เหนือเต๋าทั้งปวง

    ตัวตนที่ไม่อาจคำนวณได้

            ทางด้านเผ่าปีศาจกลายเป็นวุ่นวายอยู่นานพยายามตามหาผู้ที่ลงมือสังหารขุนพลปีศาจที่72อย่างต่อเนื่องแต่ไม่ว่าจะคำนวณอย่างไรก็ไม่อาจตามหาผู้ลงมือได้ราวกับมีพลังบางอย่างปกปิดเอาไว้นี่ทำให้เผ่าปีศาจเริ่มกังวลขึ้นมา

            อีกด้านหนึ่งตำหนักเทียนจีเองก็พยายามคำนวณชะตาของผู้ที่ลงมือแต่สุดท้ายก็คว้าน้ำเหลวตัวแทนของแดนศักดิ์สิทธิ์ทั้งสามพากันส่งข้อความอยากให้ตำหนักเทียนจีช่วยตามผู้ลงมืออ้างว่าเพื่ออยากจะขอบคุณแต่แท้จริงแล้วมีเป้าหมายอะไรตำหนักเทียนจีย่อมรู้ดี

            “เป็นอย่างไรบ้างท่านปู่”หญิงสาวที่สวมผ้าปิดตากล่าวขึ้น

            “ไม่ได้ผลกระจกส่องสวรรค์ไม่อาจคำนวณได้คนผู้นี้เกรงว่าจะเป็นตัวตนที่เหนือกว่าเซียนสวรรค์แต่หากเป็นเช่นนั้นจริงแดนเซียนคงไม่ปล่อยไว้แน่ๆแปลก แปลกจริงๆ” เจ้าตำหนักเทียนจีส่ายหน้า

            “ในเมื่อคำนวณไม่พบก็ไม่จำเป็นต้องฝืนแล้วลิขิตสวรรค์ยากที่จะต่อต้าน” หญิงสาวกล่าว

            “ก็จริงแล้วทางนั้นเป็นอย่างไรบ้างข้าให้เจ้าส่งคนไปจับตาดูเด็กหนุ่มผู้นั้นเขาเริ่มเคลื่อนไหวแล้วหรือยัง”เจ้าตำหนักเทียนจีกล่าว

            “เริ่มแล้วตอนนี้แคว้นต้าสุ่ยได้ตกลงร่วมมือกับเขาเรียบร้อยแล้วอีกไม่นานก็คงจะเริ่มทำการใหญ่แต่ว่าแดนศักดิ์สิทธิ์เสวี่ยนเต้าจะยอมปล่อยไปงั้นเหรอ ในสามแดนศักดิ์สิทธิ์แดนศักดิ์สิทธิ์เหยาฉือไม่สนใจเรื่องนี้ แต่แดนศักดิ์สิทธิ์ไท่อีย่อมไม่อยู่เฉยแน่ยิ่งแดนศักดิ์สิทธิ์เสวี่ยนเต้านั้นต่อต้านมรดกของเผ่ามนุษย์มากที่สุดพวกเขาย่อมไม่ยอมให้วิชากลไกและมรดกของมนุษย์กลับมาอีกครั้ง”หญิงสาวกล่าว

            “ไม่เป็นไรเมื่อโชคชะตาของมนุษย์ถึงคราวรุ่งเรืองพวกเขาหยุดไม่ได้หรอกแต่ข้าจะติดต่อกับแดนศักดิ์สิทธิ์เหยาฉือเป็นการส่วนตัวเพื่อขอให้พวกเขาออกหน้าช่วยเมื่อจำเป็น”เจ้าตำหนักเทียนจีกล่าว

            “เผ่ามนุษย์หยุดพัฒนามานับพันปีแล้วตั้งแต่มรดกขาดสะบั้นแม้เหล่าเซียนจะมีมากขึ้นแต่พวกเขาส่วนใหญ่เมื่อบ่มเพาะถึงขั้นนั้นแล้วก็กลัวตายจึงทำให้เผ่ามนุษย์ไม่อาจขยายอาณาเขตได้ทำได้แค่ตั้งรับมานานถึงตอนนี้”หญิงสาวถอนหายใจออกมา

            “เมื่อไม่นานมานี้ข้าคำนวณได้แล้วว่ามนุษย์กำลังจะกลับมารุ่งเรืองอีกครั้งแดนศักดิ์สิทธิ์ไท่อีและเสวี่ยนเต้าหากไม่ยอมรับการรุ่งเรืองของมนุษย์เกรงว่าจะต้องล่มสลาย”เจ้าตำหนักเทียนจีกล่าว

            ทางด้านหลิงหยวนหลังกลับมาจากยอดเขาเจ้าสำนักหลิงหยวนก็ยังฝึกฝนการวาดยันต์ต่อเพราะหลิงหยวนยังรู้สึกว่าตนเองควบคุมพลังนี้ได้ไม่ดี

            “เอาใหม่คราวนี้ข้าจะลองยันต์อสนีดูก็แล้วกัน” หลิงหยวนสูดลมหายใจก่อนจะใช้พลังปราณเป็นหมึดใช้ฟ้าดินเป็นกระดาษแต่พริบตาที่วาดหลิงหยวนก็ตกอยู่ในสภาวะพิเศษจนลืมตัวอีกครั้งเมื่อยันต์เสร็จสิ้นพลังอำนาจที่น่าหวาดกลัวก็ระเบิดออกมาทำให้หลิงหยวนต้องโยนยันต์อสนีเข้าไปในมิติอีกครั้ง

            “เหตุใดถึงเป็นเช่นนี้ทำไมตอนข้าวาดยันต์มันรู้สึกเหมือนกับข้าหลอมหลอมเข้ากับฟ้าดินจนลืมตัวตนของตนเองกันละ”หลิงหยวนขมวดคิ้วเผยสีหน้าไม่เข้าใจ

            “เจ้าทายสิว่าหายนะนั่นจะไปโผล่ที่ไหน”เสี่ยวหลงที่มองดูอยู่กล่าวขึ้น

            “ข้าสัมผัสได้ว่ามังกรเพลิงนั่นไปโผล่ที่เผ่าปีศาจเช่นนั้นยันต์อสนีนี้ก็น่าจะโผล่ที่เผ่ามาร”เสี่ยวหวงกล่าว

            ‘เพราะอะไร”เสี่ยวไป๋เผยสีหน้าไม่เข้าใจ

            “มันเป็นลิขิตสวรรค์” เสี่ยวหลงยิ้ม

            “พวกเจ้าสองคนช่วยพูดให้มันเข้าใจง่ายๆได้หรือไม่”เสี่ยวไป๋กล่าวด้วยสีหน้าไม่พอใจ

            “เอาง่ายๆก็คือโชคชะตาในแดนเบื้องล่างต่างพากันสนับสนุนนายท่านและนายท่านชื่นชอบมนุษย์ท่านอยากจะกลายเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ดังนั้นคนที่เป็นศัตรูกับมนุษย์ย่อมถูกโชคชะตาทอดทิ้ง”เสี่ยวหวงกล่าว

            “แบบนี้นี่เอง”

            และเป็นอย่างที่เสี่ยวหวงกล่าวในแนวป้องกันของเผ่ามารอยู่ๆอสนีก็ฟาดลงมาจากท้องฟ้าอย่างต่อเนื่องเหมือนกับทัณฑ์ของสวรรค์ทำลายผู้แข็งแกร่งไปจำนวนมากค่ายขนาดใหญ่แห่งหนึ่งถึงกับถูกลบหายไปจากทะเลอสนี

            ผู้แข็งแกร่งเผ่ามารที่พยายามจะทำลายทัณฑ์สวรรค์ถึงขั้นถูกอสนีสายหนึ่งฟาดมายังร่างทำให้ร่างแตกสลายไปตัวตนขอบเขตข้ามด่านเคราะห์ดับสูบในพริบตา

            “มันเกิดอะไรขึ้นเป็นผู้ยิ่งใหญ่ท่านใดลงมือ หรือว่าในหมู่พวกเราไปทำผิดกฎของสวรรค์กัน” จอมมารที่ได้ยินข่าวก็เผยสีหน้าหวาดผวาเพราะทะเลอสนีนี้อยู่นานถึง 1วันเต็มก่อนจะหายไป

            ความสูญเสียที่เผ่ามารและปีศาจได้รับทำให้ทั้งสองฝ่ายต่างชะลอการโจมตีลงเพราะยังไม่อาจหาต้นตอของหายนะในครั้งนี้ได้แดนศักดิ์สิทธิ์ทั้งสามยิ่งตื่นตัวพยายามตามหาผู้ลงมือให้ได้แต่ตำหนักเทียนจีก็ยังยืนยันคำเดิมว่าไม่อาจตรวจสอบได้

            เวลาผ่านไปหนึ่งเดือนเหล่าศิษย์ของสองยอดเขาต่างได้รับประโยชน์อย่างมากมีผู้ที่บรรลุขั้นอย่างต่อเนื่องผลสำเร็จบนวิถีเองก็สูงขึ้นกว่าเดิมทำให้เจ้าสำนักพึงพอใจมากตอนแรกเขาคิดว่าจะต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะฟื้นฟูพลังของศิษย์ที่เสียไปให้กับสำนักซือหม่าแต่ตอนนี้พลังของเหล่าศิษย์จากสองยอดเขารุดหน้าอย่างมากศิษย์สายนอกมากมายที่ได้รับทรัพยากรมากขึ้นก็ทะลวงขั้นกลายเป็นศิษย์สายในอย่างต่อเนื่องอย่างต้วนจื่อที่ตอนแรกเป็นแค่ศิษย์สายนอกธรรมดาๆไม่โดดเด่นแต่ตอนนี้กลับบรรลุถึงขั้นสร้างรากฐานแล้วแถมวิชากระบี่ก็ไม่ธรรมดาเป็นหนึ่งในตัวเลือกของศิษย์สายตรงของเจ้ายอดเขากระบี่ในรุ่นต่อไป

            ขณะเดียวกันผู้อาวุโสของยอดเขาทั้งสองต่างรวบรวมวัสดุตามที่หลิงหยวนขอและนำมามอบให้กับหลิงหยวนทันทีหลิงหยวนที่เห็นว่าวัสดุจำนวนมากขนาดนี้สามารถสร้างสิ่งประดิษฐ์ได้จำนวนมากก็พึงพอใจ

            “หากในอนาคตเจ้ามีเวลาก็ไปชี้แนะพวกศิษย์ของสองยอดเขาได้พวกเราย่อมเตรียมของเหล่านี้เอาไว้ให้” ผู้อาวุโสของเจ้ายอดเขายิ้มเพราะวัสดุที่หลิงหยวนต้องการไม่ได้สูงมากแถมยังหาซื้อได้พวกเขาจึงไม่ถือว่าสูญเสียมากอะไร

            “แน่นอน”หลิงหยวนพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม

            หลังจากเหล่าผู้อาวุโสจากไปหลิงหยวนก็ได้รับจดหมายจากฮ่องเต้ต้าสุ่ยในเวลาต่อมา

            “ปรมาจารย์หลิงทุกอย่างพร้อมแล้วเชิญท่านมาเริ่มแผนการได้ทันที” หลิงหยวนอ่านข้อความก่อนแววตาจะส่องสว่างขึ้น

            “ในเมื่อทุกอย่างพร้อมแล้วถึงเวลาที่แผนการของข้าจะเริ่มต้นแล้ว”หลิงหยวนสวมอีกเมฆาก่อนจะกระตุ้นการทำงาน

            “นายท่านข้าไปด้วย”จิ้งจอกน้อยกระโดดมาเกาะที่บ่าของหลิงหยวน

            “ข้าเองก็จะไปด้วย”เสี่ยวไป๋เองก็เกาะที่ไหล่อีกข้าง

            “เช่นนั้นก็เกาะให้ดีอย่าให้ตกไปละ.......เดี๋ยวก่อนนะเสี่ยวไป๋เมื่อครู่เจ้าพูดงั้นเหรอ”หลิงหยวนที่กำลังจะทะยานขึ้นฟ้าก็ตกใจก่อนจะหันกลับมามองเสี่ยวไป๋

            “ยัยนั่น”เสี่ยวหวงและเสี่ยวหลงรู้สึกปวดหัวทันทีที่เสี่ยวไป๋เผลอพูดออกไปให้หลิงหยวนได้ยิน

            “เอ่อ.....ใช่แล้วข้าพูดได้แล้วหลังจากติดตามท่านมานานแถมยังกินข้าววิญญาณเป็นอาหารปัญญาก็เปิดออกทำให้ฟังภาษามนุษย์และพูดออกมาได้”เสี่ยวไป๋กล่าว

            “เช่นนั้นเสี่ยวหวงและเสี่ยวหลง”หลิงหยวนหันไปมองไก่สีแดงและปลาสีทองในบ่อทันที

            “ใช่แล้วพวกเราเองก็เปิดสติปัญญาแล้วเหมือนกับจิ้งจอกน้อยตนนั้นสามารถสื่อสารกับนายท่านได้แล้ว”เสี่ยวหวงกล่าวตามน้ำ

            “ดีดียิ่ง การที่พวกเจ้าพูดได้และเข้าใจสิ่งที่ข้าพูดถือเป็นเรื่องดีเช่นนั้นเสี่ยวหวงเจ้าจะไปหรือไม่” หลิงหยวนกล่าว

            “ครั้งนี้ข้าคงไม่ไปเชิญนายท่านไปกับสองตนนั้นเถอะ”เสี่ยวหวงกล่าว

            “เช่นนั้นพวกเจ้าเฝ้ายอดเขาให้ดีๆละ”หลิงหยวนกล่าวเสร็จปีกเมฆาก็ทำงานเสียงกลไกดังขึ้นก่อนร่างของหลิงหยวนจะพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าแล้วตรงไปยังเมืองหลวงปีกเมฆาของหลิงหยวนปรับปรุงหลายครั้งแล้วตอนนี้ความเร็วเทียบได้กับหลอมแก่นปราณขั้นสมบูรณ์แล้ว

            “ยัยแมวโง่นั่นพลาดท่าจนได้”เสี่ยวหวงกล่าว

            “ปกตินางก็สมองมีแต่ก่อนเนื้อเท่าเฮ้อ เอาเถอะยังไงสักวันความจริงก็ต้องเปิดเผย แต่ว่าเจ้าจะให้ข้าหรือตัวเจ้าไปเองละถึงอย่างไรก็ต้องมีคนคอยปกป้องจากเงามืออยู่แล้ว” เสี่ยวหลงกล่าว

            “ข้าไปเองหากเจ้าหายไปจากบ่อพวกหญิงสาวสามคนนั้นจะตกใจ” เสี่ยวหวงกล่าวก่อนจะกลายเป็นลำแสงลอบติดตามหลิงหยวนไปอย่างลับๆ

            “นายท่านเริ่มแผนการใหญ่ของตัวเองแล้วแต่ว่าตัวนายท่านยังไม่สมบูรณ์เพราะนายท่านใช้ชีวิตเยี่ยงคนธรรมดาในหมู่บ้านมานานขอบเขตความเข้าใจเกี่ยวกับสังคมมนุษย์นั้นมีน้อยเกินไปจำเป็นต้องเตรียมการสอนนายท่านเอาไว้บ้างและนายท่านคือผู้ยิ่งใหญ่ไม่ควรอ่อนน้อมถ่อมตนมากเกินไป ดูท่าข้าคงต้องศึกษาประวัติศาสตร์ของมนุษย์ให้ถี่ถ้วนเพื่อนำมาสอนนายท่านในภายหลัง”เสี่ยวหลงกล่าวก่อนจะแยกร่างออกไปยังเมืองหลวงแห่งหนึ่งและเริ่มทำการศึกษาเกี่ยวกับอารยธรรมของมนุษย์

            หลิงหยวนมาถึงเมืองหลวงต้าสุ่ยในเวลาไม่นานเมื่อมาถึงฮ่องเต้ก็รีบไปต้อนรับและพาหลิงหยวนไปยังพื้นที่ใต้ดินที่ถูกสร้างเอาไว้อย่างลับๆแต่เดิมห้องใต้ดินจำนวนมากฮ่องเต้สร้างเอาไว้ใช้ในยามฉุกเฉินหากเกิดเรื่องกับแคว้นต้าสุ่ยแต่ตอนนี้กลายเป็นฐานลับให้กับฝ่ายกลไกเสียแล้ว

            “ปรมาจารย์หลิงข้าได้คัดเลือกผู้ที่เหมาะสมอย่างช่างตีเหล็ก 100 คน ช่างฝีมือ 100 คนและคนงานที่มีร่างกายแข็งแกร่งอีก 300 คนแล้วพวกเขาส่วนใหญ่มีฐานะธรรมดาไม่มีเบื้องหลังอะไรและยินยอมที่จะทำตามข้อตกลงที่ข้าสร้างขึ้น”ฮ่องเต้ต้าสุ่ยกล่าว

            “ต้องรบกวนฝ่าบาทแล้วรอให้พวกเราวางรากฐานให้ดีกว่านี้ก่อนพวกเราค่อยรับคนเพิ่ม” หลิงหยวนกล่าว

            “แน่นอนวันนี้ท่านพาสัตว์เลี้ยงมาเพิ่มงั้นเหรอ” ฮ่องเต้ต้าสุ่ยมองเสี่ยวไป๋ด้วยแววตาแปลกใจครั้งก่อนมีเพียงจิ้งจอกน้อยที่ติดตามมา

            “อืมข้ามีสัตว์เลี้ยงสี่ตัว ตอนนี้เรื่องวัตถุดิบ”

            “ปรมาจารย์หลิงไม่ต้องกังวลข้าได้ให้คนรวบรวมวัตสดุจำนวนมากมาแล้วแน่นอนว่าใช้เงินบางส่วนในคลังหลวงและเงินส่วนตัวของข้าถึงอย่างไรสิ่งประดิษฐ์ก็สร้างให้ประชาชนย่อมต้องนำเงินภาษีของพวกเขามาใช้บ้าง”ฮ่องเต้ต้าสุ่ยกล่าว

            “แบบนั้นแหละดีแล้วเงินพวกนี้จะต้องทำให้ชีวิตเป็นอยู่ของพวกเขาดีขึ้นในอนาคตพวกเขาจะไม่กล้าบ่นอย่างแน่นอน” หลิงหยวนกล่าว

            “เช่นนั้นเชิญเถอะทุกคนรอท่านอยู่แล้ว”ฮ่องเต้ต้าสุ่ยกล่าว

            หลิงหยวนเดินไปถึงห้องโถงใหญ่ที่อยู่ใต้ดินซึ่งมีคนจำนวน500 คนมารออยู่ก่อนแล้วคนเหล่านี้ต่างเป็นคนที่หลิงหยวนต้องการ เมื่อเห็นหลิงหยวนเดินเข้ามาพร้อมกับฮ่องเต้ต้าสุ่ยหลายคนก็แปลกใจเพราะหลิงหยวนยังเด็กมากเด็กเกินไปจนพวกเขาเริ่มกังวลว่าฮ่องเต้จะถูกหลอกหรือไม่

            “ทุกท่านอย่าให้รูปลักษณ์ภายนอกหลอกตา”แต่ขณะนั้นเองราชครูก็กล่าวขึ้นทำให้ผู้คนได้สติ ใช่แล้วผู้ฝึกตนต่อให้อายุเกือบร้อยไปหากขอบเขตสูงพอก็ยังมีใบหน้าอ่อนเยาว์ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลก

            “ทุกท่านข้ามีนามว่าหลิงหยวนวันนี้ข้าจะเป็นคนสอนเกี่ยวกับวิชากลไกและช่วยพวกเจ้าสร้างสิ่งประดิษฐ์ขึ้นมาในบรรดาพวกเจ้าหลายคนคงเคยได้ยินเกี่ยวกับสิ่งประดิษฐ์ขนาดใหญ่ในหมู่บ้านแห่งหนึ่งมาแล้วนั่นคือสิ่งที่ข้าสร้างขึ้นและวันนี้ข้าก็จะสอนพวกเจ้าสร้างสิ่งประดิษฐ์เหล่านั้นขึ้นมาเพื่อทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนในแคว้นต้าสุ่ยสุขสบายยิ่งขึ้น”

    คล้ายกับเรื่องเหนือเต๋าทั้งปวง ที่คุณอ่าน