หลังจากพักเพียงแค่หนึ่งชั่วยาม เหล่าศิษย์ผู้รอดชีวิตทั้งห้าสิบคนก็ถูกนำทางมายังอาคารหินสีดำทมิฬขนาดมหึมาที่ตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขาเตี้ยๆ แห่งหนึ่ง มันไม่มีหน้าต่าง ไม่มีลวดลายสลักเสลาใดๆ มีเพียงประตูเหล็กกล้าบานั์ที่ให้ความรู้สึกกดดันและน่าเกรงขาม ที่นี่คือสถานที่สำหรับด่านทดสอบที่สอง...ห้องอสูรจักรกล
ผู้าุโหลี่ยืนอยู่หน้าประตูเหล็กด้วยสีหน้าเรียบเฉยเช่นเคย "ด่านที่สองจะทดสอบพละกำลัง, ความอดทน, และกลยุทธ์ในการต่อสู้ของพวกเ้า!"
ท่านชี้เข้าไปยังประตูที่กำลังเปิดออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นห้องโถงทรงกลมขนาดมหึมาที่อยู่ภายใน "เมื่อเข้าไปแล้ว ค่ายกลจะเริ่มทำงานและอัญเชิญ 'อสูรจักรกล' ออกมาเป็ระลอกๆ แต่ละระลอกจะแข็งแกร่งและมีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ การทดสอบจะตัดสินจากจำนวนระลอกที่พวกเ้าสามารถเอาตัวรอดได้ หากาเ็หนักหรือยอมแพ้ จงะโออกมา ค่ายกลจะส่งพวกเ้าออกมาข้างนอกทันที...จงเข้าไปได้!"
เหล่าศิษย์มองหน้ากันเล็กน้อย ก่อนจะพากันเดินเข้าไปในห้องโถงอย่างมุ่งมั่น หลินเฟิงและจ้าวหู่ต่างก็เหลือบมองกันแวบหนึ่ง ก่อนจะเดินแยกกันไปคนละฟากของลานประลองทรงกลมที่อยู่ตรงกลาง
ครืนนน...
ประตูเหล็กบานั์ปิดลง แสงสว่างจากคบเพลิงบนผนังพลันสว่างวาบขึ้น พร้อมกับอักขระค่ายกลบนพื้นและผนังที่เริ่มเปล่งแสงสีแดงจางๆ
กริ๊ก...แกร๊ก...
เสียงโลหะกระทบกันดังขึ้นจากหลายทิศทาง แผ่นผนังบางส่วนเลื่อนเปิดออก เผยให้เห็นร่างของอสูรโลหะที่กระโจนออกมา!
ระลอกที่หนึ่ง!
พวกมันคือ "หมาป่าจักรกล" ที่ทำจากทองเหลืองจำนวนยี่สิบตัว! ขนาดของพวกมันพอๆ กับหมาป่าจริง แต่ดวงตาของมันคือผลึกสีแดงที่ไร้ซึ่งอารมณ์ พวกมันพุ่งเข้าใส่เหล่าศิษย์ทันทีด้วยความเร็วสูง
"แค่นี้เองรึ!" ศิษย์คนหนึ่งะโอย่างฮึกเหิมแล้วซัดฝ่ามือเข้าใส่หมาป่าจักรกลตัวหนึ่งจนกระเด็นไป
การต่อสู้เปิดฉากขึ้นอย่างรวดเร็ว แม้หมาป่าจักรกลจะรวดเร็ว แต่พลังของพวกมันก็เทียบได้แค่ระดับก่อร่างขั้นที่ห้าเท่านั้น สำหรับศิษย์ห้าสิบคนที่ผ่านด่านแรกมาได้...ระลอกนี้จึงเป็เพียงแค่อาหารเรียกน้ำย่อย
หลินเฟิงไม่ได้รีบร้อนออกไปไล่ทุบอสูรเหมือนคนอื่น เขาเพียงแค่ยืนนิ่งอยู่ในวงป้องกันของตัวเอง เมื่อหมาป่าจักรกลตัวไหนพุ่งเข้ามาในระยะ เขาก็จะขยับตัวเพียงเล็กน้อยแล้วปล่อยหมัดตรงๆ ที่เรียบง่ายแต่แม่นยำเข้าใส่
ผัวะ!
หมัดของเขาไม่ได้เล็งไปที่ลำตัวหรือหัว แต่กลับพุ่งเข้าใส่ "ข้อต่อ" บริเวณ่คอของหมาป่าจักรกลอย่างจัง! แรงกระแทกที่พอเหมาะพอดีทำให้กลไกภายในเสียหายทันที หมาป่าตัวนั้นชะงักค้างแล้วล้มลงไปแน่นิ่งทันที
เขาทำเช่นนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า...หนึ่งหมัดต่อหนึ่งตัว...ใช้พลังงานน้อยที่สุด แต่ได้ผลลัพธ์สูงสุด จิตใจของโอตาคุที่ชอบวิเคราะห์กำลังทำงานอย่างเต็มที่ เขาไม่ได้มองว่านี่คือการต่อสู้ แต่มองว่ามันคือการ "แก้ปัญหา" ที่มีประสิทธิภาพที่สุด
ในขณะเดียวกัน จ้าวหู่กลับใช้วิธีที่แตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง
"หมัดพยัคฆ์คลั่ง!"
เขาะเิพลังปราณระดับก่อร่างขั้นที่เจ็ดออกมาอย่างเต็มที่ ไล่ทุบหมาป่าจักรกลแต่ละตัวจนบุบสลายกลายเป็เศษเหล็กอย่างบ้าคลั่ง! แม้จะดูน่าตื่นตาตื่นใจและทรงพลัง แต่เขาก็สิ้นเปลืองพลังปราณไปไม่น้อยเลย
ไม่นานนัก หมาป่าจักรกลทั้งยี่สิบตัวก็ถูกทำลายลงจนหมดสิ้น
แต่ยังไม่ทันที่เหล่าศิษย์จะได้หยุดพักหายใจ...
กรรร...แกร๊ก...แกร๊ก...
ระลอกที่สอง!
คราวนี้คือ "หมูป่าจักรกล" ที่ทำจากเหล็กกล้าจำนวนสิบห้าตัว พวกมันตัวใหญ่กว่าเดิมและมีพลังในการพุ่งชนที่น่ากลัวกว่ามาก!
ระลอกที่สาม!
"พยัคฆ์จักรกล" ที่ทำจากเหล็กดำจำนวนสิบตัว! พวกมันมีความเร็วและความแข็งแกร่งเทียบเท่าระดับก่อร่างขั้นที่เจ็ด!
เมื่อมาถึงระลอกที่สาม ศิษย์ที่อ่อนแอที่สุดก็เริ่มถูกคัดออก พวกเขาถูกพยัคฆ์จักรกลโจมตีจนาเ็และต้องะโยอมแพ้ออกไปทีละคนสองคน
หลินเฟิงยังคงเยือกเย็นเช่นเคย เขาวิเคราะห์จุดอ่อนของอสูรแต่ละชนิดได้อย่างรวดเร็ว หมูป่ามีจุดอ่อนที่่ท้อง ส่วนพยัคฆ์มีจุดอ่อนที่ผลึกพลังงานสีแดงที่กลางอก เขายังคงใช้กลยุทธ์เดิม...เคลื่อนไหวน้อยที่สุด โจมตีจุดตายด้วยหมัดเดียว! ความเยือกเย็นและประสิทธิภาพของเขาทำให้ศิษย์บางคนที่ฉลาดพอ เริ่มขยับตัวเข้ามาต่อสู้ใกล้ๆ กับเขาโดยไม่รู้ตัว ก่อเกิดเป็แนวป้องกันหลวมๆ ขึ้นมา
"เ้าเด็กนั่น...มันสู้ได้ฉลาดมาก" ท่านผู้เฒ่าซูที่มองผ่านกระจกค่ายกลอยู่ด้านนอกเอ่ยชมด้วยรอยยิ้ม
ผู้าุโหลี่ไม่ได้พูดอะไร แต่ก็พยักหน้ายอมรับเบาๆ
ระลอกที่สี่! ระลอกที่ห้า!
อสูรจักรกลแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้พวกมันคือ "กระทิงจักรกล" ที่ทำจากเหล็กกล้าผสมเงินยวง พลังของพวกมันเทียบได้กับระดับหลอมกายาขั้นต้นแล้ว!
เมื่อมาถึงจุดนี้ ศิษย์ที่เหลืออยู่ไม่ถึงยี่สิบคนแล้ว! ทุกคนต่างก็เริ่มหอบหายใจและมีสภาพสะบักสะบอม แม้แต่จ้าวหู่เองก็เริ่มมีเหงื่อท่วมตัว ลมหายใจเริ่มติดขัดจากการใช้พลังอย่างต่อเนื่อง
แต่หลินเฟิงกลับยังคงมีสภาพเกือบจะสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์! เขายังคงสงบนิ่งและเคลื่อนไหวได้อย่างราบรื่น การฝึกฝนในห้องแรงโน้มถ่วงได้มอบความอดทนให้เขาสูงกว่าคนอื่นหลายเท่านัก!
"เป็ไปไม่ได้...ทำไมมันยังไม่เหนื่อยอีก!" จ้าวหู่คำรามในใจด้วยความอิจฉา
และแล้ว...เมื่อกระทิงจักรกลตัวสุดท้ายล้มลง พื้นทั้งห้องก็สั่นะเือย่างรุนแรง!
ครืนนนนน!
แท่นศิลาใจกลางลานประลองเลื่อนเปิดออก เผยให้เห็นร่างของอสูรจักรกลขนาดมหึมาที่ค่อยๆ ลุกขึ้นยืน!
มันคือ "วานรั์จักรกล" ที่สูงกว่าสามเมตร! ร่างกายของมันทำจากเหล็กกล้าสีนิลที่ดูแข็งแกร่งทนทาน ดวงตาสีเืของมันจับจ้องมายังเหล่าผู้รอดชีวิตที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิด พลังที่แผ่ออกมาจากร่างของมัน...เทียบเท่าได้กับระดับหลอมกายาขั้นที่ห้า!
ระลอกที่เจ็ด!
"อ๊ากกก!"
เพียงแค่การตบเพียงครั้งเดียวของมัน ศิษย์สามคนก็กระเด็นไปกระแทกผนังแล้วสลายกลายเป็แสงหายไป!
"แข็งแกร่งเกินไปแล้ว!" "ข้ายอมแพ้!"
ศิษย์ที่เหลือต่างก็พากันยอมแพ้ไปอย่างรวดเร็วเมื่อได้เห็นพลังที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
"ข้าไม่ยอมแพ้!" จ้าวหู่ะโลั่น เขาะเิพลังทั้งหมดที่มีพุ่งเข้าใส่วานรั์!
ตูม!
หมัดของเขาปะทะเข้ากับหน้าอกของวานรั์อย่างจัง แต่กลับทำได้เพียงแค่ให้มันถอยหลังไปครึ่งก้าวเท่านั้น! ก่อนที่มันจะคำรามลั่นแล้วใช้แขนที่ใหญ่ราวกับเสาหินฟาดสวนกลับมา!
เพล้ง!
จ้าวหู่ถูกฟาดกระเด็นไปไกลราวกับว่าวสายป่านขาด ร่างของเขาสลายกลายเป็แสงหายไปจากห้องโถงเป็คนสุดท้าย...
บัดนี้...บนลานประลองที่กว้างใหญ่...เหลือเพียงแค่หลินเฟิงยืนเผชิญหน้ากับวานรั์จักรกลเพียงลำพัง!
"โฮกกกก!"
วานรั์คำรามลั่นแล้วพุ่งเข้าใส่เขา หมัดเหล็กขนาดมหึมาทุบลงมายังจุดที่เขายืนอยู่!
หลินเฟิงใช้ทักษะเท้าที่ดูเรียบง่ายแต่กลับรวดเร็วอย่างเหลือเชื่อหลบการโจมตีนั้นได้อย่างฉิวเฉียด ตูม! พื้นศิลาบริเวณที่หมัดทุบลงไปถึงกับแตกร้าวเป็ใยแมงมุม!
‘เกราะหนาเกินไป...การโจมตีจุดอ่อนธรรมดาใช้ไม่ได้ผล!’ เขาคิดอย่างรวดเร็ว ‘ต้องใช้พลังทั้งหมดตัดสินในหมัดเดียว!’
เขาไม่ได้หลบอีกต่อไป แต่กลับตั้งหลักอย่างมั่นคง รวบรวมพลังปราณทั้งหมดในร่างกายระดับหลอมกายาขั้นที่ห้ามาไว้ที่หมัดขวา! กล้ามเนื้อแขนของเขาปูดโปนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ไอพลังงานสีทองจางๆ ห่อหุ้มหมัดของเขาไว้!
เพลงหมัดเสริมสร้างกายา กระบวนท่าที่เจ็ด...หมัดทะลวงแก่นทลาย!
ในจังหวะที่วานรั์เงื้อหมัดขึ้นเพื่อโจมตีอีกครั้ง เผยให้เห็นช่องว่างที่หน้าอกเพียงชั่วพริบตา...หลินเฟิงก็ทะยานเข้าใส่ทันที!
เขาไม่ได้เล็งไปที่ผลึกพลังงาน...แต่เล็งไปที่แผ่นเกราะเหล็กกล้าที่หนาที่สุดบนหน้าอกของมัน!
ตูมมมมม!
เสียงปะทะดังสนั่นก้องไปทั่วทั้งห้องโถง!
หมัดเล็กๆ ของเด็กหนุ่มปะทะเข้ากับเกราะเหล็กของอสูรั์! ภาพที่ทุกคนคาดคิดคือหลินเฟิงจะกระดูกแตกละเอียด...แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงกลับน่าตกตะลึง!
ณ จุดที่หมัดของเขาัั แผ่นเกราะเหล็กไม่ได้บุบสลาย...แต่กลับปรากฏรอยร้าวเล็กๆ ขึ้นมา! รอยร้าวนั้นไม่ได้เกิดจากแรงปะทะภายนอก...แต่เกิดจาก "แรงสั่นะเื" ที่ถูกส่งผ่านทะลุเกราะเข้าไปทำลายกลไกภายในโดยตรง!
แคร่ก...แกร๊ก...
วานรั์จักรกลชะงักค้าง แสงสีเืในดวงตาของมันกระพริบถี่ๆ ก่อนจะดับวูบลง...แล้วร่างมหึมานั้นก็ล้มลงกระแทกพื้นเสียงดังสนั่น...แน่นิ่งไปตลอดกาล...
หลินเฟิงยืนหอบหายใจเล็กน้อย...แต่ก็ยังคงยืนหยัดอยู่ได้!
เหล่าผู้าุโที่มองดูอยู่ข้างนอกต่างก็ตกตะลึงจนอ้าปากค้าง!
"หมัดเมื่อครู่นี้...มัน...มันคือเคล็ดวิชาอะไรกัน!" ผู้าุโหลี่ถึงกับหลุดอุทานออกมาด้วยความใเป็ครั้งแรก
ท่านผู้เฒ่าซูก็เบิกตากว้าง...ในแววตาของท่านเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อและ...ความหวังอันเจิดจ้า!
ค่ายกลในห้องโถงหยุดทำงานลง ร่างของหลินเฟิงถูกห่อหุ้มด้วยแสงสีขาวแล้วถูกส่งตัวออกมา...ในฐานะผู้รอดชีวิตคนสุดท้าย...และเป็ผู้พิชิตด่านทดสอบที่สองได้อย่างสมบูรณ์แบบ!