องค์ชายแปดหวนคืนต้าถัง ทั่วแคว้นเฉลิมฉลองสามวันสามคืน
ขุนนางทั้งฝ่ายพลเรือนและเหล่าแม่ทัพในราชสำนักล้วนปีติยินดี ส่วนหลี่ซื่อหมินเปรียบดั่งัผู้สุขล้น
ในเวลานี้เว่ยเจิงเอ่ยขึ้นว่า “ฝ่าา บรรดาขุนนางรู้สึกว่า องค์ชายแปดยังเยาว์วัยมิอาจเข้าใจมารยาทต้าถังได้ มิสู้ให้องค์ชายแปดมาฟังหารือที่ท้องพระโรงในอีกสามวันต่อมา เพื่อให้องค์ชายแปดเรียนรู้เื่มารยาทกับการเมืองของต้าถัง!”
หลังจากเว่ยเจิงพูดจบ ตู้หรูฮุ่ยก็รีบโพล่งขึ้นอีกครั้งว่า “ฝ่าา กระหม่อมเชื่อว่าองค์ชายแปดอายุยังน้อย ไม่เคยศึกษาเรียนวิชา มีหรือจะเข้าใจกิจบ้านการเมือง? มิสู้ให้องค์ชายแปดมาเข้าเรียนกับกระหม่อมที่สำนักอักษร ให้กระหม่อมสั่งสอนองค์ชายแปด ถ่ายทอดสี่ตำราห้าคัมภีร์แก่เขาเล่า?”
“อื้ม ท่านทั้งสองพูดได้สมเหตุสมผลนัก!”
หลี่ซื่อหมินลูบเคราพลางพยักหน้าหงึก ๆ
เขาเหลือบมองหลี่เฉิงเฟิงแล้วจึงเอ่ยกับเขาว่า “เฟิงเอ๋อร์ เ้าคิดอย่างไร?”
“ฟังหารือ ข้าอายุหกขวบ จะให้ข้าว่าราชกิจด้วยเลยหรือไม่?”
หลี่ซื่อหมินทำแก้มป่องด้วยความไม่พอใจ
หลี่ซื่อหมินจึงชี้แจงว่า “เฟิงเอ๋อร์ ฟังหารือกับว่าราชกิจนั้นไม่เหมือนกัน!”
“การว่าราชกิจ เป็สิ่งที่ขุนนางไม่ว่าเหล่าขุนนางของราชวงศ์ถังพึงกระทำทุกวัน พวกเขาต้องจัดการภารกิจของตนเอง แล้วจึงรายงานให้เรารับรู้! ส่วนการฟังหารือนั้น เฟิงเอ๋อร์เ้าก็แค่นั่งฟังอยู่ข้าง ๆ !”
“โอ้? ง่ายเพียงนี้เชียว? ข้าไม่ต้องพูดอะไร แค่นั่งฟังอยู่เฉย ๆ ก็พอ?”
“ถูกต้อง เฟิงเอ๋อร์เ้าคือองค์ชายแปดแห่งราชวงศ์ถัง ภายภาคหน้าเ้ามิอาจเล่นซุกซนได้! ดังนั้นเ้าต้องยอมรับการอบรมซึ่งธรรมเนียมดั้งเดิมของราชวงศ์ถัง จากนั้นเฟิงเอ๋อร์ เ้าต้องเลือกว่าจะไปที่สำนักอักษรเพื่อเข้าเรียนกับมหาเสนาบดีตู้หรูฮุ่ย หรือเลือกไปฟังหารือที่ท้องพระโรง?”
หลี่เฉิงเฟิงครุ่นคิดอยู่ในใจ เข้าเรียนก็คือเรียนหนังสือ ฟังหารือก็คือทำงาน!
เรียนหนังสือน่าเบื่อหน่าย แต่ทำงานแล้วได้เงิน?
ด้วยเหตุนี้หลี่เฉิงเฟิงจึงยกยิ้มแล้วเอ่ยว่า “เสด็จพ่อ ถ้าข้าไปฟังหารือ ข้าจะได้เงินหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?”
“ฮ่าฮ่า เด็กเ้าเล่ห์ เ้าคือองค์ชายแห่งราชวงศ์ถัง แต่กลัวไม่มีเงิน?” หลี่ซื่อหมินลูบเคราด้วยรอยยิ้ม ขณะเอ่ยต่อว่า “ตามกฎต้าถัง องค์ชายได้เงินห้าสิบเหรียญทองต่อเดือน หนึ่งเหรียญทองเท่ากับสิบเหรียญเงิน หนึ่งเหรียญเงินเท่ากับสิบเงิน หนึ่งเงินเท่ากับสิบเหรียญทองแดง! ดังนั้น ไม่ว่าเฟิงเอ๋อร์จะเลือกเข้าเรียนหรือฟังหารือ เ้าก็จะได้ห้าสิบเหรียญทองทุกเดือน ไม่ขาดสาย!”
“งั้น…ข้าไม่ไป ถ้าเป็เื่ที่ไม่ได้เงิน ข้าก็ไม่คิดจะไป!”
“เฟิงเอ๋อร์!”
หลี่เฉิงเฟิงย่นคิ้ว
หลี่เฉิงเฟิงเริ่มเล่นบทโมโหอีกแล้ว? สิ่งนี้ทำให้เขารู้สึกปวดหัวเล็กน้อย
เมื่อไหร่กันที่มีคนปฏิเสธความตั้งใจของเรา สิ่งนี้ไม่เท่ากับการทำให้เราอับอายหรือ?
หลี่ซื่อหมินคิดในใจ : เ้าเด็กคนนี้ช่างซุกซนนัก สมควรได้รับการศึกษาอย่างดี
ด้วยเหตุนี้ หลี่ซื่อหมินจึงสะบัดแขนเสื้อพลางขึ้นเสียงว่า “เฟิงเอ๋อร์ ในอีกสามวัน เ้าต้องมาฟังหารือที่ท้องพระโรง นี่เป็คำขาดของพ่อ เ้าห้ามฝ่าฝืนเด็ดขาด!”
หลี่เฉิงเฟิงกลอกตาใส่หลี่ซื่อหมิน แสร้งทำเป็ไม่ได้ยิน
เมื่อหลี่ซื่อหมินเห็นว่าหลี่เฉิงเฟิงไม่ได้โวยวายอะไร ในใจจึงรู้สึกโล่งใจมากเช่นกัน
“เอาล่ะ องค์ชายแปดของเรายินยอมแล้ว สามวันหลังจากนี้ จงมาฟังหารือที่ท้องพระโรงด้วย!”
“ถ่ายทอดคำสั่งลงไป ต่อแต่นี้ ทั่วทั้งแคว้นเฉลิมฉลองสามวัน ต้อนรับการกลับมาขององค์ชายแปดแห่งราชวงศ์ถัง วันนี้พอแค่นี้!”
“พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าา!”
สิ้นเสียงะโของหลี่ซื่อหมิน หลี่เฉิงเฟิงเอียงคอจดจ้องไปที่หลี่ซื่อหมิน
ข้าบอกหรือว่าอยากไปฟังหารือ?
ดีมากเ้าหลี่ซื่อหมิน ปะาก่อนรายงานทีหลังสินะ?
……
“ฮ่าฮ่าฮ่า เฟิงเอ๋อร์ มา ๆ ๆ ให้พ่อกอดหน่อยได้หรือไม่?”
หลังจากขุนนางในท้องพระโรงออกไปหมดแล้ว หลี่ซื่อหมินก็สลายความยิ่งใหญ่ของฮ่องเต้ออกจากร่างกาย ขณะหันไปมองหลี่เฉิงเฟิงด้วยใบหน้าลุ่มหลง
หลี่เฉิงเฟิงเกิดมาน่ารัก ผิวขาวผ่อง ตากลมโต ใครเห็นต่างก็รักใคร่เอ็นดู
แม้บนใบหน้าจะเปื้อนโคลนสกปรก ก็มีแต่จะทำให้หลี่ซื่อหมินเ็ปใจมากยิ่งขึ้น!
หลี่ซื่อหมิน้าสวมกอดหลี่เฉิงเฟิง ทว่าหลี่เฉิงเฟิงพลิกตัวหนีทันที
ตาแก่นิสัยเสียผู้นี้อยากกอดข้าเหรอ ไม่มีทาง!
เมื่อเห็นเช่นนี้ หลี่ซื่อหมินก็ขมวดคิ้ว ก่อนจะเอ่ยด้วยเสียงหัวเราะว่า “เฟิงเอ๋อร์ เ้ายังโกรธพ่ออยู่หรือ?”
“ฮึ ท่านไม่ยอมรับความเห็นของข้า แล้วยังให้ข้าเข้าฟังหารือที่ท้องพระโรงอีกด้วย?”
“เฟิงเอ๋อร์ ฟังหารือ เป็การฟังกิจของบ้านเมือง เราทำไปก็เพื่ออนาคตของเ้า!”
“ข้าไม่สนพ่ะย่ะค่ะ ข้าอยากได้เงินเพิ่ม!”
หลี่เฉิงเฟิงบ่นพึมพำด้วยปากเล็ก ๆ
หลี่ซื่อหมินยิ้มแล้วเอ่ยว่า “ฮ่าฮ่า เ้าเด็กมากเล่ห์ ได้ พ่อจะให้เงินเ้าเพิ่ม! เอาเป็เจ็ดสิบเหรียญทองต่อเดือนดีหรือไม่?”
“ติ๊ง ขอแสดงความยินดีกับผู้ถือครองที่หลอกล่อสำเร็จ รับรางวัลค่าความซุกซน +500 แต้ม!”
“ดีพ่ะย่ะค่ะ ลูกขอบพระทัยเสด็จพ่อ!” หลี่เฉิงเฟิงยิ้มอย่างมีความสุข
กล่าวได้ว่า บุรุษผู้รักทรัพย์สมบัติ ย่อมหามันมาด้วยทางสุจริต ถามใต้หล้าผู้ใดบ้างไม่ชื่นชอบเงินทอง?
หลี่ซื่อหมินคิดกับตัวเอง หลี่เฉิงเฟิงคงเคยชินกับชีวิตอันยากจนขมขื่น เป็เหตุผลให้เขาอยากได้เงินมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่หลี่ซื่อหมินไม่รู้คือ หลี่เฉิงเฟิงจงใจหลอกล่อเขา
เพราะยิ่งหลอกล่อได้มากเท่าไหร่ รางวัลค่าความซุกซนของระบบก็จะยิ่งเพิ่มมากขึ้น
“ฮ่าฮ่า ไปกันเถอะ เฟิงเอ๋อร์ เราจะพาเ้าไปดูจวนเจิ้นอ๋องของเ้า! หวูกงกง เคลื่อนขบวน!”
“พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าา!”
……
ในไม่ช้าหลี่เฉิงเฟิงก็ติดตามหลี่ซื่อหมินมาจนถึงจวนเจิ้นอ๋องแห่งราชวงศ์ถัง
จวนหลังใหญ่อันงดงาม ตั้งตระหง่านอยู่ต่อหน้าหลี่เฉิงเฟิง
หลี่ซื่อหมินเอ่ยว่า “เฟิงเอ๋อร์ เ้ารู้หรือไม่ว่าทำไมเราประทานจวนเจิ้นอ๋องให้แก่เ้า?”
“เพราะข้าคือองค์ชายแปดแห่งราชวงศ์ถัง ในอนาคตข้าจะถูกแต่งตั้งเป็อ๋อง!”
หลี่เฉิงเฟิงพูดจาฉะฉาน ขณะที่หลี่ซื่อหมินพยักหน้าอย่างพึงพอใจ
หลี่ซื่อหมินคิดในใจ ถึงแม้เฟิงเอ๋อร์จะซุกซน แต่ก็มีไหวพริบ
หากสั่งสอนให้ดี แก้ไขความดื้อรั้นของเขา บางทีเขาอาจกลายเป็กระดูกสันหลังของราชวงศ์ถังในอนาคตก็เป็ได้!
หลี่ซื่อหมินเอ่ยว่า “เฟิงเอ๋อร์ จากอดีตถึงปัจจุบัน อำนาจแห่งเจิ้นอ๋อง สยบทั้งโลกหล้า! ราชวงศ์ผู้อยู่ใต้คนคนเดียว อยู่เหนือคนนับหมื่น! มีสิทธิ์กระทำตามใจชอบ! ฉะนั้นเฟิงเอ๋อร์ เราวางแผนไว้แล้ว เมื่อเ้าเติบใหญ่ เราจะให้เ้าเป็เจิ้นอ๋องแห่งราชวงศ์ถัง”
หลี่ซื่อหมินปฏิบัติต่อหลี่เฉิงเฟิงด้วยเจตนาดี
เขาเสียเงินให้หลี่เฉิงเฟิงเป็จำนวนมาก ดังนั้นเขาจึงอยากให้หลี่เฉิงเฟิงชดใช้คืนในอนาคต
เจิ้นอ๋องแห่งราชวงศ์ถัง อยู่ใต้คนคนเดียว อยู่เหนือคนนับหมื่น ทรงพลังเหนือโลกหล้า แข็งแกร่งไร้เทียมทาน
หลี่ซื่อหมินก่อตั้งจวนเจิ้นอ๋อง จัดเตรียมผู้สนับสนุนอันทรงพลังพลังแก่องค์รัชทายาทหลี่เฉิงเฉียน
เพราะหลี่ซื่อหมินรู้ว่า เมื่อยามตนสละราชสมบัติ เหล่าองค์ชายแห่งราชวงศ์ถัง จะต้องโรมรันกับองค์รัชทายาทหลี่เฉิงเฉียน ต่อสู้ทุกวิถีทางไม่ว่าต่อหน้าหรือลับหลังเพื่อชิงบัลลังก์แห่งราชวงศ์ถัง
ดังนั้นหลี่ซื่อหมินจึงอยากมอบจวนเจิ้นอ๋องให้แก่หลี่เฉิงเฟิงสืบทอด เขาจะไม่ยอมให้องค์ชายคนอื่น ๆ มีสิทธิ์ในบัลลังก์
หลี่ซื่อหมินผู้ประสบพบเจอมากับตัว เขาย่อมรู้ถึงความเลวร้ายของการ่ชิงบัลลังก์แห่งราชวงศ์ถัง
ย้อนกลับไปเมื่อครั้งที่เขาริเริ่มเหตุการณ์ประตูเสวียนอู่ ปลงพระชนม์พระเชษฏาองค์รัชทายาทหลี่เจี้ยนเฉิงของตน กระทั่งเขาได้ตำแหน่งที่เป็อยู่ในตอนนี้
ดังนั้นพลังอำนาจแห่งจักรพรรดิ จึงเป็สิ่งที่องค์ชายทุกคนปรารถนา
หลี่ซื่อหมินคิดในใจ ตอนนี้หลี่เฉิงเฟิงอายุยังน้อย อย่าปล่อยให้เขาเข้าไปพัวพันกับศึกชิงบัลลังก์แห่งราชวงศ์ถังในอนาคต มิสู้ให้หลี่เฉิงเฟิงเป็เจิ้นอ๋องแห่งราชวงศ์ถัง ให้หลักประกันกับหลี่เฉิงเฟิง
“เ้าชอบหรือไม่? เฟิงเอ๋อร์!”
“ชอบพ่ะย่ะค่ะ! ลูกขอบพระทัยเสด็จพ่อ!”
หลี่เฉิงเฟิงจับจ้องไปยังจวนเจิ้นอ๋องอันงดงามเบื้องหน้า ด้วยความรู้สึกสุขใจเป็ธรรมดา
จวนเจิ้นอ๋องแห่งนี้ ด้านหน้ามีลานกว้างใหญ่ ด้านหลังมีสวนดอกไม้ ประหนึ่งพระราชวังขนาดย่อม
หลี่ซื่อหมินลูบเคราของเขาแล้วเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ดี งั้นเฟิงเอ๋อร์เ้าเข้าไปพักในจวนเจิ้นอ๋องเถอะ! สามวันต่อมา อย่าลืมมาฟังหารือที่ท้องพระโรงกับหวูกงกง เข้าใจไหม?”
“พ่ะย่ะค่ะเสด็จพ่อ ลูกเข้าใจแล้ว!”
……