(ดรอปไม่เขียนต่อ)BEHEMOTH ราชันแห่งมอนเตอร์

    ตอนที่ 54 อาวุธดาวเทียมทำลายล้าง

            ในที่สุดมอนเตอร์ระดับชนชั้นจักรพรรดิก็ไม่ได้มีเพียงแค่ 5 ตน ด้วยพละกำลังและความแข็งแกร่งของเบฮีมอท สมาพันธ์โลกจึงจัดให้มันอยู่ในมอนเตอร์สายพันธุ์จักรพรรดิอย่างเป็นทางการ ทำให้ผู้คนภายในห้องโถงประชุมต่างตกตะลึงถึงชื่อเรียกและการกระทำที่เด่นชัดของมัน


            [เบฮีมอท มอนเตอร์ที่คาดว่ามีศักยภาพอันไร้ขีดจำกัด พวกเราไม่เคยพบเจอการดำรงอยู่ของมัน แต่จากข้อสันนิษฐานของตัวอักษรที่มันได้เขียนเป็นภาษาจักรวาล รวมถึงลักษณะพันธุกรรมที่แตกต่างไปจากมอนเตอร์ตัวอื่นๆ สิ่งมีชีวิตนี้จะต้องเป็นสัตว์อวกาศอย่างแน่นอน]


            [หมายความว่ามันไม่ได้เป็นสิ่งมีชีวิตบนดาวเคราะห์โลกแห่งนี้ แต่มาจากนอกอวกาศหรือนอกดวงดาวของเรานั้นเอง]


            อาซาเลียได้อธิบายออกมาและไม่ได้ปิดบังอะไรทั้งสิ้น แม้แต่ในรากฐานอารยธรรมก็ยังไม่มีข้อมูลของมอนเตอร์สายพันธุ์ใหม่นี้ หมายความว่าพวกเขานั้นจะไม่รู้อะไรกันเลยซักนิด เจ้านี่มีพลังรูปแบบใด มียีนพันธุกรรมแบบไหน หรือมันจะมีความแข็งแกร่งที่มากได้ยิ่งกว่านี้


            ทั้งหมดไม่มีใครสามารถอธิบายได้


            วิธีการที่มันได้กระทำนั้นอยู่เหนือตรรกะและเหตุผลบนดาวเคราะห์นี้อย่างสิ้นเชิง


            [อะไรนะ?!! มอนเตอร์จากอวกาศ มันเป็นเรื่องจริงหรือเนี่ย?]


            [จะบอกว่ามันคือมอนเตอร์ต่างดาวก็ไม่ผิด! มิน่าละว่าทำไมมันถึงแข็งแกร่งป่านนั้น!]


            [เหอะๆ ถ้าเป็นสัตว์อวกาศจริงๆ ไม่ใช่ว่าอนาคตของพวกเราถึงคราวจบสิ้นแล้วเรอะ?]


            เสียงอุทานดังขึ้นอยู่ยกใหญ่ สีหน้าของแต่ละคนตกตะลึง เหมือนไม่อยากจะเชื่อกับสิ่งที่ได้ยิน


            [เบฮีมอทตนนี้ไม่ธรรมดาอย่างแท้จริง]


            [ดูจากภาพบันทึก พวกท่านสามารถเห็นถึงพลังของมันได้อย่างชัดเจนแล้ว! อย่างแรกมันมีพละกำลังที่มหาศาลเป็นอย่างมาก หนึ่งการโจมตีสามารถปลิดชีพสังหารได้ในทันที]


            [ต่อมาเป็นความเร็ว ถึงร่างกายของมันจะใหญ่โตเกือบ 100 เมตร ทว่าร่างกายนี้ก็ไม่เป็นอุปสรรคต่อการเคลื่อนไหวเลยซักนิด จากการตรวจสอบด้วยเทคโนโลยีชั้นสูงของพวกเรา]


            [เจ้านี่มีพละกำลังอยู่ที่ 180,000 ตัน มีความเร็วอยู่ที่ 60,000 เมตรต่อวินาที (216,000 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) นี่คือค่าเฉลี่ยดัชนีพลังของนักสู้พันธุกรรมดาวเคราะห์ระดับ 6 ดาว หมายความว่าเบฮีมอทได้ข้ามผ่านขีดจำกัดมาเป็นมอนเตอร์ชนชั้นจักรพรรดิแล้วอย่างแท้จริง]


            [ส่วนรูปแบบของกฎต้นกำเนิดยังไม่มีใครรู้ เพราะเบฮีมอทไม่ได้ใช้กฎต้นกำเนิดเลยซักนิด ใช้เพียงแค่พลังทางกายภาพอย่างเดียวเท่านั้น]


            [ที่สำคัญเบฮีมอทได้ใช้กระบวนการประหลาดที่พวกเราเรียกว่าการบีบอัด เป็นการควบแน่นยีนพันธุกรรมเพื่อปรับเปลี่ยนคุณสมบัติ]


            [ในจังหวะที่ปืนใหญ่พลังแม่เหล็กได้โจมตีด้วยคลื่นพลังขั้นสูงสุด เบฮีมอทได้บีบอัดร่างกายของตนเองให้เล็กลงจนเหลือเพียงแค่ครึ่งเดียว]


            [ตอนนั้นมวลกล้ามเนื้อรวมถึงร่างกายเบฮีมอทก็แข็งแกร่งและยกระดับขึ้นไปถึงหลายเท่า]


            [หมายความว่ามอนเตอร์ตนนี้สามารถบีบอัดร่างกายของตนเองให้มีพลังที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิมได้ มันเป็นทักษะประหลาดที่มอนเตอร์ระดับชนชั้นจักรพรรดิตนไหนๆก็ไม่มีอยู่]


            ภาพการเคลื่อนไหวที่ถูกบันทึกได้ถูกฉายวนซ้ำๆกันอีกหลายสิบครั้ง ภายในภาพคือมอนเตอร์สีดำที่ถูกโจมตีโดยอาวุธทำลายล้างของพวกเขา


            ประกายแสงสีฟ้าครามได้ถูกยิงออกไปจากปากกระบองปืน อันแน่นไปด้วยพลังทำลายล้างที่ไม่อาจต้าน ทว่าเมื่อคลื่นแสงได้โจมตีเข้าใส่ร่างสีดำนั้นอย่างจังๆ ตัวของมันกลับไม่มีแม้แต่บาดแผลเลยซักนิด เหมือนกับว่าปืนใหญ่สนามพลังแม่เหล็กได้ไปนวดร่างกายของมันยังไงยังงั้น


            ทุกคนต่างจ้องมองไปยังภาพโฮโลแกรมด้วยความหวาดหวั่น สายตาสั่นไหวเหมือนได้พบเจอกับภูติผีที่แท้จริง


            [น่ากลัวจริงๆ ถึงมันจะมีค่าดัชนีน้อยยิ่งกว่ามอนเตอร์ระดับชนชั้นจักรพรรดิตัวอื่นๆ แต่ข้าคิดว่าเบฮีมอทตนนี้แหละที่น่าหวาดกลัวและเป็นภัยมากที่สุดสำหรับพวกเราชาวมนุษย์]


            คำพูดของซวนหยวนนั้นถูกต้อง ทุกคนต่างพยักหน้ารับอย่างพร้อมเพรียงกัน เพราะการดำรงอยู่ของเบฮีมอทตนนี้อันตรายอย่างแท้จริง


            ตอนนั้นก็มีชายวัยกลางผู้นึงได้กล่าว


            [เป็นอย่างที่ท่านซวนหยวนพูด โดยปกติปืนใหญ่สนามพลังแม่เหล็กถือเป็นอาวุธที่ทรงอานุภาพของพวกเรา สามารถสังหารมอนเตอร์ระดับชนชั้นราชาได้ในทันที ส่วนระดับจักรพรรดิ ต่อให้พวกมันจะไม่ตาย แต่มันก็ต้องมีบาดแผลเกิดขึ้นไม่มากก็น้อย ต้องมีหลั่งเลือดกันมั้งละ]


            [แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับเบฮีมอทนั้นไม่ใช่เลยซักนิด เจ้านี้รับการโจมตีจากคลื่นทำลายล้างนั่นเต็มๆ ทว่ามันกลับไม่มีบาดแผลแม้แต่เสี้ยวเล็กๆ]


            [หมายความว่าร่างกายของมันอยู่เหนือยิ่งกว่ามอนเตอร์จักรพรรดิทุกตน พวกเราควรเฝ้าระวังมันมากยิ่งกว่ามอนเตอร์ตนอื่นๆทั้งหมด]


            [ถ้าเป็นไปได้เราควรกำจัดเบฮีมอทให้ได้โดยเร็วที่สุด เพราะดูจากการกระทำของมันที่เกิดขึ้นในครานี้ เจ้านี่ไม่เหมือนกับมอนเตอร์ระดับชนชั้นจักรพรรดิตนอื่นๆ มันจะต้องรุกรานเข้ามาอีกอย่างแน่นอน]


            [ข้าแนะนำว่าถ้ามีโอกาส พวกเราจะต้องเปิดใช้แซงทัวรี่เพื่อสังหารมันซะ]


            ทุกคนพอรับฟังก็ต่างเห็นด้วย นักสู้พันธุกรรมชั้นยอดมากมายของโลกต่างหันมองไปทางผู้ทรงอำนาจที่ยิ่งใหญ่


            [เปิดใช้แซงทัวรี่เพื่อสังหารมัน?]


            [พวกท่านมั่นใจแค่ไหนท่านไอน์สไตน์]


            ซวนหยวนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่เคร่งขรึม จนทำให้อาซาเลียต้องพยักหน้ารับและเริ่มอธิบายออกมาในทันที


            [มั่นใจมากค่ะท่านซวนหยวน แซงทัวรี่คืออาวุธดาวเทียมทำลายล้างของอารยธรรมเซเลสเทีย ความรุนแรงเหนือกว่าปืนใหญ่สนามพลังแม่เหล็กระดับ D ไป 10 เท่า อาวุธชิ้นนี้เป็นการรวบรวมสสารแห่งดวงดาว แปรเปลี่ยนพลังงานสสารให้กลายมาเป็นคลื่นเชื้อเพลิงที่รุนแรงได้]


            [ความเร็วในการโจมตีมากกว่า 500,000 เมตรต่อวินาที (1,800,000 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) มอนเตอร์ทุกตัวที่อยู่บนดาวโลกแห่งนี้ไม่สามารถหลบหนีได้อย่างแน่นอน ต่อให้จะเป็นเบฮีมอท ถ้าโดนเข้าไปก็คงไม่เหลือแม้แต่เศษซากเลยค่ะ]


            อาซาเลียพูดออกมาอย่างภาคภูมิใจ


            สิ่งนี้ได้สร้างเสียงฮือฮาให้กับทุกคนที่อยู่ภายในห้องโถงประชุม


            [ความเร็วน่าหวาดกลัวจริงๆ แม้แต่ท่านซวนหยวนก็ยังไม่ได้เร็วถึงเพียงนี้เลยนะ]


            [ถูกต้องแล้ว! นี่คืออาวุธที่สามารถสังหารได้แม้แต่นักสู้ขั้นดาวฤกษ์ระดับ 2 ดาว!]


            [ว่าแต่ทำไมไม่ใช้มันเพื่อสังหารมอนเตอร์ชนชั้นจักรพรรดิทุกตนไปเลยละท่านอาซาเลีย?]


            ดาวเทียมทำลายล้างได้สร้างความมั่นใจให้กับนักสู้พันธุกรรมทุกคน ทว่าก็มีหลายคนที่เพิ่งเคยได้ยิน เขาจึงได้เอ่ยถามออกมาอย่างสงสัย

            

            [เพราะการสะสมพลังงานทำได้ยากค่ะ พวกเราไม่มีผนึกคริสตัลดวงดาวที่เป็นเหมือนแหล่งพลังงานหลัก]


            [หลังจากที่สร้างแซงทัวรี่เสร็จอย่างสมบูรณ์เมื่อปีก่อน พวกเราได้นำขึ้นไปยังนอกโลกและให้แซงทัวรี่ดูดกลืนสสารที่อยู่รอบตัวมาอย่างต่อเนื่อง และการจะยิงอาวุธดาวเทียมทำลายล้างได้ครั้งนึง พวกเราจะต้องใช้เวลากว่า 1 ปีในการสะสมพลังงานและควบแน่นพวกมันให้เป็นอนุภาครูปแบบพิเศษ]


            [ตอนนี้พลังก็ใกล้จะเต็มแล้ว อีกประมาณ 1 เดือนกว่าที่แซงทัวรี่จะสามารถยิงได้ เมื่อถึงตอนนั้นเบฮีมอทจะต้องตายอย่างแน่นอน]


            เมื่อได้ยินว่าแซงทัวรี่ใกล้พร้อมสำหรับการยิงแล้ว จิตใจของนักสู้พันธุกรรมมากมายก็ต่างฮึกเหิมขึ้น ทั้งหมดต่างโล่งใจเมื่อรับรู้ว่าเบฮีมอทจะตายลงในอีก 1 เดือนข้างหน้า เพราะการดำรงอยู่ของมันถือเป็นภัยต่อมนุษย์ชาติอย่างแท้จริง มากยิ่งกว่ามอนเตอร์ตนอื่นๆเลยก็ว่าได้


            [แซงทัวรี่? ดาวเทียมทำลายล้างที่เป็นรูปแบบย่อส่วนของปืนใหญ่ทำลายดวงดาว?]


            ในตอนนั้นไม่มีใครรู้เลยว่านอกจากพวกเขาแล้ว จะยังมีสิ่งมีชีวิตตนนึงที่กำลังนั่งรับฟังการประชุมในครั้งนี้อยู่ด้วย เธอได้แทรกแซงเข้ามาในเครือข่ายของสมาพันธ์โลก ปกปิดตัวตนอยู่เงียบๆเหมือนเป็นเชื้อไวรัสปรสิต แม้แต่อาซาเลียที่เป็นปัญญาประดิษฐ์เช่นกันก็ยังไม่รู้ตัวเลยซักนิด


            [คิกคิก น่าสนใจจริงๆ พวกแกมีแผนที่จะสังหารทันย่าของเราในอีก 1 เดือนเหรอ?]


            [ฝันไปก่อนเถอะยะ เดี๋ยวแม่จะให้ทันย่าขึ้นไปในห้วงอวกาศและชิงทำลายมันก่อนซะเลย!]


            [เอ่อ.. หรือว่าเราจะลงมือแทรกแซงเครือข่ายของมันทั้งหมดด้วยตนเอง.. ยังไงดีหว่า ทำยังไงถึงจะให้พวกมนุษย์นี้สิ้นหวังมากที่สุดดีนะ]



            ...

            โหดจริงๆ ปล่อยบ้างก็ได้นะเจ๊ 55555+


    คล้ายกับเรื่อง(ดรอปไม่เขียนต่อ)BEHEMOTH ราชันแห่งมอนเตอร์ ที่คุณอ่าน