[E-Book] เทพดาบอย่างข้าได้จุติทั้งที เอาระบบปลูกผักมาให้ข้าทำไม?! เล่ม 2 ออกมาแล้ว!!
Link Dek-D : https://dekd.co/w/e/20329
Link Meb : https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiODE2ODQxMCI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjMxNzYxMiI7fQ
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
“เป็นยังไงบ้างไอ้น้องชาย คิดถึงพี่สาวคนนี้ไหม?” เกวลินเอ่ยทักทันทีที่เห็นเตชินท์กลับมาถึงบ้าน
“ก็ดี” เตชินท์ตอบแบบขอไปที เขาขอไม่เล่าวีรกรรมของในวันนี้
เกวลินยักไหล่เล็กน้อย เธอไม่แปลกใจกับท่าทีของน้องชายนัก เธอขอแค่เขายังคงกลับมาบ้านตลอดก็แสดงว่าเขายังปกติสุขดี แล้วเธอก็เรียกน้องชายมากินข้าวที่เธอทำเตรียมไว้ ส่วนเธอกินเรียบร้อยแล้วเพราะเตชินท์กว่าจะกลับมาถึงบ้านก็ปาเข้าไปเกือบสามทุ่มแล้ว
“พี่มีอะไรจะพูดกับผมหรือเปล่า?” เตชินท์เอ่ยถามขึ้นก่อนจะดื่มน้ำเข้าไป
เขาถามเพราะเห็นว่าพี่สาวของเขาเอาแต่นั่งมองดูเขากินข้าวอยู่มาสักพักแล้ว มันเป็นอะไรที่ผิดปกติเกินไป พี่สาวของเขาไม่เคยจ้องหน้าเขาตอนกินมากขนาดนี้
“นายพอจะมีเงินสักสองล้านให้ยืมไหม?” เกวลินพูดออกมาตรง ๆ สีหน้าของเธอไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ราวกับเป็นการพูดเรื่องปกติทั่วไป
พรูด!!
นี่คือปฏิกิริยาแรกของเตชินท์หลังได้ยินสิ่งที่พี่สาวพูดออกมา
“ถ้าไม่มีก็บอกกันดี ๆ ก็ได้” หนนี้เกวลินมีสีหน้าเคืองขณะเช็ดน้ำออกจากหน้า
“ก็ใครใช้ให้พี่บอกอะไรแบบนี้ตอนที่ผมกำลังกินอะไรอยู่ล่ะ” เตชินท์เองก็ต้องเช็ดปากตัวเองเช่นกัน เขาบ่นพี่สาวต่อว่า “แล้วที่พี่พูดนั่นมันสองล้านนะ ไม่ใช่สองร้อยสักหน่อย”
“อ่าว ก็เห็นรวยนักรวยหนาชอบเอาเงินมาแจกพี่อยู่บ่อย ๆ แถมยังบอกว่าเป็นถึงเจ้าของหมู่บ้านก็อบลินขั้นสามไง” เกวลินพูดจาประชดประชัน แต่เธอก็แค่แกล้งถามน้องชายไปอย่างนั้น เธอรู้อยู่แล้วว่าน้องชายของเธอไม่มีทางมีเงินมากมายขนาดนั้น
เตชินท์ไม่ได้ตอบว่ามีหรือไม่ แต่เขาอยากรู้ถึงเหตุผลที่พี่สาวพูดเรื่องนี้มากกว่า
“แล้วพี่จะเอาเงินไปทำอะไรตั้งมากมายขนาดนั้น” เตชินท์ถามด้วยสีหน้าปกติ
“บ้านหลังนี้ราคาน่าจะเกินสองล้านเนาะ ว่าไหม?” เกวลินทำเป็นมองกำแพง เพดานไปรอบ ๆ
“จะบ้าเหรอ? นี่พี่ต้องการเงินไปทำอะไรกันแน่เนี่ย?” เตชินท์เริ่มไม่สบอารมณ์
แม้เขาจะรู้ว่าพี่สาวมักชอบพูดแกล้งเล่น แต่หนนี้เขาคิดว่ามีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นจริง และเขาต้องการรู้ให้ได้ว่าพี่สาวของเขาต้องการเงินมากถึงสองล้านไปทำไมก่อน
“ต่อไปนายต้องกลับมาทุกวันนะ ฉันจะรอนายกลับมาบ้าน” เกวลินยังเฉไฉ แต่เตชินท์ก็เริ่มจับผิดสังเกตได้นิด ๆ แล้ว
“เลิกเปลี่ยนเรื่องสักที บอกมาว่าเกิดอะไรขึ้น” เตชินท์เริ่มหมดความอดทน แต่เขาก็ยังมีวุฒิภาวะพอที่จะไม่ขึ้นเสียง เพราะอย่างไรเสียเขาก็ถือเป็นชายวัยใกล้สี่สิบแล้ว เขารู้ดีว่าอะไรควรอะไรไม่ควร
เกวลินมองหน้าเตชินท์และเห็นว่าเขาทำสีหน้าจริงจังและใกล้ระเบิดความโกรธออกมาแล้ว เธอจึงกัดริมฝีปากลังเลอยู่ชั่วครู่ก่อนจะยอมเปิดปากพูดว่า “ฉันไปเจอเมืองออร์คขั้นหนึ่งเข้า ก็เลยแวะเข้าไปพักและหวังเข้าประตูมิติกลับมา”
ตอนนี้เตชินท์เข้าใจและคาดเดาว่าพี่สาวของเขาเจอเข้ากับสถานการณ์เดียวกันกับดาม็องและเบิร์ดรวมถึงพวกโจเซฟที่ต้องไปเจอกับซานเชส
“แล้วยังไง?” เตชินท์ทำเป็นไร้เดียงสา เขาอยากให้พี่สาวของเขาอธิบายให้ละเอียดกว่านี้
“ก็พอดีค่าใช้จ่ายของที่นั่นมันแพงไปหน่อย และพวกเขาต้องการทันทีที่ฉันกลับเข้าไป” เกวลินฝืนยิ้มออกมาแต่เตชินท์แอบเห็นแววตาที่เศร้าสร้อยของพี่สาวขณะกล่าวต่อว่า “นายไม่ต้องกังวลไป ไว้ฉันทำงานเก็บเงินครบเมื่อไรก็ค่อยกลับเข้าไป แต่ดูเหมือนการไปหานายอาจต้องล่าช้าลงไปหน่อยนะ นายคงไม่ว่ากันนะ”
“แล้วทำไมพี่ไม่รีบหนีออกจากเมืองมาล่ะ?” เตชินท์ลองหยั่งเสียงถามทั้ง ๆ ที่รู้คำตอบอยู่แล้ว
เกวลินเบ้ปากและมองเตชินท์ด้วยสายตาดูถูกพร้อมกับตอบว่า “ก็ลองมีกันแค่สี่คนท่ามกลางวงล้มคนเป็นร้อยดูสิ ฉันก็อยากรู้เหมือนกันว่านายจะหนียังไง?”
เตชินท์ยักไหล่ เขาคิดอยู่แล้วว่าพี่สาวของเขาต้องตอบอย่างนี้ เขาจึงถามต่อว่า “แล้วทำไมมันแพงอย่างนั้น? ตั้งสองล้านเลย เมืองนั้นมันมีอะไรวิเศษวิโสขนาดนั้น?”
เตชินท์รู้สึกว่ามันแพงเกินไป ราคาขนาดนี้อยู่ได้อย่างสุขสบายในเมืองเอฟล์ขั้นสามในอดีตของเขาถึงสามสี่วันด้วยซ้ำ แต่นี่แค่เมืองออร์คขั้นหนึ่ง เรียกเก็บถึงสองล้าน เจ้าของเมืองถ้าไม่ติดการพนันก็ต้องพวกบ้าอำนาจขั้นสุดจริง ๆ
“ตามจริงมันแค่คนละห้าแสนเท่านั้น แต่ที่ฉันถามหาถึงสองล้านเพราะฉันคิดว่าฉันควรจะรับผิดชอบจ่ายให้กับอีกสามคนที่ซวยติดร่างแหเพราะยอมเดินทางมากับฉันด้วยต่างหาก”
เตชินท์รู้สึกโล่งใจที่ไม่ได้เป็นเรื่องเร่งด่วนจำเป็นที่ต้องรีบใช้เงินขนาดนั้น แต่หากมันจำเป็นเร่งด่วนจริง ๆ เขาก็สามารถหาให้ได้ เพราะอย่างน้อยตอนนี้เขามีวิญญาณอสูรหมูป่าหนังกรอบระดับขีดจำกัดอยู่ หากเขาตั้งใจขายเขาเชื่อว่าราคาคงสูงเกินยี่สิบสามสิบล้านเป็นอย่างต่ำ แล้วยิ่งวิญญาณอสูรหมูป่าหนังกรอบของเขาเป็นประเภทชุดเกราะอีก ราคาน่าจะยิ่งสูงมากกว่านั้นอีก
เตชินท์ไม่แน่ใจว่าราคาในปัจจุบันต่างกับช่วงเวลาก่อนเขาจุติมากสักแค่ไหน แต่เขาเองก็คิดว่าในยุคสมัยนี้น่าจะแพงกว่าเพราะคนมีวิญญาณอสูรระดับสูงยังมีน้อยมาก ดีไม่ดีวิญญาณอสูรระดับขีดจำกัดประเภทชุดเกราะในขณะนี้อาจมีไม่ถึงร้อยดวงด้วยซ้ำ
ในเมื่อพี่สาวเขาเคยยียวนทำเป็นแกล้งว่าจะขายบ้าน เตชินท์จึงทำเป็นแกล้งคืนบ้าง เขาเอ่ยถามออกไปอย่างลอย ๆ ว่า “แล้ววิญญาณอสูรชุดเกราะระดับขีดจำกัดนี่ขายได้เท่าไรเหรอพี่ พอจะรู้ไหม?”
“ชุดเกราะขีดจำกัดเหรอ? ถูกสุดน่าจะราวร้อยล้านได้มั้ง” เป็นอย่างที่เตชินท์คิด ราคาในสมัยนี้ยังสูงอยู่มาก ในขณะเดียวกันเกวลินเริ่มรู้สึกเอะใจบางอย่างก่อนจะถามว่า “นี่นายมีงั้นเหรอ? หรือนายคงไม่ได้มีเงินขนาดนั้นและกำลังคิดจะซื้ออยู่หรอกใช่ไหม?”
เตชินท์ตอบกลับด้วยการเบ้ปากยักไหล่ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ เขาไม่อยากบอกความจริงเรื่องวิญญาณอสูรหมูป่าหนังกรอบระดับขีดจำกัดออกไป เพราะเขาเบื่อที่ฟังพี่สาวพูดจากระแนะกระแหนว่าเขาเป็นพวกขี้โม้อีก
แต่ดูเหมือนพี่สาวเขาจะเปลี่ยนจากการถูกกักไม่ได้กลับสู่มิติมาตุภูมิจริง ๆ เธอตอบกลับด้วยคำพูดที่เตชินท์ไม่อยากจะเชื่อหูว่า “ถ้านายมีก็ระวังอย่าให้ชาวบ้านรู้ล่ะ ไม่งั้นคงมีแต่คนจ้องจะเล่นงานนายเพื่อแย่งมันไป”
เตชินท์เกือบจะซึ้งแล้วถ้าพี่สาวเขาจบประโยคไว้แค่นี้ แต่เผอิญว่าพี่สาวเขาก็ยังคงเป็นพี่สาวเขาจริง ๆ เธอกล่าวต่อว่า “ถ้าให้ดีเอามาฝากที่พี่ดีกว่านะ แต่ถ้าจะโม้ก็ขอเป็นวิญญาณอสูรเกราะขั้นผ่าเหล่าไปเลยนะ เอาให้สุดไปเลย”
เตชินท์ได้แต่ยิ้มอย่างเอือมระอาในความกวนของพี่สาวของเขา แต่ในความจริงถ้าเขาไม่ติดว่าวิญญาณอสูรหมูป่าหนังกรอบระดับขีดจำกัดเป็นของที่ดีที่สุดเขาในตอนนี้ เขาก็คิดจะให้พี่สาวเขาเช่นกัน เพียงแต่เขาเองก็ยังมีศึกที่อาจต้องปะทะกับซานเชสรออยู่ เขาจึงยังให้เธอไม่ได้ในตอนนี้
เช้าวันรุ่งขึ้น เตชินท์รีบออกเจ้าบ้านแต่เข้าเพื่อเข้าไปล่าสัตว์อสูรระดับวิวัฒนาการต่อ เขารีบเพราะเขากลัวว่าจะต้องเจอกับภารกิจอะไรประหลาด ๆ อีก และอีกเหตุผลคือ วันนี้จะเป็นวันสุดท้ายที่เขาตัดสินใจจะอยู่ที่หมู่บ้านต้นหอม หลังหมดวันนี้เขาจะกลับหมู่บ้านขวานเหล็กของเขาเพื่อกลับไปทำภารกิจไถนาให้เสร็จเสียที
เนื่องจากยังไม่มีเสียงแจ้งเตือนในภารกิจการไถนาดังเสียที แต่เขาก็ไม่แปลกใจนักที่ฮงทำไม่สำเร็จ เตชินท์จึงคิดว่าเขาควรจะกลับได้แล้ว บวกกับเขาเพิ่งก่อเรื่องวุ่นวายเมื่อวาน ทำให้วันนี้บรรยากาศที่หมู่บ้านต้นหอมดูอึมครึมเป็นพิเศษ แต่โชคดีที่ทุกคนต่างคิดว่าเขาเป็นเพียงพวกมือใหม่ จึงหลุดจากการเป็นผู้ต้องสงสัยไป
เมื่อยังไม่มีใครสงสัยเขา เขาจึงยังไม่จำเป็นต้องใช้แผนฉุกเฉินเพื่อใช้หนีไปจากที่นี่ เตชินท์มุ่งหน้าออกตามสัตว์อสูรระดับวิวัฒนาการต่อทันที
เตชินท์ยังไม่แน่ใจว่าดาม็องกับเบิร์ดไม่คิดว่าเป็นเขาจริง ๆ หรือเขาเพียงปกปิดไว้กัน ปัญหาถึงยังไม่มาถึงเขาเช่นนี้ แต่นั่นไม่ใช่เรื่องที่เขาจะสนใจนัก ต่อให้พวกเขารู้และไปแจ้งซานเชส อย่างมากเขาก็แค่หนีจากหมู่บ้านต้นหอมกลับไปยังหมู่บ้านขวานเหล็กก็พอ
วันนี้เขาจึงวางแผนเปลี่ยนทิศทางไปล่าสัตว์อสูรระดับวิวัฒนาการ เพื่อถ่วงเวลาและไม่ต้องการเจอกับดาม็องและเบิร์ดอีก และเมื่อเขาเสร็จธุระล่าสัตว์อสูรระดับวิวัฒนาการ เขาก็จะอันตรธานหายไปจากหมู่บ้านต้นหอมไปตลอดกาล
อย่างไรก็ตามเตชินท์เริ่มสงสัยว่าดาม็องแอบติดเครื่องติดตามเขาหรือแค่บังเอิญจริง ๆ เขาเจอกับทั้งสองอีกแล้ว
เตชินท์ทำเป็นไม่สนใจพวกเขาเหมือนเคย แต่คำทักทายแรกของดาม็องทำเอาเตชินท์แทบสะอึกออกมา
“เมื่อวานไม่ใช่ฝีมือนายใช่ไหม?” ดาม็องจ้องหน้าเตชินท์ตาแทบไม่กะพริบขณะถาม
กดใจหรือคอมเมนต์เป็นกำลังใจกันด้วยนะครับ <3 ขอบคุณครับ <3