ปลายนิ้วมือทั้งสิบของนิทตี้ค่อยๆแกะมือเขาออกจากเอวบาง แต่เขาไม่ปล่อยร่างของเธอ มือทั้งสองโอบร่างเธอไว้ “คุณมีคู่หมั้นแล้วนะ “ เธอพูดขึ้นแล้วก้มหน้าลง วินนี่ร่างเธอทันที “ผมขอโทษ เราไปเดินดู Prisident House กันเถอะ “ เขาทิ้งความห่างเธอเพิ่มมากขึ้น ไม่กล้าเข้าใกล้เธออีก นิทตี้ออกปากชมสถานที่ที่เธอไม่เคยชมมาก่อน “ สวยมากเลยค่ะ เคยเห็นแต่ในทีวี และหนังสือ “
วินนี่หันหน้ากลับเงยขึ้นมองฝูงนกที่บินว่อน ทันใดนั้น ท้องฟ้าที่โปร่งใส มีเมฆครึ้มเปลี่ยนเป็ท้องฟ้ามืดครึ้มสีดำทันที “ คราวนี้คุณต้องวิ่งก่อนฝนตกให้ได้ “ เธอดึงข้อมือของเธอแล้วจะตั้งใจวิ่งไปที่สนามหญ้าตัดตรงไปที่ลานจอดรถ “ รอเดียวกันค่ะ” เธอวิ่งไปหาคนขายของชำในบริเวณ เธอขอถุงพลาสติกมาห่อโทรศัพท์มือถือ และขอโทรศัพท์มือถือเขาด้วย วินนี่สอดปลายนิ้วเข้าในมือนุ่มของเธอ พยักหน้าให้เธอเตรียมวิ่ง “ รองเท้าคุณจะขาดแล้ว ซื้อใหม่ไหม “ นิทตี้ส่ายหน้าไม่เอา ทั้งคู่จับมือกันวิ่งตัดผ่านลงในสนามหญ้า สิ่งเขาคาดคะเนเป็จริงๆ รองเท้าเธอขาดพอดี “ คุณไม่น่าทักเลย ขาดแล้วด้วย ดูซิ ฝนก็จะเทลงมา “ นิทตี้ถอดรองเท้า จับมันขึ้นมาด้วยความเสียใจ เขามองที่รองเท้าคู่เก่า จับมันโยนทิ้งข้างทาง วินนี่ตัดสินใจก้มลงอุ้มเธอขึ้นพาดบ่าของเขาแล้ววิ่งต่อ “ วินนี่คุณทิ้งมันทำไมคะ ฉันจะเอาไปซ่อม ปล่อยฉันลงเดียวนี้ ฉันจะกลับไปเอารองเท้า “ วินนี่ไม่สนใจเสียงขอร้องของเธอ นิทต๊้ทุบแผ่นหลังของเขาหลายครั้ง
ทั้งคู่มาถึงรถก่อนฝนเทลงมเพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น เขาปล่อยร่างเธอลง “ เข้าไปเร็วฝนเริ่มตกแล้ว ผมไม่ชอบเปียกน้ำฝน “ เขาวิ่งอ้อมมาด้านคนขับ นั่งหอบในรถ มองใบหน้าของเธอที่ทำหน้าเสียใจ “คุณ แน่ใจนะว่าหนักเเค่ห้าสิบแปดกิโล ผมว่ามากกว่า น่าจะหกลิบสามกิโลแน่ๆ แต่ไม่แน่ ถ้าไม่รวมเสื้อผ้าด้วย “ นิทตี้อ้าปากค้าง หันมองตาเขียว “ ผมล้อเล่น เราไปซื้อรองเท้ากันเถอะ “ ฝนเทลงมาอย่างหนัก วินนี่ขับรถอย่างเร็วเพราะอีกไม่กี่นาที การจราจรเริ่มติดหนักแน่นอน เมื่อถึงย่านขายรองเท้าใกล้ที่พัก เขาจอดรถหน้าร้านขายรองเท้าคนรู้จัก “ ผมคิดว่าร้านนี้ มีของมาใหม่ “ นิทตี้ม่ยอมลงจากรถ วินนี่ก้าวลงวิ่งอ้อมมายืนรอที่หน้าร้าน เธอไม่ส่ายหน้าไม่ลง
วินนี่จำใจต้องเดินตากฝน เปิดประตูรถ “ อย่าดื้อได้ไหม คู่นั้นมันซ่อมมาหลายครั้งแล้ว ผมซื้อให้ก็ได้ “ เธอมองใบหน้าของเขาที่เปียกหยดน้ำฝน นิทตี้ก้าวลงมาเดินตามเข้าไปในร้านขายรองเท้า ทั้งคู่ยืนเลือกพร้อมกันคนขายพยายามชวนซื้อ นิทตี้ตัดสินใจไม่ถูก เดินเท้าเปล่าไปมา เขารอนานจนอึดอัด ลุกขึ้นหยิบคู่สีขาวคล้ายคู่เดิม “ เอาคู่นี้ เบอร์ 44 ใช่ไหม “ เธอมองหน้าเขา เธอก้มสวมรองเท้า “ พอดีเลยครับ คุณผู้หญิง ใส่เลยนะครับ “ คนขายถือกล่องเปล่ามาให้ “ ใส่ไปเลยครับ จ่ายเงินที่ไหน “ เขาเดินไปจ่ายเงิน พนักงานในร้านกางร่มเดินมาส่งเธอและเขาที่รถ
ระหว่างทางนิทตี้ไม่พูดคุยกับเขา “ หิวไหม แวะทานน้ำชาหรือกาแฟ ก่อนเข้าบ้าน “ เธอไม่ตอบเขาอะไรแม้แต่คำเดียว วินนี่ขับรถตรงไปที่อพาร์ทเม้นท์ เมื่อเขาจอดรถเรียบร้อยแล้วเขาเดินอ้อมมาเปิดประตูรถให้เธอ “ คุณโกรธผมทำไม “ นิทตี้นิ่งลงก้าวลงจากรถคันหรู ยืนตัวตรงๆข้างเขา “ เปล่าค่ะ ไม่มีอะไรจริงๆ “
เมื่อทั้งคู่เข้ามาในบ้าน วินนี่เปิดสวิทไฟในห้องต่างๆ ชายหนุ่มถอดเสื้อยืดออกโยนทิ้งบนพื้นห้องนอน มองหาผ้าเช็ดตัว เขาเดินออกมาส่งผ้าเช็ดตัวให้เธอ นิทตี้ก้มมองรองเท้าคู่ใหม่ “ ขอบคุณค่ะสำหรับรองเท้า “ เธอเลี่ยงเดินหลบเขา วินนี่เดินกั้นทางเธอไว้ “ ผมขอโทษ ที่กอดคุณ ผมไม่มีเจตนาอย่างอื่น “
เสียงฟ้าผ่าลงอย่างแรงที่ตึกข้างๆ "เปรี้ยง!!!" กระแสไฟฟ้าดับลงทันที ร่างบางโผเข้ากอดลำตัวเขาทันที “ ช่วยด้วยค่ะ “ วินนี่ก็ใเช่นกันผ้าเช็ดตัวหล่นจากมือ ร่างสูงโอบกอดร่างที่สั่นเพราะความกลัว เสียงฟ้าผ่ารอบสองดังมากจนตึกของเขาสั่นะเื "เปรี้ยงงงง" นิทตี้กอดเขาแน่นขึ้น “ อย่าปล่อยฉัน มันน่ากลัวมากเลย “ เขาโอบตัวเธอไว้ในอ้อมแขน “ ไม่ต้องกลัว ผมอยู่นี่ “
เสียงโทรศัพท์มือถือดของเขาดังขึ้นในถุงพลาสติก เขาเอื้อมมือหยิบหยิบมันขึ้นมาดู "ริย่า" เขากดตัดสายโทรศัพท์ทิ้ง แล้วพิมพ์ข้อความส่งอย่างเร็ว "ผมอยู่ในห้องยิม เดียวโทรกลับ" ร่างสูงพาหญิงสาวเข้าไปนั่งในห้องนอน “ ผมจุดเทียนดีกว่า รอทีนี่ก่อน ฟ้าไม่ผ่าแล้วครับ “ เขาเจอเทียนสองสามเล่ม จุดเทียนไขทั้งสามเล่มในแก้วน้ำ ถือออกมา วางที่ห้องนั่งเล่น ห้องครัว และห้องนอน
“ นิทตี้ คุณอยู่ไหน คุณครูครับ" เสียงเรียกของเขา ไม่สู้เสียงฟ้าผ่ารอบที่สาม "เปรี่ยงงงงง" เสียงร้องกรี๊ดในห้องนอนทำให้วินนี่วิ่งตามหา เธอนั่งคดตัวเหมือนหนูน้อยๆสั่นเทาในมุมห้อง วินนี่มองเห็นร่างของเธอจากแสงฟ้าแลบเป็่ๆ “ ลุกขึ้นมาผม ไม่ต้องกลัวครับ “ เขาส่งฝ่ามือให้เธอจับ นิทตี้ไม่ยอมกระดุกกระดิกนอนร้องไห้สะอึกสะอื้น วินนี่นั่งลงพยุงร่่างเธอขึ้น สวมกอดเธอไว้แน่น “ คุณกลัวฟ้าผ่ามากขนาดจะอยู่คนเดียวได้เหรอ “
พายุฝนเข้ากรุงเดลีแบบฟ้ามืดสนิท ไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย เสียงป้ายโฆษณาล้มลงตกลงมาจากอาคารในบริเวณใกล้ เพื่อนของวินนี่โทรฯเข้ามาหลายครั้งและเขารับในครั้งสุดท้าย “ นายไม่ได้ดูข่าวทางทีวีหรือวะ อาจจะเกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ก็ได้ มีเสบียงตุนไว้หรือยัง รีบลงไปหาซื้อของกินเอาไว้ เอ่อนี้ ริย่าโทรมาหาฉันว่า ฝนตกแบบนี้ นายไปห้องยิมทำอะไรวะ เธอเป็ห่วงโทรกลับด้วย”
แม่กัมลาของนิทตี้โทรมาหาลูกสาว วินนี่พาเธอนั่งลงในห้องนอน “ รับสายของแม่คุณ “ เธอรับสายแม่ “ ลูกแม่ได้ยินข่าวพายุเข้าเดลี ลูกอย่ากลัวนะ ฟ้าผ่าหรือเปล่านิทตี้ได้ยินแม่พูดไหม “ เธอยังไม่พูด เขาดึงโทรศัพมือถือมาคุยแทน “ คุณแม่ ผมเพื่อนที่ทำงานของเธอ “ เสียงของอีกฝ่ายไม่ดังแต่เขาได้ยิน ” คุณช่วยดูแลลูกสาวฉันด้วย เธอกลัวฟ้าผ่าเพราะ...” นิทตี้รีบดึงโทรศัพท์มือถือกลับ “แม่ทำไมต้องเล่าให้ทุกคนฟัง แม่รู้จักเขาแค่ไหน แม่หนูต้องอยู่ให้ได้ ต้องอยู่ได้ อายุหนูยี่สิบสามปีแล้ว เลิกโทรตามแบบนี้ ถ้าแม่ตาย หนูก็ต้องอยู่ให้ได้คะ เข้าใจไหม แม่” เธอตัดสายแม่แล้วออกมายืนในสภาพที่ตัวสั่น วินนี่ลุกขึ้นรั้งร่างของเธอเข้ามาอย่างแรง เขาประกบริมฝีปากจูบที่ริมฝีปากของเธอโดยไม่ใด้ให้เธอตั้งตัว หรือ ตั้งหลัก มือทั้งสองเขาโอบที่ใบหน้าของเธอ ไม่ปล่อยริมฝีปากที่สั่นให้พูด เธอผลักแผงอกของเขาออกอย่างแรง “ คุณมีคู่หมั้นแล้ว ทำแบบนี้ทำไม ห้ามใจไม่ได้เหรอ “ เขาไม่สนใจในคำพูดของเธอ ดึงร่างงามเข้ามากอด “ คุณเองก็เคยมีคู่หมั้นไม่ใช่หรือ นิตยา มันผิดมากเหรอ ที่ผมจะจูบคนที่อยู่ตรงหน้าผมตอนนี้ “ เขาดันตัวเธอออกห่าง "ผมรู้ว่า ผมมีคู่หมั้น ผมไม่ได้ขอนอนกับคุณ แต่ผมอยากทำให้คุณหายกลัวเท่านั้น การกอดคือการรักษาไม่ใช่เหรอครับคุณครู “
ริย่า ร้อนใจเธอโทรกลับมาอีกครั้ง วินนี่รับสายของเธอ “ ผมสบายดี ไม่ต้องห่วง เมื่อกี้ชาลีโทรมาผมแล้ว คุณอยู่ที่ไหนตอนนี้ กลับเมื่อไร “ ริย่าพูดเสียงกร่อย “ เดือนหน้าค่ะ “ ร่างสูง มองที่ หญิงสาวกำลังเช็ดเส้นของผมของเธอใกล้ๆเขา ตัวสั่นปากสั่น ใบหน้าแดง แต่เวะอบรวมความกล้า “ ทำไม เดือนหน้า เพราะอะไร “
ริย่าดีใจที่วินนี้ถามเธอ ” คือ น้องสาวฉันจะหมั้นที่อเมริกา แต่จะมาแต่งที่อินเดียหลังพวกเราหมั้นกันอย่างเป็ทางการ อีกประมาณเดือนหนึ่งค่ะ อนุญาตให้ฉันไปอเมริกานะคะ ที่รักแค่ยี่สิบวันเองไม่นาน เอางี้สิบห้าวันดีไหม “