สองสตรีเดินเคียงคู่กันในตลาดพานทำให้ผู้คนอดที่จะมองไม่ได้ ด้วยหนึ่งสตรีงดงามจนน่าหลงใหลอีกสตรีกลับปกปิดใบหน้าดูน่าค้นหา นั่นจึงทำให้ผู้คนต่างมั่นใจว่าสตรีที่เดินหน้าพวกตนนั้นคือคุณหนูสามตระกูลแนกับคู่หมั้นของคุณชายใหญ่เฉินอย่างแน่นอน
“เถียนเถียน วันนี้พวกเราจะไปไหนงั้นหรือ”
“เดี๋ยวไปแล้วพี่สะใภ้ก็จะรู้”
หญิงสาวเอ่ยอย่างมีลับลมคมในก่อนจะพากันไปเลือกซื้อเสื้อผ้า ข้าวของเครื่องใช้จนหลีโม่ต้องแอบกระซิบถาม
“ทำไมต้องซื้อมากถึงเพียงนี้กัน”
“ก็ท่านจะมาเป็พี่สะใภ้ของข้า ก็ต้องทำให้สมจริงสิ”
“แต่...”
“ไม่ต้องมีแต่...ไม่ว่าอย่างไรท่านก็คือสะใภ้ตระกูลเฉิน ทั้งท่านพ่อ ท่านแม่และพวกข้าต่างก็ยอมรับในตัวท่าน ตอนนี้เหลือท่านเท่านั้นที่ต้องเชิดหน้าขึ้นในฐานะสะใภ้ใหญ่ตระกูลเฉิน”
“แต่ตัวตนของข้า”
“เื่นั้นข้าจะจัดการให้เอง”
ทั้งสองเดินจับมือพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน แต่เฉินฟางซินหารู้ไม่ว่ามีหนึ่งสายตาที่มองท่าทีเ่าั้ด้วยความไม่พอใจ
“เหนื่อยหรือยัง พวกเราแวะร้านอาหารนี้ดีหรือไม่”
“ได้ ๆ”
“เสี่ยวเอ้อ ข้าขอห้องส่วนตัวได้หรือไม่”
“ได้ขอรับ”
เพียงไม่นานเด็กหนุ่มได้พาสตรีทั้งสองไปยังห้องส่วนตัว เฉินฟางซินสั่งอาหารที่ตนเองและพี่ใหญ่ของนางชอบ หลีโม่เห็นอาหารที่ยกมาก่อนจะเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“ทำไมถึงสั่งอาหารมากเพียงนี้ พวกเราสองคนคงทานไม่หมด”
“ใครบอกว่ามีเพียงพวกเราสองคน”
ไม่นานเฉินไฉ่หงได้ขึ้นมาด้วยใบหน้าขัดเขินเล็กน้อย เฉินฟางซินที่เห็นเช่นนั้นได้รีบลุกขึ้นในทันที
“จริงสิข้านึกได้ว่ายังมีธุระ พี่สะใภ้คุยกับพี่ใหญ่ก่อนนะเ้าคะ....พวกเ้าเองก็ออกไปหาอะไรกินสิ”
หญิงสาวเอ่ยบอกบ่าวรับใช้ก่อนจะเอนกายไปหาหลีโม่และกระซิบกับเขาเบา ๆ
“ที่บ้านไม่สะดวกมีสายตาสอดส่องมากมาย รอพวกท่านเข้าหอก่อนอะไร ๆ คงสะดวกมากขึ้น”
หญิงสาวเอ่ยด้วยรอยยิ้มเ้าเล่ห์ นั่นได้ทำให้ใบหน้าของหลีโม่แดงดั่งลูกตำลึงจนทำให้เฉินไฉ่หงถึงกับแปลกใจ แต่เมื่อหญิงสาวออกไปแล้วเขาจึงได้เอ่ยถามว่าที่ภรรยาของเขาจนเมื่อได้คำตอบนั่นได้ทำให้เขาเองก็หน้าแดงไม่ต่างจากนาง
“ตอนนี้...ทุกอย่างก็เรียบร้อยแล้วเหลือแต่....”
ยังมิทันที่หญิงสาวจะทันเดินออกจากร้านอาหารไปแขนน้อย ๆ ของนางได้ถูกกระชากเข้าไปในตรอกด้านข้างนั้น ยังมิทันตั้งตัวจู่ ๆ ร่างน้อยได้ถูกกดเข้ากับกำแพงและปากของนางได้ถูกบดอย่างรุนแรงและรุ่มร้อน
“อื้อ”
หญิงสาวไม่สามารถเอ่ยอันใดได้นอกจากดิ้นรนให้หลุดรอดจากปากและร่างที่กดนางไว้นั้น
“อ๊ะ”
หญิงสาวกัดปากนั้นอย่างแรงก่อนจะรับรู้ได้ถึงรสชาติแปลก ๆ และกลิ่นคาวเื ตอนนี้ปากของนางได้รับอิสระในทันทีนั่นจึงทำให้นางเห็นว่าคนที่ทำกับนางเช่นนั้นคือ ชิวจิ้นอัน
“อาอิง....”
หญิงสาวเอ่ยอย่างใก่อนจะยกมือขึ้นแตะปากที่ถูกกัดของเขาเบา ๆ
“ทำไมท่านถึงทำเช่นนี้...ข้าใ...ไม่คิดว่าเป็ท่าน..ข้าจึง”
“ข้าไม่ชอบให้เ้าทำท่าทีสนิทสนมกับใคร”
เฉินฟางซินคิดเล็กน้อยก่อนจะนึกออกว่าคนที่ชายหนุ่มพูดหมายถึงใคร
“นั่นพี่สะใภ้ของข้านะ”
“แต่เ้าก็รู้ว่าอะไรเป็อะไร”
คำพูดนี้ของชายหนุ่มได้ทำให้หญิงสาวต้องยอมจำนวน
“ครั้งหน้าข้าจะระวัง”
“จะไม่มีครั้งหน้า”
ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นก่อนจะกัดมือน้อยที่ยังแตะปากเขานั้นเบา ๆ ฮุ่ยเหอและฮุ่ยเจียงที่ตามมาถึงกับหลบแทบไม่ทันเมื่อเห็นการกระทำของนายตน โชคดีที่พวกเขามือไวได้คว้าตัวหลิวหลงให้หลบไปด้านข้างพร้อมพวกเขา
“นี่นายของพวกเ้าเป็หมาบ้าถึงอย่างไร ถึงได้ทำอะไรเช่นนี้กับคุณหนูข้า”
“คุณหนูของเ้าเองก็กัดนายของข้า เกิดปีหมาหรือไง”
ฮุ่ยเหอและหลิวหลงทะเลาะกันเบา ๆ ก่อนจะถูกฮุ่ยเจียงบอกให้หยุดและบอกทั้งสองให้ไปทะเลาะกันที่อื่น
“นั่นใช่ชุดที่คุณหนูข้าตัดให้นายของพวกเ้าใช่หรือไม่”
“ถูกต้อง”
“อื่ม...ดูแล้วก็เข้ากันดีไม่น้อย”
“ใช่”
พอเปลี่ยนเื่พูด ฮุ่ยเหอกับหลิวหลงก็พูดเข้าขากันจนฮุ่นเจียงถึงกับส่ายหน้าไปมา
หลังแยกจากชิวจิ้นอันเฉินฟางซินได้เดินไปทางร้านเครื่องประดับเพื่อสั่งทำของบางอย่าง แต่หลังจากที่นางออกมากลับเห็นบางอย่างในตรอกลึก
“หลิวหลง เ้าสังเกตเห็นอะไรหรือไม่”
“เ้าค่ะ”
“เช่นนั้นพวกเราไปดูหน่อยดีไหม”
“แต่”
“ไม่เป็ไรหรอก”
หญิงสาวเดินเข้าไปในตรอกนั้นก่อนจะเห็นร่องรอยการต่อสู้แต่กลับไร้ซึ่งคนหรือผู้าเ็
“คุณหนูในเมื่อไม่มีใครแล้ว เช่นนั้นพวกเรา.....”
“เดี๋ยว”
เฉินฟางซินเอ่ยขึ้นก่อนจะเดินไปทางกองขยะที่อยู่ด้านข้าง หญิงสาวค่อย ๆ เขี่ยขยะออกก่อนจะพบร่างบุรุษมีอายุร่างกายเปื้อนเืหมดสติอยู่ที่นั่น
“เร็วเข้า..รีบพาเขาไปหาหมอ”
แม้จะดูคุ้น ๆ ตาแต่เฉินฟางซินกลับไม่มีเวลาคิดมาก หญิงสาวรีบพยุงร่างนั้นไปพร้อมกับหลิวหลงก่อนจะเดินลัดเลาะไปทางด้านหลังเพื่อไม่ให้สะดุดตาคน
“ท่านหมอ ๆ”
หญิงสาวหยุดอยู่หลังร้านขายยา ทันทีที่ประตูเปิดออกหญิงสาวมิรอคำตอบได้พาร่างาเ็นั้นเข้าไปก่อนจะเอ่ยขอให้พวกเขารักษาชายแปลกหน้าผู้นั้น
“าเ็หนักเพียงนี้ นี่เขาโดนอะไรมา”
“ข้าถูกคนร้ายลักพาตัวไป แต่บังเอิญได้ท่านลุงผู้นี้ช่วยไว้”
“อ่อ เช่นนี้นี่เอง โชคดีที่ข้ายังมิออกไป มิเช่นนั้นต่อให้เ้ามาก็มิพบข้า”
“เมื่อสักครู่ข้าร้อนใจจึงเสียมารยาทไป ขอผู้าุโอย่าได้ถือสา”
หมอผู้มีอายุมองสตรีเบื้องหน้าก่อนจะพยักหน้าช้า ๆ
“ดูท่าทีแล้วคุณหนูคงจะเป็คุณหนูชนชั้นสูงสินะ มารยาทและท่าทางถึงได้งามสง่าเช่นนี้”
“ท่านหมอ คุณหนูของข้าคือคุณหนูสามตระกูลเฉินเ้าค่ะ วันนี้พวกเรามาเดินตลาดแต่ไม่คิดว่าจะมีคนคิดไม่ดีกับพวกเรา...”
เมื่อได้ยินชื่อหมอผู้มีอายุถึงเข้าใจในทันทีและไม่สงสัยเื่ที่เกิดขึ้น เฉินฟางซินได้หันไปทางหลิวหลงก่อนจะกระซิบบางอย่างให้แก่นาง หญิงสาวพยักหน้ารับก่อนจะหายไป
“คุณหนูท่านปลอดภัยใช่หรือไม่ ช่างดีจริง ๆ เื่ทางนี้ให้ข้าดูแลต่อเถิดขอรับตอนนี้นายท่านคงเป็ห่วงคุณหนูมากแล้ว”
เฉินฟางซินพยักหน้าขณะมองหน้าหลิวหลงที่เดินมาพร้อมกับบุรุษมีอายุผู้นั้นก่อนจะเดินออกจากโรงหมอนั้นไปพร้อมกัน