มายทิชเชอร์คุณครูสุดสวย

    ตอนที่ 53 เข้าสู่วัง

    ทุกเช้าฉินเฉามีสองสิ่งที่ต้องทำ หนึ่งคือทำอาหารให้ซูจี อีกสิ่งคือส่งซูจีไปทำงาน


    ถ้าเขาอยู่คนเดียว ในตอนเช้าเขาแค่ใส่น้ำร้อนลงถ้วยบะหมี่ หรือไม่เขาก็แค่กินมันดิบ ๆ ขณะที่ไปทำงาน แต่ตอนนี้ เขามีปากท้องที่ต้องเลี้ยงดูเพิ่มขึ้นมา แม้มันจะจุกจิก แต่ฉินเฉาก็ไม่มีทางเลือก เขาทำได้แค่ตื่นให้เช้าหน่อยเพื่อเตรียมโจ๊กให้กับซูจี


    ฉินเฉาไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงไม่รู้สึกรำคาญกับการที่ต้องยุ่งในตอนเช้า ที่จริงแล้ว เขากลับรู้สึกพอใจอย่างอธิบายไม่ถูก หรือบางทีเขาอาจเป็นพวกชอบความเจ็บปวด? นี่ทำให้ฉินเฉารู้สึกสับสนจริง ๆ


    หลังจากที่กินอาหารเช้าในบรรยากาศแปลก ๆ พวกเขาทั้งคู่ก็เตรียมตัวเพื่อออกไปทำงาน แล้วเมื่อซูจีออกไปจากห้อง เธอเห็นหวางหยาน แต่งตัวในชุดชั้นในระบายความร้อน เธอมองมาที่ซูจีด้วยความรู้สึกกลัวที่ยังเหลืออยู่ แต่ไม่ได้พูดอะไร


    ครั้งก่อน เมื่อเธอสวนกลับคำสบประมาท เธอเสียหน้าของเธอต่อหน้าผู้คนที่อาศัยอยู่ในอพาร์ทเม้นท์แห่งนี้


    แม้ว่าตอนนี้เธอจะโกรธอยู่ แต่เธอก็ไม่กล้าที่จะคุกคามหญิงสาวที่โหดเหี้ยมนางนี้อีกครั้ง


    แต่ซูจีกลับมองยั่วหวางหยานผู้ที่รีบเอาขยะไปทิ้ง แล้วรีบกลับเข้าบ้านอย่างรวดเร็ว


    ท่าทางรีบร้อนของเขาทำให้ซูจีหัวเราะคิกคักเสียงดัง จากนั้นฉินเฉาก็ออกมาจากห้องพร้อมกับแต่งตัวเรียบร้อยแล้ว


    จากนั้นประตูห้องตรงข้ามก็เปิดออก หลี่นาก้าวออกมาจากประตูอย่างประหลาดใจ


    เธอสังเกตว่าซูจีคนนั้นออกมาจากห้องของฉินเฉาอีกครั้งแล้ว ดวงตาคู่สวยของเธอเต็มไปด้วยความตกใจแล้วขมขื่น


    “พี่ซูจี? พี่ฉินเฉา? ทำไมพวกพี่สองคนอยู่ด้วยกันอีกแล้ว”


    “หลี่นา ให้พี่แนะนำให้นะ นี่เพื่อนร่วมห้องของพี่” ฉินเฉาชี้ไปที่ซูจีแล้วพูดว่า “เออ...จริงสิ พี่มีเรื่องต้องบอกเธอเกี่ยวกับการพบผู้ปกครองเมื่อวาน เธอว่างเมื่อไหร่ก็บอกพี่นะ”


    “อะไรคะ? มันเรื่องอะไรคะ?” ในตอนนี้เอง แม่ของหลี่นา ซูเม่ย ก็เดินออกมาจากห้องมองพวกเขาทั้งสามแล้วถาม


    “เอิ่ม... ไม่มีอะไรหรอก พี่จะบอกเราว่ารีบ ๆ ไปโรงเรียนซะนะ” ฉินเฉารีบโบกมือ กลัวว่าซูเม่ยจะรู้เรื่องงานพบผู้ปกครองเมื่อวาน


    “นี่เสี่ยวฉิน แฟนเธอเหรอ?” หญิงวัยกลางคนอย่างซูเม่ยสนใจในเรื่องซุบซิบนินทาอย่างมาก “ไปหาผู้หญิงสวยขนาดนี้มาจากไหนเนี่ย”


    “แหม ขอบคุณที่ชมครับ พี่สาวซู” เหมือนกับลูกนอกสมรสที่ได้รับประโยชน์เล็กน้อย ฉินเฉาลูบจมูกตัวเอง แล้วแสดงรอยยิ้มอย่างพอใจ ซูจีที่อยู่ด้านข้างหยิกเขาแล้วต้องการจะอธิบาย แต่เมื่อเธอเห็นดวงตาที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจของหลี่นา เธอก็ปรับน้ำเสียงของเธอ


    “พี่สาวซู!” ทันใดนั้นซูจีก็พูดขึ้นมา “ฉันได้ยินฉินเฉาพูดเกี่ยวกับคุณว่าคุณเป็นคุณแม่ที่สวยจริง ๆ ฉันจะเข้ามาอยู่ที่นี่ด้วย เราสองคนน่าสนิทสนมกันให้มากกว่านี้ เพราะไหน ๆ ในอนาคตพวกเราก็จะได้เป็นเพื่อนบ้านกัน!”


    “ได้ ๆ ไว้คุยกันนะ!” ซูเม่ยยิ้มเหมือนดอกไม้ที่เบ่งบาน ตราบที่เจ้าเด็กนี่ไม่มายุ่งกับลูกสาวของเธอ ๆ ก็ไม่สนใจว่าเขาจะเลือกใครเป็นแฟน ต่อให้เขาพาโจลิน ช่าย มานั่นก็ไม่ใช่ปัญหาของเธอ


    “เร็วเข้า เรากำลังจะไปทำงานสาย!” ซูจีดึงแขนฉินเฉาแล้วกระซิบข้างหู “วันนี้นายต้องปั่นให้เร็วหน่อย ถ้าเราไปสาย นายต้องโดนตัดเงินเดือน”


    “ไม่มีปัญหา ฉันรับประกันได้เลย ว่าเราจะไปถึงตรงเวลาแน่นอน!” ฉินเฉาพยักหน้าแล้วเดินลงบันไดไปกับซูจีเพื่อไปเอาจักรยาน ตลอดเวลาหลี่นาได้แต่ดูพวกเขาด้วยความรู้สึกขมขื่นที่ซ่อนเอาไว้ นี่มันสุดจะทนจริง ๆ


    “นานา รีบไปโรงเรียนได้แล้ว!” ซูเม่ยลูบลูกสาวเธอแล้วพูด “หรือว่าลูกจะไปสาย”


    “หนูรู้ค่ะ แม่” หลี่นาบุ้ยปาก จากนั้นสะพายกระเป๋าเดินลงบันไดไป เมื่อมองดูหลังของลูกสาว ทันใดนั้นซูเม่ยก็ถอนหายใจแล้วพึมพำ


    “นานา หนูยังมีทางที่ต้องไปอีกไกล”


    เมื่อไหร่กันที่แม่จะไม่รู้จิตใจของลูกสาวตัวเอง? แต่ซูเม่ยเป็นประเภทมุ่งมั่น เธออดทนตลอดเวลา เพื่อให้ลูกสาวของเธอมีอนาคตที่ดี แม้ว่าฉินเฉาจะเป็นคนดี แต่เขาจน


    ยิ่งกว่านั้นหลี่นายังเด็ก เธออายุแค่ 16 ปีเอง มันยังมีถนนทอดยาวสำหรับตัวเธอ บางทีเมื่อเธอเรียนจบจากมหาวิทยาลัย อาจจะมีลูกชายจากครอบครัวที่ร่ำรวยมาชอบนานา แต่งงานกับเธอแล้วจากนั้นพวกเขาจะใช้ชีวิตที่มีความสุขด้วยกัน


    เพราะฉะนั้นซูเม่ยจึงไม่ปล่อยให้หลี่นามีปฏิสัมพันธ์กับฉินเฉา


    โดยไม่รู้ว่าในใจซูเม่ยกำลังคิดอะไร ฉินเฉากำลังปั่นจักรยานบนถนนมุ่งหน้าไปชานเมืองขณะที่มีซูจีซ้อนท้าย ตอนนี้เมืองซู่หนานเพิ่งตื่นจากการหลับใหล ผู้คนส่วนมากกำลังยุ่งกับการเตรียมตัวไปทำงาน


    คนแก่บางคนมักจะออกมาขยับแขนขาโดยฝึกฝนไทเก๊กในตอนนี้


    เพราะว่ายังมีเวลาเหลืออยู่ ฉินเฉาจึงไม่ได้ขี่เร็วนัก ทันใดนั้นเองหญิงวัยกลางคนก็พุ่งออกมาจากข้างทางแล้ววิ่งเข้ามาข้างหน้าจักรยานของฉินเฉา


    ฉินเฉาตกใจ เขารีบวางเท้าลงกับพื้นขณะที่บิดตัวจักรยานทำให้เกิดรอยล้อลากยาวบนถนน ด้วยการดริฟท์ที่สวยงาม จักรยานก็ได้หยุดลงตรงหน้าก่อนถึงร่างของหญิงกลางคนที่กำลังหวาดกลัว 1 เซน


    “ฟู่ววว เกือบไปแล้ว!” ฉินเฉากับซูจีโล่งอก ผู้หญิงคนนี้ดุร้ายนัก ทำไมถึงวิ่งมาที่กลางถนนในช่วงยุ่ง ๆ แบบนี้!


    “ไอ้หยา!” ใครจะรู้ ทันใดนั้นป้าก็กลอกตา ร่างของเธอทรุดลงกับพื้น จากนั้นเธอก็ร้องครวญครางขณะที่ลูบขาตัวเอง “มีคนชนฉัน! ทุกคน! ฉันถูกชน!”


    “เฮ้ ฉันไม่ได้ชนคุณนะ!” ฉินเฉากระโดดลงจากรถแล้วขมวดคิ้วขณะพูดกับเธอ หรือฉันไปเดินไปชวนพวก 18 มงกุฎ เข้าซะแล้ววันนี้? ช่างโชคร้ายจริง ๆ


    “โอ้ฉันถูกชน.” ร่างของป้า นอนขดอยู่บนพื้น ส่งเสียงครวญคราง


    ในตอนนี้เอง ผู้คนที่เข้ามาดูก็เริ่มชี้นิ้วมาทางฉินเฉา


    “ชายคนนี้ช่างเหลือเกินจริง ๆ เขากล้าชนคนอื่นแบบนี้”


    “อั๊ย ทุกวันนี้ศีลธรรมลดลงจากแต่ก่อน!” ชายแก่พูดขณะลูบขาตัวเอง


    “ฉันไปชนคุณที่ไหน! อยากจะแบล็กเมล์ฉันเหรอ!” ฉินเฉาย่นคิ้ว เมื่อเขาหยุดจักรยานไว้ข้าง ๆ เธอ แล้วพยายามดึงป้าคนนั้นขึ้นมาจากพื้น ใครจะคิดเธอกลับปัดมือเขาทิ้ง ไม่ยอมลุกขึ้น


    “ใคร ใครชน?” ในตอนนี้เอง เหล่าเจ้าหน้าที่ตำรวจในเครื่องแบบก็โผล่ออกมาจากฝูงชน


    “คุณตำรวจช่วยด้วย! คุณตำรวจช่วยด้วย!” ป้าคนนั้นที่มีพลังเต็มเปี่ยมชี้มาที่ฉินเฉา แล้วพูดเสียงดัง “มัน มันเป็นคนชนฉัน!”


    “เขาเป็นหนี้ฉัน แต่ไม่อยากจะจ่าย นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาถึงอยากจะฆ่าฉัน!” ป้าคนนั้นพูด


    “เหลวไหล พวกเราไม่เคยพบกันมาก่อน!” ซูจีปฏิเสธออกมา


    “โรงพยาบาลบ้าที่ไหนที่ป้าหนีออกมา! ป้าเป็นคนวิ่งใส่รถเอง แล้วตอนนี้ยังมาให้การเท็จอีก? ถ้าอยากตายนัก ป้าไปกระโดดดาดฟ้าตึกเอาสิ อย่ามาทำให้พวกเราเปื้อนเลือดของป้า!”


    “หลังจากชนคนแล้ว ยังไม่มีเหตุผลอีก.” ป้าคนนั้นร้องไห้ออกมาแถมยังไหลเข้าไปในจมูกของเธออย่างไม่คาดคิด “นี่ไม่ยุติธรรม! คุณตำรวจ คุณต้องช่วยฉันนะ!”


    “นายเป็นคนชน?” ตำรวจที่หน้าตายด้านเดินเข้ามา จ้องฉินเฉา แล้วพูดอย่างเย็นชาว่า “นายต้องมากับพวกเรา เราจะสอบสวนนายในข้อหาพยายามฆ่า”


    “พยายามฆ่า?” ฉินเฉามองตำรวจขณะที่ชี้มาที่ตัวเอง “อย่ามาล้อเล่นนะ ฉันไม่รู้จักผู้หญิงคนนี้มาก่อน! ยิ่งกว่านั้น ฉันไม่ได้ชนเธอด้วย!”


    “หยุดพูดได้แล้ว! นายไปอธิบายที่โรงพักเอาเอง!” ตำรวจคนนั้นโบกมือ เหล่าตำรวจรีบเข้ามาแล้วจับฉินเฉากดลง หนึ่งในนั้นเอากุญแจมือออกมาแล้วจับเขาขณะที่ไขว้แขนไว้ข้างหลัง


    มันเป็นเรื่องง่ายที่ฉินเฉาจะฆ่าเหล่าตำรวจพวกนี้ แต่ถ้าเขากำจัดตำรวจพวกนี้ จากนี้ไปบางทีเขาอาจจะต้องไปใช้ชีวิตในภูเขา


    “เฮ้ พวกนายกำลังทำอะไรน่ะ!” ซูจีผลักตำรวจที่ใส่กุญแจมือฉินเฉา หญิงคนนี้เป็นศิษย์สายนอกสำนักพุทธ เธอแข็งแรง การผลักนี้ทำให้ตำรวจถอยหลังไป 3 - 4 ก้าว แล้วล้มลงกับพื้น


    “เธอ เธอกล้าโจมตีตำรวจ?” ทันใดนั้นตำรวจคนนั้นก็พูดกับซูจีอย่างแข็งทื่อ เขาเอากุญแจมือออกมา แล้วเหมือนจะจับซูจีไปพร้อมกับฉินเฉา


    “เดี๋ยว!” ทันใดนั้นหัวหน้าก็หยุดตำรวจหนุ่มแล้วพูดว่า “เราได้ตัวคนผิดแล้ว แล้วผู้หญิงคนนี้ไม่เกี่ยวอะไร พาเขาไปสถานีตำรวจบันทึกคำสารภาพ”


    จากนั้น ภายใต้สายตาของเหล่าจีนมุง ตำรวจพาตัวฉินเฉาไปที่รถตำรวจที่จอดอยู่ใกล้ ๆ


    “ฉันไม่ได้ชน!” ฉินเฉาพูดหลายครั้งเพื่อปกป้องตนเอง แต่เหล่าตำรวจไม่สนใจ


    “พวกคนร้ายก็พูดอย่างนี้ทุกคน ไปได้แล้ว!”


    “ฉินเฉา ฉันจะพานายออกมาจากที่นั่น!” หลังจากมองดูฉินเฉาถูกพาตัวไปแล้วโยนเข้าในรถตำรวจ ทันใดนั้นซูจีก็คร่อมจักรยาน แล้วรีบปั่นไปที่โรงเรียน


    หลังจากตำรวจไปแล้ว ป้าที่ถูกชนก็ลุกขึ้นมาแล้วปัดก้นตนเอง เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น จากนั้นเธอก็เดินไปที่ตลาดเช้าที่อยู่ใกล้ ๆ แล้วเริ่มต่อราคากับแม่ค้าขายปลา


    ฉินเฉาอยู่ในรถตำรวจขณะที่มีตำรวจสองคนนั่งอยู่ข้าง ๆ เขายังไม่รู้ว่าตัวเองตกลงไปในกับดัก


    เขาถูกพามาที่สถานีตำรวจ แล้วส่งเข้าไปขังไว้ในห้อง โดยไม่สอบสวน ตำรวจวางเขาพิงกับเครื่องทำความร้อน จากนั้นก็ออกจากห้องไป


    เป็นเวลานาน ไม่มีใครเข้ามาถามเขาสักคน นี่ทำให้ฉินเฉาขมวดคิ้ว แล้วเริ่มพิจารณาถึงปัญหา


    แม้ว่าจะชนป้าด้วยจักรยาน แต่ไม่ใช่ว่าตำรวจมาเร็วเกินไปหรอกเหรอ ยิ่งกว่านั้นยังปฏิบัติเหมือนกับเขาเป็นฆาตกร


    ฉินเฉาไม่ได้โง่ หลังจากที่คิดอย่างรอบคอบ เขาก็สรุปออกมา


    แน่นอนว่านี้เป็นกับดักของบางคน ยิ่งกว่านั้น คน ๆ นั้นยังมีความสามารถที่ออกคำสั่งกับตำรวจได้ด้วย แล้วคนนั้นก็ไม่ใช่ใครนอกจากเลขาของ MPCS (เลขานุการพรรคคอมมิวนิส) หลี่ชาว


    สิ่งที่ฉินเฉาคาดออกมานั้นไม่ผิด กับดักถูกจัดการโดยหลี่ชาวเพื่อนำฉินเฉามาที่สถานีตำรวจ เขาส่งความคิดไปให้ลูกน้องของพ่อ ผู้กองโล่วเห่าแห่งหน่วยอาชญากรรม


    ด้วยคำสั่งของลูกชายคนโตของหัวหน้า ที่เป็นถึงเลขาธิการของ MPCS โล่วเห่าก็รับคำสั่งไปปฏิบัติทันที ไม่ต้องสงสัยเลยว่าตำรวจที่ถูกส่งไปเป็นพวกที่เขาไว้ใจ แล้วเขาออกคำสั่งปฏิบัติการด้วยตนเอง เพื่อที่จะให้มั่นใจว่าสามารถจับพวกเขาได้แน่นอน ผู้ที่ทำให้หลี่ชาวโกรธแค้นแล้วนำเขาเข้าสู่การตัดสิน


    ยิ่งกว่านั้นเพราะคดี 13 ตุลา (การตายของฟางหัว) เมืองซู่หนานจึงทำการปราบปรามอย่างจริงจัง ตามคำสั่งของเลขาธิการเจิ้งให้ทำการปราบปรามพวกนอกกฎหมายในเมืองให้หมด แล้วจัดการพวกทำผิดทางอาญา


    ฉินเฉาเป็นคนแรกที่ถูกปราบปราม เขาเป็นคนแรกที่ถูกจับมาที่สถานีตำรวจโดยโล่วเห่า


    ผู้กำกับหลี่ยังกำชับว่าพวกเขาจะต้องจัดการพวกอาชญากร แล้วไม่อนุญาตให้ติดต่อกับพวกเขาเป็นการส่วนตัว ทุกคนต้องถูกจัดการโดยกฎหมายอย่างเท่าเทียม


    หลังจากฉินเฉาเข้ามาในห้องสอบสวนได้ 3 ชั่วโมง ในที่สุดก็มีคนเข้ามา คนที่เข้ามาคือหัวหน้าของหน่วยอาชญากรรม โล่วเห่า


    จบตอน#

    คล้ายกับเรื่องมายทิชเชอร์คุณครูสุดสวย ที่คุณอ่าน