สายสร้อยข้อมือทองคำสามเส้นกระทบกันดังกรุ๊งกริ๊ง ขณะที่เชียล่าโรเจอร์ส ปิดประตูธันเดอร์เบิร์ดสีน้ำเงินหันไปมองทางโรงแรมที่แบรดทำงานอยู่ที่นั่น เส้นผมสีน้ำตาลอ่อนสลวยเลียอยู่ริมไหล่
ไม่มีเสียงสายลมอ่อนแ่กระซิบอย่างเคยเบื้องหน้าอาคารโรงแรมหรูแห่งนั้น สายน้ำในแม่น้ำโคโลราโดไหลอ่อนเอื่อยและบนทางเดิน แสงอาทิตย์เหนือนครเท็กซัสทอดรังสีสุดท้ายเป็ทางสีเหลืองทองลงทาบทับไว้อากาศหนาวเย็นในยามบ่ายคล้อยของเดือนกุมภาพันธ์โลมไล้อยู่กับเนียนแก้ม
ดวงตากลมโตคู่นั้นก้มลงมองดูเวลาจากนาฬิกาข้อมือขณะที่เธอเดินตรงไปยังทางเข้าโรงแรม ขณะนี้ใกล้จะถึงเวลา 5 โมงเย็น ซึ่งหมายถึงว่าเธอผิดเวลานัดอีกแล้ว แต่เธอก็ยักไหล่อย่างไม่สนใจเพราะคุ้นชินเสียแล้วกับการที่จะต้องให้ใครต่อใครคอย ไม่ได้รู้สึกว่าเป็เื่แปลกเลยด้วยซ้ำ
เชียล่าไม่เคยยอมรับกับการที่ว่า เธอถูกตามใจมาจนเคยตัวแม้ความจริงจะเป็เช่นนั้นก็ตาม ในฐานะที่เกิดมาเป็ลูกสาวคนเดียวได้รับการโอบอ้อมถนอมขวัญจากพ่อแม่ที่รักเธออย่างสุดหัวใจ
แต่เธอไม่เคยได้รับสิ่งนี้จากแบรดเชยล่าไม่อาจเอาเขามาพันปลายนิ้วเหวี่ยงเล่นเหมือนเพื่อนผู้ชายคนอื่นๆที่เคยออกเดตกันมาก่อนได้ เพราะฉะนั้นสิ่งนี้กระมังที่อาจจะเป็เหตุผลหนึ่งในหลายๆเหตุผลที่ทำให้เธอเกิดความทึ่งในตัวเขา ละขณะนี้แบรดก็คงกำลังหัวเสียกับการที่เอมาสายอีก แต่เชียล่าก็มั่นใจวาเธอสามารถจะทำให้เขาลืมความโกรธได้
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้รอยยิ้มจางก็ฉาบขึ้นบนริมฝีปากอวบอิ่มที่เคลือบไว้ด้วยสีชมพูกุหลาบและเมื่อบวกเข้ากับแววรื่นเริงในดวงตาคู่สีอำพันยิ่งก่อให้เกิดความพึงใจในเสน่ห์ประหลาดล้ำที่แฝงเร้นในตัวเธอแก่ทุกคนที่ได้พบเห็น
เมื่อเดินเข้ามาใกล้จะถึงประตูทางเข้า เชียล่าก็มองเห็นแบรดยืนอยู่กับผู้ชายอีกคนหนึ่งท่าทางเป็เ้าหน้าที่ของโรงแรมเช่นเดียวกับเขาแววในดวงตาคู่สีน้ำตาลนั้นคล้ายจะต่อว่าที่จริงเขามองเห็นั้แ่ตอนที่เธอลงจากรถและเดินตรงเข้ามาแล้ว แต่ก็ไม่ได้ทักทายเขาอยากจะเห็นเธอเสียเวลากับการที่จะต้องมองหาเขาเสียบ้าง เพื่อเป็การลงโทษฐานที่มาช้าจนเลยเวลาที่นัดหมายกันไว้
เมื่อเดินมาถึงประตู เชียล่าก็มองหน้าเขารู้สึกเหมือนจะสะดุดลมหายใจของตัวเอง เส้นผมสีบลอนด์ของแบรดปรกลงตรงหน้าผากสีคล้ำแววแห่งความทระนงมั่นใจในตนเองประทับอยู่บนใบหน้าที่หล่อสมชายและบนแนวขากรรไกรที่เชิดขึ้น แบรดเป็คนมีเรือนร่างสูงสมสัดส่วน สง่าผ่าเผยสามารถทำให้ผู้หญิงทุกคนใจเต้นเมื่อได้เห็น และยิ่งเมื่ออยู่ในชุดสูทของโรงแรมซึ่งเป็เสื้อกั๊กสีน้ำตาลสวมทับเสื้อคอตลบสีขาวและกางเกงสีเข้มยิ่งทำให้เขาดูสะดุดตายิ่งขึ้น
ทุกครั้งที่เชียล่าเห็นผู้ชายคนนี้ ปฏิกิริยาภายในจะต้องเป็เช่นนี้เสมอคือในตอนแรก็จะคิดสงสัยในตัวเองว่าทำไมเธอจึงไม่อาจตัดใจจากความหล่อที่เปี่ยมด้วยความจองหองของเขาได้และตามมาด้วยความรู้สึกละอายใจที่ต้องทำให้เขาคอยแม้จะไม่ตั้งใจก็ตาม
ท่าทางเดินของเธอไม่ได้รีบร้อนเท่าไรนัก เป็ท่วงท่าที่งามด้วยการเดินแบบตามสบายริมฝีปากเผยอยิ้มเหมือนจะขอโทษกลายๆ สร้อยข้อมือกระทบกันดังเพราะพริ้งขณะที่เธอยกมือขึ้นเหน็บปอยผมไว้ตรงหลังใบหู
“ขอโทษนะคะที่รัก ที่ฉันมาช้าไปหน่อย” น้ำเสียงต่ำๆ ฟังอบอุ่นซึ่งเธอกลั่นกรองออกมาคล้ายจะปลอบประโลมให้เขาคลายความขุ่นใจ
แบรด ทาวน์เซน ไม่ยิ้มตอบ เขาพยักหน้าให้เพื่อนร่วมงานจับมือเชียล่าบีบแรงๆ จนเธอต้องถอนใจด้วยความเจ็บขณะที่เขาดึงเธอให้เดินตามไปด้านข้าง
“แบรด ฉันเจ็บมือนะ” เชียล่าอุทธรณ์เมื่อหยุดเดินไม่แน่ใจว่าเขารู้ตัวหรือเปล่าว่าบีบมือเธอแรงขนาดไหน
เขาปล่อยมือเธอทันที แต่เอื้อมมากระชากไหล่ให้เข้ามาใกล้อย่างหยาบคาย
“ผมไม่ชอบที่จะต้องคอย” หางเสียงบอกความเดือดดาลก่อนที่ริมฝีปากร้อนๆ จะประทับลงบนเรียวปากเธออย่างกระแทกกระทั้น
จูบนั้นคล้ายจะเป็การลงโทษที่รุนแรงและอยากแสดงออกถึงความเป็เ้าของเชียล่าสะบัดตัวจากการเกาะกุมของเจาประหนึ่งเกิดความหวาดหวั่นกับการแสดงความรู้สึกของเขาแต่อ้อมแขนของเขากลับรั้งร่างเธอไว้ไม่ยอมปล่อย ใบหน้าของแบรดแดงก่ำขึ้นมาทันทีรัดร่างเธอไว้ราวปลอกเหล็ก เชียล่าผงะหงายหลังขณะที่เขาซอนไซ้จูบลงบน่ลำคอของเธอ
“ฉันขอโทษค่ะ” เสียงพูดของเธอแ่โผยร่างกายราวจะอ่อนเปลี้ยลงทันที “ฉันไม่ได้ตั้งใจจะมาชาเลย”
“คุณก็พูดอย่างนี้ทุกครั้ง” เขาพูดขบไรฟันลงบนติ่งหู
ปลายนิ้วของเธอสอดเข้าไปในอกเสื้อกั๊ก โอบรอบตัวเขาไว้ััความอบอุ่นและกล้ามเนื้อทั้ง่ไหล่และแผ่นหลังและฝ่ามือของเขาก็ไล้ลูบลงไปั้แ่บั้นเอวจนถึงสะโพกรั้งร่างเธอเข้ามาแนบชิดกว่าเดิม
กลิ่นระเหยของเครื่องสำอางสำหรับผู้ชายกรุ่นอยู่ตรงปลายคางของเขาเชียล่าสูดลมหายใจลึกๆ ขณะพูดต่อว่า
“ฉันถูกขอให้อยู่ต่ออีกสักครู่หลังจากวิชาสุดท้ายเวลามันก็เลยไปเยอะมาก”
เขาผงกหัวขึ้น คำรามออกมาว่า
“ก็คุณน่ะมันตุ๊กตาสำหรับอาจารย์ทุกคนนี่” แบรดทำปากแสยะอย่างขุ่นเคือง
“อาจารย์เบนตัน” เธอแสร้งทำเป็ไม่สนใจกับท่าทางของเขา“ท่านอยู่อธิบายโครงร่างเกี่ยวกับวิชาที่ฉันจะสอบตอนภาคครึ่งปีแรกนี้”
“แล้วคุณก็เลยปล่อยให้ผมคอยตอนที่คุณคุยอยู่กับอีตาลูกพรุนแห้งนั่น”เขายังต่อว่าต่อขานไม่ยอมหยุด
“ก็บอกแล้วไงว่าขอโทษ”
“เห็นจะต้องพิสูจน์หน่อยแล้วว่าคุณรู้สึกเสียใจจริงๆหรือเปล่า” แบรดพูดเสียงเบาความปรารถนาลุกโชนอยู่ในดวงตาสีน้ำตาลคู่นั้น
เธอหัวเราะเบาๆ ปล่อยมือที่โอบร่างเขาอยู่เอาวางลงบนแผงอกััได้ถึงหัวใจที่เต้นรัวแรงอยู่ตรงปลายนิ้ว
“แต่เดี๋ยวคุณก็ต้องกลับไปทำงานแล้วนี่” เชียล่าว่า พยายามเลือกสรรถ้อยคำ ไม่ให้เขาคิดว่าเธอตอบปฏิเสธ
“ใช่” แบรดตอบอย่างเห็นด้วยลดริมฝีปากลงแตะเรียวปากเธอเบาๆ “และการที่จะร่วมรักกับคุณผมก็ไม่อยากทำอย่างเร่งรีบด้วย”
แก้มเธอร้อนผ่าวขึ้นมาทันทีแต่ไม่ใช่เพราะความอายเพียงแต่เป็ความระทึกใจและหวั่นว่าจะแสดงความรู้สึกนั้นออกมาให้เขารู้ได้
“อย่าพูดอะไรอย่างนั้นสิ” เธอเตือนเสียงเบา
“ปรกติผมก็เข้าทำงานสายอยู่แล้ว” เขากล่าวซึ่งยิ่งทำให้ชีพจรของเชียล่าเต้นแรงด้วยความตื่นเต้นที่ประสมอยู่กับความหวั่นหวาดจากคำพูดของเขา
“ไม่เอา..” ทั้งๆที่พูดออกไปแล้วแต่เชียล่าก็ไม่แน่ใจในคำปฏิเสธนั้นเท่าใดนัก
ริมฝีปากของเขายังคงซอนไซ้อยู่กับริมฝีปากของเธอจนเชียล่าสะท้านไปทั้งร่างและแบรดก็แสร้งทำเป็ไม่ใส่ใจกับสัญญาณที่เกิดขึ้นในตัวเธอ และเมื่อไม่สามารถจะทนทานกับการโลมไล้ของริมฝีปากนั้นโดยไม่ได้รับจูบที่แท้จริงจากเขา เชียล่าขยุ้มมือลงไปบนหัวแบรด
การทำเช่นนั้นทำให้เขาหันไปหาริมฝีปากของเธอเป็จูบที่บดขยี้ด้วยความเร่าร้อนจนเชียล่ามีความรู้สึกเหมือนตัวเองกังตกอยู่ในเปลวเพลิง ริมฝีปากของเธอเผยอออกด้วยปลายลิ้นที่แทรกซอนลงไปเหมือนจะบังคับเป็ประหนึ่งแรงลมที่โหมกระพือพัดให้เปลวนั้นกลายเป็เพลิงนรกปิดกั้นทั้งเขาและเธอไว้จากโลก..แต่มันก็ยังไม่ถึงอย่างนั้นเสียทีเดียว
“เฮ้ย..มาเถอะ แบรด..!” เสียงเรียกที่ดังขึ้นบอกความกังวลใจ“นี่มันห้าโมงกว่าแล้วนะ”
ความเป็จริงที่เย็นเยือกเหมือนน้ำแข็งสาดซัดลงบนเนื้อตัวเชียล่าและแบรดก็ชะงักการจูบลงพร้อมกับเงยหน้าขึ้นเชียล่าถึงกับตัวสั่นเมื่อนึกขึ้นมาได้ว่ายังมีใครอีกคนหนึ่งเห็นการกระทำที่เธออยากจะปิดบังไว้เชียล่ายินดีที่จะอยู่ในอ้อมแขนของแบรดในสถานที่ไกลจากสายตาผู้รู้เห็นมากกว่า
“เดี๋ยวช่วยบอกหัวหน้าด้วยก็แล้วกันว่าผมอยู่ที่นี่กำลังช่วยคนสตาร์ทรถอยู่”
“ก็ได้ จะบอกให้” เสียงเดิมตอบมาอย่างไม่สงสัยอะไร“เรียกก็แล้วกันถ้า้าให้ช่วย”
“ผมคงไม่้าความช่วยเหลือหรอกน่ะ” แบรดหัวเราะหยิ่งๆ