ตอนที่ 32: ทางเลือกขององค์หญิงเจ็ด
คืนนั้นทั้งคืน เฟิงหลวนไม่ได้ข่มตาลงเลยแม้แต่น้อย นางเดินไปมาอยู่ในห้องหนังสือของตนเองราวกับพยัคฆ์ติดจั่น สมองของนางทำงานอย่างหนักเพื่อประมวลผลความจริงที่น่าสะพรึงกลัวนั้น
พี่ชายสามของนาง...อ๋องสันติผู้พิการ...คือยอดฝีมือขั้นจักรพรรดิผู้ชักใยอยู่เื้ัความโกลาหลทั้งหมด
นางมีทางเลือกอยู่ไม่มากนัก
ทางเลือกแรก: เปิดโปงเขา นางสามารถนำเื่นี้ไปทูลฟ้องเสด็จพ่อได้ แต่แล้วอย่างไร? นางไม่มีหลักฐานที่เป็รูปธรรมเลย มีเพียง "ความรู้สึก" จากการควบคุมลมปราณเมื่อตอนกลางวันเท่านั้น การกล่าวหาเช่นนี้จะทำให้นางดูเหมือนคนเสียสติ หรือไม่ก็เป็ผู้ที่จงใจใส่ร้ายพี่ชายเพื่อหวังผลทางการเมือง มันเป็การกระทำที่โง่เขลาและเสี่ยงเกินไป
ทางเลือกที่สอง: ต่อต้านเขาอย่างลับๆ แต่นางจะเอาอะไรไปสู้กับยอดฝีมือขั้นจักรพรรดิที่มีสติปัญญาล้ำลึกถึงเพียงนั้น? นั่นไม่ต่างจากการรนหาที่ตาย
ทางเลือกสุดท้าย: เข้าร่วมกับเขา...หรืออย่างน้อยที่สุด ก็คือการไม่ขวางทางเขา นี่คือทางเลือกที่สมเหตุสมผลที่สุด เขาได้แสดงให้เห็นแล้วว่าสามารถกำจัดศัตรูที่แข็งแกร่งอย่างองค์ชายรองได้อย่างง่ายดาย การยืนอยู่ฝั่งเดียวกับผู้ชนะย่อมเป็หนทางของผู้ที่ฉลาด
เมื่อคิดได้ดังนั้น การตัดสินใจของนางก็ชัดเจน
เช้าวันต่อมา ในท้องพระโรงที่ยังคงถกเถียงเื่ชายแดนเหนือกันอย่างดุเดือด เฟิงหลวนที่นิ่งเงียบมาตลอดก็ได้ก้าวออกมาข้างหน้า
"กราบทูลเสด็จพ่อ!" นางกล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นและชัดเจน "การส่งทัพหลวงไปตอนนี้หรือการเรียกแม่ทัพหลิวกลับมาล้วนเป็ทางที่ผิดเพคะ! ดังที่พี่สามได้เคยให้สติหม่อมฉันไว้...เหตุการณ์นี้มีเงื่อนงำน่าสงสัย การตอบโต้อย่างผลีผลามคือการเดินตามเกมของศัตรูที่ซ่อนอยู่ในเงามืด!"
การที่นางอ้างถึง "สติปัญญา" ของอ๋องสันติต่อหน้าขุนนางทุกคน ทำให้ทั้งท้องพระโรงต้องตกตะลึง!
นางกล่าวต่อ "หม่อมฉันคิดว่า เราควรส่ง 'ผู้ตรวจการพิเศษ' ที่ไว้ใจได้ไปยังชายแดนเหนือเพื่อสืบหาความจริงเื้ัการเผายุ้งฉาง ในขณะเดียวกันก็ส่งเสบียงและกำลังเสริมจำนวนหนึ่งไปช่วย 'ตรึง' สถานการณ์ไว้ ไม่ใช่เพื่อบุกต่อ แต่เพื่อป้องกันการรุกรานกลับจากฝ่ายอสูรทมิฬ นี่คือการตั้งรับอย่างรอบคอบที่สุดเพคะ!"
ข้อเสนอของนางเป็ทางออกที่ชาญฉลาดและเป็กลาง ทำให้ความขัดแย้งในท้องพระโรงลดลงทันที
จักรพรรดิเฟิงเทียนมีแววพอพระทัยอย่างเห็นได้ชัด "ยอดเยี่ยม! เป็ข้อเสนอที่ดี แล้วในความคิดของเ้า ใครควรจะเป็ผู้ตรวจการพิเศษ?"
ก่อนที่ขุนนางฝ่ายใดจะได้เสนอชื่อคนของตนเอง เฟิงหลวนก็ชิงพูดขึ้นก่อน
"ผู้ที่มองเห็นปัญหานี้เป็คนแรก คือผู้ที่เหมาะสมที่สุดเพคะ...แม้พี่สามจะร่างกายไม่สมประกอบ แต่สติปัญญาของท่านยังคงเฉียบแหลมที่สุดในหมู่พวกเรา" นางหยุดไปชั่วครู่ ก่อนจะกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นกว่าเดิม "แต่การเดินทางไกลคงจะลำบากเกินไปสำหรับท่าน ดังนั้น...หม่อมฉันจึงขออาสาเป็ 'ตัวแทน' ของพี่สาม เดินทางไปยังชายแดนเหนือเพื่อสืบหาความจริงด้วยตนเองเพคะ!"
ทั้งท้องพระโรงเงียบกริบ! นี่คือการเคลื่อนไหวที่ไม่มีใครคาดคิด! นางไม่เพียงแต่ยกย่องพี่ชายที่ตกอับ แต่ยังอาสาไปเผชิญอันตรายด้วยตนเอง ทั้งยังเป็การหลีกเลี่ยงงานสมรสพระราชทานที่นางไม่้าได้อย่างสง่างาม!
"ดี!" จักรพรรดิเฟิงเทียนตรัสด้วยน้ำเสียงชื่นชม "ในเมื่อเ้าอาสา...พ่อก็อนุญาต!"
ข่าวนี้แพร่ไปถึงตำหนักเมฆาคล้อยในเวลาไม่นาน
เฟิงหวงกำลังยืนชื่นชมแจกันดอกไม้ที่เขาเคย "ช่วย" ไว้ในห้องของเฟิงหลวน ซึ่งนางได้ส่งมาให้เขาเป็ของขวัญในภายหลัง เขาลูบกลีบดอกไม้ที่บอบบางนั้นเบาๆ ขณะฟังรายงานจากลุงจง
เมื่อฟังจบ เขาก็ยิ้มออกมา เป็รอยยิ้มที่ชื่นชมอย่างแท้จริง
"น้องเจ็ด...เ้าฉลาดกว่าที่ข้าคิดไว้เสียอีก" เขาพึมพำ "ไม่ได้แค่เลือกที่จะยืนข้างข้า...แต่ยังประกาศตัวเป็ 'ตัวแทน' ของข้าต่อหน้าทุกคน เท่ากับเป็การสร้างเกราะป้องกันให้ข้าไปในตัว ทั้งยังฉวยโอกาสนี้หนีจากการสมรสพระราชทานและไปสร้างบารมีทางการทหารที่ชายแดนด้วยตัวเอง...ยอดเยี่ยมจริงๆ"
เขาไม่ได้มาซึ่งเบี้ยบนกระดาน...แต่ได้มาซึ่งพันธมิตรที่ทรงพลังและเข้าใจเกม
เฟิงหวงหันมามองลุงจง "ท่านลุง...ไปเตรียมชาชั้นดีไว้ให้ข้าที"
เขามองออกไปนอกหน้าต่าง ไปยังทิศทางของวังหลวงที่ตอนนี้คงกำลังวุ่นวายกับการจัดทัพขององค์หญิงเจ็ด
"เอาล่ะ...ในเมื่อมีคนไปจัดการเื่ทางเหนือให้แล้ว...ข้าก็จะได้มีเวลามาเล่นกับ 'หนู' ที่อยู่ในเมืองหลวงได้อย่างเต็มที่เสียที"
เป้าหมายต่อไปของเขา...คือฝ่ายของพระจักรพรรดินีและองค์ชายสี่ที่กำลังย่ามใจ