อนาคอนดามงกุฎถูกสังหารในพริบตาวิกฤตการณ์ทางฝั่งเซี่ยวซิงอวี่จึงคลี่คลายลง
“พี่เยียนหรานไม่ต้องห่วงพวกเราทางนี้แล้วครับพี่รีบไปจัดการราชาวิญญาณวานรวิญญาณเนตรโลหิตให้เร็วที่สุดเลยครับ!”
เมื่อได้ยินเสียงเรียกของเซี่ยวซิงอวี่ฉินเยียนหรานก็กลับคืนสติ แววตาเผยความมุ่งมั่น
“พี่น้อง ลุยเลยจัดการเจ้าตัวใหญ่นี่ให้ได้!”
สมาชิกสมาคมชางฉยงแต่ละคนล้วนมีประสบการณ์โชกโชนและได้สร้างความเข้าใจซึ่งกันและกันอย่างลึกซึ้งผ่านการต่อสู้มานับไม่ถ้วน
ภายใต้การรุมโจมตีของทุกคนราชาวานรวิญญาณเนตรโลหิตถึงกับรับมือไม่ไหว แขนทั้งสองข้างยากจะต้านทานคนทั้งสี่ทำให้ทั่วร่างมีรอยเลือดปรากฏขึ้น
เมื่อสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดจากบาดแผลราชาวานรวิญญาณเนตรโลหิตก็คลุ้มคลั่งอีกครั้ง และสูญเสียสติไปโดยสิ้นเชิง
เมื่อสัตว์อสูรตัวใดสูญเสียสตินั่นหมายถึงเวลาที่มันจะเผยจุดอ่อนออกมา
ฉินเยียนหรานตัดสินสถานการณ์ได้อย่างแม่นยำและกระตุ้นพลังวิญญาณ
จิ้งจอกสายฟ้าสามหางสัมผัสได้ถึงเจตนาของเจ้านายจึงกระโดดขึ้นสูง อ้าปากพ่นลูกบอลสายฟ้าขนาดมหึมาออกมาลูกหนึ่ง
ลูกบอลสายฟ้าพุ่งแหวกอากาศเข้าชนท้องของราชาวานรวิญาญาณเนตรโลหิตอย่างจัง
เนื่องจากกำลังตั้งท้องท้องจึงเป็นจุดอ่อนที่ใหญ่ที่สุดของราชาวานรวิญญาณเนตรโลหิต
ในพริบตาที่ลูกบอลสายฟ้าเข้ากระทบท้องของราชาวานรวิญญาณเนตรโลหิตเสียงกรีดร้องโหยหวนก็ดังก้องไปทั่วหุบเขา
ลูกบอลสายฟ้าขยายตัวอย่างรวดเร็วราวกับบอลลูนลมร้อนที่ควบคุมไม่ได้จนกระทั่งถึงขีดจำกัดของปริมาตร แล้วระเบิดออกด้วยเสียง“ปัง!”
แสงสายฟ้าปกคลุมทั่วท้องฟ้ากระแสไฟฟ้าสีน้ำเงินราวกับปลายพู่กันของจิตรกรที่วาดโครงร่างรูปทรงไม่สม่ำเสมอขนาดใหญ่ตระการตาบนท้องฟ้าแสดงออกถึงความงามเชิงนามธรรม
ควันค่อยๆ จางหายไปราชาวานรวิญญาณเนตรโลหิตทั่วร่างดำเป็นตอตะโก ขนลุกชัน แสงในดวงตาดับลงโดยสิ้นเชิง
ซู่~
ตุ้บ!
ราชาวานรวิญญาณเนตรโลหิตร่วงลงสู่แม่น้ำร่างค่อยๆ จมลง
สมาชิกสมาคมชางฉยงคนหนึ่งกระตุ้นพลังวิญญาณเรียกสัตว์อสูรสะเทินน้ำสะเทินบกของเขาออกมา นกกระทุงเสียงโซนิค
นกกระทุงเสียงโซนิคพุ่งดิ่งลงไปแล้วดำดิ่งลงสู่แม่น้ำอย่างแรง
ประมาณหนึ่งนาทีต่อมานกกระทุงเสียงโซนิคก็โผล่ขึ้นจากน้ำบินกลับมาที่สะพานในปากคาบแก่นอสูรไว้หนึ่งเม็ด
นี่คือแก่นอสูรของราชาวานรวิญญาณเนตรโลหิต
สัตว์อสูรระดับเหนือธรรมชาติหนึ่งตัวได้จบชีวิตลงแล้ว
“หัวหน้าทีมฉินไม่เสียชื่อผู้ควบคุมสัตว์อสูรห้าดาวจริงๆ!”
“รุ่นพี่สุดยอดมาก ประสานงานกันอย่างลงตัวจัดการสัตว์อสูรระดับเหนือธรรมชาติได้อย่างง่ายดาย!”
“ว่าแต่เสี่ยวซิงอวี่หัวหน้าห้องของเราก็โคตรเก่งเลยนะเมื่อกี้เขาฆ่าอนาคอนดามงกุฎในดาบเดียวเลย!”
ฉินเยียนหรานออกคำสั่งทันที“ทุกคนอย่ามัวชักช้า รีบขึ้นรถเร็ว!”
สัตว์อสูรที่อาศัยอยู่ในหุบเขามีจำนวนมหาศาลฆ่าเท่าไรก็ไม่หมด
แม่น้ำเริ่มเดือดปุดๆเงาดำจำนวนมากผุดขึ้นมาบนผิวน้ำ
จากภูเขาทั้งสองข้างมีเสียงคำรามของสัตว์อสูรที่แตกต่างกันดังขึ้น
ทุกคนกลับขึ้นรถไฟด้วยความเร็วสูงสุด
คนขับเสียชีวิตไปแล้วแต่ยังโชคดีที่สมาชิกสมาคมชางฉยงล้วนได้รับการฝึกฝนมาอย่างครบวงจรสมาชิกสมาคมคนหนึ่งจึงเข้าไปในห้องคนขับเพื่อทำหน้าที่แทน
รถไฟเริ่มเคลื่อนที่เสียงหวูดรถไฟอันสดใสก้องกังวาน กลบเสียงคำรามของสัตว์อสูรจนมิด
สิบวินาทีต่อมา รถไฟก็แล่นผ่านสะพานสำเร็จและเคลื่อนตัวออกจากหุบเขาเบญจพิษ
บนสะพานมีสัตว์อสูรดุร้ายเต็มไปหมดพวกมันพยายามไล่ตามรถไฟ แต่สุดท้ายก็ต้องยอมแพ้เพราะหมดแรงทำได้แค่ระบายความโกรธผ่านการคำรามอย่างบ้าคลั่ง
ภายในตู้โดยสารเหล่านักเรียนผู้เข้าสอบที่หน้าตาเปรอะเปื้อน ต่างถอนหายใจด้วยความโล่งอกแล้วพากันส่งเสียงเชียร์ ทั้งเพื่อฉลองการรอดชีวิตและเพื่อฉลองคะแนนสอบที่ได้ผ่านเกณฑ์
ฉินเยียนหรานถือใบคะแนนอยู่ในมือใบหน้าเผยรอยยิ้มที่พอใจ
“ตามกฎของสถาบันชิงหลงการสอบผ่านเกณฑ์ต้องได้คะแนนระดับ C”
“การฆ่าสัตว์อสูรระดับเติบโตหนึ่งตัวหรือการช่วยเหลือเพื่อนร่วมทีมสองครั้ง ถือว่าสอบผ่านและได้รับเกรด C”
“นักเรียนผู้เข้าสอบทุกคนที่ลงจากรถไฟไปร่วมต่อสู้เมื่อกี้ล้วนทำได้ตามเกณฑ์นี้!”
ทันทีที่ฉินเยียนหรานพูดจบทุกคนก็ดีใจสุดขีด ไม่สนใจร่างกายที่บาดเจ็บ พวกเขากระโดดโลดเต้นฉลองกันอย่างเต็มที่
“แน่นอนว่าในการต่อสู้ที่หุบเขาเบญจพิษเมื่อกี้ ก็มีนักเรียนบางส่วนที่ไม่ได้ลงจากรถไฟ”
เมื่อฉินเยียนหรานพูดถึงตรงนี้นักเรียนบางคนก็ก้มหน้าลง ดวงตาเต็มไปด้วยน้ำตาและความผิดหวัง
“สำหรับนักเรียนที่ไม่ได้ลงจากรถไฟฉันเข้าใจความรู้สึกของคุณดี เพราะเมื่อเผชิญหน้ากับสัตว์อสูรความหวาดกลัวเป็นสัญชาตญาณของมนุษย์”
“แต่นี่ไม่ใช่การสอบเอาชีวิตรอดของมนุษย์แต่เป็นการสอบของผู้ควบคุมสัตว์อสูร”
“ดังนั้นนักเรียนเหล่านี้ถือว่าสอบไม่ผ่าน และโปรดลงจากรถที่สถานีถัดไปเพื่อยุติการเดินทางในครั้งนี้”
ฉินเยียนหรานทำตามหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาไม่มีการให้สิทธิพิเศษแก่นักเรียนคนใด
จากนักเรียนทั้งหมด 50คน มี 12 คนที่ไม่ได้ลงจากรถไปต่อสู้
นักเรียนทั้ง 12คนนี้จะต้องลงจากรถที่สถานีถัดไปและจบการสอบกลางภาคด้วยคะแนนไม่ผ่าน
ฉินเยียนหรานจิบน้ำมะนาวเพื่อให้เสียงกลับมาเป็นปกติ แล้วประกาศคะแนนต่อไป
“จนถึงตอนนี้นักเรียนบางคนได้แสดงผลงานที่โดดเด่น”
“อู๋เซิงโหย่ว ซ่งหู่ ได้เกรด B”
“ติงเทา ได้เกรด A”
ในการต่อสู้เมื่อครู่อู๋เซิงโหย่วและซ่งหู่แสดงผลงานได้ดีเยี่ยมทั้งการฆ่าและการช่วยเหลือเพื่อนร่วมทีมทำให้ได้เกรด B
ส่วนติงเทา ทำได้ดีกว่าทั้งสองคนเพราะจำนวนการช่วยเหลือเพื่อนร่วมทีมของเขาสูงถึง 50 ครั้ง!
การช่วยเหลือเพื่อนร่วมทีมที่มากหมายถึงเขามีสติปัญญาในการต่อสู้สูง และมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล
แม้จะเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ติงเทาก็จะใช้เวลาอยู่ในห้องสมุด อ่านสารานุกรมสัตว์อสูรซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อทำความเข้าใจข้อมูลของสัตว์อสูร และจุดแข็งจุดอ่อนของพวกมัน
ในการต่อสู้ครั้งนี้ติงเทาได้นำความรู้เชิงทฤษฎีมาใช้ในทางปฏิบัติช่วยเหลือเพื่อนร่วมทีมในการฆ่าวานรวิญญาณเนตรโลหิตได้ถึง 50ตัว
“ติงเทา ทำได้ดีมาก”
เซี่ยวซิงอวี่เอ่ยปากชม
“หัวหน้า อย่าล้อฉันเลย ที่ฉันโจมตีได้ 50ครั้ง ก็เพราะว่าเกาะชายเสื้อหัวหน้าล้วนๆ เลย”
ติงเทาเปลี่ยนคำเรียกเซี่ยวซิงอวี่แล้วในสายตาของเขา เซี่ยวซิงอวี่คือหัวหน้าของเขา
ในระหว่างการต่อสู้ติงเทาคอยติดตามเซี่ยวซิงอวี่อยู่ตลอด สัตว์อสูรของเขาคือแมงมุมเงาสีชาดซึ่งเป็นสัตว์อสูรประเภทควบคุม มีพลังโจมตีไม่มากนัก
เมื่อแมงมุมเงาสีชาดตรึงศัตรูไว้ด้วยใยแมงมุมแล้วเซี่ยวซิงอวี่ก็จะสามารถฆ่าศัตรูได้ทันที
แม้ทั้งสองคนจะเพิ่งร่วมมือกันเป็นครั้งแรกแต่กลับเข้าขากันได้ดีเกินคาด
“ต่อไปฉันจะประกาศเกรดนักเรียนที่ได้ระดับ S”
เมื่อฉินเยียนหรานพูดถึงตรงนี้ทุกคนก็หันไปมองเซี่ยวซิงอวี่พร้อมกัน
“ถูกต้องแล้ว นักเรียนที่ได้เกรด Sก็คือ เซี่ยวซิงอวี่!”
เมื่อฉินเยียนหรานประกาศผลคะแนนของเซี่ยวซิงอวี่ทุกคนก็ดีใจยิ่งกว่าที่ตัวเองได้เกรด S เสียอีกพวกเขารุมล้อมเซี่ยวซิงอวี่แล้วส่งเสียงเชียร์ดังลั่น
เสียงปรบมือและเสียงเชียร์ที่ดังกระหึ่มไปทั่วตู้โดยสารคือการแสดงความเคารพสูงสุดต่อเซี่ยวซิงอวี่
“นักเรียนเซี่ยวซิงอวี่ในการต่อสู้ที่หุบเขาเบญจพิษ ได้ฆ่าอนาคอนดามงกุฎระดับสมบูรณ์เพียงลำพังฆ่าวานรวิญญาณเนตรโลหิต 103 ตัว และช่วยเหลือเพื่อนร่วมทีม 36ครั้ง...”
นี่คือเกรด S ที่ไร้ข้อกังขาไม่มีใครไม่ยอมรับ
ฉินเยียนหรานเสริมว่า“ฉันขอเตือนทุกคนว่า เกรดในตอนนี้ไม่ใช่เกรดสุดท้าย”
“หัวหน้าทีมฉิน ถ้าในการต่อสู้ครั้งหน้าพวกเราทำได้ดีกว่าครั้งนี้ เกรดก็จะเพิ่มขึ้นใช่ไหมครับ?”
“ถูกต้องแล้ว เกรดจะเพิ่มขึ้นหากคุณทำผลงานได้ดียิ่งขึ้นในครั้งต่อไป”
ทันใดนั้นฉินเยียนหรานก็พูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจังขึ้น ใบหน้าไร้รอยยิ้ม
“แต่เกรดก็สามารถลดลงได้เช่นกัน!”
“ตัวอย่างเช่นหากคุณทำผิดพลาดในการต่อสู้ครั้งหน้า เกรดของคุณจะไม่เพิ่มขึ้น แต่จะลดลงแทน”
เมื่อได้ยินว่าเกรดอาจลดลงรอยยิ้มใบหน้าของนักเรียนก็หายไปในทันทีรอยยิ้มกลับมาปรากฏบนใบหน้าของฉินเยียนหรานแทน
“อยากได้คะแนนดีๆก็ขึ้นอยู่กับผลงานของพวกคุณหลังจากนี้!”
หลังจากพูดเรื่องงานจบฉินเยียนหรานก็เดินไปหาเซี่ยวซิงอวี่ ดวงตาที่สวยงามเต็มไปด้วยความสงสัย
“น้องซิงอวี่ สัตว์อสูรเทวทูตของนายสามารถปลุกพลังอสูรระดับ SS พลังแห่งดวงดาวได้ดูท่าทางนายจะมีความสามารถในการฝึกฝนสัตว์อสูรไม่น้อยเลยนะ~”
“พี่เยียนหรานชมเกินไปแล้วครับ”
“แต่พี่มีข้อสงสัยอย่างหนึ่งนะต่อให้มีพลังแห่งดวงดาวหนุนหลังเทวทูตศักดิ์สิทธิ์สี่ปีกก็เป็นแค่สัตว์อสูรระดับเติบโตแล้วมันจะฆ่าอนาคอนดามงกุฎระดับสมบูรณ์ได้ยังไง?”
เซี่ยวซิงอวี่เอนตัวเข้าไปกระซิบข้างหูฉินเยียนหราน
“พี่เยียนหรานพลังแห่งดวงดาวมีคุณสมบัติพิเศษอย่างหนึ่งคือสามารถกระตุ้นการโจมตีคริติคอลสิบเท่าได้ด้วยโอกาสที่ต่ำ”
“อันนี้พี่รู้แต่จะรู้ได้ไงว่าเทวทูตศักดิ์สิทธิ์สี่ปีกจะโจมตีคริติคอลสิบเท่าตอนไหน?”
เซี่ยวซิงอวี่เผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์“การคาดการณ์ครับ”
เนตรปีศาจสามารถคาดการณ์จังหวะที่จะกระตุ้นการโจมตีคริติคอลสิบเท่าได้
“นายเนี่ยนะ...”
“ดังนั้น สำหรับผมแล้วต่อให้อนาคอนดามงกุฎมีเลือดเต็มหลอด ก็ยังอยู่ในระยะสังหารของผมครับ!”
ฉินเยียนหรานสูดหายใจเข้าลึกขนลุกซู่ไปทั้งตัว
“เลือดเต็มหลอดก็ยังอยู่ในระยะสังหาร?น้องชายคนนี้ของฉันนี่มันอัจฉริยะจริงๆ!”