับพวกท่านมันคงมีค่าอยู่บ้างส่วนพวกโจรคงมีค่าหัวอยู่บ้าง พวกท่านนำพวกโจรไปส่งทางการเสียก่อนเถอะ พวกมันคงยังไม่มีทางทำอันตรายพวกท่านได้อีกหลายวันเลยหละ ”

    “ขอบคุณ ขอบพระคุณท่านมากๆ” ทุกคนในหมู่บ้านพร้อมใจกันกล่าวขอบคุณเฟิ่งหยูด้วยความจริงใจ

    “เอาหละทุกคนแยกย้ายกันได้แล้ว พวกเจ้ารีบนำตัวพวกโจรไปส่งให้กับทางการโดยเร็ว” 

    เย็นวันนั้นพวกชาวบ้านต่างนำข้าวปลาอาหารมาให้เฟิ่งหยูที่บ้านของลุงชุน เฟิ่งหยูทานไม่หมดจึงชวนชาวบ้านมาร่วมกันทานด้วยกันจนเกิดเป็นงานเลี้ยงเล็ก ๆ ขึ้นอย่างไม่ตั้งใจ ชาวบ้านต่างพากันมาเรื่อย ๆ อย่างไม่ขาดสาย บางคนถือเหล้า บางคนนำไก่มา บ้างก็เป็นผลไม้ อาหารต่าง ๆ ที่ชาวบ้านต่างทำมาเพื่อมอบให้เฟิ่งหยูกลับกลายเป็นงานเลี้ยงฉลองของผู้คนในหมู่บ้านไปโดยปริยาย 

    คล้ายกับเรื่องราชันย์สิบโลก ที่คุณอ่าน